U
UHAS
XAU/USD—0.00%

คู่เงิน Forex คืออะไร? มีที่ไปที่มาอย่างไร ?(วีดีโอ)

ในตลาด Forex ทุกครั้งที่คุณกดปุ่ม Buy หรือ Sell คุณกำลังซื้อขายคู่เงิน (Currency Pair) ไม่ใช่เหรียญเดียว — ตัวอย่างเช่น EUR/USD

P
Patiphan Uhas
29 มกราคม 2564·3 นาทีอ่าน
แชร์
คู่เงิน Forex คืออะไร? มีที่ไปที่มาอย่างไร ?

ในตลาด Forex ทุกครั้งที่คุณกดปุ่ม Buy หรือ Sell คุณกำลังซื้อขายคู่เงิน (Currency Pair) ไม่ใช่เหรียญเดียว — ตัวอย่างเช่น EUR/USD หมายถึงคุณซื้อยูโรด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ การเข้าใจโครงสร้างของคู่เงินคือรากฐานแรกที่จะทำให้คุณอ่านราคา วิเคราะห์กราฟ และตัดสินใจเทรดได้อย่างมีหลักการ

สรุปสาระสำคัญ

  • คู่เงิน Forex ประกอบด้วย 2 สกุล — สกุลหน้า (Base Currency) และสกุลหลัง (Quote Currency)
  • ราคาคู่เงินบอกว่าต้องใช้สกุลหลังเท่าไรถึงจะซื้อ 1 หน่วยของสกุลหน้าได้
  • คู่เงินหลัก (Major Pairs) มีสภาพคล่องสูงและ spread ต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  • คู่เงินครอส (Cross Pairs) และคู่เงินเอ็กโซติก (Exotic Pairs) มีความผันผวนและค่าธรรมเนียมสูงกว่า

คู่เงิน Forex คืออะไร?

คู่เงิน (Currency Pair) คือหน่วยการซื้อขายในตลาด Forex ที่ประกอบด้วยสกุลเงินสองตัวเสมอ เนื่องจากการซื้อสกุลหนึ่งจำเป็นต้องขายอีกสกุลหนึ่งพร้อมกัน

โครงสร้างของคู่เงิน

คู่เงินเขียนในรูปแบบ XXX/YYY เช่น EUR/USD โดย:

  • สกุลหน้า (Base Currency) — สกุลทางซ้ายมือ (EUR) คือหน่วยอ้างอิงที่มีค่าเสมอ = 1 หน่วย
  • สกุลหลัก (Quote Currency) — สกุลทางขวามือ (USD) คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อ 1 หน่วยของสกุลหน้า

ตัวอย่าง: หาก EUR/USD = 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโร = 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อคุณกด Buy EUR/USD คุณซื้อยูโรและขายดอลลาร์พร้อมกัน ในทางกลับกัน หากกด Sell คุณขายยูโรและซื้อดอลลาร์

INFO

การอ่านราคาคู่เงินให้ถูกต้องคือทักษะพื้นฐานที่สุดของ Forex Trader — ผิดจุดนี้จะทำให้คุณเข้าออเดอร์ผิดทิศทางโดยไม่รู้ตัว

ประเภทของคู่เงิน Forex

ตลาด Forex แบ่งคู่เงินออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามสภาพคล่องและการมีส่วนร่วมของ USD

1. คู่เงินหลัก (Major Pairs)

คู่เงินที่มี USD เป็นหนึ่งในสองสกุล และมีปริมาณซื้อขายสูงที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของมูลค่าซื้อขายรวมในตลาด Forex

คู่เงินหลักที่นิยมสูงสุด:

  • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ) — คู่เงินที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดในโลก
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยน) — ตัวชี้วัดความเสี่ยงในตลาดเอเชีย
  • GBP/USD (ปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ) — เรียกว่า "Cable"
  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส) — สกุลปลอดภัย
  • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)
  • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)
  • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)

ข้อดี:

  • Spread แคบ (มักต่ำกว่า 1-2 pips ในช่วงตลาดปกติ)
  • สภาพคล่องสูง — เข้าออกออเดอร์ได้รวดเร็ว
  • ข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์มีเยอะ

ข้อควรระวัง:

  • ความผันผวนต่ำกว่าคู่อื่นในบางช่วง — อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลกำไรสั้นรวดเร็ว

2. คู่เงินครอส (Cross Pairs / Minors)

คู่เงินที่ไม่มี USD เป็นหนึ่งในสองสกุล แต่ยังคงเป็นสกุลใหญ่ทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่างที่นิยม:

  • EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์)
  • EUR/JPY (ยูโร/เยน)
  • GBP/JPY (ปอนด์/เยน) — คู่ที่มีความผันผวนสูง
  • AUD/JPY (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/เยน)
  • EUR/AUD (ยูโร/ดอลลาร์ออสเตรเลีย)

ข้อดี:

  • ไม่ต้องติดตามข่าว USD โดยตรง
  • บางคู่มีความผันผวนสูง เหมาะสำหรับกลยุทธ์ Breakout

ข้อควรระวัง:

  • Spread กว้างกว่า Major Pairs (มักอยู่ที่ 2-5 pips)
  • สภาพคล่องต่ำกว่า อาจเกิด Slippage ในช่วงข่าวใหญ่

3. คู่เงินเอ็กโซติก (Exotic Pairs)

คู่เงินที่มีสกุลจากประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เป็นหนึ่งในสองสกุล

ตัวอย่าง:

  • USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี)
  • EUR/TRY (ยูโร/ลีราตุรกี)
  • USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐ/แรนด์แอฟริกาใต้)
  • USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก)

ข้อควรระวัง:

  • Spread กว้างมาก (อาจมากกว่า 10-50 pips)
  • ความผันผวนสูงมาก — ราคาอาจกระโดด 2-5% ในวันเดียว
  • ความเสี่ยงด้านนโยบายการเมืองและอัตราดอกเบี้ยสูง
  • ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือบัญชีขนาดเล็ก
NOTE

Exotic Pairs มีค่าธรรมเนียม Swap (ค้างคืน) สูงมาก — หากเทรดแบบ Swing หรือ Position ต้องคำนวณต้นทุนนี้ให้ดี

ปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงิน

การเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากแรงซื้อขายที่เกิดจากปัจจัยเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

ดัชนีเศรษฐกิจ (Economic Indicators)

  • อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) — ปัจจัยสำคัญที่สุด สกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมักแข็งค่าขึ้น
  • GDP (Gross Domestic Product) — ชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • อัตราเงินเฟ้อ (Inflation / CPI) — เงินเฟ้อสูงอาจทำให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย
  • ตัวเลขการจ้างงาน (Non-Farm Payroll, Unemployment Rate) — สำคัญมากสำหรับ USD

นโยบายการเงินและการคลัง

  • ธนาคารกลาง (Federal Reserve, ECB, Bank of Japan) ควบคุมอุปทานเงินและอัตราดอกเบี้ย
  • การแทรกแซงตลาด — บางประเทศเข้าซื้อขายเพื่อควบคุมค่าเงิน (เช่น สวิตเซอร์แลนด์, ญี่ปุ่น)

ปัจจัยทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์

  • การเลือกตั้ง การออกจากสหภาพ (เช่น Brexit) หรือความตึงเครียดระหว่างประเทศ สามารถทำให้คู่เงินเคลื่อนไหวรุนแรงภายในชั่วโมงเดียว

ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าโภคภัณฑ์และสกุลเงิน

  • AUD, CAD มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันและโลหะ
  • JPY, CHF เป็นสกุลปลอดภัย (Safe Haven) — แข็งค่าขึ้นในช่วงวิกฤต
TIP

การเลือกคู่เงินควรสอดคล้องกับกลยุทธ์ของคุณ — หากเป็น Scalper ควรเทรด Major Pairs ในช่วง London-New York Overlap หากเป็น Swing Trader อาจเลือก Cross Pairs ที่มี Trend ชัดเจน

วิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับคุณ

สำหรับผู้เริ่มต้น

  • เริ่มจาก EUR/USD หรือ USD/JPY — Spread ต่ำ ข้อมูลเยอะ เคลื่อนไหวไม่รุนแรงเกินไป
  • หลีกเลี่ยง Exotic Pairs และคู่ที่มี Spread > 5 pips
  • เทรดในช่วงเวลาที่ตลาดคึกคัก (15:00-23:00 น. ตามเวลาไทย)

สำหรับผู้เทรดระดับกลาง

  • ขยายไปยัง GBP/USD, AUD/USD หรือ Cross Pairs เช่น EUR/GBP, GBP/JPY
  • เรียนรู้การวิเคราะห์ Correlation ระหว่างคู่เงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ซ้ำซ้อน

สำหรับผู้เทรดขั้นสูง

  • สามารถเทรด Exotic Pairs ได้ แต่ต้องมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
  • ใช้กลยุทธ์ Multi-Currency Analysis หรือ Pair Trading

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คู่เงินไหนเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่สุด?

EUR/USD เป็นคู่เงินที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากมี Spread ต่ำที่สุด (มักต่ำกว่า 1 pip) สภาพคล่องสูง และมีข้อมูลวิเคราะห์มากมายให้ศึกษา

ทำไมบางคู่เงินถึงมี Spread กว้างมาก?

Spread กว้างเกิดจากสภาพคล่องต่ำ — ยิ่งคู่เงินมีปริมาณการซื้อขายน้อย โบรกเกอร์ต้องเสี่ยงในการหาคู่ค้าให้ จึงคิด Spread สูงขึ้นเป็นค่าชดเชย Exotic Pairs มี Spread กว้างที่สุดเพราะเหตุนี้

การเทรดหลายคู่เงินพร้อมกันดีไหม?

ดีได้ หากคุณเข้าใจ Correlation ระหว่างคู่เงิน — ตัวอย่างเช่น หากเทรด EUR/USD และ GBP/USD พร้อมกัน คุณอาจเสี่ยงซ้ำซ้อนเพราะทั้งสองมักเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกัน

คู่เงิน Cross Pairs เหมาะกับกลยุทธ์แบบไหน?

Cross Pairs เช่น GBP/JPY หรือ EUR/AUD เหมาะกับกลยุทธ์ Breakout และ Momentum เพราะมีความผันผวนสูง — แต่ไม่เหมาะกับ Scalping เพราะ Spread กว้างกว่า Major Pairs

ทำไมต้องเข้าใจโครงสร้างของคู่เงิน?

เพราะหากคุณไม่รู้ว่าสกุลไหนเป็น Base และ Quote คุณจะอ่านราคาผิด วิเคราะห์ผิด และเข้าออเดอร์ผิดทิศทางได้ง่าย — นี่คือข้อผิดพลาดพื้นฐานที่ทำให้ผู้เริ่มต้นหลายคนขาดทุนโดยไม่จำเป็น

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง