U
UHAS
XAU/USD0.00%

Stop Out Forex คืออะไร ? (ฉบับวีดีโอ)

Stop Out คือจุดที่โบรกเกอร์บังคับปิดออเดอร์ของคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อ Equity ในบัญชีลดต่ำกว่าระดับ Margin Level ที่กำหนด ซึ่งมักเกิดหลังจากที่คุณได้รับ

P
Patiphan Uhas
29 มกราคม 2564·3 นาทีอ่าน
แชร์
Stop Out Forex คืออะไร ? (ฉบับวีดีโอ)

Stop Out คือจุดที่โบรกเกอร์บังคับปิดออเดอร์ของคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อ Equity ในบัญชีลดต่ำกว่าระดับ Margin Level ที่กำหนด ซึ่งมักเกิดหลังจากที่คุณได้รับ Margin Call แล้ว เป็นกลไกป้องกันไม่ให้บัญชีเทรดติดลบเกินความสามารถในการชำระหนี้ แต่สำหรับเทรดเดอร์แล้ว มันคือสถานการณ์ที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ได้

สรุปสาระสำคัญ

  • Stop Out เกิดขึ้นเมื่อ Margin Level ต่ำกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนด (มักอยู่ที่ 20-50%)
  • โบรกเกอร์จะปิดออเดอร์ที่ขาดทุนสุดก่อน เพื่อคืน Margin ให้บัญชี
  • ต่างจาก Margin Call ที่เป็นเพียงแจ้งเตือน — Stop Out คือการบังคับปิดจริง
  • การใช้ leverage สูงเกินไปและไม่มี Stop Loss คือสาเหตุหลักที่นำไปสู่ Stop Out

Stop Out Forex คืออะไร

Stop Out คือระดับ Margin Level ต่ำสุดที่โบรกเกอร์ยอมรับได้ก่อนที่จะบังคับปิดออเดอร์ของคุณ เมื่อบัญชีของคุณขาดทุนจนทำให้ Equity ลดลงต่ำกว่า Margin ที่ใช้ไป โบรกเกอร์จะเริ่มปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบ

แผนภาพเกจ Margin Level: โซนเขียวปลอดภัยเมื่อสูงกว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ โซนเหลือง Margin Call เตือนให้เติมเงินหรือลดไม้ และโซนแดง Stop Out ที่ระบบปิดออเดอร์อัตโนมัติ
แผนภาพเกจ Margin Level: โซนเขียวปลอดภัยเมื่อสูงกว่าหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ โซนเหลือง Margin Call เตือนให้เติมเงินหรือลดไม้ และโซนแดง Stop Out ที่ระบบปิดออเดอร์อัตโนมัติ

สูตรคำนวณ Margin Level:

Margin Level (%) = (Equity / Margin Used) × 100

ตัวอย่างเช่น หากคุณมี Equity $500 และใช้ Margin $2,000 ไป:

  • Margin Level = (500 / 2,000) × 100 = 25%

ถ้าโบรกเกอร์กำหนด Stop Out Level ที่ 20% เมื่อ Margin Level ของคุณลดลงถึง 20% ระบบจะเริ่มปิดออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยไล่ปิดออเดอร์อื่นๆ ตามลำดับจนกว่า Margin Level จะกลับมาสูงกว่าระดับ Stop Out

NOTE

โบรกเกอร์แต่ละแห่งกำหนด Stop Out Level ต่างกัน — บางแห่งอยู่ที่ 20% บางแห่งสูงถึง 50% ควรตรวจสอบข้อกำหนดของโบรกเกอร์ที่คุณใช้อยู่

ความแตกต่างระหว่าง Margin Call และ Stop Out

Margin Call และ Stop Out มักถูกพูดถึงคู่กัน แต่เป็นสองขั้นตอนที่แตกต่างกัน:

Margin Call คือการแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ว่าบัญชีของคุณกำลังใกล้หมดเงินประกัน มักเกิดเมื่อ Margin Level ลดลงถึง 100% โบรกเกอร์จะส่งอีเมลหรือแจ้งเตือนในแพลตฟอร์มให้คุณเติมเงินหรือปิดออเดอร์บางส่วน

Stop Out คือการบังคับปิดออเดอร์โดยอัตโนมัติ เกิดเมื่อ Margin Level ลดต่ำกว่าระดับที่กำหนด ณ จุดนี้คุณไม่สามารถควบคุมได้แล้ว ระบบจะตัดสินใจแทนคุณ

ลำดับเหตุการณ์:

  1. Margin Level 100% — ได้รับ Margin Call (แจ้งเตือน)
  2. Margin Level 50-20% — โซนอันตราย ควรเติมเงินหรือปิดออเดอร์
  3. Margin Level 20% — Stop Out เริ่มปิดออเดอร์อัตโนมัติ

ทำไม Stop Out ถึงเกิดขึ้น

Stop Out มักเกิดจากการจัดการความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม สาเหตุหลักๆ มี 4 ข้อ:

1. ใช้ Leverage สูงเกินไป

Leverage 1:500 หรือ 1:1000 ทำให้คุณเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อราคาเคลื่อนไหวผิดทาง Margin Level จะลดลงอย่างรวดเร็ว

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

ตัวอย่าง: เปิด 1 lot EUR/USD ด้วย leverage 1:500 ใช้ Margin เพียง $200 แต่หากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง 50 pips คุณขาดทุน $500 ทันที ถ้าบัญชีมีเงินเพียง $1,000 Margin Level จะลดลงเหลือ 25% ภายในเสี้ยววินาที

2. ไม่ใส่ Stop Loss

ปราศจาก Stop Loss คุณไม่มีจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจน เมื่อราคาเคลื่อนไหวผิดทางต่อเนื่อง ขาดทุนจะสะสมจนกระทั่ง Stop Out เกิดขึ้น

3. เปิดออเดอร์หลายคู่พร้อมกัน

การเปิดออเดอร์ 5-10 คู่พร้อมกัน แม้แต่ละคู่จะใช้ Margin ไม่มาก แต่รวมกันแล้วกินเงินประกันเกือบหมดบัญชี เมื่อหลายออเดอร์ขาดทุนพร้อมกัน Margin Level จะร่วงอย่างรวดเร็ว

4. มองข้ามการคำนวณ Position Size

หลายคนเปิดออเดอร์ตามอารมณ์โดยไม่คำนวณว่าบัญชีรับความเสี่ยงได้เท่าไหร่ หลักปฏิบัติทั่วไปคือไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อออเดอร์

INFO

หากคุณมีเงินทุน $10,000 การเสี่ยง 2% หมายถึง $200 ต่อออเดอร์ ด้วย Stop Loss 50 pips สามารถเปิดได้ 0.04 lot ($200 / $50 per pip) เท่านั้น

วิธีป้องกัน Stop Out

การหลีกเลี่ยง Stop Out ต้องอาศัยวินัยในการบริหารความเสี่ยง มี 5 วิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล:

1. จำกัด Leverage ในระดับสมเหตุสมผล

ใช้ leverage ไม่เกิน 1:100 สำหรับเทรดเดอร์ปกติ หรือ 1:50 สำหรับมือใหม่ แม้โบรกเกอร์จะเสนอ 1:500 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณต้องใช้ให้เต็ม

2. ตั้ง Stop Loss ทุกออเดอร์

ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีข้อแม้ — ทุกออเดอร์ต้องมี Stop Loss ตั้งไว้ก่อนเปิด คำนวณระยะ Stop Loss จากโครงสร้างราคา เช่น ใต้ Support หรือเหนือ Resistance ไม่ใช่ตั้งแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

3. ใช้กฎเสี่ยง 1-2% ต่อออเดอร์

กฎนี้ทำให้คุณต้องขาดทุน 50-100 ครั้งติดต่อกันถึงจะหมดบัญชี ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้หากคุณมีระบบเทรดที่มีคุณภาพ

สูตรคำนวณ Position Size:

Position Size (lot) = (Account Balance × Risk % / 100) / (Stop Loss pips × Value per pip)

4. ติดตาม Margin Level แบบเรียลไทม์

เปิดหน้าจอแสดง Margin Level ตลอดเวลา อย่ารอให้ได้รับ Margin Call เมื่อ Margin Level ลดลงถึง 200% ควรพิจารณาปิดออเดอร์ที่ขาดทุนบางส่วนแล้ว

5. เติมเงินเมื่อเห็นสัญญาณเตือน

หากเทรดขาดทุนติดต่อกันและ Margin Level ลดลงต่ำกว่า 150% ควรเติมเงินเข้าบัญชี แต่ทำเฉพาะเมื่อคุณยังมั่นใจในทิศทางตลาดและออเดอร์มีเหตุผลรองรับ ห้ามเติมเงินเพื่อพยุงออเดอร์ที่ไม่มีพื้นฐาน

TIP

ใช้เครื่องมือคำนวณ Position Size ที่โบรกเกอร์หรือเว็บไซต์การเงินจัดให้ เช่น MyFXBook หรือ BabyPips เพื่อคำนวณให้แม่นยำก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง Stop Out

สมมติคุณมีบัญชีเทรด $5,000 และเปิดออเดอร์ดังนี้:

  • Balance: $5,000
  • Leverage: 1:100
  • ออเดอร์: Buy 0.5 lot EUR/USD ที่ 1.1000
  • Margin Used: $500
  • Stop Out Level: 20%

หลังเปิดออเดอร์ ราคาเคลื่อนไหวผิดทางลง 800 pips (8 cents) คุณขาดทุน $4,000

  • Equity: $5,000 - $4,000 = $1,000
  • Margin Level: ($1,000 / $500) × 100 = 200%

ยังปลอดภัย แต่ได้รับ Margin Call แล้ว

ราคาเคลื่อนไหวต่อลงอีก 700 pips คุณขาดทุนรวม $7,500

  • Equity: $5,000 - $7,500 = -$2,500 (ติดลบ)
  • Margin Level: (-$2,500 / $500) × 100 = -500%

ก่อนถึงจุดนี้ เมื่อ Margin Level ลดลงถึง 20% ระบบได้ปิดออเดอร์อัตโนมัติไปแล้ว คุณเหลือเงินในบัญชีประมาณ $100 (หรือน้อยกว่านั้น หากมีค่า slippage)

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ Stop Out ในตลาดที่ผันผวน

ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง เช่น ประกาศข่าว NFP, ดอกเบี้ย Fed, หรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาสามารถกระโดดข้ามระดับ Stop Loss หรือ Stop Out ที่คุณตั้งไว้ได้

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Slippage คุณอาจปิดออเดอร์ในราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้ ทำให้ขาดทุนมากกว่าที่คำนวณ ในบางกรณีที่รุนแรง บัญชีอาจติดลบหลัง Stop Out

NOTE

โบรกเกอร์ที่มี Negative Balance Protection จะไม่ให้บัญชีคุณติดลบเกินกว่า $0 แต่โบรกเกอร์บางแห่ง (โดยเฉพาะที่ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล) อาจเรียกเก็บหนี้ที่เกินจากคุณได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Stop Out Level ของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่อยู่ที่เท่าไหร่

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่กำหนด Stop Out Level ระหว่าง 20-50% โบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงอย่าง IC Markets อยู่ที่ 50%, XM อยู่ที่ 20%, Exness อยู่ที่ 0% (แต่มีเงื่อนไข) ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์โบรกเกอร์หรือถามฝ่ายสนับสนุนลูกค้าเพื่อความชัดเจน

เกิด Stop Out แล้วบัญชีจะเหลือเงินเท่าไหร่

ขึ้นอยู่กับ Stop Out Level และสภาวะตลาดขณะนั้น หากโบรกเกอร์กำหนดไว้ที่ 20% และไม่มี slippage คุณจะเหลือเงินประมาณ 20% ของ Margin Used แต่หาก slippage เกิดขึ้น อาจเหลือน้อยกว่านั้น หรือในกรณีรุนแรงบัญชีอาจติดลบ

ถ้าใส่ Stop Loss ไว้แล้ว ยังเกิด Stop Out ได้หรือไม่

ได้ หาก Stop Loss ถูกวางไว้ไกลเกินไปหรือคุณเปิดออเดอร์หลายคู่พร้อมกัน ออเดอร์บางคู่อาจถูก Stop Out ก่อนที่จะถึง Stop Loss เนื่องจาก Margin Level ลดลงเร็วเกินไป การวาง Stop Loss ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เจอ Stop Out ต้องบริหาร Margin Level ด้วย

หลัง Stop Out ต้องทำอย่างไร

หยุดเทรดชั่วคราว ทบทวนว่าอะไรผิดพลาด — ใช้ leverage มากเกินไป, ไม่มี Stop Loss, หรือเปิดออเดอร์โดยไม่คำนวณ Position Size วิเคราะห์ล็อกการเทรดย้อนหลัง ปรับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงให้เข้มงวดขึ้น และเริ่มต้นใหม่ด้วยเงินทุนที่พร้อมจะเสียได้เท่านั้น

โบรกเกอร์สามารถปรับ Stop Out Level ได้หรือไม่

ได้ โบรกเกอร์สามารถปรับเปลี่ยน Stop Out Level ตามนโยบายของแต่ละแห่ง มักจะประกาศล่วงหน้าผ่านอีเมลหรือเว็บไซต์ เทรดเดอร์ควรติดตามข่าวสารจากโบรกเกอร์และตรวจสอบข้อกำหนดใหม่เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนเหตุการณ์สำคัญในตลาด

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง