U
UHAS
XAU/USD—0.00%

Overbought Oversold คืออะไร ดูยังไง

Overbought Oversold คืออะไร ดูยังไงบน ตลาด Forex ถือว่าเป็นหนึ่งคำศัพท์ที่สำคัญเป็นอย่างมากในการเทรด Forex

P
Patiphan Uhas
11 ธันวาคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
Overbought Oversold คืออะไร ดูยังไง

ในตลาด Forex คำว่า "Overbought" และ "Oversold" เป็นศัพท์เทคนิคที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเข้าใจ เพราะเราใช้ระบุโซนราคาที่อาจกลับตัว ช่วยให้เราตัดสินใจเปิด-ปิดออเดอร์ได้แม่นยำขึ้น บทความนี้เราจะอธิบายความหมาย วิธีดู และอินดิเคเตอร์ยอดนิยมที่ใช้วิเคราะห์ Overbought และ Oversold แบบเข้าใจง่าย

สรุปสาระสำคัญ

  • Overbought = โซนที่มีแรงซื้อมากเกินไป อาจเกิดแรงขายตามมา
  • Oversold = โซนที่มีแรงขายมากเกินไป อาจเกิดแรงซื้อตามมา
  • RSI ใช้ Level 70 เป็น Overbought และ Level 30 เป็น Oversold
  • Stochastic ใช้ Level 80 เป็น Overbought และ Level 20 เป็น Oversold
  • ห้ามใช้ Overbought/Oversold แต่เพียงอย่างเดียว—ควรร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น

Overbought และ Oversold คืออะไร

Overbought หมายถึง โซนที่ราคาถูกซื้อจนมากเกินไป (Buying Pressure สูงเกินจนอิ่มตัว) ทำให้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองว่าราคา ณ ปัจจุบัน "แพงเกินไป" และอาจมีแรงขายเข้ามาเพื่อรีบขายทำกำไร ในกราฟจะเห็นแนวโน้มขาขึ้นมาแรง แล้วชะลอตัวหรือกลับหัว

แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน

Oversold หมายถึง โซนที่ราคาถูกขายจนมากเกินไป (Selling Pressure สูงเกินจนอิ่มตัว) ทำให้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองว่าราคา ณ ปัจจุบัน "ถูกเกินไป" และอาจมีแรงซื้อเข้ามารับของ ในกราฟจะเห็นแนวโน้มขาลงมาแรง แล้วชะลอตัวหรือกลับหัว

INFO

Overbought/Oversold ไม่ได้หมายความว่าต้องกลับตัวทันที—เทรนด์แรงๆ สามารถอยู่ในโซน Overbought หรือ Oversold ต่อได้หลายแท่งเทียน ดังนั้นควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอ

https://youtu.be/My8w2-VHOic

ทำความเข้าใจการขึ้นลงของราคาจาก Supply & Demand

เราเปรียบเทียบ Overbought/Oversold ได้ง่ายๆ ผ่านตัวอย่างหน้ากากอนามัยในช่วงโควิดระบาดครั้งแรก ราคาหน้ากากอนามัยปกติอยู่ที่ 1.00 บาท/ชิ้น แต่เมื่อโควิดเริ่มระบาด ความต้องการพุ่ง (Demand สูง) แต่สินค้ามีจำกัด (Supply เท่าเดิม) ทำให้ราคาพุ่งขึ้นสูงกว่า 10.00 บาท/ชิ้น

สมมติคุณมีหน้ากากอนามัยเหลือแค่ 1 ชิ้น แต่มีคน 10 คนอยากซื้อ ผู้ซื้อต่อราคาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นราคา 12.00 บาท/ชิ้น นี่คือ Overbought ในโลกแห่งความเป็นจริง—ราคาสูงจนเกินไป ผู้ผลิตเริ่มเร่งผลิต และเมื่อผลิตได้มากพอ ราคาก็เริ่มลดลงกลับมา

ต่อมาเมื่อโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยได้ตามความต้องการ (Supply เพิ่มขึ้นจนเกิน Demand) ร้านค้าต้องทำโปรโมชั่นลดราคาเหลือ 0.50 บาท/ชิ้น เพื่อขายของคงคลัง นี่คือ Oversold—ราคาถูกจนเกินไป อาจมีผู้ซื้อเข้ามาตุนของ ทำให้ราคาปรับตัวกลับขึ้นมา

กลไกนี้เดียวกับตลาด Forex ทุกประการ—ราคาเคลื่อนไหวตามอุปสงค์และอุปทาน (Demand and Supply) เมื่อฝั่งใดฝั่งหนึ่งสูงเกินไป ก็จะเข้าสู่โซน Overbought หรือ Oversold และมีโอกาสพลิกกลับ

การดู Overbought และ Oversold จากอินดิเคเตอร์

เราสามารถใช้อินดิเคเตอร์ Oscillator หลายตัวในการระบุโซน Overbought และ Oversold ตัวที่ยอดนิยมที่สุดคือ RSI และ Stochastic Oscillator เราจะอธิบายวิธีใช้ทีละตัว

อินดิเคเตอร์ RSI (Relative Strength Index)

RSI เป็น Oscillator ที่มีค่าอยู่ระหว่าง 0-100 และสามารถบอกได้ว่า momentum การซื้อหรือขายแรงแค่ไหน ในโปรแกรม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 เราสามารถเรียกใช้ได้จาก:

Insert → Indicators → Oscillators → Relative Strength Index

ค่าเริ่มต้นของ RSI คือ Period 14 และกำหนดเส้น Level ดังนี้:

  • Level 70 ขึ้นไป = โซน Overbought (ราคาอาจแพงเกินไป เตรียมตัวหาจังหวะ Sell)
  • Level 30 ลงมา = โซน Oversold (ราคาอาจถูกเกินไป เตรียมตัวหาจังหวะ Buy)

วิธีใช้งาน:

  1. เมื่อเส้น RSI ทะลุเหนือ 70.00 และเริ่มกลับลง → สัญญาณ Overbought กำลังอ่อนตัว พิจารณาเปิด Sell
  2. เมื่อเส้น RSI ทะลุใต้ 30.00 และเริ่มกลับขึ้น → สัญญาณ Oversold กำลังอ่อนตัว พิจารณาเปิด Buy
NOTE

อย่าเปิดออเดอร์ทันทีที่ RSI เข้าโซน Overbought/Oversold—ควรรอให้เส้น RSI กลับออกจากโซนนั้นก่อน เพื่อยืนยันว่า momentum เริ่มกลับตัวจริง

ทำความรู้จัก RSI อย่างละเอียด >>คลิก<<
Overbought Oversold

ในภาพด้านบนจะเห็นว่า เมื่อเส้น RSI วิ่งขึ้นเหนือ 70.00 แล้วกลับหัวลง ราคาก็เริ่มปรับตัวลงตามมา (Sell Signal) และเมื่อเส้น RSI ลงต่ำกว่า 30.00 แล้วกลับหัวขึ้น ราคาก็เริ่มปรับตัวขึ้นตามมา (Buy Signal)

อินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator

Stochastic Oscillator เป็น Oscillator ที่เปรียบเทียบราคาปิดปัจจุบันกับช่วงราคาสูง-ต่ำในอดีต มีค่าอยู่ระหว่าง 0-100 เช่นกัน ใช้บ่งชี้ว่าราคาปัจจุบันอยู่ใกล้ High หรือ Low ของช่วงเวลาที่กำหนด ใน MetaTrader เราสามารถเรียกใช้ได้จาก:

แผนภาพ Stochastic: เส้นเปอร์เซ็นต์เคตัดเส้นเปอร์เซ็นต์ดีในโซนต่ำกว่า 20 เป็นสัญญาณซื้อกลับ และการตัดในโซนสูงกว่า 80 เป็นสัญญาณขาย
แผนภาพ Stochastic: เส้นเปอร์เซ็นต์เคตัดเส้นเปอร์เซ็นต์ดีในโซนต่ำกว่า 20 เป็นสัญญาณซื้อกลับ และการตัดในโซนสูงกว่า 80 เป็นสัญญาณขาย

Insert → Indicators → Oscillators → Stochastic Oscillator

ค่าเริ่มต้นของ Stochastic คือ %K = 5, %D = 3, Slowing = 3 และกำหนดเส้น Level ดังนี้:

  • Level 80 ขึ้นไป = โซน Overbought (ราคาอาจแพงเกินไป เตรียมตัวหาจังหวะ Sell)
  • Level 20 ลงมา = โซน Oversold (ราคาอาจถูกเกินไป เตรียมตัวหาจังหวะ Buy)

วิธีใช้งาน:

  1. เมื่อเส้น %K และ %D วิ่งขึ้นเหนือ 80.00 และเริ่ม Crossover ลงมา → สัญญาณ Overbought กำลังอ่อนตัว พิจารณาเปิด Sell
  2. เมื่อเส้น %K และ %D วิ่งลงต่ำกว่า 20.00 และเริ่ม Crossover ขึ้นไป → สัญญาณ Oversold กำลังอ่อนตัว พิจารณาเปิด Buy
TIP

Stochastic ให้สัญญาณเร็วกว่า RSI เพราะมี Period สั้นกว่า แต่ก็มี False Signal มากกว่าเช่นกัน ควรใช้ร่วมกับ Price Action หรือ Support/Resistance เพื่อกรองสัญญาณ

ทำความรู้จัก Stochastic Oscillators อย่างละเอียด >>คลิก<<
Overbought Oversold

ในภาพด้านบนจะเห็นว่า เมื่อเส้น Stochastic วิ่งขึ้นเหนือ 80.00 แล้ว Crossover ลงมา ราคาก็เริ่มปรับตัวลงตามมา (Sell Signal) และเมื่อเส้น Stochastic ลงต่ำกว่า 20.00 แล้ว Crossover ขึ้นไป ราคาก็เริ่มปรับตัวขึ้นตามมา (Buy Signal)

อินดิเคเตอร์อื่นๆ ที่ใช้ดู Overbought/Oversold

นอกจาก RSI และ Stochastic แล้ว ยังมีอินดิเคเตอร์ Oscillator อื่นๆ ที่สามารถบ่งชี้ Overbought/Oversold ได้ เช่น:

  • CCI (Commodity Channel Index) ใช้ Level ±100 (เหนือ +100 = Overbought, ต่ำกว่า -100 = Oversold)
  • Williams %R ใช้ Level -20 และ -80 (เหนือ -20 = Overbought, ต่ำกว่า -80 = Oversold)
  • MFI (Money Flow Index) ใช้ Level 80 และ 20 เหมือน Stochastic แต่คำนวณจาก Volume ด้วย

แต่ละตัวมีลักษณะและความไวต่างกัน เราแนะนำให้เลือกใช้ 1-2 ตัวที่ชอบ แล้วฝึกจนเชี่ยวชาญ มากกว่าใช้หลายตัวพร้อมกันจนสับสน

ข้อควรระวังเมื่อใช้ Overbought และ Oversold

  1. Overbought/Oversold ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวทันที — ในเทรนด์แรงๆ ราคาสามารถอยู่ในโซน Overbought/Oversold ได้นานหลายแท่งเทียน ดังนั้นควรรอสัญญาณยืนยัน (เช่น Candlestick Reversal Pattern, Divergence) ก่อนเปิดออเดอร์
  2. ห้ามใช้แต่เพียงอย่างเดียว — Overbought/Oversold เป็นเครื่องมือ Confirmation ไม่ใช่ Entry Signal หลัก ควรใช้ร่วมกับ Support/Resistance, Trend Line, หรือ Price Action
  3. ปรับ Parameter ให้เหมาะกับ Timeframe — RSI(14) เหมาะกับ Timeframe H1-D1 ถ้าเทรดใน M5-M15 อาจต้องลด Period เหลือ 9-10 เพื่อให้ไวขึ้น
  4. ระวัง Whipsaw ในตลาด Ranging — เมื่อตลาดไซด์เวย์แคบๆ อินดิเคเตอร์อาจวิ่งขึ้น-ลงบ่อย ทำให้เกิด False Signal มาก
NOTE

ห้ามเปิดออเดอร์ทวนเทรนด์หลักเพียงเพราะเห็น Overbought/Oversold—ถ้าเทรนด์ขาขึ้นแรง ให้มองหา Buy ในโซน Oversold มากกว่า Sell ในโซน Overbought

เทคนิคการใช้งานขั้นสูง: Divergence

หนึ่งในเทคนิคขั้นสูงที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ร่วมกับ Overbought/Oversold คือ Divergence หรือความแตกต่างระหว่างทิศทางราคากับทิศทางอินดิเคเตอร์

แผนภาพ Divergence: ราคาทำจุดสูงหรือต่ำใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ไม่ทำตาม เส้นลาดบนกราฟราคากับ RSI ชี้คนละทาง เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงส่งใกล้หมด
แผนภาพ Divergence: ราคาทำจุดสูงหรือต่ำใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ไม่ทำตาม เส้นลาดบนกราฟราคากับ RSI ชี้คนละทาง เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงส่งใกล้หมด

Regular Divergence (กลับเทรนด์):

  • Bearish Divergence: ราคาทำ Higher High แต่ RSI/Stochastic ทำ Lower High → สัญญาณกลับลง
  • Bullish Divergence: ราคาทำ Lower Low แต่ RSI/Stochastic ทำ Higher Low → สัญญาณกลับขึ้น

Hidden Divergence (ต่อเทรนด์):

  • Bearish Hidden Divergence: ราคาทำ Lower High แต่ RSI/Stochastic ทำ Higher High → สัญญาณขาลงต่อ
  • Bullish Hidden Divergence: ราคาทำ Higher Low แต่ RSI/Stochastic ทำ Lower Low → สัญญาณขาขึ้นต่อ

Divergence ร่วมกับ Overbought/Oversold จะให้สัญญาณแม่นยำกว่าการใช้เพียงอย่างเดียว

สรุป: Overbought/Oversold เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ Holy Grail

Overbought และ Oversold เป็นแนวคิดพื้นฐานที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า "ราคาวิ่งไปไกลเกินไปหรือยัง" แต่ไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่เราควรพึ่งพา เพราะในตลาดที่มี Trend แรงๆ ราคาสามารถอยู่ใน Overbought/Oversold ได้นานหลายชั่วโมงหรือหลายวัน

การใช้งานที่ดีที่สุดคือ:

  1. ใช้ระบุโซนที่อาจเกิดการกลับตัว
  2. รอสัญญาณยืนยันจาก Price Action, Candlestick Pattern หรือ Divergence
  3. วาง Stop Loss และ Take Profit ตามหลัก Risk Management

หากคุณฝึกฝนจนเชี่ยวชาญการอ่าน Overbought/Oversold ร่วมกับเครื่องมืออื่น คุณจะสามารถจับจังหวะกลับตัวของราคาได้แม่นยำขึ้นอย่างมาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Overbought และ Oversold แตกต่างกันอย่างไร?

Overbought หมายถึงโซนที่มีแรงซื้อมากเกินไป ราคาอาจแพงเกินไปและมีโอกาสกลับลง ส่วน Oversold หมายถึงโซนที่มีแรงขายมากเกินไป ราคาอาจถูกเกินไปและมีโอกาสกลับขึ้น ทั้งสองเป็นสัญญาณเตือนว่าราคาอาจพลิกกลับ แต่ไม่ใช่คำสั่งให้เปิดออเดอร์ทันที

ควรใช้ RSI หรือ Stochastic ดี?

RSI เหมาะกับการดูเทรนด์ระยะกลาง-ยาว ให้สัญญาณน้อยแต่แม่นกว่า ส่วน Stochastic ไวกว่า เหมาะกับ Scalping หรือ Swing Trading แต่มี False Signal มากกว่า เราแนะนำให้ทดลองทั้งสองตัวใน Demo Account แล้วเลือกตัวที่ตรงกับสไตล์การเทรดของคุณ

ทำไมราคาถึงอยู่ใน Overbought/Oversold นานได้?

เพราะในเทรนด์แรงๆ แรงซื้อหรือแรงขายยังคงมีต่อเนื่อง แม้อินดิเคเตอร์จะบอกว่าอิ่มตัวแล้ว เช่น ข่าวดีออกมาเรื่อยๆ ทำให้ผู้ซื้อยังเข้ามาต่อเนื่อง ดังนั้นการใช้ Overbought/Oversold จึงต้องคู่กับการดูเทรนด์หลักและ Price Action เสมอ

Level Overbought/Oversold ปรับได้ไหม?

ปรับได้ เช่น บางเทรดเดอร์ใช้ RSI 80/20 แทน 70/30 เพื่อให้ได้สัญญาณที่แรงกว่า หรือใช้ Stochastic 90/10 แทน 80/20 แต่ยิ่งปรับ Level สูง-ต่ำมาก สัญญาณก็จะออกน้อยลง ควรทดสอบ Backtest ก่อนนำไปใช้จริง

Overbought/Oversold ใช้กับทุกคู่เงินได้ไหม?

ใช้ได้ทุกคู่เงิน แต่ควรปรับ Parameter ให้เหมาะกับลักษณะการเคลื่อนไหว เช่น คู่เงิน Major (EUR/USD, GBP/USD) มักเทรนด์ชัด ใช้ RSI(14) ได้ดี แต่คู่เงิน Exotic (USD/TRY, USD/ZAR) มี Volatility สูง อาจต้องใช้ RSI(9) หรือ Stochastic(5,3,3) เพื่อให้ทันการเคลื่อนไหว

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง