เทรดเดอร์ประสบความสำเร็จ 5 คนนี้ ทำกำไร 14,313,277$
ในโลกของการเทรดหุ้น มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำกำไรสะสมรวมกันได้มากกว่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — และยิ่งทำได้อย่างโปร่งใสยิ่งน่าสนใจ

ในโลกของการเทรดหุ้น มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำกำไรสะสมรวมกันได้มากกว่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — และยิ่งทำได้อย่างโปร่งใสยิ่งน่าสนใจ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 เทรดเดอร์หุ้นเพนนี (Penny Stock) ที่ไม่เพียงสร้างผลตอบแทนสูง แต่ยังร่วมมือกันก่อตั้ง Clover Trading และแบ่งปันกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง การทำงานเป็นทีม และแนวคิดที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน เราจะเจาะลึกประสบการณ์จริง ข้อผิดพลาดที่เคยทำ และหลักการที่ใช้ได้จริงในตลาด
สรุปสาระสำคัญ
- 5 เทรดเดอร์สร้างกำไรรวม 14,313,277 ดอลลาร์จากหุ้นเพนนี โดยใช้กลยุทธ์การชอร์ตและการจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
- ทุกคนล้วนเคยขาดทุนหนักในช่วงแรก — บางคนสูญเสียถึง 70% ของพอร์ต — ก่อนปรับกลยุทธ์และกลับมาทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
- การทำงานเป็นทีมช่วยเพิ่มวินัย แบ่งปันมุมมอง และเตือนกันในเรื่องการควบคุมอารมณ์ — สิ่งที่เทรดเดอร์เดี่ยวมักพลาดไป
- แกนหลักของความสำเร็จคือ การรักการเทรดจริงๆ + การ Back Test สถิติ + Risk-Reward Ratio ที่ชัดเจน + การพัฒนาทักษะต่อเนื่อง
รู้จัก 5 เทรดเดอร์ที่สร้างกำไรรวม 14.3+ ล้านดอลลาร์
ทั้ง 5 คนนี้ไม่ได้มาจากพื้นฐานด้านการเงินที่หรูหรา — พวกเขาเริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่กี่หมื่นดอลลาร์ เรียนรู้จากความผิดพลาด และค่อยๆ พัฒนาระบบการเทรดจนสามารถสร้างรายได้เป็นหลักล้านดอลลาร์ได้ นี่คือประวัติโดยย่อของแต่ละคน:
- Jack Schwartz — มาจากมิสซูรี เริ่มเทรดตั้งแต่ยังเรียนมัธยมปลาย หลังเทรดไม่ประสบความสำเร็จ 3 ปี เปลี่ยนไปชอร์ตหุ้นและเปลี่ยนบัญชี 7,000 ดอลลาร์เป็น 80,000 ดอลลาร์ใน 3 เดือน (แต่ขาดทุนกลับไปเกือบหมดหลังจากนั้น) ปัจจุบันสร้างบัญชีใหม่จาก 14,000 ดอลลาร์เป็นมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์
- Michael Hudson (Mike Huddy) — มาจากลอสแอนเจลิส เปลี่ยน 25,000 ดอลลาร์เป็น 1.3 ล้านดอลลาร์ภายใน 7 ปี โดยใช้รูปแบบทางสถิติในการเทรดรายวัน (Day Trading) และการจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด
- Kyle Williams — มาจากแคลิฟอร์เนีย เริ่มขาดทุน 70% ของบัญชี 6,000 ดอลลาร์ในปีแรก แต่หลังค้นพบกลยุทธ์การชอร์ตหุ้นที่เหมาะกับตัวเอง ใช้เวลา 6 ปีเปลี่ยนเงินนั้นเป็นกำไรมากกว่า 3.6 ล้านดอลลาร์
- Dom Mastromatteo — มาจากมิชิแกน จบปริญญาด้านการเงิน เทรดมาตั้งแต่ปี 2016 ใช้เวลา 10 เดือนในการศึกษาและขาดทุนก่อนจะเริ่มทำกำไรสม่ำเสมอ
- Jack Kellogg (Jack K) — มาจากนิวแฮมเชอร์ ทำงานเป็นพนักงานจอดรถ (Valet Parking) ตั้งแต่อายุ 16 ปี สะสมเงินเปิดบัญชีเทรด ภายใน 6 ปีสร้างกำไรรวมตรวจสอบได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์
ทั้ง 5 คนพบกันในชุมชน Tim Sykes (นักเทรด Penny Stock ชื่อดังจาก Wall Street) และตัดสินใจร่วมมือกันก่อตั้ง Clover Trading เพื่อสอนและแบ่งปันประสบการณ์กับเทรดเดอร์รุ่นใหม่
ทำไมการเทรดเป็นทีมถึงได้เปรียบกว่าเทรดคนเดียว
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ทำงานคนเดียว — ได้กำไรก็ดีใจคนเดียว ขาดทุนก็หงุดหงิดคนเดียว แต่กลุ่ม Clover Trading พบว่าการเทรดเป็นทีมมีข้อดีหลายประการที่ส่งผลโดยตรงต่อผลกำไร:
แลกเปลี่ยนมุมมองและเตือนภัยซึ่งกันและกัน
แต่ละคนมีจุดแข็งต่างกัน — บางคนเก่งวิเคราะห์มาโคร (Macro) บางคนเชี่ยวชาญการหา Pattern ในกราฟ เมื่อมีการแชร์ไอเดียก่อนเทรด ช่วยลดโอกาสพลาดสัญญาณสำคัญหรือตัดสินใจแบบอารมณ์
Dom กล่าวว่า "ตอนเทรดคนเดียว ได้กำไรก็ดีใจอยู่คนเดียว ขาดทุนก็เอาหัวโขกโต๊ะคนเดียว แต่การเทรดกับเพื่อนทำให้มีคนช่วยเตือน ให้กำลังใจ และช่วยดึงศักยภาพของกันและกันออกมา"
เพิ่มวินัยและลดการตัดสินใจตามอารมณ์
Jack K เล่าประสบการณ์ว่า หลังกลับจากทริปท่องเที่ยวครั้งหนึ่ง เขาเทรดได้แย่มาก ขาดทุนเกือบทุกวัน เพราะสมาธิและจิตใจไม่อยู่กับการเทรด — นี่คือบทเรียนที่ทำให้เขาเน้นย้ำเรื่อง วินัย มากขึ้น การมีเพื่อนร่วมทีมช่วยเตือนเมื่อเห็นว่าใครสักคนกำลังเทรดไม่ปกติ
สร้างแรงจูงใจและความรับผิดชอบ (Accountability)
การรู้ว่ามีคนติดตามผลงานและคาดหวังให้เราทำงานได้ดี ช่วยให้เรามีแรงจูงใจมากกว่าการเทรดคนเดียว Mike Huddy เปรียบเทียบว่า "การเทรดของเราเหมือนทีมกีฬาที่ลงสนามจริง มีแพ้ มีชนะ แต่เราช่วยกันพัฒนาและให้กำลังใจ ไม่ใช่ไปกู้เงินคนอื่นมาเทรดแบบขาดความรับผิดชอบ"
ลักษณะนิสัยและสไตล์การเทรดของแต่ละคน
แม้จะทำงานเป็นทีม แต่แต่ละคนมีบุคลิกและกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน:
- Kyle Williams — เทรดเดอร์ที่มีวินัยสูงสุดในกลุ่ม ยึดกฎเกณฑ์และแผนการเทรดอย่างเคร่งครัด
- Dom Mastromatteo และ Jack K — เป็นเทรดเดอร์สายก้าวร้าว (Aggressive Trader) กล้าเสี่ยงเมื่อเห็นสัญญาณชัดเจน แต่รู้จักการจัดการความเสี่ยง
- Jack Schwartz และ Mike Huddy — เป็นเทรดเดอร์สายใจเย็น ค่อยๆ สะสมกำไรทีละเล็กละน้อย เน้นความสม่ำเสมอมากกว่า Home Run
สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนรักการเทรดจริงๆ และต้องการอิสรภาพทางเวลาและการเงิน
Jack K อธิบายการเทรดแบบก้าวร้าวของเขาว่า "ผมไม่ได้เสี่ยงแบบนี้ตลอด แต่เมื่อมีสัญญาณคอนเฟิร์มชัดเจน ผมพร้อมทุ่มเต็มที่ — เหมือนกับตกปลาในอ่างที่เต็มไปด้วยปลา เราได้เลือกอ่างที่ดีตั้งแต่แรกแล้ว"
กลยุทธ์หลักในการเทรดหุ้นเพนนี
การชอร์ต (Short Selling) หุ้นเพนนี
เทรดเดอร์ทั้ง 5 มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการ ชอร์ต หุ้นที่มีราคาต่ำและผันผวนสูง โดยมองหาหุ้นที่ถูกเก็งกำไรจนราคาสูงเกินจริง (Pump) แล้วเข้าชอร์ตก่อนจะเกิด Dump
การชอร์ตหุ้นเพนนีต้องการ:
- ทักษะการอ่านกราฟ เพื่อหาจุดที่ราคาจะกลับตัวลง
- การบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด เพราะหุ้นเพนนีอาจพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหากมี Catalyst
- ความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพราะ Penny Stock มักมี Spread กว้างและสภาพคล่องต่ำ
การใช้ Back Testing และสถิติ
Mike Huddy เน้นการ Back Test อย่างสม่ำเสมอ — เช็คสถิติการเทรดของตัวเองอย่างละเอียดว่าทำได้ดีในช่วงไหน พลาดตรงไหน เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์
Kyle Williams เปรียบเทียบว่า "การเรียนรู้ตั้งค่าการเทรด (Trade Setup) เหมือนการเรียนภาษาใหม่ — มีไวยกรณ์ มีตัวสะกด ต้องใช้เวลาในการจำและฝึกฝน"
การศึกษามาโครและปัจจัยพื้นฐาน
Jack K แนะนำว่า ในช่วงที่ตลาดค่อนข้างเงียบ (เช่น มิถุนายน 2022) เป็นเวลาที่ดีในการหาความรู้เพิ่มเติม เช่น:
- การดู CPI (Consumer Price Index) และผลกระทบต่อตลาด
- การวิเคราะห์มาโครภาพรวม เพื่อเข้าใจทิศทางตลาดหุ้นโดยรวม
หลักการจัดการความเสี่ยงที่ใช้จริง
Risk-Reward Ratio ที่ชัดเจน
Jack K เน้นย้ำว่า Risk-Reward Ratio คือหัวใจหลักของการเทรดที่ยั่งยืน เทรดเดอร์ต้องรู้ว่าในแต่ละเทรด:
- เสี่ยงขาดทุนสูงสุดเท่าไร (Stop Loss)
- คาดหวังกำไรเท่าไร (Take Profit)
- Ratio ควรอยู่ที่ 1:2 หรือ 1:3 ขึ้นไป

การไม่มี Stop Loss ที่ชัดเจนคือสาเหตุหลักที่ทำให้เทรดเดอร์มือใหม่ขาดทุนหนัก — หุ้นเพนนีสามารถลดลง 50% ใน 1 วันได้ หาก Leverage สูงอาจทำให้พอร์ตระเบิดได้
การควบคุมขนาดตำแหน่ง (Position Sizing)
ทั้ง 5 คนเคยขาดทุนหนักในช่วงแรก — บางคนสูญเสียเกือบทั้งหมดของพอร์ต — สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเปิดตำแหน่งใหญ่เกินไป
เครื่องมือ
Lot Size Calculator
คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize
หลัก Risk Management
หลังจากปรับกลยุทธ์ พวกเขาใช้กฎ:
- ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตต่อเทรด (สำหรับเทรดปกติ)
- เพิ่มขนาดเฉพาะเมื่อมี สัญญาณคอนเฟิร์มชัดเจน และมั่นใจสูง (High-Conviction Trade)
การฝึกวินัยและการควบคุมอารมณ์
Jack K เตือนว่า วินัย คือสิ่งสำคัญที่สุด — หลังกลับจากทริปท่องเที่ยว เขาเทรดได้แย่มากเพราะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
เทรดเดอร์ควร:
- งดเทรดในวันที่ไม่มีสมาธิหรืออารมณ์ไม่ดี
- ตั้งกฎการเทรดและยึดถือจนกว่าจะมีเหตุผลที่ดีในการเปลี่ยน
- ทบทวนผลการเทรดทุกวัน/ทุกสัปดาห์
บทเรียนสำคัญจากความล้มเหลวในอดีต
Jack Schwartz: จาก 80,000 ดอลลาร์กลับไป 14,000 ดอลลาร์
หลังจาก Jack Schwartz เปลี่ยนบัญชี 7,000 ดอลลาร์เป็น 80,000 ดอลลาร์ใน 3 เดือน เขาคิดว่าตัวเองเก่งมากและเริ่มเทรดอย่างไม่มีวินัย — ผลคือขาดทุนกลับไปเกือบหมด
บทเรียน: ความสำเร็จระยะสั้นไม่ได้การันตีความสำเร็จระยะยาว การมีกำไรครั้งใหญ่อาจทำให้ Overconfident และลดวินัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการล้มเหลู
Kyle Williams: สูญเสีย 70% ในปีแรก
Kyle เริ่มต้นด้วยบัญชี 6,000 ดอลลาร์และขาดทุน 70% ในปีแรก — แต่เขาไม่ยอมแพ้ เขาใช้เวลาศึกษาและค้นพบกลยุทธ์การชอร์ตที่เหมาะกับตัวเอง
บทเรียน: การล้มเหลวในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและปรับปรุงกลยุทธ์ ไม่ใช่ยอมแพ้หรือเพิ่ม Leverage เพื่อคืนทุนเร็ว
Dom Mastromatteo: 10 เดือนขาดทุนก่อนทำกำไรสม่ำเสมอ
Dom ใช้เวลา 10 เดือนในการศึกษาและขาดทุนต่อเนื่องก่อนจะเริ่มทำกำไรสม่ำเสมอ
บทเรียน: การเทรดต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ อย่าคาดหวังกำไรทันทีในเดือนแรก — ควรมองว่า 6-12 เดือนแรกเป็นช่วง "ลงทุนในการศึกษา"
แนวทางสู่ความสำเร็จในการเทรด
รักในการเทรดจริงๆ
ทั้ง 5 คนเน้นว่า ถ้าคุณไม่รักการเทรด คุณจะไม่อยู่รอดในตลาดระยะยาว การเทรดไม่ใช่แค่การหาเงิน แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
มีแผนและระบบที่ชัดเจน
Dom กล่าวว่า "ผมโฟกัสไปที่การเรียนรู้และพัฒนากลยุทธ์เป็นหลัก" — การมีระบบการเทรดที่ชัดเจนช่วยลดการตัดสินใจตามอารมณ์
หาชุมชนหรือที่ปรึกษาที่ดี
การมีพี่เลี้ยงหรือชุมชนที่สนับสนุนช่วยย่นเวลาในการเรียนรู้ได้มาก — แต่ควรระวังคอร์สหลอกลวงที่รับประกันผลตอบแทน
Clover Trading เสนอคอร์สเรียนและชุมชนสำหรับเทรดเดอร์หุ้นเพนนี แต่เราไม่แนะนำการลงทุนในคอร์สใดๆ โดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติและรีวิวจากผู้เรียนจริงก่อน
พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
Jack K เน้นว่า "เรียนรู้และฝึกฝนทักษะให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ วิวัฒนาการก้าวขึ้นไปอีกขั้น" — ในช่วงที่ตลาดเงียบ ใช้เวลาศึกษามาโคร CPI และปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การเทรดหุ้นเพนนีเสี่ยงแค่ไหน?
หุ้นเพนนีมีความผันผวนสูงมาก — ราคาอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง 50% ใน 1 วัน การจัดการความเสี่ยงด้วย Stop Loss และ Position Sizing ที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มด้วยเงินที่เสียแล้วไม่กระทบชีวิต
ต้องใช้เงินทุนเท่าไรในการเริ่มเทรดหุ้นเพนนี?
เทรดเดอร์ใน Clover Trading เริ่มต้นด้วยเงินทุนตั้งแต่ 6,000 ถึง 25,000 ดอลลาร์ แต่สิ่งสำคัญคือ ทักษะและระบบ ไม่ใช่ขนาดเงินทุน — การมีทุน 100,000 ดอลลาร์แต่ไม่มีระบบจะขาดทุนเร็วกว่ามีทุน 5,000 ดอลลาร์แต่มีวินัย
การเทรดเป็นทีมเหมาะกับทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็น — บางคนทำงานได้ดีกว่าเมื่ออยู่คนเดียว แต่การมีชุมชนหรือเพื่อนที่เข้าใจการเทรดช่วยให้มีคนคุยด้วย แบ่งปันไอเดีย และเตือนเมื่อเทรดผิดปกติ
ทำไมควรศึกษา Back Testing?
Back Testing ช่วยให้คุณรู้ว่ากลยุทธ์ใช้ได้จริงหรือไม่ก่อนลงเงินจริง และช่วยค้นหาจุดอ่อนในระบบเทรดของคุณ — Mike Huddy ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ Back Test และเช็คสถิติแทนการเทรดบ่อยๆ
ควรใช้ Leverage เท่าไรในการเทรดหุ้นเพนนี?
เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้ใช้ Leverage สูง — หุ้นเพนนีมีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว การใช้ Leverage มากกว่า 1:2 อาจทำให้พอร์ตระเบิดได้ง่าย ควรเน้นการจัดการเงินทุนและการชอร์ตที่ไม่มี Leverage มากเกินไป
ที่มา: บทสัมภาษณ์จาก B The Trader
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


