7 เคล็ดลับการ เทรด Forex เป็นงานเสริม (วีดีโอ)
7 เคล็ดลับการ เทรด Forex เป็นงานเสริม จากเว็บไซต์ระดับตำนาน babypips.com ซึงเราทีมงาน Uhas.com ได้แปลและนำมาเรียบเรียงออกมาให้เพื่อนๆ

การเทรด Forex เป็นงานเสริมกำลังเป็นที่นิยมในหลายคนที่ต้องการสร้างรายได้เพิ่ม โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ ด้วยตลาด Forex ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ คุณสามารถเทรดได้ทุกเวลาที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าก่อนไปทำงาน พักเที่ยง หรือตอนค่ำหลังเลิกงาน บทความนี้รวบรวม 7 เคล็ดลับสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณเทรดแบบ Part-Time ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สรุปสาระสำคัญ
- เลือก Timeframe ที่เหมาะกับเวลาว่าง — H4 และ Daily Chart ช่วยลดความเครียดและไม่ต้องติดหน้าจอตลอดเวลา
- จำกัดจำนวนคู่เงินที่เทรด — โฟกัส 2-3 คู่หลักเพื่อความชำนาญและลดความซับซ้อน
- ตั้งเวลาเทรดที่แน่นอน — สร้างกิจวัตรและวินัยในการวิเคราะห์ตลาดอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้ Pending Orders และ Stop Loss — ป้องกันความเสี่ยงและไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา
- เก็บบันทึกการเทรดทุกครั้ง — ช่วยให้คุณปรับปรุงกระบวนการและเรียนรู้จากความผิดพลาด
ทำไมเทรด Forex ถึงเหมาะกับการทำเป็นงานเสริม
ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยวันละมากกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ความพิเศษของตลาดนี้คือ เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ โดยแบ่งเป็น 4 เซสชั่นหลัก ได้แก่ เซสชั่นซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก
สำหรับคนทำงานประจำในประเทศไทย คุณสามารถเทรดได้ในช่วง:
- เช้า 06:00-15:00 น. เซสชั่นเอเชีย (โตเกียว-สิงคโปร์)
- บ่าย 14:00-23:00 น. เซสชั่นยุโรป (ลอนดอน)
- ค่ำ 20:00-05:00 น. เซสชั่นอเมริกา (นิวยอร์ก)
ความยืดหยุ่นนี้ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องจ้องจอทั้งวัน แต่สามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับตารางชีวิตของคุณได้
เซสชั่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดคือช่วงที่ลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับกัน (20:00-00:00 น. เวลาไทย) เหมาะกับคนที่ชอบความเคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย
เคล็ดลับที่ 1: เลือก Timeframe ที่เหมาะกับเวลาว่าง
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยของเทรดเดอร์ Part-Time คือการพยายามเทรดใน Timeframe สั้นเกินไป เช่น 1 นาที (M1) หรือ 5 นาที (M5) ซึ่งต้องการความใส่ใจและการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด

Timeframe ที่เหมาะกับ Part-Time Trader
H4 (4 ชั่วโมง) และ Daily Chart (รายวัน) เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เทรดนอกเวลา เพราะ:
- Candlestick แต่ละแท่งใช้เวลานาน จึงมีเวลาคิดและวิเคราะห์
- สัญญาณเทรดชัดเจนกว่า มี Noise น้อยกว่า Timeframe สั้น
- ไม่ต้องเปิดจอตลอดเวลา สามารถเช็คกราฟ 1-2 ครั้งต่อวันก็เพียงพอ
- Stop Loss และ Take Profit ใช้ระยะกว้างกว่า ลดโอกาสถูกกวาดออกจากตลาดโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างการใช้งาน
สมมติคุณเทรด EUR/USD บน Daily Chart:
- เช้า 07:00 น. วิเคราะห์กราฟและตั้ง Pending Order
- เย็น 18:00 น. เช็คผลและปรับ Stop Loss ถ้าจำเป็น
- ไม่ต้องจ้องจอทั้งวัน ลด Stress และยังทำงานประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Timeframe สั้นต้องการทักษะการอ่านกราฟแบบ Real-time สูง และมักเสียค่า Spread มากกว่า ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่หรือคนที่มีเวลาจำกัด
เคล็ดลับที่ 2: จำกัดจำนวนคู่เงินที่เทรด
ตลาด Forex มีคู่เงินให้เลือกเทรดหลายสิบคู่ แต่การพยายามติดตามทุกคู่ในเวลาเดียวกันเป็นไปไม่ได้สำหรับ Part-Time Trader การโฟกัสเฉพาะ 2-3 คู่เงินหลักจะช่วยให้คุณ:
ประโยชน์ของการจำกัดคู่เงิน
- เข้าใจพฤติกรรมของตลาดดีขึ้น — แต่ละคู่เงินมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน
- ลดเวลาในการวิเคราะห์ — วิเคราะห์เจาะลึกได้มากกว่าแบบผิวเผิน
- พัฒนาทักษะเฉพาะทาง — เช่น เข้าใจว่า GBP/USD มักผันผวนสูงในช่วงข่าว Bank of England
- ควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่า — ไม่กระจายสมาธิจนเกินไป
คู่เงินที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น
- EUR/USD — Spread ต่ำที่สุด ปริมาณการซื้อขายสูง เคลื่อนไหวค่อนข้างสม่ำเสมอ
- GBP/USD — มีความผันผวนสูงกว่า เหมาะกับคนที่ชอบโอกาสกำไรมาก
- USD/JPY — ตอบสนองดีกับข่าวเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสหรัฐ มีลักษณะเทรนด์ชัดเจน
เมื่อคุณชำนาญแล้ว อาจเพิ่มคู่เงิน Cross Currency เช่น EUR/GBP หรือ AUD/NZD ได้
เคล็ดลับที่ 3: สร้างกิจวัตรการเทรดที่ชัดเจน
วินัยคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรด แม้จะเป็น Part-Time ก็ตาม การมีกิจวัตรที่แน่นอนจะช่วยให้คุณมีความสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการตัดสินใจแบบอารมณ์
ตัวอย่างกิจวัตรสำหรับ Part-Time Trader
ก่อนไปทำงาน (06:30-07:30 น.)
- เช็คข่าวเศรษฐกิจสำคัญของวัน (ใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ Forex Factory)
- วิเคราะห์กราฟ Daily และ H4 ของคู่เงินที่ติดตาม
- ตั้ง Pending Order ถ้ามีสัญญาณที่ชัดเจน
พักเที่ยง (12:00-13:00 น.)
- เช็คสถานะออเดอร์ที่เปิดไว้
- ปรับ Stop Loss เป็น Break-even ถ้ากำไรวิ่งไปแล้ว 50 pips
- ดูว่ามีข่าวกระทบตลาดบ้างหรือไม่
หลังเลิกงาน (18:00-19:00 น.)
- รีวิวออเดอร์ทั้งหมด ปิดออเดอร์ที่ถึงเป้าหมาย
- บันทึกผลการเทรดในสมุดบันทึก
- เตรียมการวิเคราะห์สำหรับวันพรุ่งนี้
ใช้ Alarm หรือ Price Alert บนแพลตฟอร์ม MT4/MT5 เพื่อแจ้งเตือนเมื่อราคาเข้าใกล้โซนที่สนใจ คุณจะไม่ต้องเปิดกราฟบ่อยจนเกินไป
เคล็ดลับที่ 4: ใช้ Pending Orders และ Stop Loss อย่างมีวินัย
เนื่องจาก Part-Time Trader ไม่สามารถจ้องจอตลอดเวลาได้ การใช้เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดแบบอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ประเภท Pending Orders ที่ควรรู้จัก
- Buy Limit — ซื้อเมื่อราคาตกลงมาถึงระดับที่กำหนด
- Sell Limit — ขายเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับที่กำหนด
- Buy Stop — ซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นไปเหนือระดับที่กำหนด (ใช้ในกรณี Breakout)
- Sell Stop — ขายเมื่อราคาทะลุลงมาต่ำกว่าระดับที่กำหนด
วิธีใช้ Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตั้ง SL ตามโครงสร้างของตลาด — เช่น ต่ำกว่า Support หรือสูงกว่า Resistance ไม่ควรตั้งแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
- ใช้ Risk-Reward Ratio อย่างน้อย 1:2 — ถ้า SL อยู่ที่ 50 pips ต้องมี Take Profit อย่างน้อย 100 pips
- ห้ามเคลื่อน SL ให้ไกลออกไป — นี่คือความผิดพลาดร้ายแรง เพราะจะทำให้คุณขาดทุนมากกว่าแผนเดิม
การเทรดโดยไม่มี Stop Loss เป็นเหมือนการขับรถโดยไม่มีเบรก แม้คุณจะมีประสบการณ์มากแค่ไหน การไม่ใช้ SL อาจทำให้บัญชีระเบิดได้ในคืนเดียว
เคล็ดลับที่ 5: เก็บบันทึกการเทรดอย่างละเอียด
Trading Journal หรือสมุดบันทึกการเทรดเป็นเครื่องมือที่มือโปรทุกคนใช้ แต่มือใหม่มักมองข้าม การบันทึกทุกครั้งที่เทรดจะช่วยให้คุณ:
สิ่งที่ควรบันทึก
- วันและเวลาที่เข้าออเดอร์
- คู่เงินที่เทรด
- ราคาเปิด ราคาปิด SL และ TP
- เหตุผลที่เข้าเทรด (Setup ไหน Indicator อะไร)
- ผลลัพธ์ (+/- กี่ pips กำไร/ขาดทุนเท่าไหร่)
- อารมณ์ขณะเทรด (กลัว มั่นใจ โลภ เร่งรีบ)
- บทเรียนที่ได้จากการเทรดครั้งนี้
เครื่องมือช่วยบันทึก
- Excel/Google Sheets — ฟรี ปรับแต่งได้ตามต้องการ
- Edgewonk/TraderVue — Software เฉพาะทาง มี Analytics ลึก
- สมุดโน้ตหรือ Notion — เหมาะกับคนชอบเขียนอิสระ
เมื่อคุณมีข้อมูล 50-100 ออเดอร์ ให้ทบทวนเพื่อหาแพทเทิร์น เช่น:
- คุณทำกำไรได้ดีกับคู่เงินไหน
- Setup ไหนที่มี Win Rate สูงสุด
- ช่วงเวลาไหนที่คุณมักจะตัดสินใจผิด
เคล็ดลับที่ 6: จัดการความเสี่ยงและเงินทุนอย่างเป็นระบบ
การเทรด Forex ไม่ใช่การพนัน หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ต้องมีระบบ Money Management ที่ชัดเจน
กฎทองของการจัดการเงินทุน
- เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์ — ถ้ามีเงินในบัญชี 100,000 บาท ขาดทุนสูงสุดต่อออเดอร์ควรอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท
- ห้ามเปิดมากกว่า 3 ออเดอร์พร้อมกัน — สำหรับ Part-Timer ที่ไม่ได้เฝ้าจอ
- หยุดเทรดเมื่อขาดทุน 5% ของบัญชีในวันนั้น — ป้องกันการตัดสินใจแบบ Revenge Trading
- เก็บกำไรเป็นระยะ — ถอนกำไรบางส่วนออกมาทุก 3-6 เดือน เพื่อลดความเครียดทางจิตใจ
การคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสม
สมมติคุณมีบัญชี 50,000 บาท และต้องการเสี่ยง 1% (500 บาท) ต่อออเดอร์:
- ถ้า SL ห่างจากราคาเปิด 50 pips
- ใช้ Lot Size = 500 ÷ (50 × มูลค่า pip)
เครื่องมือ
Lot Size Calculator
คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize
หลัก Risk Management
สำหรับคู่เงิน Standard Lot (0.01 Lot = 10 บาทต่อ pip ในคู่เงินหลัก):
- Lot Size ≈ 0.10 Lot
มีเครื่องมือ Position Size Calculator ให้ใช้ฟรีในหลายเว็บไซต์ เช่น BabyPips, MyFxBook
เคล็ดลับที่ 7: เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและปรับตัวตามตลาด
ตลาด Forex เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่ใช้ได้ผลเมื่อปีที่แล้วอาจไม่ได้ผลในปีนี้ นักเทรดที่ประสบความสำเร็จจะเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ
แหล่งเรียนรู้ที่แนะนำ
- BabyPips School of Pipsology — คอร์สฟรีสำหรับผู้เริ่มต้น ครอบคลุมทุกหัวข้อพื้นฐาน
- TradingView Ideas — ดูการวิเคราะห์จากนักเทรดทั่วโลก
- กลุ่มเทรดเดอร์ไทย — แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
- เว็บข่าวเศรษฐกิจ — Bloomberg, Reuters, Investing.com
สิ่งที่ควรติดตาม
- ข่าวดอกเบี้ย — การขึ้นลดดอกเบี้ยมีผลต่อค่าเงินโดยตรง
- ข้อมูล Employment (การจ้างงาน) — โดยเฉพาะ Non-Farm Payroll ของสหรัฐ
- GDP และ Inflation — สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ — สงคราม วิกฤตพลังงาน ส่งผลต่อสกุลเงิน Safe Haven เช่น JPY, CHF
ตั้งเวลา 30 นาทีต่อสัปดาห์เพื่อดูวิดีโอวิเคราะห์ตลาดจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมตลาดได้ดีขึ้น
ข้อควรระวังสำหรับ Part-Time Trader
อย่าให้การเทรดแทนที่งานหลัก
การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ไม่มีใครรับประกันว่าคุณจะทำกำไรได้ทุกเดือน แม้แต่มืออาชีพยังมีเดือนขาดทุนบ้าง ดังนั้น:
- อย่าลาออกจากงานจนกว่าจะพิสูจน์ว่าเทรดได้กำไรสม่ำเสมออย่างน้อย 12-24 เดือน
- อย่าใช้เงินที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร
- ถือว่าเงินที่นำมาเทรดเป็นเงินที่พร้อมจะเสีย ห้ามกู้ยืมมาเทรดโดยเด็ดขาด
หลีกเลี่ยงโปรโมชันหลอกลวง
หลายโบรกเกอร์เสนอโบนัสมหาศาล 100% 200% แต่มักมีเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ต้องเทรดให้ได้ปริมาณ 100 เท่าจึงถอนได้ เลือกโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมาย มี Regulation จาก FCA, ASIC หรือ CySEC
อย่าหลงกับ Signal Provider
มีหลายกลุ่มขายสัญญาณเทรด อ้างว่า Win Rate 90% แต่ความจริงคือไม่มีใครมี Win Rate สูงขนาดนั้นตลอดเวลา หากคุณต้องการใช้ Signal:
- ตรวจสอบประวัติการเทรดจริงบน MyFxBook
- ทดสอบใน Demo Account ก่อน 1-2 เดือน
- อย่าพึ่งพา 100% เพราะคุณจะไม่เรียนรู้อะไร
วิดีโอแนะนำ: 7 เคล็ดลับเทรด Forex เป็นงานเสริม
วิดีโอนี้จาก BabyPips สรุปเทคนิคการเทรด Forex แบบ Part-Time ที่เราได้อธิบายข้างต้นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการภาพรวมที่ชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เทรด Forex เป็นงานเสริมต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ บางแห่งเปิดบัญชีได้ตั้งแต่ 100-500 บาท แต่เราแนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย 10,000-20,000 บาทเพื่อให้มีพื้นที่ในการจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม การเทรดด้วยเงินทุนน้อยเกินไปจะทำให้คุณต้องใช้ Leverage สูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยง
ต้องใช้เวลาเทรดวันละกี่ชั่วโมงถึงจะได้ผล?
สำหรับ Part-Time Trader ที่เทรดบน Daily หรือ H4 Chart ใช้เวลาเพียง 30-60 นาทีต่อวันก็เพียงพอ แบ่งเป็น 30 นาทีตอนเช้าสำหรับวิเคราะห์และตั้งออเดอร์ และอีก 30 นาทีตอนเย็นสำหรับรีวิว ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมง
ควรเทรดในช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับคนทำงานประจำ?
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับคนไทยคือ 20:00-00:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่เซสชั่นลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับกัน มีความเคลื่อนไหวสูง หรือถ้าเทรดบน Daily Chart สามารถวิเคราะห์ตอนเช้าก่อนไปทำงาน (06:00-07:00 น.) และเช็คผลตอนเย็น (18:00-19:00 น.) ก็ได้
Leverage เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัยสำหรับมือใหม่?
สำหรับผู้เริ่มต้น แนะน
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


