U
UHAS
XAU/USD0.00%

สิ่งที่ต้องรู้เมื่อเริ่มเทรด Forex

forex เปิดบัญชี ตลอด 5 วันทำการในหนึ่งสัปดาห์และมีการเทรดกระจายไปตามเมืองศูนย์กลางทางการเงินต่างๆทั่วโลกสำหรับการทำกำไรจากการเทรด

U
Uhas Admin
24 มีนาคม 2565·4 นาทีอ่าน
แชร์
forex เปิดบัญชี ตลาด Forex มีการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ตลาด Forex เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมงและ 5 วันทำการต่อสัปดาห์ ครอบคลุมศูนย์กลางทางการเงินทั่วโลก สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปิดบัญชีเทรด Forex ครั้งแรก การเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือก Broker ไปจนถึงการทำธุรกรรมครั้งแรก

สรุปสาระสำคัญ

  • ตลาด Forex คือตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงสุดในโลก มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยวันละ 7.5 ล้านล้านดอลลาร์
  • การเทรดเกิดขึ้นแบบ OTC (Over-the-Counter) ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่มีตลาดกลางเหมือนตลาดหุ้น
  • Broker ทำหน้าที่เชื่อมต่อเทรดเดอร์เข้าสู่ตลาด มีทั้งแบบ Dealing Desk และ No Dealing Desk
  • ก่อนเทรดด้วยเงินจริง ควรทดลองใช้บัญชี Demo อย่างน้อย 1-3 เดือนเพื่อทำความเข้าใจระบบและกลยุทธ์
  • การฝาก-ถอนเงินในปัจจุบันมีหลายช่องทาง รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น แต่ต้องตรวจสอบค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการของแต่ละ Broker

Forex คืออะไรและทำงานอย่างไร

Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange Market หรือเรียกสั้นๆว่า FX คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผู้เข้าร่วมซื้อขายคู่สกุลเงินเพื่อหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ตัวอย่างคู่เงินยอดนิยมเช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY และ AUD/USD

ตลาด Forex มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์:

ขนาดและสภาพคล่อง: ตลาด Forex มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละประมาณ 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล BIS Triennial Survey 2022) ทำให้เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โครงสร้างแบบ Decentralized: ไม่มีตลาดกลางเหมือนตลาดหุ้น การซื้อขายทั้งหมดเกิดขึ้นแบบ Over-the-Counter (OTC) ผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงธนาคาร สถาบันการเงิน และ Broker ทั่วโลก

เปิดตลอด 24 ชั่วโมง: เริ่มจากเซสชั่นเอเชียแปซิฟิก (ซิดนีย์-โตเกียว) ตามด้วยยุโรป (ลอนดอน) และสหรัฐอเมริกา (นิวยอร์ก) ก่อนวนกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่เอเชีย

INFO

เวลาที่มีสภาพคล่องสูงสุดคือช่วงที่เซสชั่นลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกัน (เวลาประเทศไทยประมาณ 19:00-24:00 น.) ซึ่งมักมีความผันผวนมากกว่าช่วงเวลาอื่น

รูปแบบการซื้อขายในตลาด Forex

ตลาด Forex แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:

1. Spot Market - ซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินแบบทันทีตามราคาตลาดปัจจุบัน การส่งมอบเกิดขึ้นภายใน 2 วันทำการ (T+2) เป็นตลาดที่เทรดเดอร์รายย่อยใช้มากที่สุดผ่านแพลตฟอร์ม CFD (Contract for Difference)

2. Forward Market - ตกลงซื้อขายสกุลเงินในราคาและวันที่กำหนดในอนาคต โดยไม่มีสัญญามาตรฐาน มักใช้โดยบริษัทเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

3. Futures Market - คล้าย Forward แต่เป็นสัญญามาตรฐานที่ซื้อขายในตลาดล่วงหน้า เช่น Chicago Mercantile Exchange (CME) มีการกำหนดขนาดสัญญาและวันหมดอายุชัดเจน

สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย Spot Market ผ่าน Broker เป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุดเนื่องจากเข้าถึงง่าย มีเลเวอเรจ และไม่ต้องรับมอบสกุลเงินจริง

การเลือก Broker และแพลตฟอร์มเทรด

Broker คือตัวกลางที่เชื่อมต่อคุณเข้าสู่ตลาด Forex การเลือก Broker ที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการเริ่มต้นเทรด

เกณฑ์การเลือก Broker

1. การกำกับดูแล (Regulation): ตรวจสอบว่า Broker ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ เช่น FCA (UK), ASIC (Australia), CySEC (Cyprus), หรือ NFA/CFTC (USA) สำหรับเทรดเดอร์ไทย Broker ที่มีใบอนุญาตจาก FCA หรือ ASIC เป็นที่นิยม

2. ประเภทของ Broker:

  • Dealing Desk (DD) หรือ Market Maker: สร้างตลาดเองและอาจทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาของคุณ มี Fixed Spread แต่อาจมี Conflict of Interest
  • No Dealing Desk (NDD): ส่งออเดอร์ไปยังผู้ให้สภาพคล่อง แบ่งเป็น STP (Straight Through Processing) และ ECN (Electronic Communication Network) มี Raw Spread ต่ำกว่าแต่เรียกเก็บ Commission

3. ต้นทุนการเทรด:

  • Spread: ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและขาย EUR/USD Spread มาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 0.8-1.2 pips
  • Commission: Broker แบบ ECN/STP อาจเรียกเก็บ $3-7 ต่อ lot ต่อฝั่ง
  • Swap หรือ Overnight Interest: ค่าธรรมเนียมสำหรับการถือโพสิชั่นข้ามคืน

4. แพลตฟอร์มการเทรด: นิยมใช้ MetaTrader 4 (MT4), MetaTrader 5 (MT5), หรือ cTrader ทดสอบความเสถียร ความเร็ว และความครบถ้วนของเครื่องมือวิเคราะห์

5. ระยะเวลาฝาก-ถอนและวิธีการ: Broker ที่ดีควรมีช่องทางหลากหลาย ระยะเวลาถอนไม่เกิน 1-3 วันทำการ และไม่มีค่าธรรมเนียมสูงเกินไป

NOTE

หลีกเลี่ยง Broker ที่ไม่มีข้อมูลการกำกับดูแลชัดเจน เสนอโบนัสมากเกินจริง หรือมีรีวิวเชิงลบเกี่ยวกับปัญหาการถอนเงิน ใช้เว็บไซต์ตรวจสอบเช่น ForexPeaceArmy หรือ Trustpilot ประกอบการตัดสินใจ

ขั้นตอนการเปิดบัญชีและเริ่มเทรด

1. การสมัครและยืนยันตัวตน

กระบวนการเปิดบัญชีกับ Broker ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที:

แผนภาพเช็คลิสต์เอกสาร KYC: บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต หลักฐานที่อยู่ และเซลฟี่คู่บัตร พร้อมข้อควรทำและข้อห้ามในการถ่ายภาพให้ผ่านรอบเดียว
แผนภาพเช็คลิสต์เอกสาร KYC: บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต หลักฐานที่อยู่ และเซลฟี่คู่บัตร พร้อมข้อควรทำและข้อห้ามในการถ่ายภาพให้ผ่านรอบเดียว
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว ที่อยู่ และข้อมูลทางการเงิน
  • ตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยง (Appropriateness Test) เพื่อให้ Broker ประเมินความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์
  • อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน (บัตรประชาชน/พาสปอร์ต) และหลักฐานที่อยู่ (ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค/สเตทเมนต์ธนาคาร ไม่เกิน 3 เดือน)

Broker ส่วนใหญ่ใช้เวลายืนยันตัวตน 1-2 วันทำการ บางแห่งใช้ระบบ Automated Verification สามารถเปิดบัญชีได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

2. เลือกประเภทบัญชี

Broker มักเสนอบัญชีหลายประเภท:

  • บัญชี Demo: ใช้เงินเสมือนเทรด เหมาะสำหรับฝึกฝนโดยไม่เสี่ยงเงินจริง
  • บัญชี Micro/Cent: Lot Size เล็ก (0.01 lot = 1,000 หน่วยสกุลเงิน) เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่มีทุนน้อย
  • บัญชี Standard: Lot Size มาตรฐาน (1 lot = 100,000 หน่วย) สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป
  • บัญชี ECN/Pro: Raw Spread + Commission สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และทุนมาก

3. การฝากเงินครั้งแรก

ช่องทางการฝากเงินยอดนิยมสำหรับเทรดเดอร์ไทย:

ธนาคารออนไลน์/Local Bank Transfer: ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือต่ำมาก เงินเข้าภายใน 30 นาที - 1 วันทำการ ขั้นต่ำประมาณ $50-100

E-Wallet (Skrill, Neteller, Perfect Money): ค่าธรรมเนียม 1-3% เงินเข้าทันที ขั้นต่ำ $10-50

บัตรเครดิต/เดบิต: ค่าธรรมเนียม 2-5% เงินเข้าทันที ขั้นต่ำ $100-200

Cryptocurrency: บาง Broker รับ USDT/Bitcoin ค่าธรรมเนียม Gas Fee ขึ้นกับเครือข่าย

TIP

เริ่มต้นด้วยเงินทุนที่คุณยอมเสียได้โดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน จำนวนเงินฝากขั้นต่ำที่แนะนำคือ $500-1,000 เพื่อให้มีพื้นที่ในการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

4. ทดลองใช้บัญชี Demo

ก่อนเทรดด้วยเงินจริง ควรใช้บัญชี Demo อย่างน้อย 1-3 เดือนเพื่อ:

  • ทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มการเทรด
  • ทดสอบกลยุทธ์การเทรดของคุณ
  • เรียนรู้การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค
  • ฝึกฝนการควบคุมอารมณ์และการบริหารความเสี่ยง

หลายคนข้ามขั้นตอนนี้และรีบเทรดด้วยเงินจริงทันที ซึ่งมักนำไปสู่การสูญเสียเงินทุนเร็ว สถิติแสดงว่า 70-80% ของเทรดเดอร์ Forex รายใหม่ขาดทุนในปีแรก

5. เริ่มเทรดด้วยเงินจริง

เมื่อพร้อมแล้ว เริ่มต้นด้วย:

  • Position Size เล็ก: ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อ 1 Order
  • ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง: กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเปิด Order
  • เลเวอเรจที่เหมาะสม: เริ่มต้นด้วย 1:10 หรือ 1:20 หลีกเลี่ยงเลเวอเรจสูง (1:500-1:1000) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง
  • บันทึกการเทรดทุกครั้ง: เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์

การถอนเงินและการจัดการบัญชี

แผนภาพขั้นตอนถอนเงินจากโบรกเกอร์: ล็อกอิน เลือกช่องทางเดิมที่ฝาก ระบุจำนวนโดยชื่อบัญชีต้องตรง แล้วรอเงินเข้า พร้อมคำเตือนเรื่องโบนัส
แผนภาพขั้นตอนถอนเงินจากโบรกเกอร์: ล็อกอิน เลือกช่องทางเดิมที่ฝาก ระบุจำนวนโดยชื่อบัญชีต้องตรง แล้วรอเงินเข้า พร้อมคำเตือนเรื่องโบนัส

กระบวนการถอนเงิน

ขั้นตอนทั่วไป:

  1. Login เข้าระบบและไปที่เมนู Withdrawal
  2. เลือกช่องทางถอนและระบุจำนวนเงิน
  3. ยืนยันตัวตน (บาง Broker ใช้ OTP หรือ Email Verification)
  4. Broker จะตรวจสอบและดำเนินการภายใน 1-5 วันทำการ

ระยะเวลาถอนตามช่องทาง:

  • E-Wallet: 1-24 ชั่วโมง
  • บัตรเครดิต/เดบิต: 3-7 วันทำการ
  • Bank Transfer: 2-5 วันทำการ
  • Cryptocurrency: 1-12 ชั่วโมง (ขึ้นกับเครือข่าย)
NOTE

Broker ส่วนใหญ่กำหนดให้ถอนเงินผ่านช่องทางเดียวกับที่ฝากเพื่อป้องกันการฟอกเงิน อาจขอเอกสารเพิ่มเติมสำหรับการถอนครั้งแรกหรือจำนวนมาก

การจัดการบัญชีและความปลอดภัย

1. ใช้ Two-Factor Authentication (2FA): เปิดใช้งานการยืนยันตัวตน 2 ชั้นเพื่อความปลอดภัย

2. ตรวจสอบรายการเป็นประจำ: เช็คประวัติการเทรด การฝาก-ถอน และ Account Statement อย่างสม่ำเสมอ

3. อัปเดตข้อมูลส่วนตัว: แจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลให้ Broker ทราบทันที

4. ระวัง Margin Call: เมื่อ Equity ลดลงใกล้ Margin Level ที่ Broker กำหนด (มักอยู่ที่ 100% หรือ 50%) Broker จะเตือนให้เพิ่มเงินหรืออาจปิดโพสิชั่นอัตโนมัติ

เครื่องมือและทรัพยากรสำหรับการเริ่มต้น

แพลตฟอร์มเทรดยอดนิยม

MetaTrader 4 (MT4): แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุด มี Expert Advisor (EA) และ Custom Indicator มากมาย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและเทรดเดอร์ขั้นสูง

MetaTrader 5 (MT5): เวอร์ชันใหม่ของ MT4 รองรับ Timeframe มากกว่า มีปฏิทินเศรษฐกิจในตัว และรองรับตลาดหุ้น/สินค้าโภคภัณฑ์

cTrader: UI ที่ทันสมัยและใช้งานง่ายกว่า มี Advanced Order Types และ Level II Pricing เหมาะสำหรับ Scalper และเทรดเดอร์ที่ต้องการความแม่นยำสูง

ทรัพยากรการเรียนรู้

  • คอร์สออนไลน์: Babypips School of Pipsology, Investopedia Forex Tutorials
  • หนังสือ: "Currency Trading for Dummies", "Trading in the Zone" โดย Mark Douglas
  • Economic Calendar: ติดตามข่าวเศรษฐกิจที่มีผลต่อตลาดผ่าน ForexFactory, Investing.com
  • TradingView: เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและชุมชนเทรดเดอร์

การพัฒนากลยุทธ์

เทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์พื้นฐาน:

Trend Following: ซื้อขายตามทิศทางเทรนด์หลัก ใช้ Moving Average หรือ Trendlines ช่วยระบุ

Support and Resistance: เข้า Order เมื่อราคาสัมผัสแนวรับหรือแนวต้าน

Breakout Strategy: เข้า Order เมื่อราคาทะลุแนวรับ/ต้านสำคัญ

Price Action: วิเคราะห์จากการเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่พึ่ง Indicator มากเกินไป

TIP

ไม่มีกลยุทธ์ใดที่ชนะ 100% จงเลือกกลยุทธ์ที่เข้ากับ Lifestyle และบุคลิกการเทรดของคุณ และทดสอบให้มั่นใจก่อนใช้จริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

1. Overtrading

หลายคนเทรดบ่อยเกินไปเพราะคิดว่ายิ่งเทรดมากยิ่งกำไรมาก ความจริงคือการเทรดมากเกินไปทำให้จ่าย Spread และ Commission สูง และตัดสินใจผิดพลาดง่ายขึ้น

วิธีแก้: กำหนดจำนวน Order สูงสุดต่อวัน/สัปดาห์ รอเฉพาะโอกาสที่มี Setup ชัดเจน

2. ไม่ใช้ Stop Loss

บางคนไม่ใส่ Stop Loss เพราะหวังว่าราคาจะกลับมา แต่นี่เป็นวิธีที่เสี่ยงสูงมาก หากราคาไปต่อเนื่อง อาจ Margin Call และเสียเงินทั้งบัญชี

วิธีแก้: กำหนด Stop Loss ทุก Order ก่อนเข้าตลาด และไม่เลื่อนถอยหลังเมื่อราคาไม่เป็นใจ

3. Revenge Trading

หลังขาดทุน หลายคนรีบเทรดทันทีเพื่อคืนทุน ทำให้ตัดสินใจด้วยอารมณ์และมักขาดทุนหนักขึ้น

วิธีแก้: หยุดพักหลังขาดทุนติดต่อกัน 2-3 Order วิเคราะห์ว่าผิดพลาดตรงไหนก่อนเทรดต่อ

4. ใช้เลเวอเรจมากเกินไป

เลเวอเรจ 1:500 หรือ 1:1000 อาจดูน่าสนใจ แต่มันขยายทั้งกำไรและขาดทุน การใช้เลเวอเรจสูงเกินไปทำให้บัญชีไม่อยู่ได้นานเมื่อตลาดผันผวน

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

วิธีแก้: เริ่มต้นด้วยเลเวอเรจไม่เกิน 1:20 เพิ่มขึ้นเมื่อมีประสบการณ์และบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น

5. ไล่ตามสัญญาณจากกลุ่ม/Guru

การทำตามสัญญาณคนอื่นโดยไม่เข้าใจเหตุผลทำให้คุณไม่เรียนรู้และพึ่งพาคนอื่นตลอด นอกจากนี้สัญญาณส่วนใหญ่ไม่ได้กำไรในระยะยาว

วิธีแก้: เรียนรู้และพัฒนากลยุทธ์ของตัวเอง ใช้สัญญาณเป็นเพียงแนวคิดเสริมเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเทรด Forex ได้?

บาง Broker เปิดบัญชีได้ตั้งแต่ $10-50 แต่เราแนะนำให้เริ่มต้นด้วยอย่างน้อย $500-1,000 เพื่อให้มี Margin เพียงพอในการบริหารความเสี่ยง และไม่ Margin Call ง่ายเกินไป จำนวนเงินที่เหมาะสมควรเป็นเงินที่คุณยอมเสียได้โดยไม่กระทบชีวิตประจำวัน

Forex เทรดได้กฎหมายไหมในประเทศไทย?

การเทรด Forex กับ Broker ต่างประเทศไม่ผิดกฎหมายในไทย แต่ไม่ได้รับการกำกับดูแลโดยตรงจาก ก.ล.ต. หรือธนาคารแห่งประเทศไทย เทรดเดอร์จึงต้องระมัดระวังและเลือก Broker ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างประเทศที่น่าเชื่อถือ การนำเงินออกนอกประเทศเพื่อ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

U

Uhas Admin

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง