คู่เงินที่นิยมเทรดและคู่เงิน Forex ที่นิยมเล่น
เทรดทั้งทีต้องรู้ คู่เงิน Forex ที่นิยมเล่น Forex ตัวไหนน่าเล่น คู่เงินที่นิยมเทรด จะเลือกเทรดคู่เงินอะไรดี สกุลเงินที่นิยมในตลาด เลือกคู่เงินวิ่งแรงยังไง

การเลือกคู่เงินที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สุดในการเทรด Forex เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมักเริ่มจากการทำความเข้าใจคู่เงินยอดนิยมในตลาด ลักษณะเฉพาะของแต่ละคู่ และความผันผวนที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักคู่เงิน Forex ที่นิยมเทรดมากที่สุด วิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา
สรุปสาระสำคัญ
- คู่เงินหลัก (Major Pairs) เช่น EUR/USD, GBP/USD มีสภาพคล่องสูงสุดและ spread ต่ำที่สุดในตลาด
- คู่เงินที่มี GBP เช่น GBP/USD และ GBP/JPY มักมีความผันผวนสูง เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการโอกาสกำไรรวดเร็ว
- ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ย และข่าวสำคัญมีผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงินอย่างมีนัยสำคัญ
- การเทรดคู่เงินที่มีความผันผวนสูงต้องมี risk management ที่เข้มงวด รวมถึงการใช้ Stop Loss อย่างสม่ำเสมอ
สกุลเงินยอดนิยมในตลาด Forex
ก่อนจะเข้าใจคู่เงินที่นิยมเทรด เราต้องทำความรู้จักสกุลเงินหลักในตลาดก่อน ตามข้อมูลการซื้อขายในตลาด Forex ปี 2016 จาก Bank for International Settlements (BIS) สกุลเงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดคือ:
ข้อมูลอ้างอิงจาก Wikipedia
อันดับสกุลเงินยอดนิยม 5 อันดับแรก:
- USD (สหรัฐดอลลาร์) — ครองสัดส่วนการซื้อขาย 87.6% เป็นสกุลเงินสำรองของโลกและปรากฏในคู่เงินหลักเกือบทั้งหมด
- EUR (ยูโร) — สัดส่วน 31.3% เป็นสกุลเงินของกลุ่มประเทศยุโรป มีเสถียรภาพและสภาพคล่องสูง
- JPY (เยน) — สัดส่วน 21.6% เป็นสกุลเงินหลักในภูมิภาคเอเชียและนิยมใช้ในการ carry trade
- GBP (ปอนด์) — สัดส่วน 12.8% สกุลเงินของสหราชอาณาจักร มีความผันผวนสูงกว่าสกุลเงินหลักอื่น
- AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) — สัดส่วน 6.9% เป็น commodity currency ที่ราคาเคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์
สกุลเงินทั้ง 5 ตัวนี้ถูกจับคู่กันเป็นคู่เงินหลัก (Major Pairs) ที่มีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายสูงสุดในตลาด Forex
คู่เงิน Forex ที่นิยมเทรดมากที่สุด
คู่เงินในตลาด Forex ทำงานในรูปแบบการเปรียบเทียบค่าของสกุลเงินสองตัว สกุลเงินแรก (base currency) เทียบกับสกุลเงินที่สอง (quote currency) เช่น EUR/USD ที่ราคา 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโรมีมูลค่าเท่ากับ 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ
คู่เงินหลัก (Major Pairs)
คู่เงินหลักคือคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด มี spread แคบ และมีสภาพคล่องดีที่สุด:
EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)
คู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก คิดเป็นประมาณ 24% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด spread เฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.3 pips ในช่วงเวลาซื้อขายหลัก เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่เพราะมีความผันผวนปานกลางและข้อมูลข่าวสารมากมาย
USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยน)
คู่เงินที่ได้รับความนิยมสูงในภูมิภาคเอเชีย คิดเป็นประมาณ 13% ของปริมาณการซื้อขาย มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตลาดหุ้นเอเชียและนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) spread โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.5 pips
GBP/USD (ปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)
เรียกอีกชื่อว่า "Cable" มีความผันผวนสูงกว่าคู่เงินหลักอื่น เคลื่อนไหวเฉลี่ย 100-150 pips ต่อวัน spread โดยเฉลี่ย 0.5-2.0 pips เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และต้องการโอกาสกำไรที่สูงขึ้น
USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส)
เรียกว่า "Swissie" มีความสัมพันธ์ผกผันกับ EUR/USD ฟรังก์สวิสถือเป็นสกุลเงิน safe haven ที่นักลงทุนหันมาถือในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน spread เฉลี่ย 1.0-3.0 pips
AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)
เรียกว่า "Aussie" เป็น commodity currency ที่เคลื่อนไหวตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและแร่ธาตุ spread เฉลี่ย 0.5-1.5 pips เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ติดตามตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
คู่เงินข้าม (Cross Pairs)
คู่เงินข้ามคือคู่เงินที่ไม่มี USD อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง:
EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์)
สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างยูโรโซนและสหราชอาณาจักร ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นหลัง Brexit
GBP/JPY (ปอนด์/เยน)
เป็นหนึ่งในคู่เงินที่มีความผันผวนสูงสุด เคลื่อนไหวเฉลี่ย 150-200 pips ต่อวัน เหมาะสำหรับ day traders และ scalpers ที่มีประสบการณ์
EUR/JPY (ยูโร/เยน)
ผสมผสานความเสถียรของยูโรกับความผันผวนของเยน เคลื่อนไหวเฉลี่ย 100-130 pips ต่อวัน
คู่เงินไหนเหมาะกับคุณ?
— มือใหม่ควรเริ่มจาก EUR/USD หรือ USD/JPY เพราะมี spread ต่ำและข้อมูลมาก
— Day traders อาจชอบ GBP/USD หรือ GBP/JPY เพราะมีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว
— Swing traders อาจเลือก AUD/USD หรือ NZD/USD เพราะมีเทรนด์ระยะกลางชัดเจน
การเลือกคู่เงินที่มีความผันผวนสูง
คู่เงินที่มีความผันผวนสูง (High Volatility Pairs) หมายถึงคู่เงินที่มีการเคลื่อนไหวของราคาแรงและรวดเร็ว การเทรดคู่เงินเหล่านี้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่สูงกว่าคู่เงินปกติ

คู่เงินที่มีความผันผวนสูงสุด
GBP/USD และ GBP/JPY
คู่เงินที่มี GBP มักมีความผันผวนสูงเนื่องจากเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่นโยบายการเงิน การเมือง จนถึงข่าว Brexit การเคลื่อนไหวเฉลี่ย:
- GBP/USD: 100-150 pips ต่อวัน
- GBP/JPY: 150-200 pips ต่อวัน
Exotic Pairs
คู่เงิน exotic เช่น USD/TRY (ดอลลาร์/ลีราตุรกี), USD/ZAR (ดอลลาร์/แรนด์แอฟริกาใต้) มีความผันผวนสูงมากแต่ spread กว้างและสภาพคล่องต่ำกว่า
สินทรัพย์อื่นที่มีความผันผวนสูง
นอกจากคู่เงิน ยังมีสินทรัพย์อื่นที่มีความผันผวนสูง:
- XAU/USD (ทองคำ): เคลื่อนไหว 500-2,000 pips ต่อวัน
- BTC/USD (Bitcoin): เคลื่อนไหวได้หลักพันดอลลาร์ต่อวัน
- ETH/USD (Ethereum): ความผันผวนสูงใกล้เคียง Bitcoin
ข้อดีของการเทรดคู่เงินที่มีความผันผวนสูง
1. โอกาสกำไรรวดเร็ว
การเคลื่อนไหวแรงหมายถึงโอกาสที่จะเก็บ pips ได้มากในเวลาสั้น เทรดเดอร์ที่จับทิศทางได้ถูกสามารถทำกำไร 50-100 pips ภายในไม่กี่ชั่วโมง
2. สัญญาณชัดเจน รู้ผลเร็ว
ความผันผวนสูงทำให้ pattern ทางเทคนิคเกิดขึ้นและจบเร็ว ไม่ต้องรอหลายวันเหมือนคู่เงินที่เคลื่อนไหวช้า เหมาะกับ day traders และ scalpers
3. เหมาะกับ Swing Trading
การแกว่งตัวแรงสร้างโอกาสให้เข้าที่จุดต่ำสุด (swing low) และออกที่จุดสูงสุด (swing high) ได้ชัดเจน
4. มีโอกาสเทรดบ่อยกว่า
กราฟเคลื่อนไหวตลอดเวลาทำให้มีจุดเข้าออเดอร์ใหม่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ต้องนั่งรอ sideways นานหลายชั่วโมง
5. ฝึกทักษะการจัดการอารมณ์
การเทรดในสภาวะความผันผวนสูงช่วยฝึกให้เทรดเดอร์มีวินัยและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ทักษะนี้ใช้ได้กับทุกรูปแบบการเทรด
6. เพิ่มความระมัดระวัง
เมื่อรู้ว่ากำลังเทรดในตลาดที่เสี่ยง เทรดเดอร์จะตั้งสติมากขึ้น ใช้ lot size เล็กลง และตั้ง stop loss อย่างเข้มงวด
คำเตือน: คู่เงินที่มีความผันผวนสูงไม่เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกคน หากคุณเพิ่งเริ่มต้น ควรฝึกใน demo account ก่อนอย่างน้อย 3-6 เดือน และเริ่มจากไทม์เฟรม H4 หรือ Daily ก่อนลงมาเทรดไทม์เฟรมเล็ก
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา Forex
ราคาในตลาด Forex ไม่ได้เคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจน การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้คุณคาดการณ์การเคลื่อนไหวได้แม่นยำขึ้น
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา
1. อุปสงค์และอุปทาน
หลักการพื้นฐานที่สุด เมื่อมีคนต้องการซื้อ USD มากกว่าขาย ราคา USD จะแข็งค่าขึ้น ปัจจัยนี้สะท้อนผ่านปริมาณการซื้อขายและ order flow
2. การเติบโตทางเศรษฐกิจ
- GDP (Gross Domestic Product): GDP เติบโต = สกุลเงินแข็งค่า เพราะดึงดูดเงินทุนต่างชาติ
- ข้อมูลการจ้างงาน: Non-Farm Payrolls (NFP) ของสหรัฐมีผลกระทบต่อ USD อย่างมาก
- ดัชนีความเชื่อมั่น: Consumer Confidence Index, PMI (Purchasing Managers' Index)
3. อัตราดอกเบี้ย
ปัจจัยสำคัญที่สุดในระยะกลาง-ยาว ธนาคารกลางที่ขึ้นดอกเบี้ยทำให้:
- เงินฝากให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ดึงดูดเงินทุนต่างชาติ
- สกุลเงินแข็งค่าขึ้น
- ตัวอย่าง: เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ยใน 2022-2023 USD แข็งค่าขึ้นเกือบ 15% เทียบกับ EUR
4. นโยบายของธนาคารกลาง
- Federal Reserve (Fed): ธนาคารกลางสหรัฐ มีอิทธิพลต่อ USD และตลาดโลก
- European Central Bank (ECB): ควบคุมนโยบายการเงินยูโรโซน
- Bank of Japan (BoJ): นโยบาย yield curve control ส่งผลต่อ JPY
- Bank of England (BoE): นโยบายการเงินมีผลต่อ GBP
5. เหตุการณ์ภัยพิบัติและโรคระบาด
- COVID-19 (2020): ทำให้ USD แข็งค่าในช่วงแรกเพราะเป็น safe haven จากนั้นอ่อนค่าเมื่อ Fed พิมพ์เงิน
- แผ่นดินไหวญี่ปุ่น (2011): JPY แข็งค่าชั่วคราวจากการ repatriation
6. สงครามและความตึงเครียดทางการเมือง
- สงครามรัสเซีย-ยูเครน (2022): EUR อ่อนค่าลงกว่า 15% เทียบกับ USD
- Brexit (2016): GBP อ่อนค่าลงกว่า 20% ในปีแรก
- ความตึงเครียดทำให้เงินทุนไหลไปยัง safe haven currencies (USD, JPY, CHF)
7. การเมืองและนโยบายภาครัฐ
- การเลือกตั้งใหญ่ (Presidential Elections)
- นโยบายภาษี และการคลัง (Fiscal Policy)
- ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ
ตัวอย่างการใช้ปัจจัยพื้นฐาน: หาก Fed ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในขณะที่ ECB คงอัตราดอกเบี้ยเดิม คาดการณ์ได้ว่า EUR/USD จะมีแนวโน้มลง เพราะ USD น่าจะแข็งค่าขึ้น เทรดเดอร์สามารถใช้ข้อมูลนี้วางแผนการเทรดได้
ตัวอย่างผลกระทบจากข่าว
เมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ คู่เงินทั้งหมดที่มี JPY จะได้รับผลกระทบ:
- USD/JPY
- EUR/JPY
- GBP/JPY
- AUD/JPY
- CHF/JPY
- NZD/JPY
การเคลื่อนไหวอาจมากถึง 200-400 pips ภายใน 24 ชั่วโมง สร้างโอกาสกำไรมหาศาลสำหรับเทรดเดอร์ที่เตรียมพร้อม แต่ก็เป็นความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ไม่ระวัง
ความเสี่ยงจากการเทรดคู่เงินที่มีความผันผวนสูง
แม้คู่เงินที่มีความผันผวนสูงจะมีโอกาสกำไรมาก แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย การเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือได้อย่างเหมาะสม
ความเสี่ยงหลัก 5 ประการ
1. ขาดทุนได้เร็วเท่าๆ กับกำไร
หากคุณเปิดออเดอร์ lot ใหญ่บน GBP/JPY และราคาวิ่งผิดทาง 100 pips ในชั่วโมงเดียว การขาดทุนจะสูงมาก ตัวอย่าง:
- 1 standard lot (100,000 units) เคลื่อนไหว 100 pips = ±$1,000.00
- หาก account ของคุณมี $5,000 นั่นคือขาดทุน 20% ในชั่วโมงเดียว
2. Spread กว้างกว่าปกติ
คู่เงินที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะ exotic pairs มักมี spread กว้าง:
- EUR/USD: 0.1-0.3 pips
- GBP/USD: 0.5-2.0 pips
- GBP/JPY: 1.0-3.0 pips
- USD/TRY: 10.0-50.0 pips
Spread กว้างหมายถึงต้นทุนสูงขึ้น และต้องใช้การเคลื่อนไหวของราคามากกว่าจึงจะคุ้มทุน
3. Slippage และ Gap
ในช่วงข่าวใหญ่ ราคาอาจกระโดดข้าม (gap) ระดับ stop loss ของคุณ ทำให้ออกออเดอร์ที่ราคาแย่กว่าที่ตั้งไว้ได้ถึง 10-50 pips
4. ความเสี่ยงจากการใช้ Leverage สูง
Leverage 1:100 หมายความว่าคุณควบคุมเงิน $100,000 ด้วยเงินต้นเพียง $1,000 การเคลื่อนไหว 1% เท่ากับกำไรหรือขาดทุน 100% ของเงินต้น:
- กำไร 1% = เงินต้นเพิ่มเป็น $2,000 (+100%)
- ขาดทุน 1% = เงินต้นเหลือ $0 (-100%)
5. ความกดดันทางจิตใจ
การเทรดคู่เงินที่ผันผวนสูงสร้างความเครียดมาก บางคนตื่นกลางดึกเพื่อเช็คออเดอร์ ทำให้นอนไม่หลับ สุขภาพเสื่อม ตัดสินใจผิดพลาดจากอารมณ์
หลักการบริหารความเสี่ยง:
- ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ของ account ต่อ 1 ออเดอร์
- ใช้ stop loss ทุกออเดอร์ โดยคำนวณจาก ATR (Average True Range)
- หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวสำคัญหากไม่มีประสบการณ์
- ใช้ leverage ไม่เกิน 1:30 สำหรับคู่เงินที่ผันผวนสูง
วิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับสไตล์การเทรด
การเลือกคู่เงินไม่ใช่แค่เลือกคู่ที่ "น่าเล่น" แต่ต้องพิจารณาว่าเหมาะกับสไตล์การเทรดและระดับประสบการณ์ของคุณหรือไม่
เกณฑ์การเลือก 4 ข้อ
1. ตามระดับประสบการณ์
- มือใหม่: EUR/USD, USD/JPY — spread ต่ำ ข้อมูลเยอะ เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ
- ระดับกลาง: GBP/USD, AUD/USD — เพิ่มความผัน
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


