รู้จักกับ Circuit Break ทำไมนักลงทุนถึงต้องกังวล
สำหรับสภาวะความผันผวนในตลาด นับเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Circuit Breaker มีหลักการทำงานอย่างไรอ่านได้ที่นี่

เมื่อตลาดหุ้นผันผวนรุนแรงจนดัชนีร่วงลงมากเกินไป ระบบ Circuit Breaker จะทำงานเพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราว ให้นักลงทุนได้หายใจยาวและประเมินสถานการณ์อีกครั้ง บทความนี้จะอธิบายว่า Circuit Breaker คืออะไร ทำงานอย่างไร และเคยถูกใช้ในตลาดไทยกี่ครั้ง พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบที่นักลงทุนควรรู้
สรุปสาระสำคัญ
- Circuit Breaker คือระบบหยุดซื้อขายอัตโนมัติชั่วคราวเมื่อดัชนีตลาดร่วงรุนแรง
- ตลาดไทยใช้เกณฑ์ 2 ระดับ: หยุด 30 นาทีเมื่อ SET Index ลง 10% และ 1 ชั่วโมงเมื่อลง 20% ภายในวันเดียว
- ไทยเคยเปิด Circuit Breaker มาแล้ว 5 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือ 13 มีนาคม 2563 จากวิกฤต COVID-19
- Circuit Breaker ช่วยป้องกันการตื่นตระหนกขายทิ้งและให้เวลานักลงทุนประเมินข้อมูลใหม่
Circuit Breaker คืออะไร
Circuit Breaker คือกลไกความปลอดภัยที่ตลาดหลักทรัพย์ใช้หยุดการซื้อขายชั่วคราว เมื่อราคาหุ้นหรือดัชนีตลาดโดยรวมปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงผิดปกติ ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อ:
- ป้องกันการขายทิ้งแบบตื่นตระหนก (panic selling) ที่อาจทำให้ตลาดพังทลายต่อเนื่อง
- ให้เวลานักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ
- เพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด โดยให้เวลาผู้ซื้อและผู้ขายปรับตัวก่อนกลับมาเทรดต่อ
ชื่อ "Circuit Breaker" มาจากเครื่องตัดวงจรไฟฟ้า ที่จะตัดไฟอัตโนมัติเมื่อกระแสไฟเกินพิกัด เพื่อป้องกันไฟไหม้ — หลักการเดียวกับการหยุดตลาดชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายที่มากขึ้น
ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่กำหนดเกณฑ์การเปิดใช้ Circuit Breaker ไว้อย่างชัดเจน
Circuit Breaker ในตลาดไทยทำงานอย่างไร
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดกลไก Circuit Breaker แบบ 2 ระดับ โดยดูจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนี SET Index ภายใน 1 วันทำการ:
ระดับที่ 1: ดัชนีลง 10%
เมื่อ SET Index ปรับตัวลดลง 10% เทียบกับราคาปิดของวันทำการก่อนหน้า ตลาดจะหยุดซื้อขายทันที 30 นาที หลังจากนั้นจะเปิดซื้อขายต่อตามปกติ
ระดับที่ 2: ดัชนีลง 20%
หากหลังจากเปิดซื้อขายต่อแล้ว SET Index ยังคงปรับตัวลดลงจนถึง 20% เทียบกับราคาปิดวันก่อนหน้า ตลาดจะหยุดซื้อขายอีกครั้ง เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ข้อจำกัดสำคัญ
- ภายใน 1 วันทำการจะเกิด Circuit Breaker ไม่เกิน 2 ครั้ง
- หลังจาก Circuit Breaker ครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ตลาดจะเปิดซื้อขายต่อเนื่องจนปิดตลาดตามปกติเวลา 16:30 น. โดยไม่มีการหยุดเพิ่มเติม แม้ดัชนีจะร่วงต่อก็ตาม
กลไกนี้ใช้กับ SET Index เท่านั้น ไม่ได้ดูจากหุ้นแต่ละตัว — หมายความว่าแม้หุ้นบางตัวร่วง 30-40% ก็ไม่เปิดใช้ Circuit Breaker หากดัชนีโดยรวมยังไม่ถึงเกณฑ์
ประวัติศาสตร์ Circuit Breaker ในไทย — 5 ครั้งที่เราเจอ
นับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อตั้งขึ้นในปี 2518 Circuit Breaker ถูกใช้งานจริงเพียง 5 ครั้งเท่านั้น ซึ่งทุกครั้งล้วนเกี่ยวข้องกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่
ครั้งที่ 1 | 19 ธันวาคม 2519 — วิกฤตมาตรการสำรองเงินตรา
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเก็บเงินสำรอง 30% เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท มาตรการนี้ทำให้นักลงทุนต่างชาติตื่นตระหนกขายหุ้นทิ้งเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ SET Index ร่วง 142.63 จุด หรือ -19.52% ภายในวันเดียว
ครั้งที่ 2 | 10 ตุลาคม 2551 — วิกฤต Subprime ระดับโลก
วิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา (Subprime Mortgage Crisis) ลุกลามเป็นวิกฤตการเงินโลก ธนาคารใหญ่อย่าง Lehman Brothers ล้มละลาย ตลาดหุ้นทั่วโลกพังทลาย SET Index ลดลง 50.08 จุด หรือ -10.09%
ครั้งที่ 3 | 27 ตุลาคม 2551 — วิกฤต Subprime ต่อเนื่อง
เพียง 17 วันหลังจากครั้งที่ 2 วิกฤตยังไม่คลี่คลาย นักลงทุนยังขายทิ้งต่อเนื่อง SET Index ลดลงอีก 45.44 จุด หรือ -10.50% เป็นครั้งแรกที่ Circuit Breaker ถูกใช้ 2 ครั้งในช่วงเวลาใกล้กัน
ครั้งที่ 4 | 12 มีนาคม 2563 — วิกฤต COVID-19 วันแรก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคระบาดใหญ่ (pandemic) ตลาดหุ้นทั่วโลกพังทลาย SET Index ร่วง 125.05 จุด หรือ -10% ลงมาที่ระดับ 1,124.84 จุด เปิด Circuit Breaker ครั้งแรก หยุด 30 นาที หลังจากเปิดซื้อขายต่อ ตลาดยังคงร่วงต่อเนื่อง ปิดที่ 1,114.91 จุด ลดลงรวม 134.98 จุด หรือ -10.80%
ครั้งที่ 5 | 13 มีนาคม 2563 — วิกฤต COVID-19 วันที่สอง
วันถัดมาความตื่นตระหนกยังไม่สิ้นสุด ภายใน 1 นาทีแรก SET Index อยู่ที่ระดับ 1,003.39 จุด ลดลง 111.52 จุด หรือ -10% ทันที เปิด Circuit Breaker อีกครั้ง — เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยใช้ Circuit Breaker 2 วันติดกัน
ทั้ง 5 ครั้งที่เกิด Circuit Breaker ตลาดไม่เคยฟื้นตัวภายในวันเดียว — ผู้ที่ตื่นตระหนกขายทิ้งในวันที่เกิดวิกฤตมักขาดทุนหนัก ในขณะที่ผู้ที่รอจังหวะซื้อเก็บหุ้นดีในราคาถูกกลับได้กำไรในระยะยาว
ผลกระทบของ Circuit Breaker ต่อนักลงทุน
ผลกระทบเชิงบวก
- ลดการขายทิ้งแบบตื่นตระหนก — เมื่อตลาดหยุดชั่วคราว นักลงทุนมีเวลาคิดทบทวนแทนที่จะกดขายด้วยอารมณ์
- ให้เวลาประเมินข้อมูล — ผู้เชี่ยวชาญและสื่อมีเวลาวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ นักลงทุนได้ข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
- เพิ่มสภาพคล่อง — ผู้ซื้อมีเวลาเตรียมเงินและวางแผน ทำให้ตลาดมีผู้ซื้อมากขึ้นเมื่อเปิดซื้อขายใหม่
ผลกระทบเชิงลบ
- สร้างความตื่นตระหนกเพิ่ม — บางครั้งการหยุดซื้อขายกลับทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกมากขึ้น คิดว่าสถานการณ์แย่กว่าที่เป็น
- จำกัดโอกาสทำกำไรระยะสั้น — เทรดเดอร์ที่ต้องการตัดขาดทุนหรือทำกำไรจากความผันผวนไม่สามารถทำได้ทันที
- ไม่ได้แก้ปัญหาราก — Circuit Breaker เป็นเพียงการชะลอเวลา ไม่ได้แก้ไขสาเหตุที่แท้จริงของการร่วงของตลาด
โอกาสจาก Circuit Breaker สำหรับนักลงทุนระยะยาว
แม้ Circuit Breaker จะเป็นสัญญาณเตือนภัยของความผันผวน แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มีเงินสำรองเพียงพอ วันที่เกิด Circuit Breaker อาจเป็นโอกาสซื้อหุ้นดีในราคาต่ำ
หลักการคิด:
- หุ้นบริษัทที่มีพื้นฐานดี มักถูกขายทิ้งไปด้วยโดยไม่ได้ผิดอะไร
- ประวัติศาสตร์บอกว่าทุกครั้งที่เกิดวิกฤต ตลาดมักฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดใหม่ในระยะยาว (5-10 ปี)
- ผู้ที่ซื้อหุ้นในวันที่ SET Index ร่วงหนัก มักได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า
กลยุทธ์ที่ดี: เตรียมเงินสำรองไว้ประมาณ 20-30% ของพอร์ต เมื่อเกิด Circuit Breaker หรือตลาดร่วงหนัก ใช้เงินส่วนนี้ซื้อหุ้นเป้าหมายที่ติดตามไว้อยู่แล้ว — อย่ารีบซื้อในวันแรก ดูพัก 1-2 วันก่อนเข้าทยอย
เปรียบเทียบ Circuit Breaker กับตลาดอื่น ๆ
ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกมีกลไกคล้ายกัน แต่เกณฑ์แตกต่างกัน:
- NYSE (สหรัฐฯ): ใช้เกณฑ์ 3 ระดับ — 7%, 13%, และ 20% ของดัชนี S&P 500
- SSE (จีน): ใช้เกณฑ์ 5% และ 7% ของ CSI 300 Index
- SET (ไทย): ใช้เกณฑ์ 10% และ 20% ของ SET Index
ตลาดไทยมีเกณฑ์หยุดซื้อขายที่กว้างกว่าตลาดใหญ่ ๆ หมายความว่าตลาดไทยยอมให้มีความผันผวนสูงกว่าก่อนจะหยุดซื้อขาย — สะท้อนถึงลักษณะตลาดเกิดใหม่ที่มีความผันผวนสูงเป็นธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Circuit Breaker กับ Trading Halt ต่างกันอย่างไร?
Circuit Breaker หยุดซื้อขายทั้งตลาดเมื่อดัชนีร่วงเกินเกณฑ์ ส่วน Trading Halt หยุดซื้อขายหุ้นเฉพาะตัวเมื่อบริษัทนั้นมีข่าวสำคัญหรือราคาผิดปกติ — ทั้งสองกลไกมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือให้เวลานักลงทุนประเมินข้อมูลใหม่
ถ้าเกิด Circuit Breaker ออเดอร์ที่วางไว้แล้วจะยกเลิกหรือไม่?
ออเดอร์ที่วางไว้ก่อน Circuit Breaker จะยังคงอยู่ในระบบ เมื่อเปิดซื้อขายต่อ ออเดอร์เหล่านั้นจะถูกจับคู่ตามลำดับราคา-เวลา แต่ราคาตลาดอาจเปลี่ยนไปแล้วจากตอนที่วาง คุณควรตรวจสอบออเดอร์และอาจยกเลิก/แก้ไขใหม่
Circuit Breaker ทำงานแบบเดียวกันในทุกตลาดหรือไม่?
ไม่ — แต่ละประเทศกำหนดเกณฑ์และระยะเวลาหยุดต่างกัน บางตลาดใช้ระบบหยุดแบบไดนามิก (ถ้าร่วงเร็วจะหยุดนานขึ้น) บางตลาดใช้หยุดแค่ช่วงเปิดตลาดเท่านั้น — หลักการเดียวกัน คือป้องกันความเสียหายรุนแรงจากความผันผวน
นักลงทุนควรทำอะไรเมื่อเจอ Circuit Breaker?
อย่าตื่นตระหนก — ใช้เวลาที่หยุดซื้อขายเพื่อ (1) ค้นหาข้อมูลข่าวสารที่ทำให้ตลาดร่วง (2) ตรวจสอบพอร์ตและสัดส่วนความเสี่ยง (3) ประเมินว่าสาเหตุเป็นชั่วคราวหรือโครงสร้าง ถ้าเป็นชั่วคราวและคุณมีเงินสำรอง อาจเป็นโอกาสซื้อเก็บ ถ้าเป็นโครงสร้าง (เช่น เศรษฐกิจเข้าภาวะถดถอย) ควรระมัดระวังมากขึ้น
หลังจาก Circuit Breaker สิ้นสุด ตลาดมักจะฟื้นตัวหรือร่วงต่อ?
ไม่มีกฎตายตัว — จากประวัติศาสตร์ 5 ครั้งของไทย บางครั้งตลาดฟื้นตัวเล็กน้อยหลังเปิดซื้อขายใหม่ บางครั้งยังคงร่วงต่อ ในระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) มักจะยังมีความผันผวนสูง แต่ในระยะยาว (3-6 เดือน) ตลาดมักจะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่เกิดในวันนั้น — สำคัญคืออย่าตัดสินใจด้วยอารมณ์ในวันเดิม
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


