สายเทคนิคต้องรู้ ดูแนวโน้มผ่านการวิเคราะห์ Volume หุ้น
ในการเทรดหุ้น นักลงทุนมักเจอคำถามสำคัญว่า "ราคาที่กำลังขึ้นหรือลงนี้ เป็นแนวโน้มจริงหรือไม่" การดูแค่กราฟราคาอาจไม่พอ — คุณต้องดู Volume…

ในการเทรดหุ้น นักลงทุนมักเจอคำถามสำคัญว่า "ราคาที่กำลังขึ้นหรือลงนี้ เป็นแนวโน้มจริงหรือไม่" การดูแค่กราฟราคาอาจไม่พอ — คุณต้องดู Volume หรือปริมาณการซื้อขายควบคู่ด้วย บทความนี้จะอธิบายวิธีใช้ Volume Analysis (VA) เพื่อยืนยันแนวโน้มของหุ้น และหลีกเลี่ยงกับดักราคาที่ "ขึ้นหรือลงไม่จริง" ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์สายเทคนิคทุกคนควรเชี่ยวชาญ
สรุปสาระสำคัญ
- Volume Analysis (VA) คือการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายควบคู่กับราคา เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม
- ตลาดขาขึ้นจริงต้องมี Buy Volume เพิ่มขึ้นตามราคา — ถ้า Volume ลดลงแต่ราคาขึ้น ระวังสัญญาณ 'ขึ้นไม่จริง'
- ตลาดขาลงจริงต้องมี Sell Volume เพิ่มขึ้นตามราคา — ถ้า Volume ลดลงแต่ราคาลง อาจเป็นสัญญาณกลับตัว
- ใช้เครื่องมือ Buy Sell Volume บน Trading Platform เพื่อเปรียบเทียบ Volume ฝั่งซื้อและฝั่งขายในแต่ละวัน
Volume Analysis (VA) คืออะไร
Volume Analysis (VA) คือเทคนิคการวิเคราะห์ที่ใช้ข้อมูล ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ควบคู่กับข้อมูลราคา เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของแนวโน้ม ในรูปแบบกราฟ Volume มักแสดงเป็นแท่ง (Bar Chart) ที่อยู่ด้านล่างกราฟราคา แต่ละแท่งจะบอกจำนวนหุ้นที่ซื้อขายกันในช่วงเวลานั้น (เช่น 1 วัน 1 ชั่วโมง หรือ 15 นาที ขึ้นอยู่กับ Timeframe ที่คุณตั้ง)
หลักการพื้นฐานของ VA คือ: ถ้าราคาขึ้นหรือลงพร้อมกับ Volume ที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าแนวโน้มนั้นแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ — เพราะมีนักลงทุนจำนวนมากเห็นด้วยและลงมือซื้อหรือขายจริง ๆ ในทางกลับกัน ถ้าราคาขึ้นหรือลงแต่ Volume ลดลง อาจหมายความว่าแนวโน้มนั้นอ่อนแอและอาจกลับตัวเร็ว ๆ นี้
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ถ้าคุณเห็นราคาหุ้นพุ่งขึ้น 5% ในวันหนึ่ง แต่ Volume วันนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย — คุณต้องระวังว่าอาจเป็นแค่การขึ้นชั่วคราวจากนักเก็งกำไรกลุ่มเล็ก แต่ถ้าราคาพุ่งขึ้น 5% พร้อม Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2-3 เท่า นั่นคือสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นที่มีพลัง
VA เหมาะกับตลาดไหน: Volume Analysis ใช้ได้ดีกับตลาดหุ้น (Stock) และ Crypto ที่มีข้อมูล Volume จริง แต่ในตลาด Forex จะใช้ Volume จาก Broker แต่ละรายซึ่งอาจไม่สะท้อนตลาดทั้งหมด — ดังนั้นใน Forex นิยมใช้ Price Action หรือ Order Flow มากกว่า
วิธีวิเคราะห์ Volume หุ้นด้วยหลัก VA
ในการวิเคราะห์ Volume หุ้นด้วย VA คุณจะใช้เครื่องมือที่ชื่อ Buy Sell Volume (หรือ Volume by Price ในบาง Platform) ซึ่งแยกปริมาณการซื้อขายออกเป็น 2 ฝั่ง: Buy Volume (ปริมาณการซื้อ) และ Sell Volume (ปริมาณการขาย) เพื่อให้เห็นว่าฝั่งไหนแข็งแกร่งกว่ากัน เรามาดูสถานการณ์หลัก 4 แบบที่ต้องรู้:
1. หุ้นขึ้นจริง (Strong Uptrend)
สถานการณ์: ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ Buy Volume เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

การวิเคราะห์: นี่คือสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Bullish Confirmation) เพราะหมายความว่ามีนักลงทุนจำนวนมากเข้ามาซื้อหุ้นจริง ๆ ในราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ — พวกเขายอมจ่ายแพงขึ้นเพราะเชื่อว่าราคายังจะขึ้นต่อ
วิธีดู: เปิดกราฟ Candlestick ควบคู่กับ Buy Sell Volume ถ้าเห็นแท่งเทียนเขียว (ราคาปิดสูงกว่าเปิด) และแท่ง Buy Volume สีเขียวยาวขึ้นเรื่อย ๆ — นั่นคือ "ขึ้นจริง"
ตัวอย่างตัวเลข: สมมติหุ้น ABC ราคาปิดวันที่ 1 = 100.00 บาท, วันที่ 2 = 103.50 บาท (+3.50%), วันที่ 3 = 107.20 บาท (+3.57%) — ถ้า Buy Volume วันที่ 1 = 1,000,000 หุ้น, วันที่ 2 = 1,500,000 หุ้น (+50%), วันที่ 3 = 2,200,000 หุ้น (+46.67%) นี่คือ Uptrend ที่มีพลัง
กลยุทธ์การเทรด: เมื่อเจอสัญญาณนี้ คุณอาจพิจารณา Long (ซื้อ) หรือถือหุ้นต่อ แต่ต้องดู Resistance ประกอบด้วย — ถ้าราคาเข้าใกล้ Resistance สำคัญ ควร Take Profit บางส่วน
2. หุ้นขึ้นไม่จริง (Weak Uptrend / Bearish Divergence)
สถานการณ์: ราคาหุ้นยังขึ้นต่อเนื่อง แต่ Buy Volume ลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นตาม
การวิเคราะห์: นี่คือสัญญาณอันตราย (Bearish Divergence) — ราคาขึ้นแต่แรงซื้อหมดไป แสดงว่านักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เต็มใจซื้อในราคาที่สูงขึ้นแล้ว มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวลง
วิธีดู: ถ้าเห็นแท่งเทียนเขียวต่อเนื่อง แต่แท่ง Buy Volume สีเขียวสั้นลงเรื่อย ๆ หรือแม้กระทั่งเห็น Sell Volume สีแดงเริ่มยาวขึ้น — นั่นคือสัญญาณเตือน
ตัวอย่างตัวเลข: หุ้น XYZ ราคาปิดวันที่ 1 = 50.00 บาท, วันที่ 2 = 52.50 บาท (+5.00%), วันที่ 3 = 53.75 บาท (+2.38%) — แต่ Buy Volume วันที่ 1 = 3,000,000 หุ้น, วันที่ 2 = 2,500,000 หุ้น (-16.67%), วันที่ 3 = 1,800,000 หุ้น (-28.00%) นี่คือ "ขึ้นไม่จริง"
คำเตือน: ถ้าคุณถือหุ้นอยู่และเห็นสัญญาณนี้ ควรพิจารณา Take Profit หรืออย่างน้อยตั้ง Trailing Stop Loss — อย่าเชื่อว่า "ราคายังขึ้นอยู่" เพราะอาจกลับตัวรุนแรงได้
3. หุ้นลงจริง (Strong Downtrend)
สถานการณ์: ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และ Sell Volume เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การวิเคราะห์: นี่คือแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง (Bearish Confirmation) มีนักลงทุนจำนวนมากเทขายออกมาจริง ๆ ในราคาที่ลดลง — แสดงว่าความเชื่อมั่นในหุ้นตัวนี้หมดไป
วิธีดู: เห็นแท่งเทียนแดง (ราคาปิดต่ำกว่าเปิด) ต่อเนื่อง และแท่ง Sell Volume สีแดงยาวขึ้นเรื่อย ๆ
ตัวอย่างตัวเลข: หุ้น DEF ราคาปิดวันที่ 1 = 80.00 บาท, วันที่ 2 = 76.00 บาท (-5.00%), วันที่ 3 = 71.50 บาท (-5.92%) — Sell Volume วันที่ 1 = 500,000 หุ้น, วันที่ 2 = 900,000 หุ้น (+80.00%), วันที่ 3 = 1,500,000 หุ้น (+66.67%) นี่คือ "ลงจริง"
กลยุทธ์: ถ้าคุณยังไม่ได้ถือหุ้นตัวนี้ ควรหลีกเลี่ยง (Don't Catch a Falling Knife) ถ้าถืออยู่แล้ว ควร Cut Loss หรือรอจนเห็นสัญญาณกลับตัวชัดเจน
4. หุ้นลงไม่จริง (Weak Downtrend / Bullish Divergence)
สถานการณ์: ราคาหุ้นยังลงต่อเนื่อง แต่ Sell Volume ลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นตาม
การวิเคราะห์: นี่อาจเป็นสัญญาณกลับตัวขาขึ้น (Bullish Divergence) — ราคายังลงแต่แรงขายเริ่มหมดไป หมายความว่านักลงทุนที่จะขายก็ขายออกไปหมดแล้ว เหลือแต่คนที่จะถือต่อหรือรอซื้อในราคาต่ำ
วิธีดู: แท่งเทียนแดงต่อเนื่อง แต่แท่ง Sell Volume สีแดงสั้นลงเรื่อย ๆ หรือเห็น Buy Volume สีเขียวเริ่มเพิ่มขึ้น
ตัวอย่างตัวเลข: หุ้น GHI ราคาปิดวันที่ 1 = 120.00 บาท, วันที่ 2 = 116.40 บาท (-3.00%), วันที่ 3 = 114.05 บาท (-2.02%) — แต่ Sell Volume วันที่ 1 = 2,000,000 หุ้น, วันที่ 2 = 1,500,000 หุ้น (-25.00%), วันที่ 3 = 800,000 หุ้น (-46.67%) นี่อาจเป็นสัญญาณกลับตัว
การยืนยันสัญญาณ: แม้จะเห็น Bullish Divergence ไม่ควร Long ทันที — รอให้เห็นแท่งเทียนกลับตัวขึ้น (เช่น Bullish Engulfing) หรือ Buy Volume เพิ่มขึ้นชัดเจนก่อน
เครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ Volume หุ้น
การใช้ VA ต้องอาศัยเครื่องมือที่แสดง Volume ได้ชัดเจน เรามาดูว่า Platform ไหนมีให้ใช้บ้าง:
Buy Sell Volume Indicator
Indicator ตัวนี้จะแยก Volume ออกเป็น 2 ฝั่ง (Buy/Sell) ตามราคาที่เกิดการซื้อขายจริง บาง Platform เรียกว่า "Volume Color" หรือ "Volume Profile" แต่หลักการคล้ายกัน
Platform ที่มี:
- TradingView: ใช้ Indicator ชื่อ "Volume" (default) หรือ "Better Volume" (ชุมชนทำ) ที่จะระบายสีแท่ง Volume ตามทิศทางของแท่งเทียน (เขียว = ขึ้น, แดง = ลง)
- MetaTrader 5 (MT5): มี "Volumes" Indicator ในชุดพื้นฐาน แต่ถ้าต้องการแบบแยก Buy/Sell ต้องโหลด Custom Indicator เช่น "Better Volume MT5"
- Streaming (ของไทย): มี "Buy Sell Volume" ในหน้า Advanced Chart เลย
วิธีใช้: เปิด Candlestick Chart พร้อม Volume Indicator ด้านล่าง — สังเกตว่าเมื่อราคาขึ้น Volume ควรเป็นสีเขียวและยาวขึ้น, เมื่อราคาลง Volume ควรเป็นสีแดงและยาวขึ้น
Volume Moving Average
นอกจากดู Volume แบบรายวันแล้ว คุณยังสามารถใช้ Volume Moving Average (VMA) เพื่อเปรียบเทียบว่า Volume วันนี้สูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยใน 20-50 วันที่ผ่านมา
วิธีตั้ง: เพิ่ม Simple Moving Average (SMA) period 20 ลงบน Volume Indicator — ถ้า Volume วันนี้เหนือเส้น SMA 20 แสดงว่า "Volume สูงกว่าปกติ" ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแนวโน้มใหม่
ตัวอย่าง: หุ้น JKL มี Volume เฉลี่ย 20 วัน = 1,200,000 หุ้น ถ้าวันนี้ Volume = 2,500,000 หุ้น (มากกว่าเฉลี่ย 108.33%) พร้อมราคาพุ่งขึ้น 7% นี่คือสัญญาณ Breakout ที่แข็งแกร่ง
ประโยชน์ของการวิเคราะห์ Volume หุ้นในกราฟ
การใช้ Volume Analysis ในการเทรดหุ้นจะช่วยให้คุณได้เปรียบในหลายด้าน:
1. ยืนยันแนวโน้มได้แม่นยำขึ้น
คุณจะไม่ต้องเดาว่าราคาที่ขึ้นหรือลงนั้นเป็น "แนวโน้มจริง" หรือแค่ "การเคลื่อนไหวชั่วคราว" — Volume จะบอกคุณผ่านปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มหรือลด
2. ตรวจจับสัญญาณกลับตัวก่อนใคร
Divergence ระหว่างราคาและ Volume (เช่น ราคาขึ้นแต่ Volume ลง) มักเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่ราคาจะกลับตัว — คุณจะสามารถ Exit หรือ Reverse Position ก่อนฝูงชน
3. หลีกเลี่ยงกับดัก "Pump & Dump"
ในหุ้นขนาดเล็กหรือ Penny Stock บางครั้งราคาอาจถูกยกขึ้นโดยกลุ่มเล็ก ๆ (Pump) แล้วทิ้งขาย (Dump) — ถ้าดู Volume จะเห็นว่าแม้ราคาพุ่ง แต่ Volume ไม่สูงเท่าที่ควร หรือเห็น Sell Volume เพิ่มขึ้นทันทีหลังจากขึ้น
4. เพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ
เมื่อคุณเห็นทั้งราคาและ Volume เคลื่อนไหวสอดคล้องกัน (เช่น Breakout + High Volume) คุณจะมั่นใจมากขึ้นในการเปิด Position ขนาดใหญ่หรือถือต่อแม้ตลาดผันผวน
ตัวอย่างกรณีศึกษา:
สมมติคุณเทรดหุ้น MNO ที่กำลังอยู่ใน Consolidation (แกว่งตัวในกรอบแคบ) ที่ 45.00-47.00 บาท มานาน 2 เดือน วันหนึ่งราคา Breakout ขึ้นไปปิดที่ 48.50 บาท (+5.43% จากกรอบบน) พร้อม Volume = 5,000,000 หุ้น (เฉลี่ย 20 วัน = 800,000 หุ้น คือเพิ่มขึ้น 525%) — นี่คือสัญญาณ Breakout ที่แข็งแกร่งมาก คุณอาจเข้า Long ที่ 48.50-49.00 บาท โดยตั้ง Stop Loss ที่ 46.80 บาท (ใต้กรอบเก่า) และ Target ที่ 52.00-55.00 บาท (วัดจากความสูงของกรอบ)
ผลลัพธ์: ถ้า MNO วิ่งขึ้นไปถึง 54.00 บาท ภายใน 1 สัปดาห์ คุณจะได้กำไร (54.00 - 48.50) / 48.50 = 11.34% ในระยะเวลาสั้น — ซึ่งเป็นผลจากการใช้ Volume ยืนยัน Breakout
ข้อควรระวังในการใช้ Volume Analysis
แม้ VA จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องรู้:
1. Volume อาจถูกบิดเบือนได้
ในบางกรณี (โดยเฉพาะหุ้น Small Cap) Volume สูงอาจเกิดจากการซื้อขายของนักเก็งกำไรกลุ่มเดียว (Wash Trading) หรือการทำ Market Manipulation — ต้องดู Order Book ประกอบด้วย
2. ไม่ได้บอก "ราคาเป้าหมาย"
Volume บอกได้แค่ว่าแนวโน้มแข็งแกร่งหรือไม่ — แต่ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นหรือลงถึงไหน คุณต้องใช้ Support/Resistance หรือ Fibonacci ร่วมด้วย
3. ต้องใช้กับ Indicator อื่นควบคู่
VA ใช้คนเดียวอาจเข้าใจผิดได้ — ควรใช้ร่วมกับ RSI (ดู Overbought/Oversold), MACD (ดู Momentum), หรือ Bollinger Bands (ดู Volatility)
4. ในตลาด Forex ข้อมูล Volume ไม่สมบูรณ์
Forex เป็นตลาด OTC (Over-The-Counter) ไม่มี Central Exchange — Volume ที่เห็นบน MT4/MT5 เป็นแค่ Tick Volume (จำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลง) ไม่ใช่ Volume จริง ดังนั้นใน Forex ควรใช้ Order Flow หรือ COT Report แทน
กลยุทธ์การเทรดด้วย Volume Analysis
เรามาดูวิธีนำ VA ไปใช้จริงในการเทรดแบบต่าง ๆ:
Breakout Trading + Volume
หลักการ: เมื่อราคา Breakout จาก Support/Resistance สำคัญ ถ้ามี Volume สูงควบคู่ = โอกาส Breakout สำเร็จสูง
ขั้นตอน:
- หา Resistance สำคัญ (เช่น High ของเดือนที่แล้ว)
- รอให้ราคาปิดเหนือ Resistance พร้อม Volume เพิ่มขึ้น 150-200% จากค่าเฉลี่ย
- เข้า Long ในวันถัดไป ตั้ง Stop Loss ใต้ Resistance เก่า (ตอนนี้กลายเป็น Support แล้ว)
- Target = ระยะห่างจาก Consolidation วัดขึ้นไปจาก Breakout Point
ตัวอย่าง: หุ้น PQR มี Resistance ที่ 200.00 บาท (High ของ 3 เดือนที่แล้ว) วันหนึ่งปิดที่ 205.00 บาท (+2.50%) พร้อม Volume = 3,500,000 หุ้น (เฉลี่ย 20 วัน = 1
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


