U
UHAS
XAU/USD0.00%

Elliott Wave คืออะไร เข้าใจทฤษฎี Elliott Wave ฉบับง่ายๆ

ทำความรู้จักกับทฤษฎี Elliott Wave (อีเลียตเวฟ) คืออะไร นำมาใช้งานกับการเทรด Forex อย่างไรบ้าง ติดตามคำตอบกับ Uhas ในบทความนี้

P
Patiphan Uhas
25 มกราคม 2564·5 นาทีอ่าน
แชร์
Elliott Wave คืออะไร ทำความเข้าใจกับทฤษฎีฉบับง่ายๆ

ทฤษฎี Elliott Wave เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นักเทรด Forex และสินทรัพย์อื่นๆ ใช้คาดการณ์ทิศทางตลาดผ่านรูปแบบคลื่นที่เกิดซ้ำ แม้จะดูซับซ้อนในตอนแรก แต่เมื่อเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถระบุจุดเข้าออกที่มีประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น บทความนี้จะอธิบายหลักการ Elliott Wave แบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีนำไปใช้จริง

สรุปสาระสำคัญ

  • Elliott Wave แบ่งเป็น 2 ประเภท: คลื่นกระตุ้น (Impulse) 5 ลูก และคลื่นพักตัว (Correction) 3 ลูก
  • กฎการนับคลื่นมี 7 ข้อสำคัญ เช่น คลื่นที่ 2 ต้องไม่ทะลุฐานคลื่นที่ 1 และคลื่นที่ 3 ต้องไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุด
  • เครื่องมือยอดนิยมสำหรับวิเคราะห์ Elliott Wave ได้แก่ TradingView, WaveTrader และ Autochartist
  • ทฤษฎีนี้ช่วยคาดการณ์ทิศทาง กำหนด Stop Loss/Take Profit แต่ต้องใช้เวลาศึกษาและฝึกฝนอย่างจริงจัง

Elliott Wave คืออะไร

Elliott Wave หรือ อีเลียตเวฟ คือทฤษฎีการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาในรูปแบบคลื่น โดยอาศัยหลักการว่าพฤติกรรมของนักลงทุนมักเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรซ้ำๆ สะท้อนจิตวิทยามวลชน

แผนภาพ Elliott Wave: คลื่นส่งขาขึ้นห้าคลื่น 1 ถึง 5 โดยคลื่น 3 มักยาวที่สุด ตามด้วยชุดพักตัวสามคลื่น A B C
แผนภาพ Elliott Wave: คลื่นส่งขาขึ้นห้าคลื่น 1 ถึง 5 โดยคลื่น 3 มักยาวที่สุด ตามด้วยชุดพักตัวสามคลื่น A B C

ทฤษฎีนี้ถูกพัฒนาโดย Ralph Nelson Elliott ในทศวรรษ 1930 หลังจากที่เขาศึกษาข้อมูลราคาหุ้น 75 ปีและพบว่าตลาดการเงินเคลื่อนไหวตามรูปแบบคลื่นที่คาดการณ์ได้ หลักการสำคัญคือ: "วัฏจักรของตลาดเกิดซ้ำเนื่องจากอารมณ์และพฤติกรรมของนักลงทุน ซึ่งแสดงออกมาผ่านกราฟราคา"

Elliott Wave คืออะไร

ภาพจาก www.rutherfordjournal.org

ทฤษฎี Elliott Wave สามารถนำไปใช้กับตลาดการเงินทุกประเภท รวมถึง Forex, หุ้น, ทองคำ และ cryptocurrency แต่ต้องยอมรับว่ามีข้อโต้แย้งมากมาย เนื่องจาก:

  • ความซับซ้อนของโครงสร้างคลื่น
  • ต้องใช้เวลาฝึกฝนและศึกษาอย่างจริงจัง
  • การตีความแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
  • ต้องจดจำรูปแบบและกฎเกณฑ์จำนวนมาก
INFO

แม้ Elliott Wave จะซับซ้อน แต่เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งควบคู่กับอินดิเคเตอร์อื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ

โครงสร้างคลื่น Elliott Wave: Impulse และ Correction

ทฤษฎี Elliott Wave แบ่งการเคลื่อนไหวของราคาออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งสลับกันไปมาตามวัฏจักร:

1. คลื่นกระตุ้น (Impulse Wave)

Impulse Wave คือคลื่นที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์หลัก ประกอบด้วยคลื่นย่อย 5 ลูก นับเป็นคลื่นที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 โดย:

  • คลื่น 1, 3, 5 เคลื่อนไหวไปตามทิศทางเทรนด์หลัก (Motive Waves)
  • คลื่น 2, 4 เคลื่อนไหวสวนทิศทางเทรนด์ชั่วคราว (Corrective Waves)

คลื่นกระตุ้นช่วยให้เทรดเดอร์สามารถ:

  • ระบุจุดเข้าซื้อ/ขายที่เหมาะสม
  • กำหนด Stop Loss อย่างมีเหตุผล
  • ตั้ง Take Profit ตามโครงสร้างคลื่น

2. คลื่นพักตัว (Corrective Wave)

Corrective Wave คือคลื่นที่เคลื่อนไหวสวนทิศทางเทรนด์หลัก เกิดขึ้นหลังคลื่นกระตุ้นครบ 5 ลูก ประกอบด้วยคลื่นย่อย 3 ลูก นับเป็น A, B และ C

คลื่นพักตัวเกิดขึ้นเพื่อ:

  • ปรับฐานราคาหลังเทรนด์แรงขึ้น/ลง
  • เตรียมพลังสำหรับเทรนด์รอบใหม่
  • สะท้อนการตัดสินใจของเทรดเดอร์ที่รอดูสถานการณ์
Elliott Wave Pattern

จากภาพด้านบนจะเห็นได้ชัดว่า:

  • คลื่น 1-5 เป็น Impulse Wave ที่ขึ้นตามเทรนด์
  • คลื่น A-C เป็น Corrective Wave ที่ปรับฐาน
  • วงจรนี้จะเกิดซ้ำในทุก timeframe
TIP

ในการใช้งานจริง ให้มองหา Impulse Wave บน timeframe ใหญ่ (H4, Daily) เพื่อเข้าใจทิศทางหลัก จากนั้นใช้ Corrective Wave บน timeframe เล็ก (M15, M30) เพื่อหาจุดเข้าที่ดี

7 กฎสำคัญของการนับคลื่น Elliott Wave

กฎการนับคลื่น Elliot Wave คือ ?

การนับคลื่น Elliott Wave ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน มิเช่นนั้นการตีความจะไม่ถูกต้อง กฎ 7 ข้อสำคัญคือ:

กฎที่ 1: โครงสร้างพื้นฐาน

ต้องมี 5 คลื่นกระตุ้น (1-5) และ 3 คลื่นพักตัว (A-C) เพื่อสร้างวงจรสมบูรณ์

กฎที่ 2: คลื่น 2 ต้องไม่ทะลุฐานคลื่น 1

คลื่น 2 สามารถปรับฐานลงมาได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่น 1 ถ้าทะลุลงไป แสดงว่าการนับคลื่นผิด

กฎที่ 3: คลื่น 3 ต้องไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุด

จากคลื่น 1, 3, 5 คลื่นที่ 3 ต้องไม่สั้นที่สุด (โดยปกติคลื่น 3 มักเป็นคลื่นที่ยาวและแรงที่สุด)

กฎที่ 4: คลื่น 4 ต้องไม่ทับกับคลื่น 1

จุดต่ำสุดของคลื่น 4 ต้องสูงกว่าจุดสูงสุดของคลื่น 1 (ในกรณีเทรนด์ขาขึ้น)

กฎที่ 5: คลื่น 5 ต้องสูงกว่าคลื่น 3

จุดสูงสุดของคลื่น 5 ต้องเลยจุดสูงสุดของคลื่น 3 เพื่อยืนยันเทรนด์

กฎที่ 6: คลื่น B ต้องไม่เกินคลื่น 5

คลื่น B (ในช่วง Correction) สามารถปรับตัวขึ้นได้ แต่ต้องไม่เกินจุดสูงสุดของคลื่น 5

กฎที่ 7: คลื่น C ต้องต่ำกว่าคลื่น A

จุดต่ำสุดของคลื่น C ต้องต่ำกว่าจุดต่ำสุดของคลื่น A เพื่อสมบูรณ์ของรอบ Correction

NOTE

หากการนับคลื่นของคุณฝ่าฝืนกฎใดกฎหนึ่ง แสดงว่าการตีความผิด ต้องกลับไปทบทวนและนับใหม่ ห้ามบังคับใช้กฎที่ผิดในการเทรดจริง เพราะอาจนำไปสู่การสูญเสียเงินทุน

เครื่องมือและโปรแกรมนับคลื่น Elliott Wave

การนับคลื่นด้วยตาเปล่าอาจยากและใช้เวลานาน โชคดีที่ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์หลายตัว ที่นิยมใช้กันในกลุ่มเทรดเดอร์มืออาชีพมี 3 ตัวหลัก:

TradingView

TradingView เป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ชาร์ตที่ครบครันที่สุด มีเครื่องมือสำหรับ Elliott Wave ดังนี้:

  • Elliott Wave Drawing Tool: วาดคลื่นด้วยตนเอง พร้อมกำหนดหมายเลข 1-5, A-C
  • Wave Pattern Recognition: ระบบช่วยหารูปแบบคลื่นอัตโนมัติ (ต้องใช้แผน Pro ขึ้นไป)
  • Community Scripts: มี indicator และ strategy จากชุมชนที่เกี่ยวกับ Elliott Wave
  • Social Features: ดูการวิเคราะห์คลื่นจากเทรดเดอร์คนอื่นๆ

ราคา: ฟรีสำหรับฟีเจอร์พื้นฐาน, $14.95-$59.95/เดือน สำหรับแผน Pro

WaveTrader

WaveTrader เป็นซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์ Elliott Wave พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Elliott Wave โดยตรง มีฟีเจอร์:

  • Automatic Wave Counting: นับคลื่นอัตโนมัติตามกฎ Elliott Wave ทั้ง 7 ข้อ
  • Multiple Wave Scenarios: แสดงความเป็นไปได้ของรูปแบบคลื่นหลายแบบ พร้อมเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็น
  • Projection Tools: คาดการณ์ทิศทางและระดับราคาในอนาคต
  • Alert System: แจ้งเตือนเมื่อคลื่นสำคัญเกิดขึ้น

ข้อดี: แม่นยำสูง เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ใช้ Elliott Wave เป็นหลัก
ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างสูง (เริ่มต้นที่ $49/เดือน)

Autochartist

Autochartist เป็นเครื่องมือวิเคราะห์กราฟอัตโนมัติที่รองรับ Elliott Wave พร้อมฟีเจอร์:

  • Pattern Recognition: สแกนหารูปแบบคลื่นอัตโนมัติแบบ real-time
  • Risk/Reward Calculator: คำนวณอัตราส่วน R:R ตามโครงสร้างคลื่น
  • Market Scanner: สแกนหลายคู่เงินพร้อมกัน หาโอกาสตามรูปแบบ Elliott Wave
  • MT4/MT5 Integration: เชื่อมต่อกับ MetaTrader ได้โดยตรง

ข้อดี: ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่
ข้อเสีย: ตีความคลื่นบางครั้งไม่ละเอียดเท่าการวิเคราะห์เอง

TIP

แนะนำให้เริ่มต้นด้วย TradingView (ฟรี) เพื่อฝึกนับคลื่นด้วยตนเองก่อน เมื่อคุ้นเคยแล้วค่อยใช้เครื่องมืออัตโนมัติ เพราะการเข้าใจหลักการพื้นฐานจะช่วยให้คุณตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์ได้

ประโยชน์ของการใช้ Elliott Wave ในการเทรด Forex

เมื่อเข้าใจและใช้ Elliott Wave อย่างถูกต้อง คุณจะได้รับประโยชน์ดังนี้:

1. วิเคราะห์ทิศทางเทรนด์ได้ชัดเจน

Elliott Wave ช่วยให้คุณรู้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงใดของวงจร (Impulse หรือ Correction) ทำให้ตัดสินใจได้ว่าควรเทรดตามเทรนด์หรือรอ

2. คาดการณ์การเคลื่อนไหวในอนาคต

จากโครงสร้างคลื่น คุณสามารถคาดเดาว่าคลื่นถัดไปจะเกิดที่ระดับราคาไหน เช่น คลื่น 3 มักยาวกว่าคลื่น 1 ประมาณ 1.618 เท่า (Fibonacci Extension)

3. ระบุจุดเข้าซื้อ/ขายที่แม่นยำ

  • Entry: เข้าซื้อหลังคลื่น 2 หรือ 4 เสร็จสิ้น เพื่อโดนคลื่น 3 หรือ 5
  • Exit: ปิดออเดอร์ก่อนคลื่น 5 จบ เพื่อหลีกเลี่ยงรอบ Correction

4. กำหนด Stop Loss และ Take Profit อย่างมีเหตุผล

  • Stop Loss: ตั้งต่ำกว่าจุดเริ่มต้นของคลื่นปัจจุบัน (เช่น ถ้าเทรดคลื่น 3 ตั้ง SL ต่ำกว่าคลื่น 1 เล็กน้อย)
  • Take Profit: ตั้งตามระดับ Fibonacci Extension หรือก่อนคลื่นต่อไปจะเริ่ม
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

5. เข้าใจจิตวิทยาตลาด

Elliott Wave สะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนโดยรวม:

  • คลื่น 1: ความหวัง (Hope)
  • คลื่น 2: ความกลัว (Fear) — สั่นคลอนความเชื่อมั่น
  • คลื่น 3: ความมั่นใจ (Confidence) — เงินไหลเข้าตลาดเต็มที่
  • คลื่น 4: กังวล (Concern) — ทำกำไรบางส่วน
  • คลื่น 5: ความโลภ (Greed) — เข้ามาท้ายเทรนด์

6. พัฒนากลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย

Elliott Wave สามารถรวมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น:

  • Fibonacci Retracement: หาระดับพักตัวของคลื่น 2, 4
  • RSI/MACD: ยืนยัน momentum ของคลื่น 3, 5
  • Volume: ยืนยันความแรงของแต่ละคลื่น

ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้ Elliott Wave

แม้ Elliott Wave จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ควรตระหนัก:

1. ความซับซ้อนในการตีความ

  • รูปแบบคลื่นมีหลายแบบ (Zigzag, Flat, Triangle, etc.)
  • เทรดเดอร์แต่ละคนอาจนับคลื่นได้ไม่เหมือนกัน
  • ต้องมีประสบการณ์และการฝึกฝนสะสมมากพอ

2. ใช้เวลาศึกษานาน

  • ต้องเรียนรู้กฎเกณฑ์ทั้งหมดอย่างละเอียด
  • ต้องจดจำรูปแบบ Corrective Wave มากกว่า 20 แบบ
  • ต้องฝึกนับคลื่นย้อนหลังหลายร้อย-หลายพันครั้ง

3. ความเป็นอัตนัยสูง (Subjective)

Elliott Wave ไม่ใช่สูตรตายตัว การนับคลื่นขึ้นอยู่กับมุมมองและประสบการณ์ของแต่ละคน

4. ไม่เหมาะกับตลาดที่ผันผวนแบบ Choppy

Elliott Wave ทำงานดีที่สุดในตลาดที่มีเทรนด์ชัด แต่ในช่วง sideways หรือ ranging การนับคลื่นยาก

5. ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น

Elliott Wave ไม่ควรใช้เดี่ยวๆ ควรใช้ร่วมกับ:

  • Support/Resistance
  • Trendline
  • Candlestick Pattern
  • Volume Analysis
NOTE

ห้ามบังคับนับคลื่นให้เข้ากับความคาดหวัง ถ้าโครงสร้างไม่ชัดเจน ควรรอดูก่อน ห้ามเทรดเพราะ "คิดว่า" น่าจะเป็นคลื่นนั้นคลื่นนี้ การบังคับตีความอาจทำให้เทรดผิดทิศทางและขาดทุนได้

วิธีฝึกฝนการใช้ Elliott Wave อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณอยากเชี่ยวชาญ Elliott Wave แนะนำให้ทำตามขั้นตอนนี้:

ขั้นที่ 1: เรียนรู้พื้นฐานให้แน่น

  • อ่านหนังสือ "Elliott Wave Principle" โดย Frost & Prechter
  • ศึกษากฎ 7 ข้อให้ท่องจำ
  • เรียนรู้รูปแบบ Corrective Wave แบบต่างๆ

ขั้นที่ 2: ฝึกนับคลื่นย้อนหลัง

  • เปิดกราฟอดีต (Historical Chart) บน TradingView
  • ลองนับคลื่นในเทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้ว
  • ตรวจสอบว่านับถูกหรือผิด โดยดูจากผลลัพธ์จริง

ขั้นที่ 3: เริ่มใช้ Demo Account

  • นับคลื่นในตลาดปัจจุบัน (Real-time)
  • วางแผนการเทรดตามโครงสร้างคลื่น
  • บันทึกผลการเทรดและการนับคลื่น

ขั้นที่ 4: เปรียบเทียบกับเทรดเดอร์อื่น

  • เข้ากลุ่ม Elliott Wave บน TradingView หรือ Facebook
  • ดูว่าคนอื่นนับคลื่นอย่างไร
  • ซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ขั้นที่ 5: ใช้เงินจริงแบบระมัดระวัง

  • เริ่มต้นด้วยขนาดออเดอร์เล็ก (0.01 lot)
  • ใช้ Elliott Wave ร่วมกับเครื่องมืออื่น
  • ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Elliott Wave ใช้กับ Forex ได้ดีจริงหรือไม่?

ใช้ได้ดี แต่ต้องเลือก timeframe และคู่เงินที่เหมาะสม แนะนำให้ใช้กับคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD บน timeframe H4 หรือ Daily ที่มีเทรนด์ชัดเจน หลีกเลี่ยงคู่เงินที่ผันผวนมากเช่น GBP/JPY หรือ timeframe ที่เล็กเกินไปเช่น M1, M5

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเชี่ยวชาญ Elliott Wave?

ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและเวลาที่ฝึกฝน โดยเฉลี่ยต้องใช้เวลา 6-12 เดือน ในการทำความเข้าใจพื้นฐานและสามารถนับคลื่นได้อย่างมั่นใจ หากต้องการใช้เทรดจริงอย่างสม่ำเสมอ อาจต้อง 1-2 ปี พร้อมการฝึกฝนไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง

Elliott Wave แตกต่างจาก Fibonacci อย่างไร?

Elliott Wave เป็นทฤษฎีโครงสร้างราคาที่อธิบายว่าตลาดเคลื่อนไหวเป็นคลื่น ส่วน Fibonacci เป็นเครื่องมือวัดระดับราคา (Retracement/Extension) ทั้งสองใช้ร่วมกันได้

แผนภาพ Fibonacci Retracement: ลากจากฐานถึงยอดของขาขึ้น แสดงระดับ 23.6 38.2 50 61.8 เปอร์เซ็นต์ โดยโซน 38.2 ถึง 61.8 คือย่านย่อที่ราคามักกลับตัวขึ้นต่อ
แผนภาพ Fibonacci Retracement: ลากจากฐานถึงยอดของขาขึ้น แสดงระดับ 23.6 38.2 50 61.8 เปอร์เซ็นต์ โดยโซน 38.2 ถึง 61.8 คือย่านย่อที่ราคามักกลับตัวขึ้นต่อ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง