U
UHAS
รอข้อมูล
XAU/USDรอข้อมูล

7 เคล็ดลับการ เทรด Forex เป็นงานเสริม (วีดีโอ)

7 เคล็ดลับการ เทรด Forex เป็นงานเสริม จากเว็บไซต์ระดับตำนาน babypips.com ซึงเราทีมงาน Uhas.com ได้แปลและนำมาเรียบเรียงออกมาให้เพื่อนๆ

P
Patiphan Uhas
15 ตุลาคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
7 เคล็ดลับการ เทรด Forex เป็นงานเสริม

การเทรด Forex เป็นงานเสริมกำลังเป็นที่นิยมในหลายคนที่ต้องการสร้างรายได้เพิ่ม โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ ด้วยตลาด Forex ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ คุณสามารถเทรดได้ทุกเวลาที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าก่อนไปทำงาน พักเที่ยง หรือตอนค่ำหลังเลิกงาน บทความนี้รวบรวม 7 เคล็ดลับสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณเทรดแบบ Part-Time ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สรุปสาระสำคัญ

  • เลือก Timeframe ที่เหมาะกับเวลาว่าง — H4 และ Daily Chart ช่วยลดความเครียดและไม่ต้องติดหน้าจอตลอดเวลา
  • จำกัดจำนวนคู่เงินที่เทรด — โฟกัส 2-3 คู่หลักเพื่อความชำนาญและลดความซับซ้อน
  • ตั้งเวลาเทรดที่แน่นอน — สร้างกิจวัตรและวินัยในการวิเคราะห์ตลาดอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ Pending Orders และ Stop Loss — ป้องกันความเสี่ยงและไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา
  • เก็บบันทึกการเทรดทุกครั้ง — ช่วยให้คุณปรับปรุงกระบวนการและเรียนรู้จากความผิดพลาด

ทำไมเทรด Forex ถึงเหมาะกับการทำเป็นงานเสริม

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยวันละมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความพิเศษของตลาดนี้คือ เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ โดยแบ่งเป็น 4 เซสชั่นหลัก ได้แก่ เซสชั่นซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก

สำหรับคนทำงานประจำในประเทศไทย คุณสามารถเทรดได้ในช่วง:

  • เช้า 06:00-15:00 น. เซสชั่นเอเชีย (โตเกียว-สิงคโปร์)
  • บ่าย 14:00-23:00 น. เซสชั่นยุโรป (ลอนดอน)
  • ค่ำ 20:00-05:00 น. เซสชั่นอเมริกา (นิวยอร์ก)

ความยืดหยุ่นนี้ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องจ้องจอทั้งวัน แต่สามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับตารางชีวิตของคุณได้

INFO

เซสชั่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดคือช่วงที่ลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับกัน (20:00-00:00 น. เวลาไทย) เหมาะกับคนที่ชอบความเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย

เคล็ดลับที่ 1: เลือก Timeframe ที่เหมาะกับเวลาว่าง

หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยของเทรดเดอร์ Part-Time คือการพยายามเทรดใน Timeframe สั้นเกินไป เช่น 1 นาที (M1) หรือ 5 นาที (M5) ซึ่งต้องการความใส่ใจและการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด

แผนภาพการวิเคราะห์หลายไทม์เฟรม: D1 บอกทิศทางหลักขาขึ้น H1 แสดงการย่อเข้าโซนแนวรับ และ M5 ใช้หาจังหวะแท่งกลับตัวเพื่อเข้าออเดอร์
แผนภาพการวิเคราะห์หลายไทม์เฟรม: D1 บอกทิศทางหลักขาขึ้น H1 แสดงการย่อเข้าโซนแนวรับ และ M5 ใช้หาจังหวะแท่งกลับตัวเพื่อเข้าออเดอร์

Timeframe ที่เหมาะกับ Part-Time Trader

H4 (4 ชั่วโมง) และ Daily Chart (รายวัน) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เทรดนอกเวลา เพราะ:

  • Candlestick แต่ละแท่งใช้เวลานาน จึงมีเวลาคิดและวิเคราะห์
  • สัญญาณเทรดชัดเจนกว่า มี Noise น้อยกว่า Timeframe สั้น
  • ไม่ต้องเปิดจอตลอดเวลา สามารถเช็คกราฟ 1-2 ครั้งต่อวันก็เพียงพอ
  • Stop Loss และ Take Profit ใช้ระยะกว้างกว่า ลดโอกาสถูกกวาดออกจากตลาดโดยไม่จำเป็น

ตัวอย่างการใช้งาน

สมมติคุณเทรด EUR/USD บน Daily Chart:

  • เช้า 07:00 น. วิเคราะห์กราฟและตั้ง Pending Order
  • เย็น 18:00 น. เช็คผลและปรับ Stop Loss ถ้าจำเป็น
  • ไม่ต้องจ้องจอทั้งวัน ลด Stress และยังทำงานประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
NOTE

Timeframe สั้นต้องการทักษะการอ่านกราฟแบบ Real-time สูง และมักเสียค่า Spread มากกว่า ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่หรือคนที่มีเวลาจำกัด

เคล็ดลับที่ 2: จำกัดจำนวนคู่เงินที่เทรด

ตลาด Forex มีคู่เงินให้เลือกเทรดหลายสิบคู่ แต่การพยายามติดตามทุกคู่ในเวลาเดียวกันเป็นไปไม่ได้สำหรับ Part-Time Trader การโฟกัสเฉพาะ 2-3 คู่เงินหลักจะช่วยให้คุณ:

ประโยชน์ของการจำกัดคู่เงิน

  • เข้าใจพฤติกรรมของตลาดดีขึ้น — แต่ละคู่เงินมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน
  • ลดเวลาในการวิเคราะห์ — วิเคราะห์เจาะลึกได้มากกว่าแบบผิวเผิน
  • พัฒนาทักษะเฉพาะทาง — เช่น เข้าใจว่า GBP/USD มักผันผวนสูงในช่วงข่าว Bank of England
  • ควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่า — ไม่กระจายสมาธิจนเกินไป

คู่เงินที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น

  1. EUR/USD — Spread ต่ำที่สุด ปริมาณการซื้อขายสูง เคลื่อนไหวค่อนข้างสม่ำเสมอ
  2. GBP/USD — มีความผันผวนสูงกว่า เหมาะกับคนที่ชอบโอกาสกำไรมาก
  3. USD/JPY — ตอบสนองดีกับข่าวเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสหรัฐ มีลักษณะเทรนด์ชัดเจน

เมื่อคุณชำนาญแล้ว อาจเพิ่มคู่เงิน Cross Currency เช่น EUR/GBP หรือ AUD/NZD ได้

เคล็ดลับที่ 3: สร้างกิจวัตรการเทรดที่ชัดเจน

วินัยคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรด แม้จะเป็น Part-Time ก็ตาม การมีกิจวัตรที่แน่นอนจะช่วยให้คุณมีความสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการตัดสินใจแบบอารมณ์

ตัวอย่างกิจวัตรสำหรับ Part-Time Trader

ก่อนไปทำงาน (06:30-07:30 น.)

  • เช็คข่าวเศรษฐกิจสำคัญของวัน (ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ Forex Factory)
  • วิเคราะห์กราฟ Daily และ H4 ของคู่เงินที่ติดตาม
  • ตั้ง Pending Order ถ้ามีสัญญาณที่ชัดเจน

พักเที่ยง (12:00-13:00 น.)

  • เช็คสถานะออเดอร์ที่เปิดไว้
  • ปรับ Stop Loss เป็น Break-even ถ้ากำไรวิ่งไปแล้ว 50 pips
  • ดูว่ามีข่าวกระทบตลาดบ้างหรือไม่

หลังเลิกงาน (18:00-19:00 น.)

  • รีวิวออเดอร์ทั้งหมด ปิดออเดอร์ที่ถึงเป้าหมาย
  • บันทึกผลการเทรดในสมุดบันทึก
  • เตรียมการวิเคราะห์สำหรับวันพรุ่งนี้
TIP

ใช้ Alarm หรือ Price Alert บนแพลตฟอร์ม MT4/MT5 เพื่อแจ้งเตือนเมื่อราคาเข้าใกล้โซนที่สนใจ คุณจะไม่ต้องเปิดกราฟบ่อยจนเกินไป

เคล็ดลับที่ 4: ใช้ Pending Orders และ Stop Loss อย่างมีวินัย

เนื่องจาก Part-Time Trader ไม่สามารถจ้องจอตลอดเวลาได้ การใช้เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดแบบอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งจำเป็น

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

ประเภท Pending Orders ที่ควรรู้จัก

  1. Buy Limit — ซื้อเมื่อราคาตกลงมาถึงระดับที่กำหนด
  2. Sell Limit — ขายเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับที่กำหนด
  3. Buy Stop — ซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นไปเหนือระดับที่กำหนด (ใช้ในกรณี Breakout)
  4. Sell Stop — ขายเมื่อราคาทะลุลงมาต่ำกว่าระดับที่กำหนด

วิธีใช้ Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตั้ง SL ตามโครงสร้างของตลาด — เช่น ต่ำกว่า Support หรือสูงกว่า Resistance ไม่ควรตั้งแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
  • ใช้ Risk-Reward Ratio อย่างน้อย 1:2 — ถ้า SL อยู่ที่ 50 pips ต้องมี Take Profit อย่างน้อย 100 pips
  • ห้ามเคลื่อน SL ให้ไกลออกไป — นี่คือความผิดพลาดร้ายแรง เพราะจะทำให้คุณขาดทุนมากกว่าแผนเดิม
NOTE

การเทรดโดยไม่มี Stop Loss เป็นเหมือนการขับรถโดยไม่มีเบรก แม้คุณจะมีประสบการณ์มากแค่ไหน การไม่ใช้ SL อาจทำให้บัญชีระเบิดได้ในคืนเดียว

เคล็ดลับที่ 5: เก็บบันทึกการเทรดอย่างละเอียด

Trading Journal หรือสมุดบันทึกการเทรดเป็นเครื่องมือที่มือโปรทุกคนใช้ แต่มือใหม่มักมองข้าม การบันทึกทุกครั้งที่เทรดจะช่วยให้คุณ:

สิ่งที่ควรบันทึก

  • วันและเวลาที่เข้าออเดอร์
  • คู่เงินที่เทรด
  • ราคาเปิด ราคาปิด SL และ TP
  • เหตุผลที่เข้าเทรด (Setup ไหน Indicator อะไร)
  • ผลลัพธ์ (+/- กี่ pips กำไร/ขาดทุนเท่าไหร่)
  • อารมณ์ขณะเทรด (กลัว มั่นใจ โลภ เร่งรีบ)
  • บทเรียนที่ได้จากการเทรดครั้งนี้

เครื่องมือช่วยบันทึก

  • Excel/Google Sheets — ฟรี ปรับแต่งได้ตามต้องการ
  • Edgewonk/TraderVue — Software เฉพาะทาง มี Analytics ลึก
  • สมุดโน้ตหรือ Notion — เหมาะกับคนชอบเขียนอิสระ

เมื่อคุณมีข้อมูล 50-100 ออเดอร์ ให้ทบทวนเพื่อหาแพทเทิร์น เช่น:

  • คุณทำกำไรได้ดีกับคู่เงินไหน
  • Setup ไหนที่มี Win Rate สูงสุด
  • ช่วงเวลาไหนที่คุณมักจะตัดสินใจผิด

เคล็ดลับที่ 6: จัดการความเสี่ยงและเงินทุนอย่างเป็นระบบ

การเทรด Forex ไม่ใช่การพนัน หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ต้องมีระบบ Money Management ที่ชัดเจน

กฎทองของการจัดการเงินทุน

  1. เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์ — ถ้ามีเงินในบัญชี 100,000 บาท ขาดทุนสูงสุดต่อออเดอร์ควรอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท
  2. ห้ามเปิดมากกว่า 3 ออเดอร์พร้อมกัน — สำหรับ Part-Timer ที่ไม่ได้เฝ้าจอ
  3. หยุดเทรดเมื่อขาดทุน 5% ของบัญชีในวันนั้น — ป้องกันการตัดสินใจแบบ Revenge Trading
  4. เก็บกำไรเป็นระยะ — ถอนกำไรบางส่วนออกมาทุก 3-6 เดือน เพื่อลดความเครียดทางจิตใจ

การคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสม

สมมติคุณมีบัญชี 50,000 บาท และต้องการเสี่ยง 1% (500 บาท) ต่อออเดอร์:

  • ถ้า SL ห่างจากราคาเปิด 50 pips
  • ใช้ Lot Size = 500 ÷ (50 × มูลค่า pip)

เครื่องมือ

Lot Size Calculator

คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize

ผลลัพธ์
ความเสี่ยงต่อ Trade
$100.00
Lot Size แนะนำ
2.00
Lot size คำนวณ2.0000 lots
Risk/Trade1% = $100.00
Pip value @ 2.00 lot$2.00/pip

หลัก Risk Management

1% Rule
เสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อ Trade — มือใหม่ควรเริ่มที่ 0.5% เพื่อให้ account อยู่รอดระหว่างเรียนรู้
2% Rule
มือกลาง-อาชีพที่มีระบบชัดเจน ความแม่นยำสูง อาจเพิ่มเป็น 2% ต่อ Trade ได้
ห้ามเกิน 5%
เสี่ยงเกิน 5% ต่อ Trade = Gambling ไม่ใช่ Trading — ถ้าแพ้ติดกัน 10 ครั้ง จะหมดพอร์ต 40%

สำหรับคู่เงิน Standard Lot (0.01 Lot = 10 บาทต่อ pip ในคู่เงินหลัก):

  • Lot Size ≈ 0.10 Lot

มีเครื่องมือ Position Size Calculator ให้ใช้ฟรีในหลายเว็บไซต์ เช่น BabyPips, MyFxBook

เคล็ดลับที่ 7: เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและปรับตัวตามตลาด

ตลาด Forex เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่ใช้ได้ผลเมื่อปีที่แล้วอาจไม่ได้ผลในปีนี้ นักเทรดที่ประสบความสำเร็จจะเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ

แหล่งเรียนรู้ที่แนะนำ

  • BabyPips School of Pipsology — คอร์สฟรีสำหรับผู้เริ่มต้น ครอบคลุมทุกหัวข้อพื้นฐาน
  • TradingView Ideas — ดูการวิเคราะห์จากนักเทรดทั่วโลก
  • กลุ่มเทรดเดอร์ไทย — แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
  • เว็บข่าวเศรษฐกิจ — Bloomberg, Reuters, Investing.com

สิ่งที่ควรติดตาม

  • ข่าวดอกเบี้ย — การขึ้นลดดอกเบี้ยมีผลต่อค่าเงินโดยตรง
  • ข้อมูล Employment (การจ้างงาน) — โดยเฉพาะ Non-Farm Payroll ของสหรัฐ
  • GDP และ Inflation — สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ — สงคราม วิกฤตพลังงาน ส่งผลต่อสกุลเงิน Safe Haven เช่น JPY, CHF
TIP

ตั้งเวลา 30 นาทีต่อสัปดาห์เพื่อดูวิดีโอวิเคราะห์ตลาดจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมตลาดได้ดีขึ้น

ข้อควรระวังสำหรับ Part-Time Trader

อย่าให้การเทรดแทนที่งานหลัก

การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ไม่มีใครรับประกันว่าคุณจะทำกำไรได้ทุกเดือน แม้แต่มืออาชีพยังมีเดือนขาดทุนบ้าง ดังนั้น:

  • อย่าลาออกจากงานจนกว่าจะพิสูจน์ว่าเทรดได้กำไรสม่ำเสมออย่างน้อย 12-24 เดือน
  • อย่าใช้เงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร
  • ถือว่าเงินที่นำมาเทรดเป็นเงินที่พร้อมจะเสีย ห้ามกู้ยืมมาเทรดโดยเด็ดขาด

หลีกเลี่ยงโปรโมชันหลอกลวง

หลายโบรกเกอร์เสนอโบนัสมหาศาล 100% 200% แต่มักมีเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ต้องเทรดให้ได้ปริมาณ 100 เท่าจึงถอนได้ เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมาย มี Regulation จาก FCA, ASIC หรือ CySEC

อย่าหลงกับ Signal Provider

มีหลายกลุ่มขายสัญญาณเทรด อ้างว่า Win Rate 90% แต่ความจริงคือไม่มีใครมี Win Rate สูงขนาดนั้นตลอดเวลา หากคุณต้องการใช้ Signal:

  • ตรวจสอบประวัติการเทรดจริงบน MyFxBook
  • ทดสอบใน Demo Account ก่อน 1-2 เดือน
  • อย่าพึ่งพา 100% เพราะคุณจะไม่เรียนรู้อะไร

วิดีโอแนะนำ: 7 เคล็ดลับเทรด Forex เป็นงานเสริม

https://youtu.be/1EBBpJIxFBc

วิดีโอนี้จาก BabyPips สรุปเทคนิคการเทรด Forex แบบ Part-Time ที่เราได้อธิบายข้างต้นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการภาพรวมที่ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เทรด Forex เป็นงานเสริมต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?

ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ บางแห่งเปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100-500 บาท แต่เราแนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย 10,000-20,000 บาทเพื่อให้มีพื้นที่ในการจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม การเทรดด้วยเงินทุนน้อยเกินไปจะทำให้คุณต้องใช้ Leverage สูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง

ต้องใช้เวลาเทรดวันละกี่ชั่วโมงถึงจะได้ผล?

สำหรับ Part-Time Trader ที่เทรดบน Daily หรือ H4 Chart ใช้เวลาเพียง 30-60 นาทีต่อวันก็เพียงพอ แบ่งเป็น 30 นาทีตอนเช้าสำหรับวิเคราะห์และตั้งออเดอร์ และอีก 30 นาทีตอนเย็นสำหรับรีวิว ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมง

ควรเทรดในช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับคนทำงานประจำ?

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับคนไทยคือ 20:00-00:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่เซสชั่นลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับกัน มีความเคลื่อนไหวสูง หรือถ้าเทรดบน Daily Chart สามารถวิเคราะห์ตอนเช้าก่อนไปทำงาน (06:00-07:00 น.) และเช็คผลตอนเย็น (18:00-19:00 น.) ก็ได้

Leverage เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัยสำหรับมือใหม่?

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะน

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง