แนวโน้มราคาทอง 2566 ครั้งปีหลัง
ถ้าหากใครที่มีความตั้งใจอย่าลงทุนในทองคำ การจะรู้แนวโน้มราคาทอง 2566 จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และมาหาคำตอบด้วยกันว่าควรเทรดหรือไม่

ราคาทองคำในปี 2566 เคลื่อนไหวอย่างผันผวนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนหลายคนสงสัยว่าควรเข้าซื้อทองคำในช่วงนี้หรือไม่ บทความนี้จะวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำปี 2566 จากข้อมูลของธนาคารโลกและสภาทองคำโลก พร้อมชี้ให้เห็นปัจจัยสำคัญที่กำลังผลักดันตลาดทองคำในขณะนี้
สรุปสาระสำคัญ
- ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสำรองเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 55 ปี ที่ 700 ตัน (ปี 2565) และแนวโน้มยังคงต่อเนื่องในปี 2566
- ค่าเงินดอลลาร์และนโยบายดอกเบี้ยของ Fed มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำ
- การลงทุนทองคำระยะยาวควรรอช่วงราคาปรับลง ส่วนระยะสั้นต้องศึกษากราฟและปัจจัยพื้นฐานอย่างถี่ถ้วน
- ปี 2566 ไม่ใช่ปีที่ราคาทองคำถูกที่สุด แต่อาจมีจังหวะซื้อทยอยในช่วงราคาปรับตัว
ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) เผยว่าในปี 2565 ธนาคารกลางต่างประเทศมีความต้องการซื้อทองคำสำรองเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 55 ปี โดยรวมกันซื้อทองคำมากกว่า 700.00 ตัน ซึ่งแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2566
เหตุผลสำคัญที่ธนาคารกลางหันมาสะสมทองคำมากขึ้น ได้แก่:
- การกระจายความเสี่ยง จากการถือครองทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว
- ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน
- ภาพลักษณ์ของทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
การที่ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าราคาทองคำมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจผันผวนตามปัจจัยอื่นๆ เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve)
ธนาคารกลางของไทยเองก็มีทองคำสำรองอยู่ประมาณ 7.8% ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินดอลลาร์กับราคาทองคำ
ราคาทองคำในตลาดโลกมีหน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ทรอย (USD/oz) ดังนั้นค่าเงินดอลลาร์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำโดยตรง โดยมีความสัมพันธ์แบบผกผัน (Inverse Relationship) ดังนี้:

เมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่า
- นักลงทุนที่ซื้อทองคำด้วยสกุลเงินอื่น (เช่น บาทไทย ยูโร หยวนจีน) จะต้องจ่ายมากขึ้น
- ความต้องการซื้อทองคำจากนักลงทุนต่างประเทศลดลง
- ราคาทองคำมักจะปรับตัวลง
เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า
- นักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นสามารถซื้อทองคำได้ถูกลง
- ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น
- ราคาทองคำมักจะปรับตัวขึ้น
สำหรับปี 2566 นโยบายดอกเบี้ยของ Federal Reserve เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนค่าเงินดอลลาร์ ในช่วงที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดัน แต่เมื่อ Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หรือเริ่มหันมาลดดอกเบี้ย เงินดอลลาร์ก็จะอ่อนค่าลง และราคาทองคำจะได้รับแรงหนุน
นักลงทุนไทยที่ต้องการซื้อทองคำควรติดตามทั้งราคาทองคำในตลาดโลก (USD/oz) และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เพื่อหาจังหวะซื้อที่เหมาะสม เพราะบางครั้งแม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะขึ้น แต่ถ้าบาทแข็งค่าพอ ราคาทองคำในไทยอาจไม่ขึ้นมากนัก
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำปี 2566
นอกจากความต้องการจากธนาคารกลางและค่าเงินดอลลาร์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด:
อัตราเงินเฟ้อ
เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูง นักลงทุนมักหันมาซื้อทองคำเพื่อป้องกันการสูญเสียกำลังซื้อของเงิน ในปี 2566 แม้อัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศจะเริ่มลดลงจากจุดสูงสุด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น
นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก
นอกจาก Fed แล้ว นโยบายของ European Central Bank (ECB), Bank of England (BoE), และ People's Bank of China (PBOC) ก็มีผลต่อราคาทองคำเช่นกัน
ความต้องการจากอุตสาหกรรม
ทองคำไม่ได้ใช้เพื่อการลงทุนเท่านั้น แต่ยังใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องประดับด้วย ถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความต้องการจากอุตสาหกรรมก็จะลดลง ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำได้
กลยุทธ์การลงทุนทองคำในปี 2566
สำหรับนักลงทุนระยะยาว
ถ้าคุณมองหาการลงทุนทองคำเพื่อเก็บไว้เป็นทรัพย์สินระยะยาว (5-10 ปีขึ้นไป) ปี 2566 ไม่ได้เป็นปีที่ราคาทองคำถูกที่สุด เพราะราคาอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้แพงเกินไปจนไม่สามารถเข้าซื้อได้
กลยุทธ์ที่แนะนำ:
- ทยอยซื้อ (Dollar-Cost Averaging): แบ่งเงินลงทุนออกเป็นส่วนๆ ซื้อทองคำเป็นงวดๆ ในช่วงเวลาที่ราคาปรับลง เพื่อเฉลี่ยต้นทุน
- ตั้งราคาเป้าหมาย: กำหนดราคาที่คุณคิดว่าเหมาะสมสำหรับการซื้อ เช่น ถ้าราคาทองคำในไทยปรับลงมาต่ำกว่า 28,500.00 บาทต่อบาททองคำแท่ง (รับซื้อคืน) ให้พิจารณาเข้าซื้อ
- เลือกรูปแบบการถือครอง: ทองคำแท่ง 96.5% เหมาะสำหรับการเก็บออมมากกว่าทองรูปพรรณ เพราะมีส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ-ขายที่แคบกว่า
ทองคำรูปพรรณมักมีค่ากำเหน็จ (ค่าแรงช่าง) ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งคุณจะไม่ได้รับคืนเมื่อขายทอง จึงไม่เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อเก็งกำไร หากต้องการซื้อทองรูปพรรณ ควรซื้อเพื่อสวมใส่หรือใช้ประโยชน์จริงๆ เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนระยะสั้น
การเก็งกำไรทองคำระยะสั้น (Short-term Trading) ต้องอาศัยทักษะการวิเคราะห์ทั้งทางเทคนิค (Technical Analysis) และทางปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) อย่างแม่นยำ
ข้อควรระวัง:
- ศึกษากราฟราคา: ใช้เครื่องมือทางเทคนิคเช่น Moving Average, RSI, Fibonacci Retracement เพื่อหาจังหวะเข้า-ออก
- ติดตามข่าวเศรษฐกิจ: โดยเฉพาะปฏิทินเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น การประชุม FOMC, ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI, ตัวเลขจ้างงาน Non-Farm Payrolls
- บริหารความเสี่ยง: ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งที่เทรด และอย่าใช้เลเวอเรจ (Leverage) สูงเกินไปจนถึงระดับที่อาจสูญเสียเงินทุนหมด
- ทดสอบกลยุทธ์: ควรทดลองเทรดในบัญชีเดโม (Demo Account) ให้คล่องแคล่วก่อนลงเงินจริง
การเก็งกำไรทองคำระยะสั้นมีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือนักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ ถ้าคุณไม่ชำนาญในการจับจังหวะราคา ควรเลือกลงทุนระยะยาวแทน
ช่องทางการลงทุนทองคำในประเทศไทย
นักลงทุนไทยสามารถเลือกลงทุนในทองคำได้หลายรูปแบบ:
ทองคำแท่ง 96.5%
ซื้อ-ขายได้ง่าย มีสภาพคล่อง ส่วนต่างราคาซื้อ-ขายแคบ ประมาณ 50-100 บาทต่อบาททองคำ (ขึ้นอยู่กับร้านทอง) เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว

กองทุนรวมทองคำ (Gold Fund)
ลงทุนในทองคำผ่านกองทุนรวม เช่น KFGOLD, SCBGOLD ซื้อ-ขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคาร มีค่าธรรมเนียมการจัดการประมาณ 0.50-1.00% ต่อปี ไม่ต้องเก็บรักษาทองคำจริง
ETF ทองคำ
เช่น GLD, IAU ในตลาดต่างประเทศ หรือ T-GOLD ในไทย มีสภาพคล่องสูง ซื้อ-ขายได้ตลอดเวลาเปิดตลาด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่น
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures)
เทรดในตลาด TFEX ใช้เลเวอเรจได้ มีความเสี่ยงสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนมืออาชีพเท่านั้น
ทองคำดิจิทัล
บริการซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน เริ่มต้นซื้อได้ตั้งแต่ 0.10 กรัม สะดวก แต่ต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
แนวโน้มราคาทองคำในอนาคตอันใกล้
จากข้อมูลและปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมา สามารถสรุปแนวโน้มราคาทองคำในช่วงปลายปี 2566 และต้นปี 2567 ได้ดังนี้:

แรงหนุน (Bullish Factors):
- ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ในระดับสูง
- ถ้า Fed หยุดขึ้นดอกเบี้ยหรือเริ่มลดดอกเบี้ย เงินดอลลาร์จะอ่อนค่า ส่งผลดีต่อราคาทองคำ
แรงกดดัน (Bearish Factors):
- ดอกเบี้ยในระดับสูงทำให้พันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากมีความน่าสนใจมากขึ้น ลดความต้องการทองคำ
- ถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างรุนแรง ความต้องการทองคำจากอุตสาหกรรมจะลดลง
- การขายทำกำไรจากนักลงทุนที่ถือทองคำมาตั้งแต่ช่วงราคาต่ำ
ธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่าราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 1,900.00-1,950.00 USD/oz และอาจปรับลงมาอยู่ที่ 1,850.00-1,900.00 USD/oz ในปี 2567 หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกคลี่คลาย แต่การคาดการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ปี 2566 เหมาะกับการซื้อทองคำหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณ ถ้าลงทุนระยะยาว ปี 2566 ไม่ใช่ช่วงที่ราคาทองคำถูกที่สุด แต่สามารถทยอยซื้อในช่วงที่ราคาปรับลงได้ ถ้าเก็งกำไรระยะสั้น ต้องศึกษากราฟและปัจจัยพื้นฐานอย่างละเอียด เพราะราคาอาจผันผวนได้มาก
ทองคำแท่งดีกว่าทองรูปพรรณในการลงทุนจริงหรือไม่?
จริง ทองคำแท่ง 96.5% มีส่วนต่างราคาซื้อ-ขายที่แคบกว่าทองรูปพรรณมาก (ประมาณ 50-100 บาทต่อบาททองคำ เทียบกับ 400-600 บาทสำหรับทองรูปพรรณ) จึงเหมาะสำหรับการลงทุนมากกว่า ทองรูปพรรณควรซื้อเพื่อสวมใส่หรือใช้ประโยชน์จริง
การลงทุนทองคำต้องใช้เงินมากแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับช่องทางที่เลือก ทองคำแท่งขั้นต่ำ 1 บาททองคำ (15.16 กรัม) อาจใช้เงินประมาณ 30,000-35,000 บาท (ณ ราคาปัจจุบัน) แต่กองทุนรวมทองคำหรือทองคำดิจิทัลเริ่มต้นได้ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาท
ควรถือทองคำไว้นานแค่ไหน?
สำหรับการลงทุนระยะยาว แนะนำอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อให้ผ่านพ้นวัฏจักรเศรษฐกิจ 1-2 รอบ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
การเทรดทองคำออนไลน์ปลอดภัยหรือไม่?
ปลอดภัย ถ้าเลือกใช้บริการจากโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. สำหรับในไทย หรือ FCA, ASIC สำหรับต่างประเทศ ควรตรวจสอบใบอนุญาตและอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงก่อนเปิดบัญชี
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →