U
UHAS
XAU/USD0.00%

สายเทคนิคต้องรู้ ดูแนวโน้มผ่านการวิเคราะห์ Volume หุ้น

ในการเทรดหุ้น นักลงทุนมักเจอคำถามสำคัญว่า "ราคาที่กำลังขึ้นหรือลงนี้ เป็นแนวโน้มจริงหรือไม่" การดูแค่กราฟราคาอาจไม่พอ — คุณต้องดู Volume…

P
Patiphan Uhas
19 มีนาคม 2567·5 นาทีอ่าน
แชร์
การวิเคราะห์ Volume หุ้นในกราฟ ตัวช่วยวิเคราะห์ปริมาณซื้อขาย

ในการเทรดหุ้น นักลงทุนมักเจอคำถามสำคัญว่า "ราคาที่กำลังขึ้นหรือลงนี้ เป็นแนวโน้มจริงหรือไม่" การดูแค่กราฟราคาอาจไม่พอ — คุณต้องดู Volume หรือปริมาณการซื้อขายควบคู่ด้วย บทความนี้จะอธิบายวิธีใช้ Volume Analysis (VA) เพื่อยืนยันแนวโน้มของหุ้น และหลีกเลี่ยงกับดักราคาที่ "ขึ้นหรือลงไม่จริง" ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์สายเทคนิคทุกคนควรเชี่ยวชาญ

สรุปสาระสำคัญ

  • Volume Analysis (VA) คือการวิเคราะห์ปริมาณการซื้อขายควบคู่กับราคา เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม
  • ตลาดขาขึ้นจริงต้องมี Buy Volume เพิ่มขึ้นตามราคา — ถ้า Volume ลดลงแต่ราคาขึ้น ระวังสัญญาณ 'ขึ้นไม่จริง'
  • ตลาดขาลงจริงต้องมี Sell Volume เพิ่มขึ้นตามราคา — ถ้า Volume ลดลงแต่ราคาลง อาจเป็นสัญญาณกลับตัว
  • ใช้เครื่องมือ Buy Sell Volume บน Trading Platform เพื่อเปรียบเทียบ Volume ฝั่งซื้อและฝั่งขายในแต่ละวัน

Volume Analysis (VA) คืออะไร

Volume Analysis คืออะไร

Volume Analysis (VA) คือเทคนิคการวิเคราะห์ที่ใช้ข้อมูล ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ควบคู่กับข้อมูลราคา เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือของแนวโน้ม ในรูปแบบกราฟ Volume มักแสดงเป็นแท่ง (Bar Chart) ที่อยู่ด้านล่างกราฟราคา แต่ละแท่งจะบอกจำนวนหุ้นที่ซื้อขายกันในช่วงเวลานั้น (เช่น 1 วัน 1 ชั่วโมง หรือ 15 นาที ขึ้นอยู่กับ Timeframe ที่คุณตั้ง)

หลักการพื้นฐานของ VA คือ: ถ้าราคาขึ้นหรือลงพร้อมกับ Volume ที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าแนวโน้มนั้นแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ — เพราะมีนักลงทุนจำนวนมากเห็นด้วยและลงมือซื้อหรือขายจริง ๆ ในทางกลับกัน ถ้าราคาขึ้นหรือลงแต่ Volume ลดลง อาจหมายความว่าแนวโน้มนั้นอ่อนแอและอาจกลับตัวเร็ว ๆ นี้

ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ถ้าคุณเห็นราคาหุ้นพุ่งขึ้น 5% ในวันหนึ่ง แต่ Volume วันนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย — คุณต้องระวังว่าอาจเป็นแค่การขึ้นชั่วคราวจากนักเก็งกำไรกลุ่มเล็ก แต่ถ้าราคาพุ่งขึ้น 5% พร้อม Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2-3 เท่า นั่นคือสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นที่มีพลัง

INFO

VA เหมาะกับตลาดไหน: Volume Analysis ใช้ได้ดีกับตลาดหุ้น (Stock) และ Crypto ที่มีข้อมูล Volume จริง แต่ในตลาด Forex จะใช้ Volume จาก Broker แต่ละรายซึ่งอาจไม่สะท้อนตลาดทั้งหมด — ดังนั้นใน Forex นิยมใช้ Price Action หรือ Order Flow มากกว่า

วิธีวิเคราะห์ Volume หุ้นด้วยหลัก VA

วิธีการวิเคราะห์ Volume หุ้นด้วยหลัก VA

ในการวิเคราะห์ Volume หุ้นด้วย VA คุณจะใช้เครื่องมือที่ชื่อ Buy Sell Volume (หรือ Volume by Price ในบาง Platform) ซึ่งแยกปริมาณการซื้อขายออกเป็น 2 ฝั่ง: Buy Volume (ปริมาณการซื้อ) และ Sell Volume (ปริมาณการขาย) เพื่อให้เห็นว่าฝั่งไหนแข็งแกร่งกว่ากัน เรามาดูสถานการณ์หลัก 4 แบบที่ต้องรู้:

1. หุ้นขึ้นจริง (Strong Uptrend)

สถานการณ์: ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ Buy Volume เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน

การวิเคราะห์: นี่คือสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Bullish Confirmation) เพราะหมายความว่ามีนักลงทุนจำนวนมากเข้ามาซื้อหุ้นจริง ๆ ในราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ — พวกเขายอมจ่ายแพงขึ้นเพราะเชื่อว่าราคายังจะขึ้นต่อ

วิธีดู: เปิดกราฟ Candlestick ควบคู่กับ Buy Sell Volume ถ้าเห็นแท่งเทียนเขียว (ราคาปิดสูงกว่าเปิด) และแท่ง Buy Volume สีเขียวยาวขึ้นเรื่อย ๆ — นั่นคือ "ขึ้นจริง"

ตัวอย่างตัวเลข: สมมติหุ้น ABC ราคาปิดวันที่ 1 = 100.00 บาท, วันที่ 2 = 103.50 บาท (+3.50%), วันที่ 3 = 107.20 บาท (+3.57%) — ถ้า Buy Volume วันที่ 1 = 1,000,000 หุ้น, วันที่ 2 = 1,500,000 หุ้น (+50%), วันที่ 3 = 2,200,000 หุ้น (+46.67%) นี่คือ Uptrend ที่มีพลัง

TIP

กลยุทธ์การเทรด: เมื่อเจอสัญญาณนี้ คุณอาจพิจารณา Long (ซื้อ) หรือถือหุ้นต่อ แต่ต้องดู Resistance ประกอบด้วย — ถ้าราคาเข้าใกล้ Resistance สำคัญ ควร Take Profit บางส่วน

2. หุ้นขึ้นไม่จริง (Weak Uptrend / Bearish Divergence)

สถานการณ์: ราคาหุ้นยังขึ้นต่อเนื่อง แต่ Buy Volume ลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นตาม

การวิเคราะห์: นี่คือสัญญาณอันตราย (Bearish Divergence) — ราคาขึ้นแต่แรงซื้อหมดไป แสดงว่านักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เต็มใจซื้อในราคาที่สูงขึ้นแล้ว มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวลง

วิธีดู: ถ้าเห็นแท่งเทียนเขียวต่อเนื่อง แต่แท่ง Buy Volume สีเขียวสั้นลงเรื่อย ๆ หรือแม้กระทั่งเห็น Sell Volume สีแดงเริ่มยาวขึ้น — นั่นคือสัญญาณเตือน

ตัวอย่างตัวเลข: หุ้น XYZ ราคาปิดวันที่ 1 = 50.00 บาท, วันที่ 2 = 52.50 บาท (+5.00%), วันที่ 3 = 53.75 บาท (+2.38%) — แต่ Buy Volume วันที่ 1 = 3,000,000 หุ้น, วันที่ 2 = 2,500,000 หุ้น (-16.67%), วันที่ 3 = 1,800,000 หุ้น (-28.00%) นี่คือ "ขึ้นไม่จริง"

NOTE

คำเตือน: ถ้าคุณถือหุ้นอยู่และเห็นสัญญาณนี้ ควรพิจารณา Take Profit หรืออย่างน้อยตั้ง Trailing Stop Loss — อย่าเชื่อว่า "ราคายังขึ้นอยู่" เพราะอาจกลับตัวรุนแรงได้

3. หุ้นลงจริง (Strong Downtrend)

สถานการณ์: ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และ Sell Volume เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

การวิเคราะห์: นี่คือแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง (Bearish Confirmation) มีนักลงทุนจำนวนมากเทขายออกมาจริง ๆ ในราคาที่ลดลง — แสดงว่าความเชื่อมั่นในหุ้นตัวนี้หมดไป

วิธีดู: เห็นแท่งเทียนแดง (ราคาปิดต่ำกว่าเปิด) ต่อเนื่อง และแท่ง Sell Volume สีแดงยาวขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างตัวเลข: หุ้น DEF ราคาปิดวันที่ 1 = 80.00 บาท, วันที่ 2 = 76.00 บาท (-5.00%), วันที่ 3 = 71.50 บาท (-5.92%) — Sell Volume วันที่ 1 = 500,000 หุ้น, วันที่ 2 = 900,000 หุ้น (+80.00%), วันที่ 3 = 1,500,000 หุ้น (+66.67%) นี่คือ "ลงจริง"

กลยุทธ์: ถ้าคุณยังไม่ได้ถือหุ้นตัวนี้ ควรหลีกเลี่ยง (Don't Catch a Falling Knife) ถ้าถืออยู่แล้ว ควร Cut Loss หรือรอจนเห็นสัญญาณกลับตัวชัดเจน

4. หุ้นลงไม่จริง (Weak Downtrend / Bullish Divergence)

สถานการณ์: ราคาหุ้นยังลงต่อเนื่อง แต่ Sell Volume ลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้นตาม

การวิเคราะห์: นี่อาจเป็นสัญญาณกลับตัวขาขึ้น (Bullish Divergence) — ราคายังลงแต่แรงขายเริ่มหมดไป หมายความว่านักลงทุนที่จะขายก็ขายออกไปหมดแล้ว เหลือแต่คนที่จะถือต่อหรือรอซื้อในราคาต่ำ

วิธีดู: แท่งเทียนแดงต่อเนื่อง แต่แท่ง Sell Volume สีแดงสั้นลงเรื่อย ๆ หรือเห็น Buy Volume สีเขียวเริ่มเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างตัวเลข: หุ้น GHI ราคาปิดวันที่ 1 = 120.00 บาท, วันที่ 2 = 116.40 บาท (-3.00%), วันที่ 3 = 114.05 บาท (-2.02%) — แต่ Sell Volume วันที่ 1 = 2,000,000 หุ้น, วันที่ 2 = 1,500,000 หุ้น (-25.00%), วันที่ 3 = 800,000 หุ้น (-46.67%) นี่อาจเป็นสัญญาณกลับตัว

INFO

การยืนยันสัญญาณ: แม้จะเห็น Bullish Divergence ไม่ควร Long ทันที — รอให้เห็นแท่งเทียนกลับตัวขึ้น (เช่น Bullish Engulfing) หรือ Buy Volume เพิ่มขึ้นชัดเจนก่อน

เครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ Volume หุ้น

การใช้ VA ต้องอาศัยเครื่องมือที่แสดง Volume ได้ชัดเจน เรามาดูว่า Platform ไหนมีให้ใช้บ้าง:

Buy Sell Volume Indicator

Indicator ตัวนี้จะแยก Volume ออกเป็น 2 ฝั่ง (Buy/Sell) ตามราคาที่เกิดการซื้อขายจริง บาง Platform เรียกว่า "Volume Color" หรือ "Volume Profile" แต่หลักการคล้ายกัน

Platform ที่มี:

  • TradingView: ใช้ Indicator ชื่อ "Volume" (default) หรือ "Better Volume" (ชุมชนทำ) ที่จะระบายสีแท่ง Volume ตามทิศทางของแท่งเทียน (เขียว = ขึ้น, แดง = ลง)
  • MetaTrader 5 (MT5): มี "Volumes" Indicator ในชุดพื้นฐาน แต่ถ้าต้องการแบบแยก Buy/Sell ต้องโหลด Custom Indicator เช่น "Better Volume MT5"
  • Streaming (ของไทย): มี "Buy Sell Volume" ในหน้า Advanced Chart เลย

วิธีใช้: เปิด Candlestick Chart พร้อม Volume Indicator ด้านล่าง — สังเกตว่าเมื่อราคาขึ้น Volume ควรเป็นสีเขียวและยาวขึ้น, เมื่อราคาลง Volume ควรเป็นสีแดงและยาวขึ้น

Volume Moving Average

นอกจากดู Volume แบบรายวันแล้ว คุณยังสามารถใช้ Volume Moving Average (VMA) เพื่อเปรียบเทียบว่า Volume วันนี้สูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยใน 20-50 วันที่ผ่านมา

วิธีตั้ง: เพิ่ม Simple Moving Average (SMA) period 20 ลงบน Volume Indicator — ถ้า Volume วันนี้เหนือเส้น SMA 20 แสดงว่า "Volume สูงกว่าปกติ" ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแนวโน้มใหม่

ตัวอย่าง: หุ้น JKL มี Volume เฉลี่ย 20 วัน = 1,200,000 หุ้น ถ้าวันนี้ Volume = 2,500,000 หุ้น (มากกว่าเฉลี่ย 108.33%) พร้อมราคาพุ่งขึ้น 7% นี่คือสัญญาณ Breakout ที่แข็งแกร่ง

ประโยชน์ของการวิเคราะห์ Volume หุ้นในกราฟ

ประโยชน์ของการวิเคราะห์ Volume หุ้นในกราฟ

การใช้ Volume Analysis ในการเทรดหุ้นจะช่วยให้คุณได้เปรียบในหลายด้าน:

1. ยืนยันแนวโน้มได้แม่นยำขึ้น
คุณจะไม่ต้องเดาว่าราคาที่ขึ้นหรือลงนั้นเป็น "แนวโน้มจริง" หรือแค่ "การเคลื่อนไหวชั่วคราว" — Volume จะบอกคุณผ่านปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มหรือลด

2. ตรวจจับสัญญาณกลับตัวก่อนใคร
Divergence ระหว่างราคาและ Volume (เช่น ราคาขึ้นแต่ Volume ลง) มักเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่ราคาจะกลับตัว — คุณจะสามารถ Exit หรือ Reverse Position ก่อนฝูงชน

3. หลีกเลี่ยงกับดัก "Pump & Dump"
ในหุ้นขนาดเล็กหรือ Penny Stock บางครั้งราคาอาจถูกยกขึ้นโดยกลุ่มเล็ก ๆ (Pump) แล้วทิ้งขาย (Dump) — ถ้าดู Volume จะเห็นว่าแม้ราคาพุ่ง แต่ Volume ไม่สูงเท่าที่ควร หรือเห็น Sell Volume เพิ่มขึ้นทันทีหลังจากขึ้น

4. เพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ
เมื่อคุณเห็นทั้งราคาและ Volume เคลื่อนไหวสอดคล้องกัน (เช่น Breakout + High Volume) คุณจะมั่นใจมากขึ้นในการเปิด Position ขนาดใหญ่หรือถือต่อแม้ตลาดผันผวน

ตัวอย่างกรณีศึกษา:
สมมติคุณเทรดหุ้น MNO ที่กำลังอยู่ใน Consolidation (แกว่งตัวในกรอบแคบ) ที่ 45.00-47.00 บาท มานาน 2 เดือน วันหนึ่งราคา Breakout ขึ้นไปปิดที่ 48.50 บาท (+5.43% จากกรอบบน) พร้อม Volume = 5,000,000 หุ้น (เฉลี่ย 20 วัน = 800,000 หุ้น คือเพิ่มขึ้น 525%) — นี่คือสัญญาณ Breakout ที่แข็งแกร่งมาก คุณอาจเข้า Long ที่ 48.50-49.00 บาท โดยตั้ง Stop Loss ที่ 46.80 บาท (ใต้กรอบเก่า) และ Target ที่ 52.00-55.00 บาท (วัดจากความสูงของกรอบ)

TIP

ผลลัพธ์: ถ้า MNO วิ่งขึ้นไปถึง 54.00 บาท ภายใน 1 สัปดาห์ คุณจะได้กำไร (54.00 - 48.50) / 48.50 = 11.34% ในระยะเวลาสั้น — ซึ่งเป็นผลจากการใช้ Volume ยืนยัน Breakout

ข้อควรระวังในการใช้ Volume Analysis

แม้ VA จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องรู้:

1. Volume อาจถูกบิดเบือนได้
ในบางกรณี (โดยเฉพาะหุ้น Small Cap) Volume สูงอาจเกิดจากการซื้อขายของนักเก็งกำไรกลุ่มเดียว (Wash Trading) หรือการทำ Market Manipulation — ต้องดู Order Book ประกอบด้วย

2. ไม่ได้บอก "ราคาเป้าหมาย"
Volume บอกได้แค่ว่าแนวโน้มแข็งแกร่งหรือไม่ — แต่ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นหรือลงถึงไหน คุณต้องใช้ Support/Resistance หรือ Fibonacci ร่วมด้วย

3. ต้องใช้กับ Indicator อื่นควบคู่
VA ใช้คนเดียวอาจเข้าใจผิดได้ — ควรใช้ร่วมกับ RSI (ดู Overbought/Oversold), MACD (ดู Momentum), หรือ Bollinger Bands (ดู Volatility)

4. ในตลาด Forex ข้อมูล Volume ไม่สมบูรณ์
Forex เป็นตลาด OTC (Over-The-Counter) ไม่มี Central Exchange — Volume ที่เห็นบน MT4/MT5 เป็นแค่ Tick Volume (จำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลง) ไม่ใช่ Volume จริง ดังนั้นใน Forex ควรใช้ Order Flow หรือ COT Report แทน

กลยุทธ์การเทรดด้วย Volume Analysis

เรามาดูวิธีนำ VA ไปใช้จริงในการเทรดแบบต่าง ๆ:

Breakout Trading + Volume

หลักการ: เมื่อราคา Breakout จาก Support/Resistance สำคัญ ถ้ามี Volume สูงควบคู่ = โอกาส Breakout สำเร็จสูง

ขั้นตอน:

  1. หา Resistance สำคัญ (เช่น High ของเดือนที่แล้ว)
  2. รอให้ราคาปิดเหนือ Resistance พร้อม Volume เพิ่มขึ้น 150-200% จากค่าเฉลี่ย
  3. เข้า Long ในวันถัดไป ตั้ง Stop Loss ใต้ Resistance เก่า (ตอนนี้กลายเป็น Support แล้ว)
  4. Target = ระยะห่างจาก Consolidation วัดขึ้นไปจาก Breakout Point

ตัวอย่าง: หุ้น PQR มี Resistance ที่ 200.00 บาท (High ของ 3 เดือนที่แล้ว) วันหนึ่งปิดที่ 205.00 บาท (+2.50%) พร้อม Volume = 3,500,000 หุ้น (เฉลี่ย 20 วัน = 1

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง