U
UHAS
XAU/USD0.00%

สวิงเทรด Swing Trading ให้ได้กำไร มือใหม่ก็ใช้ได้

คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ต้องการสร้างกำไรจากตลาดแต่ไม่มีเวลาจ้องหน้าจอทั้งวัน

P
Patiphan Uhas
20 ตุลาคม 2566·5 นาทีอ่าน
แชร์
สวิงเทรด Swing Trading ให้ได้กำไร มือใหม่ก็ใช้ได้

คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ต้องการสร้างกำไรจากตลาดแต่ไม่มีเวลาจ้องหน้าจอทั้งวัน? Swing Trading อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา กลยุทธ์นี้ออกแบบมาให้เทรดเดอร์สามารถจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหลายชั่วโมงถึงหลายวัน โดยไม่ต้องติดตามตลาดแบบ Day Trading เราจะแนะนำเทคนิคที่ทดสอบจริงและสร้างผลกำไรกว่า 9,000 ดอลลาร์สหรัฐจากเพียง 2 ออเดอร์ — พร้อมอัตราชนะสูงถึง 88% จากการทดสอบ 50 ครั้ง

สรุปสาระสำคัญ

  • Swing Trading เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอตลอดวัน โดยถือออเดอร์จากหลายชั่วโมงถึงหลายวัน
  • ใช้ Supply/Demand Zone ร่วมกับ Session Volume Profile HD เพื่อหาจุดเข้าที่มีแรงซื้อขายสูง
  • ตั้ง TP/SL ตามโซนราคาสำคัญ โดยเป้า Risk:Reward ขั้นต่ำ 1:2 (TP1) และ 1:4 (TP2)
  • ทดสอบจริงในบัญชี 50 ครั้ง ชนะ 44 ครั้ง (อัตราชนะ 88%) และเติบโต 5,339.9%
  • สามารถตั้งแจ้งเตือนราคาบน TradingView เพื่อไม่พลาดโอกาสสำคัญ

Swing Trading คืออะไร และเหมาะกับใคร

Swing Trading คือกลยุทธ์การเทรดที่มุ่งจับกำไรจาก "การแกว่ง" (swing) ของราคาในช่วงกลาง — ยาวกว่า Day Trading (ที่ปิดออเดอร์ภายในวันเดียว) แต่สั้นกว่า Position Trading (ที่ถือนานหลายสัปดาห์หรือเดือน) โดยทั่วไปเทรดเดอร์จะถือออเดอร์ไว้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 3-5 วัน

กลยุทธ์นี้เหมาะกับ:

  • เทรดเดอร์ที่มีงานประจำและไม่สามารถเฝ้ากราฟตลอดเวลา
  • ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเครียดจาก Scalping หรือ Day Trading
  • เทรดเดอร์ที่ชอบวิเคราะห์กราฟใน Time Frame 4H, 1D และรอจังหวะเข้าที่ชัดเจน
  • ทั้งมือใหม่และมือโปร เพราะกฎการเข้าออเดอร์ไม่ซับซ้อน
TIP

ข้อดีของ Swing Trading: คุณไม่จำเป็นต้องเปิดกราฟทุก 5-15 นาที สามารถใช้ชีวิตปกติและตรวจสอบออเดอร์วันละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ

หลักการเบื้องต้น: Supply & Demand Zone

เทคนิค Swing Trading ที่เราจะแนะนำอยู่บนพื้นฐานของ Supply and Demand Zone — โซนราคาที่แรงซื้อหรือแรงขายเข้ามามากพอที่จะผลักดันราคาอย่างรุนแรง

แผนภาพโซน Supply และ Demand: โซน Demand คือฐานสะสมก่อนราคาวิ่งขึ้นแรง โซน Supply คือยอดก่อนราคาร่วงแรง การกลับเข้าโซนครั้งแรกมีโอกาสทำงานสูงสุด
แผนภาพโซน Supply และ Demand: โซน Demand คือฐานสะสมก่อนราคาวิ่งขึ้นแรง โซน Supply คือยอดก่อนราคาร่วงแรง การกลับเข้าโซนครั้งแรกมีโอกาสทำงานสูงสุด

Demand Zone (โซนแรงซื้อ)

เมื่อกราฟพุ่งขึ้นอย่างแข็งแรงและสร้างจุดสูงใหม่ (Higher High) จุดฐานก่อนการพุ่งขึ้นคือ Demand Zone — พื้นที่ที่นักลงทุนกำลังสะสมออเดอร์ Buy เมื่อราคากลับมาทดสอบโซนนี้อีกครั้ง มีโอกาสสูงที่กราฟจะพุ่งขึ้นอีก

สวิงเทรด

Supply Zone (โซนแรงขาย)

ในทางตรงกันข้าม เมื่อกราฟพุ่งลงอย่างรุนแรงและสร้างจุดต่ำใหม่ (Lower Low) จุดฐานก่อนการพุ่งลงคือ Supply Zone — พื้นที่ที่นักลงทุนกำลังรอขาย เมื่อราคากลับมาทดสอบโซนนี้อีกครั้ง มีโอกาสสูงที่กราฟจะร่วงลงอีก

สวิงเทรด
INFO

หลักการสำคัญ: เราไม่ได้เทรดตาม indicator หรือ oscillator แต่เทรดตาม พฤติกรรมราคา (Price Action) ที่บ่งบอกว่ามี institutional money เข้ามาทำงานในโซนนั้นๆ

วิธีสร้าง Supply Zone บนกราฟจริง

มาดูตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริงกับคู่เงิน EUR/USD ใน Time Frame 4 ชั่วโมง

สวิงเทรด

ขั้นตอนที่ 1: ระบุเทรนด์หลัก

จากกราฟข้างต้น คุณจะเห็นว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา EUR/USD อยู่ใน Downtrend ชัดเจน — ราคาทำ Lower High และ Lower Low ต่อเนื่อง

ขั้นตอนที่ 2: หา Supply Zone

มองหา แท่งเทียนสีเขียว (Bullish Candle) ที่อยู่ก่อนแท่งเทียนสีแดงยาวที่สุด (Strong Bearish Candle) แท่งเทียนสีเขียวนี้คือจุดที่ผู้ขายใหญ่เริ่มเปิดออเดอร์ Sell ครั้งใหญ่

วิธีวาดโซน:

  1. ลากเส้นบนสุดของแท่งเทียนสีเขียวนั้น (High)
  2. ลากเส้นล่างสุดของแท่งเทียนสีเขียวนั้น (Low)
  3. ระหว่างเส้นทั้งสองคือ Supply Zone
สวิงเทรด

ขั้นตอนที่ 3: รอราคากลับมาทดสอบโซน

เมื่อราคา Retracement กลับขึ้นมาทดสอบ Supply Zone อีกครั้ง นั่นคือจังหวะที่เราสนใจเข้า Sell

NOTE

คำเตือน: ไม่ใช่ทุก Supply/Demand Zone จะใช้งานได้ — บางครั้งราคาอาจทะลุโซนไปได้ เราจึงต้องมี Stop Loss ทุกครั้ง และควรใช้เครื่องมือเสริมเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

เพิ่มความแม่นยำด้วย Session Volume Profile HD

เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่า Supply/Demand Zone ที่เราสร้างมีนัยสำคัญจริง เราใช้ indicator ชื่อ Session Volume Profile HD (หรือเรียกสั้นๆ ว่า SVP) บน TradingView

แผนภาพวอลุ่มยืนยันเบรกเอาต์: การทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มหนาน่าเชื่อถือ ส่วนการทะลุด้วยวอลุ่มบางเสี่ยงเป็นเบรกหลอก
แผนภาพวอลุ่มยืนยันเบรกเอาต์: การทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มหนาน่าเชื่อถือ ส่วนการทะลุด้วยวอลุ่มบางเสี่ยงเป็นเบรกหลอก
สวิงเทรด

SVP คืออะไร

SVP แสดง ปริมาณการซื้อขาย (Trading Volume) ที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับราคา แทนที่จะแสดงปริมาณตามเวลา (ที่ Volume bar ทั่วไปทำ) มันแสดงเป็นกราฟแท่งในแนวนอนที่แต่ละระดับราคา

  • แท่งยาว = มี Volume มาก = ราคานี้สำคัญ นักลงทุนใหญ่ให้ความสนใจ
  • แท่งสั้นหรือไม่มี = Volume น้อย = ราคานี้ไม่น่าสนใจ อาจถูกข้ามไปอย่างรวดเร็ว
สวิงเทรด

วิธีใช้ SVP กับ Supply Zone

เมื่อราคากลับมาทดสอบ Supply Zone ของเรา ให้สังเกต SVP:

  • ถ้า SVP แสดงแท่งยาว ในโซนนั้น = ยืนยันว่ามีแรงซื้อขายสูง โอกาสกลับตัวแข็งแรง
  • ถ้า SVP แสดงแท่งสั้นหรือไม่มี = อาจไม่ใช่โซนที่แข็งแรง ควรระวัง
สวิงเทรด

จากกราฟด้านล่าง คุณจะเห็นว่าบริเวณที่ราคาเคลื่อนที่ผ่านอย่างรวดเร็ว (ลูกศรสีขาว) มี SVP แทบไม่มีเลย — นั่นหมายความว่านักลงทุนไม่สนใจราคาในช่วงนั้น กราฟจึงวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์การเข้าออเดอร์และตั้ง TP/SL

เมื่อราคามาถึง Supply Zone และ SVP ยืนยันแล้ว เรามี 3 วิธีเข้าออเดอร์:

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

1. เข้าทันทีเมื่อราคาแตะโซน (Aggressive)

เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าเร็วและยอมรับความเสี่ยงที่อาจถูก Stop Loss ถ้าราคายังไปต่อ

2. รอราคาเข้าโซนแล้วสร้าง Confirmation Candle (Moderate)

รอจนกราฟเข้าโซนและสร้างแท่งเทียน Rejection Candle เช่น Shooting Star, Bearish Engulfing หรือ Pin Bar ที่บ่งบอกการกลับตัว จึงค่อยเข้า Sell

3. รอ Break of Structure (Conservative)

รอจนกราฟทำ Lower Low ใหม่หรือทะลุ Support ก่อนหน้า แล้วค่อยเข้า Sell — ปลอดภัยที่สุดแต่อาจเข้าช้าและได้ Risk:Reward ต่ำลง

สวิงเทรด

การตั้ง Stop Loss และ Take Profit

Stop Loss (SL):

  • วางไว้ เหนือ Supply Zone ประมาณ 5-10 pips (สำหรับ Forex) หรือ 0.10-0.20% (สำหรับหุ้น/ทอง)
  • หลักการ: ถ้าราคาทะลุโซนขึ้นไป แสดงว่าโซนนี้ใช้งานไม่ได้แล้ว เราต้องยอมรับขาดทุนและออก

Take Profit (TP):

  • TP1: ตั้งไว้ที่ Support/Resistance ถัดไป หรือที่โซนราคาที่กราฟเคยทดสอบบ่อย — เป้า Risk:Reward 1:2
  • TP2: ตั้งไว้ที่จุดต่ำสุดล่าสุด (Recent Swing Low) — เป้า Risk:Reward 1:4
สวิงเทรด

ตัวอย่างจากการเทรดจริง:

  • Entry: 1.0950 (Supply Zone)
  • Stop Loss: 1.0980 (30 pips)
  • TP1: 1.0890 (60 pips = 1:2)
  • TP2: 1.0830 (120 pips = 1:4)

หลายคนแนะนำให้ปิด 50% ของออเดอร์ที่ TP1 แล้วเลื่อน SL มาที่ Entry (Breakeven) เพื่อล็อกกำไรและเดิน TP2 แบบไร้ความเสี่ยง

TIP

Money Management: ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตต่อออเดอร์ ถ้าพอร์ต 10,000 ดอลลาร์ ควรเสี่ยงไม่เกิน 100-200 ดอลลาร์ต่อเทรด (คิดจากระยะ SL)

ผลลัพธ์จริงจากการทดสอบ 50 ครั้ง

Patrick Ryan ผู้เชี่ยวชาญและ CEO ของ Forex Fury ได้ทดสอบกลยุทธ์นี้ในบัญชีจริงและจดบันทึกไว้ 50 ออเดอร์ ผลลัพธ์ออกมาดังนี้:

เมตริกผลลัพธ์
จำนวนออเดอร์ทั้งหมด50
ชนะ44 ครั้ง
แพ้6 ครั้ง
Win Rate88.00%
Growth5,339.9%
สวิงเทรด

ตัวอย่างการเทรด 2 ออเดอร์ที่สร้างกำไรรวมเกือบ 10,000 ดอลลาร์

ออเดอร์ที่ 1:

  • เวลาถือออเดอร์: 1 ชั่วโมง 36 นาที
  • กำไร: 3,320.00 ดอลลาร์

ออเดอร์ที่ 2:

  • เวลาถือออเดอร์: 7 ชั่วโมง 25 นาที
  • กำไร: 6,089.00 ดอลลาร์

รวม: 9,409.00 ดอลลาร์ จากเพียง 2 ออเดอร์ภายใน 1 สัปดาห์

สวิงเทรด

ผลลัพธ์นี้มาจากการใช้ Risk:Reward สูง (1:4 ใน TP2) และการรอจังหวะเข้าที่ดีจริงๆ — ไม่ได้เทรดบ่อยแต่เทรดแม่นและทำกำไรคุ้มค่า

INFO

หมายเหตุ: ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต การเทรดมีความเสี่ยง และคุณควรทดสอบกลยุทธ์ใน Demo Account ก่อนใช้เงินจริง

เทคนิคเสริม: ตั้งแจ้งเตือนราคาบน TradingView

เพราะ Swing Trading ไม่ต้องเฝ้ากราฟตลอดเวลา คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ Price Alert บน TradingView เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนเมื่อราคาเข้าใกล้โซนที่คุณสนใจ

วิธีตั้งแจ้งเตือน

  1. เปิดกราฟคู่เงินหรือสินทรัพย์ที่คุณเทรดบน TradingView
  2. คลิกขวาที่ราคาที่คุณต้องการ (เช่น ระดับ Supply Zone)
  3. เลือก "Add Alert on..."
  4. ตั้งเงื่อนไข: "Price crosses 1.0950" (ตัวอย่าง)
  5. เลือกช่องทางแจ้งเตือน: Email, SMS, Popup, Mobile Notification
  6. กด Create
สวิงเทรด

เมื่อราคามาถึงระดับที่ตั้งไว้ คุณจะได้รับการแจ้งเตือนทันที สามารถเปิดกราฟมาตรวจสอบและเข้าออเดอร์ได้ทันเวลา — เหมาะสำหรับคนทำงานประจำหรือไม่มีเวลาเฝ้ากราฟ

สรุปขั้นตอนการเทรด Swing Trading

  1. เลือก Time Frame 4H หรือ 1D เพื่อดูภาพใหญ่และลดสัญญาณรบกวน
  2. ระบุเทรนด์หลัก — Uptrend (หา Demand Zone เพื่อ Buy) หรือ Downtrend (หา Supply Zone เพื่อ Sell)
  3. วาด Supply/Demand Zone จากแท่งเทียนก่อนการพุ่งขึ้น/ลงอย่างรุนแรง
  4. ยืนยันด้วย Session Volume Profile HD ให้แน่ใจว่าโซนนั้นมี Volume สูง
  5. รอราคากลับมาทดสอบโซน และเข้าออเดอร์ตามระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้
  6. ตั้ง SL เหนือ/ใต้โซน และตั้ง TP1 (1:2), TP2 (1:4) ตาม Support/Resistance สำคัญ
  7. จัดการออเดอร์: ปิด 50% ที่ TP1 และเลื่อน SL มา Breakeven แล้วเดิน TP2
  8. จดบันทึกผลการเทรด เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์และเรียนรู้จากความผิดพลาด
NOTE

คำเตือนสำคัญ: กลยุทธ์นี้ไม่ได้ชนะ 100% (ในการทดสอบชนะ 88% จาก 50 ครั้ง) การจัดการความเสี่ยงและ Money Management คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จระยะยาว ห้ามเทรด Overleveraged และห้ามเสี่ยงเกิน 2% ของพอร์ตต่อออเดอร์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Swing Trading เหมาะกับมือใหม่จริงหรือ?

ใช่ เพราะ Swing Trading ไม่ต้องตัดสินใจเร็วเหมือน Scalping หรือ Day Trading คุณมีเวลาวิเคราะห์และวางแผนได้สบายขึ้น แต่คุณต้องเรียนรู้เรื่อง Price Action, Support/Resistance และ Risk Management ให้ดีก่อน แนะนำให้ฝึกใน Demo Account อย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนใช้เงินจริง

ควรใช้ Leverage เท่าไหร่สำหรับ Swing Trading?

สำหรับ Swing Trading ที่ถือออเดอร์ข้ามคืน ไม่ควรใช้ Leverage สูงเกิน 1:30 (หรือ 1:10-1:20 จะปลอดภัยกว่า) เพราะกราฟอาจ Gap หรือเคลื่อนไหวรุนแรงในเวลานอกตลาด การใช้ Leverage สูงเกินไปอาจทำให้โดน Margin Call ได้ง่าย

Time Frame ไหนดีที่สุดสำหรับ Swing Trading?

Time Frame 4 ชั่วโมง (4H) และ 1 วัน (1D) เป็นมาตรฐานของ Swing Trading เพราะให้ภาพใหญ่ชัดเจนและกรองสัญญาณรบกวนออกไปได้มาก บางคนใช้ 1H เพื่อหา Entry Point ที่แม่นยำขึ้น หลังจากระบุโซนใน 4H แล้ว

ถ้าราคาทะลุ Supply Zone ขึ้นไปต้องทำยังไง?

ต้องยอมรับว่าโซนนั้นใช้งานไม่ได้แล้วและปิดออเดอร์ตาม Stop Loss ทันที อย่า "หวังว่ากราฟจะกลับ" หรือเพิ่มออเดอร์เพื่อเฉลี่ย (Average Down) เพราะอาจทำให้ขาดทุนใหญ่ขึ้น การตัด Loss เร็วคือหัวใจของการรอดในตลาดระยะยาว

Swing Trading ใช้ได้กับทุกตลาดหรือเปล่า?

ใช่ กลยุทธ์นี้ใช้ได้กับ Forex, ทองคำ, หุ้น, คริปโต และ Futures หลักการเดียวกัน — มองหา Supply/Demand Zone จาก Price Action แต่แต่ละตลาดมีลักษณะการเคลื่อนไหวต่างกัน (เ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง