เริ่มจาก 0 สู่ 1,460 ล้านบาท เทรดประสบความสำเร็จ ชาวญี่ปุ่น
จากพนักงานพาร์ทไทม์สู่เศรษฐีหุ้นระดับตำนาน — เรื่องราวของ Testa (テスタ) เทรดเดอร์ชาวญี่ปุ่นผู้สร้างพอร์ต 5,200 ล้านเยน (ราว 1,460 ล้านบาท)

จากพนักงานพาร์ทไทม์สู่เศรษฐีหุ้นระดับตำนาน — เรื่องราวของ Testa (テスタ) เทรดเดอร์ชาวญี่ปุ่นผู้สร้างพอร์ต 5,200 ล้านเยน (ราว 1,460 ล้านบาท) จากเงินต้นเพียงไม่กี่ล้านเยน ภายในเวลา 15 ปี บทความนี้จะพาคุณสำรวจเส้นทาง กลยุทธ์ และบทเรียนสำคัญจากเทรดเดอร์ที่ใจบุญผู้นี้ — ตั้งแต่การขาดทุน 100 ล้านเยนในสัปดาห์เดียว ไปจนถึงการบริจาคของเล่นให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 600 แห่งทั่วประเทศ
สรุปสาระสำคัญ
- สร้างพอร์ตจาก 0 สู่ 5,200 ล้านเยน (2006-2021) ด้วยการเทรดหุ้นญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว
- เปลี่ยนจาก Day Trading สู่ Swing/Long-term หลังขาดทุนใหญ่ 100 ล้านเยนในปี 2016
- อ่านบล็อกการเงิน 500+ บล็อกต่อวัน เพื่อเปรียบเทียบมุมมองและกรองข้อมูลคุณภาพ
- คติประจำตัว: 'ไม่เสี่ยงมาก' — เติบโตช้าแต่มั่นคงดีกว่าเก็งกำไรสูงแล้วล้มหายตัว
- บริจาคของเล่นให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 600 แห่ง ค่าครองชีพปีละ 100 ล้านเยนแต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย
ประวัติและจุดเริ่มต้น: จากพนักงานพาร์ทไทม์สู่เทรดเดอร์
Testa (テスタ) — นามปากกาที่เขาเลือกใช้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว — เกิดวันที่ 31 ตุลาคม (ปัจจุบันอายุ 33 ปี ณ ปี 2021) เติบโตในครอบครัวข้าราชการที่ประสบปัญหาการเงิน เขาบอกว่าตัวเองเป็นคนหัวดื้อ ไม่อยากเป็นลูกจ้างตามรอยพ่อแม่ จึงหางานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียน เก็บออมเงินอย่างประหยัด — แม้ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะนำเงินไปทำอะไร
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเดินผ่านร้านหนังสือและหยิบหนังสือเรื่องการลงทุนในหุ้นมาอ่าน ก่อนหน้านี้เขามองว่า "หุ้น = ความตึงเครียด" แต่เมื่อได้อ่านบล็อกของเทรดเดอร์ที่สร้างรายได้จริง 1-1.5 ล้านเยนต่อเดือน มันจุดประกายความคิดทันที ในปี 2005 เขาตัดสินใจเปิดบัญชีเทรดด้วยเงินเก็บหลายล้านเยน — นี่คือจุดเริ่มต้นเส้นทางนักเทรด
หมายเหตุ: ข้อมูลส่วนตัวของ Testa — ชื่อจริง ภูมิลำเนา การศึกษา — ไม่มีสื่อญี่ปุ่นรายใดยืนยันได้ เขาปกป้องความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากสัมภาษณ์สาธารณะและช่อง YouTube/Twitter เท่านั้น
บันทึกการเติบโตของพอร์ต: 15 ปีจาก 0 สู่ 5,200 ล้านเยน
เดือนแรกที่เริ่มเทรด Testa ขาดทุน 300,000 เยน เดือนที่สองขาดทุนอีก 100,000 เยน แต่เดือนที่สามเขาเริ่มเห็นแสงสว่าง — สามารถสร้างกำไรได้ 500,000 เยน และต่อเนื่องทุกเดือนที่ 1 ล้านเยน เขาเรียนรู้จากความผิดพลาด ศึกษาจิตวิทยาตลาด และสร้างระบบเทรดที่เหมาะกับตัวเอง
ไทม์ไลน์การเติบโต:
- ปี 2006 (ปีที่ 2): พอร์ต 6 ล้านเยน
- ปี 2007 (ปีที่ 3): พอร์ต 17 ล้านเยน
- ปี 2008 (ปีที่ 4): พอร์ต 22 ล้านเยน
- ปี 2013 (ปีที่ 8): สร้างกำไรในปีนั้น 550 ล้านเยน — หลังจากนั้นพักเบรกไปท่องเที่ยว
- ปี 2016: กลับมาเทรดอีกครั้ง ขาดทุน 100 ล้านเยนในสัปดาห์แรก — การสูญเสียใหญ่ที่สุดในชีวิต
- ปี 2019: สร้างกำไร 3,000 ล้านเยน กลายเป็นข่าวดังทั่วญี่ปุ่น
- ปี 2021: สินทรัพย์รวม 5,200 ล้านเยน (ประมาณ 1,460 ล้านบาท)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ หลังปี 2016 เขาเปลี่ยนกลยุทธ์จาก Day Trading (ซื้อขายวันเดียวจบ) มาเป็น Swing Trading และ Long-term Investing — เพราะเขาเริ่มหมด passion ในการจ้องหน้าจอทั้งวัน และต้องการลดความเสี่ยง
กลยุทธ์การเทรดของ Testa: 3 หลักการหลัก
1. อ่านบล็อกการเงิน 500 บล็อกต่อวัน
Testa ไม่มีครูหรือเมนเทอร์ เขาเลือกที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านการอ่านบล็อกของเทรดเดอร์และนักลงทุนทั่วไป — ประมาณ 500 บล็อกทุกวัน บางคนเป็น Day Trader บางคนเป็นนักลงทุนระยะยาว บางคนเก่ง บางคนแย่
การอ่านบล็อกระดับต่างๆ ช่วยให้เขา:
- เปรียบเทียบมุมมอง ระหว่างเทรดเดอร์ระยะสั้นกับนักลงทุนระยะยาว
- กรองข้อมูลคุณภาพ — แยกคนที่รู้จริงกับคนที่พูดเก่ง
- อ่านอารมณ์ตลาด — เห็นว่าฝั่งซื้อและฝั่งขายกำลังคิดอะไร
เขาบอกว่า "หุ้นคือสงครามจิตวิทยา ถ้ามีคนซื้อก็มีคนอยากขาย ถ้าวิเคราะห์จิตวิทยาได้ว่าทำไมถึงมีคนอยากซื้อ คุณจะเห็นช่องทางที่คนอื่นมองข้าม"
2. ใช้ทักษะจากเกมส์กับการเทรด
Testa หลงใหลในเกมส์ และเขานำทักษะจากเกมส์มาใช้กับการเทรดหุ้น:
- อ่านจิตใจคู่ต่อสู้ — เหมือนเกมส์โป๊กเกอร์หรือเกมส์กลยุทธ์ที่ต้องเดาว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร
- จัดการความเสี่ยง — ไม่เล่นรอบเดียวชนะทุกอย่าง แต่เล่นหลายรอบให้ชนะมากกว่าแพ้
- ความสนุกในการแข่งขันกับตัวเอง — เขาบอกว่า "Day Trade ต้องแข่งกับตัวเอง ไม่ใช่เปรียบเทียบกับคนอื่น"
3. คติประจำตัว: "ไม่เสี่ยงมาก"
หลังจากขาดทุน 100 ล้านเยนในปี 2016 — เงินที่ใช้เวลาทำมาทั้งปีหายไปภายในหนึ่งสัปดาห์ — Testa ได้บทเรียนสำคัญ: การไม่เสี่ยงมากคือการเสี่ยงที่ดีที่สุด
เขาเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็น:
- Swing Trading — ถือหุ้นไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ ไม่ต้องจ้องหน้าจอทั้งวัน
- Long-term Investing — ถือหุ้นระยะยาว เน้นคุณภาพมากกว่าความเร็ว
- เติบโตช้าแต่มั่นคง — ดีกว่าเก็งกำไรสูงแล้วล้มหายตัว
เขาบอกว่า "ได้น้อยๆไปนานๆแบบมั่นคง สบายใจกว่าลงทุนเยอะ โอกาสจะเสียก็เยอะ"
เทคนิคเพิ่มเติม: Testa ใช้ Margin Trading แต่เขาไม่ได้ใช้ leverage สูงเกินไป และเขามีกฎ Cut Loss ที่เข้มงวด — ถ้าผิดพลาดให้ยอมรับและตัดขาดทุนทันที ไม่หวังว่าราคาจะกลับมา
กิจวัตรประจำวันและไลฟ์สไตล์: มุ่งเน้นแต่สมดุล
กิจวัตร:
- ตื่นเช้า 8:20 น. ทุกวัน
- เริ่มเทรดตั้งแต่เช้า ไม่กินอาหารเช้าและกลางวัน (เคยบวชและถือศีลอด 3 วัน ทำให้การงดมื้อไม่ใช่เรื่องใหญ่)
- กินอาหารมื้อเดียวตอนเย็น — เพื่อจดจ่อกับการซื้อขายอย่างเต็มที่
- ค่าครองชีพ 100 ล้านเยนต่อปี (ประมาณ 28 ล้านบาท) — แม้จะรวยแต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย
ที่อยู่อาศัย:
- เช่าบ้านในโตเกียว ค่าเช่า 6 ล้านเยนต่อปี
- ขนาด 200 ตารางเมตร ชั้น 20 (บ้านสองชั้นขนาดใหญ่)
- สถานะ: โสด
อุปกรณ์เทรด:
- ก่อตั้ง Toreste PC (トレステPC) — คอมพิวเตอร์สำหรับเทรดโดยเฉพาะ เน้นความเสถียรและความเร็วในการซื้อขาย
สุขภาพ:
- เป็นโรคโลหิตจาง แต่ไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเทรด
เขาบอกว่า "ชีวิตของเขาคือการเทรดหุ้น ถ้าไม่สามารถเทรดหุ้นได้ = ชีวิตที่ไร้พลัง หดหู่"
จากเทรดเดอร์สู่เศรษฐีผู้ใจบุญ
สิ่งที่ทำให้ Testa พิเศษไม่ใช่แค่ความสามารถในการเทรด แต่คือจิตใจที่ใจบุญ:
- บริจาคของเล่นให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 600 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น — ลูกฟุตบอล วอลเลย์บอล และของเล่นมากมาย
- เขาบอกว่า "รอยยิ้มของเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีส่วนช่วยให้เขาประสบความสำเร็จ และเป็นแรงจูงใจให้เขาสร้างรายได้ในจำนวนมากๆ"
- ช่วยเหลือคนไร้บ้าน — บริจาคเงินและอาหารเป็นประจำ
เขาเชื่อว่าการให้คือการรับ — เงินที่เขาหามาได้ไม่ใช่เพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่เพื่อช่วยเหลือสังคม
การท้าทายตลาดผันผวน: โคโรนาและสงครามการค้า
ในช่วงปี 2019-2021 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นผันผวนอย่างรุนแรงจาก:
- โรคระบาด COVID-19 — ตลาดร่วง 30% ใน 1 เดือน
- สงครามการค้าสหรัฐ-จีน — ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
แต่ Testa สามารถสร้างกำไรได้อย่างน่าทึ่ง — พอร์ตเติบโตจาก 2,000 ล้านเยน (ปี 2019) เป็น 5,200 ล้านเยน (ปี 2021) ภายในเวลาเพียง 2 ปี
เคล็ดลับของเขาคือ:
- ไม่ตื่นตระหนก — ตลาดผันผวนคือโอกาส ไม่ใช่ภัยคุกคาม
- อ่านอารมณ์ตลาด — รู้ว่าเมื่อไหร่ตลาดกลัวเกินไป เมื่อไหร่ตลาดโลภเกินไป
- มี Cash Reserve — มีเงินสดพร้อมซื้อตอนตลาดร่วง
คำเตือน: การเทรดในตลาดผันผวนต้องอาศัยประสบการณ์และระบบจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง อย่าลองเลียนแบบโดยไม่มีความรู้เพียงพอ — Testa ใช้เวลา 15 ปีในการเรียนรู้และพัฒนาระบบ
บทเรียนสำคัญจากเทรดเดอร์มูลค่า 1,460 ล้านบาท
- เรียนรู้ด้วยตัวเอง — อ่านบล็อก อ่านหนังสือ ศึกษาจากหลายๆ แหล่ง ไม่ต้องมีครู
- เติบโตช้าแต่มั่นคง — ดีกว่าเก็งกำไรสูงแล้วล้มหายตัว
- แข่งกับตัวเอง — ไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น
- ยอมรับความผิดพลาด — ตัดขาดทุนทันที ไม่หวังว่าราคาจะกลับมา
- ใช้ทักษะจากชีวิตประจำวัน — เกมส์ จิตวิทยา อะไรก็ได้ที่ช่วยให้เข้าใจตลาด
- การให้คือการรับ — ช่วยเหลือคนอื่นจะทำให้คุณมีความสุขและแรงจูงใจในการเทรด
ข้อควรระวังสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
แม้ว่าเรื่องราวของ Testa จะสร้างแรงบันดาลใจ แต่เราต้องเข้าใจว่า:
- เขาใช้เวลา 15 ปี ในการเรียนรู้และพัฒนาระบบ
- เขาเคยขาดทุน 100 ล้านเยน ในสัปดาห์เดียว
- เขาอ่านบล็อก 500 บล็อกต่อวัน — ความอุตสาหะระดับสูงสุด
- Day Trading ไม่เหมาะกับทุกคน — ต้องใช้เวลา ความอดทน และทักษะสูง
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ เราแนะนำให้:
- เริ่มต้นด้วยเงินที่สูญเสียได้ — ไม่เกิน 5-10% ของเงินออม
- เรียนรู้จากบล็อก หนังสือ และคอร์สออนไลน์ที่มีคุณภาพ
- ฝึกซ้อมใน Demo Account ก่อนใช้เงินจริง
- หากฎ Cut Loss ที่เข้มงวด — ถ้าผิดให้ตัดทันที
- ไม่ใช้ leverage สูงเกินไป — เริ่มต้นที่ 1:1 หรือ 1:10 สูงสุด
ช่องทางติดตามและแหล่งข้อมูล
ช่องทางของ Testa:
- YouTube: Testa Official Channel
- Twitter: @tesuta001
- Toreste PC: https://www.pc-koubou.jp/pc/tspc.php
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:
- สัมภาษณ์ SMBC Nikko Securities
- บทความ Rakuten Securities
- สัมภาษณ์ Matsui Securities
- บทความ Diamond Online
- รายการโทรทัศน์ TV Tokyo
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: Testa ใช้เงินต้นเท่าไหร่ในการเริ่มเทรด?
A: เขาเริ่มด้วยเงินเก็บหลายล้านเยน (ประมาณ 3-5 ล้านเยน ตามที่คาดการณ์จากบล็อกญี่ปุ่น) จากงานพาร์ทไทม์ที่ทำหลังเลิกเรียน ในเดือนแรกเขาขาดทุน 300,000 เยน แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาระบบต่อไป
Q2: ทำไม Testa ถึงเปลี่ยนจาก Day Trading เป็น Swing Trading?
A: ในปี 2016 เขากลับมาเทรดหลังพักเบรก แล้วขาดทุน 100 ล้านเยนในสัปดาห์แรก — เงินที่ใช้เวลาทั้งปีในการหามา เขารู้สึกหมด passion และเห็นว่า Day Trading มีความเสี่ยงสูงเกินไป จึงเปลี่ยนมาเป็น Swing และ Long-term เพื่อลดความเสี่ยงและมีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้น
Q3: Testa ใช้กลยุทธ์อะไรในการเทรด?
A: เขาเน้นการอ่านจิตวิทยาตลาด — รู้ว่าเมื่อไหร่ตลาดกลัวเกินไป เมื่อไหร่ตลาดโลภเกินไป และใช้ทักษะจากเกมส์ในการคาดเดาว่าคู่ต่อสู้ (ฝั่งซื้อ/ฝั่งขาย) กำลังคิดอะไร นอกจากนี้เขายังใช้ Margin Trading แต่ไม่ได้ใช้ leverage สูงเกินไป และมีกฎ Cut Loss ที่เข้มงวด
Q4: Testa อ่านบล็อก 500 บล็อกต่อวันจริงหรือ?
A: ใช่ เขาบอกในสัมภาษณ์หลายครั้งว่าเขาอ่านบล็อกประมาณ 500 บล็อกทุกวัน เพื่อเปรียบเทียบมุมมองของเทรดเดอร์ระยะสั้น ระยะยาว และนักลงทุนทั่วไป ซึ่งช่วยให้เขากรองข้อมูลคุณภาพและอ่านอารมณ์ตลาดได้แม่นยำ
Q5: มือใหม่จะเรียนรู้จาก Testa ได้อย่างไร?
A: เรียนรู้หลักการไม่เสี่ยงมาก — เติบโตช้าแต่มั่นคงดีกว่าเก็งกำไรสูง และแข่งกับตัวเองไม่ใช่เปรียบเทียบกับคนอื่น เริ่มต้นด้วยเงินที่สูญเสียได้ ฝึกซ้อมใน Demo Account หากฎ Cut Loss ที่เข้มงวด และอ่านบล็อก/หนังสือการเงินอย่างต่อเนื่อง — แม้ไม่ถึง 500 บล็อกต่อวั
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


