U
UHAS
XAU/USD0.00%

Bernard Madoff เจ้าพ่อ แชร์ลูกโซ่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Benard Madoff เจ้าพ่อ แชร์ลูกโซ่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากอดีตประธานตลาดหุ้นแนสแด็ก(Nasdaq) ตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

P
Patiphan Uhas
31 มีนาคม 2565·4 นาทีอ่าน
แชร์
Bernard Madoff เจ้าพ่อ แชร์ลูกโซ่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Bernard Madoff เจ้าพ่อแชร์ลูกโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างความเสียหาย 64,800 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.1 ล้านล้านบาท จากอดีตประธาน Nasdaq สู่นักต้มตุ๋นระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงมากว่า 30 ปี ก่อนถูกจับกุมในวันที่ 11 ธันวาคม 2008 และเสียชีวิตในคุกเมื่อปี 2021 ด้วยวัย 82 ปี

บทเรียนจาก Madoff ให้ข้อคิดสำคัญแก่นักลงทุนทุกคน — ไม่มีกลยุทธ์ใดที่สามารถรับประกันผลตอบแทน 12-20% ต่อปีได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสภาพตลาดจะเป็นอย่างไร การลงทุนที่ดูดีเกินจริงมักเป็นสัญญาณอันตราย

สรุปสาระสำคัญ

  • Bernard Madoff ดำเนินธุรกิจ Ponzi Scheme มากว่า 30 ปี สร้างความเสียหาย 64,800 ล้านดอลลาร์
  • ใช้ชื่อเสียงจากการเป็นอดีตประธาน Nasdaq และที่ปรึกษา SEC สร้างความน่าเชื่อถือ
  • การันตีผลตอบแทน 12-20% ต่อปีโดยไม่คำนึงสภาพตลาด — สัญญาณชัดเจนของการฉ้อโกง
  • ถูกจับกุมในธันวาคม 2008 หลังวิกฤตซับไพรม์ทำให้นักลงทุนถอนเงิน 7,000 ล้านดอลลาร์
  • เสียชีวิตในคุกเมื่อเมษายน 2021 หลังถูกตัดสินจำคุก 150 ปี

ประวัติ Bernard Madoff จากชนชั้นแรงงานสู่ Wall Street

Bernard Madoff เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 1938 ที่บรูกลิน ย่านควีนส์ นิวยอร์ก ในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่อพยพมาจากยุโรปตะวันออก

  • ราล์ฟ แมดอฟฟ์ (บิดา): ลูกผู้อพยพชาวโปแลนด์
  • ซิลเวีย แมดอฟฟ์ (มารดา): ลูกผู้อพยพชาวโรมาเนียและออสเตรีย

พ่อแม่แต่งงานกันในปี 1932 ช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) พวกเขาเคยพยายามตั้งบริษัทหลักทรัพย์ชื่อ Gibraltar Securities แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ช่วงวัยเรียน

  • จบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์จาก Hofstra University ปี 1959
  • ทำงานพาร์ตไทม์เป็น Lifeguard และติดตั้งระบบสปริงเกอร์
  • สะสมเงินได้ 5,000 USD จากงานเสริม

ในปี 1960 Madoff ใช้เงิน 5,000 USD ที่สะสมได้ก่อตั้ง Bernard L. Madoff Investment Securities, LLC — จุดเริ่มต้นของธุรกิจที่จะกลายเป็นคดีฉ้อโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก

การสร้างอาณาจักรการเงิน

ธุรกิจครอบครัวที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

Madoff ได้รับความช่วยเหลือจาก Saul Alpern พ่อตาซึ่งเป็นนักบัญชีชื่อดัง ที่แนะนำเพื่อนและญาติให้มาทำธุรกิจกับเขา

ในปี 1970 เขาเริ่มจ้างสมาชิกครอบครัว:

  • Peter Madoff (น้องชาย) — เข้าร่วมธุรกิจและกลายเป็นผู้บริหารระดับสูง
  • Mark Madoff และ Andrew Madoff (ลูกชาย) — ทำงานในบริษัท
  • บุตรสาวของ Peter ทำงานเป็นทนายความของบริษัท

นวัตกรรมที่ช่วยสร้างชื่อเสียง

Madoff เป็นผู้บุกเบิกการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการซื้อขายหลักทรัพย์:

  • พัฒนาระบบแจ้งราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย
  • เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาตลาด Nasdaq — ตลาดหลักทรัพย์อันดับ 2 ของโลก
  • ในปี 2000 Madoff Securities เป็นผู้ซื้อขายหลักทรัพย์ระดับท็อปของสหรัฐฯ ด้วยสินทรัพย์ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์

ตำแหน่งสำคัญที่เขาดำรง:

  • อดีตประธาน Nasdaq Stock Market
  • คณะกรรมการ National Association of Securities Dealers (NASD)
  • ที่ปรึกษา Securities and Exchange Commission (SEC)

ตำแหน่งเหล่านี้สร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือสูงสุด — ทำให้นักลงทุนไว้วางใจโดยไม่ตั้งคำถาม

กลยุทธ์ Ponzi Scheme ที่ซ่อนอยู่

สัญญาที่ดีเกินจริง

Madoff ให้คำมั่นสัญญากับนักลงทุนว่า จะได้ผลตอบแทน 12-20% ต่อปี โดยไม่คำนึงว่าตลาดจะขาดทุนหรือขึ้น — สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

เขาอ้างว่าใช้กลยุทธ์ Split-Strike Conversion:

  1. ซื้อหุ้น Blue Chip (หุ้นบริษัทชั้นนำ)
  2. ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures)
  3. ใช้ Put Options เพื่อป้องกันความเสี่ยง

แต่ความจริงคือ — เขาไม่เคยซื้อขายจริง ทุกอย่างเป็นเพียงตัวเลขปลอมในรายงาน

โครงสร้าง Ponzi Scheme

แชร์ลูกโซ่

วิธีการทำงาน:

  1. เอาเงินของนักลงทุนคนใหม่
  2. จ่ายให้คนเก่าเป็น "ผลตอบแทน"
  3. สร้างรายงานปลอมแสดงกำไร
  4. วนซ้ำจนกว่าจะไม่มีเงินใหม่เข้ามา

Madoff ไม่ได้จ่ายผลตอบแทนสูงสุดให้ทุกคน — เขาจ่ายอัตราพอสมควรแต่สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัย

NOTE

นักลงทุนหลายคนไม่กล้าถอนเงิน เพราะกลัวว่าจะกลับเข้าไปลงทุนใหม่ไม่ได้ในภายหลัง — กลยุทธ์นี้ช่วยยืดเวลาการฉ้อโกงได้นานกว่า 30 ปี

ทำไม Madoff หลอกได้นานถึง 30 ปี

การสร้างความน่าเชื่อถือ

  1. จำกัดลูกค้าเฉพาะกลุ่มพิเศษ — นักการเมือง ดารา นักกีฬา และบุคคลมีชื่อเสียง
  2. ปฏิเสธลูกค้าบางราย — สร้างภาพว่ากองทุนมีมาตรฐานสูง
  3. เก็บความลับ — อ้างว่ากลยุทธ์ซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ
  4. ไม่พบลูกค้าโดยตรง — ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้น
โครงการ์ดชั่งน้ำหนักจุดแข็งกับข้อจำกัด: ฝั่งจุดแข็งจากข้อมูลที่วัดได้จริง ฝั่งข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ พร้อมกติกาว่าทุกบรรทัดต้องมีแหล่งที่มา
โครงการ์ดชั่งน้ำหนักจุดแข็งกับข้อจำกัด: ฝั่งจุดแข็งจากข้อมูลที่วัดได้จริง ฝั่งข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ พร้อมกติกาว่าทุกบรรทัดต้องมีแหล่งที่มา

หลบหลีกการตรวจสอบ

Harry Markopolos นักวิเคราะห์การเงิน รายงานไปยัง SEC หลายครั้งว่า Madoff เข้าข่ายฉ้อโกง แต่:

  • SEC ตรวจสอบ Madoff ถึง 8 ครั้ง แต่ไม่พบหลักฐาน
  • ระบบงานที่ทันสมัยและตำแหน่งอดีตที่ปรึกษา SEC ช่วยให้หลุดพ้น
  • เขาแยกธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ออกจากธุรกิจ Ponzi Scheme
INFO

Markopolos เขียนรายงาน "The World's Largest Hedge Fund is a Fraud" ในปี 2005 แต่ SEC ไม่ได้ดำเนินการจริงจัง

วันที่ทุกอย่างพังทลาย

วิกฤตซับไพรม์ปี 2008

ในปี 2008 เกิดวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ — ตลาดหุ้นทั่วโลกตกต่ำ นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นและต้องการถอนเงินสด

ตัวเลขการถอนเงิน:

  • นักลงทุนขอถอนเงิน 7,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 210,000 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 30.00)
  • Madoff ไม่มีเงินจ่าย เพราะไม่เคยลงทุนจริง
  • เขาพยายามหาเงินใหม่แต่ไม่สำเร็จ

การสารภาพและจับกุม

ต้นเดือนธันวาคม 2008 Madoff บอกลูกชายและพนักงานระดับอาวุโสว่า "ทุกอย่างเป็นแชร์ลูกโซ่"

วันที่ 10 ธันวาคม 2008 — ลูกชายรายงานต่อ FBI

วันที่ 11 ธันวาคม 2008 — Madoff ถูกจับกุมที่เพนท์เฮาส์ในแมนฮัตตัน ด้วยข้อหา:

  • ฉ้อโกงหลักทรัพย์
  • ฉ้อโกงการลงทุน
  • ฟอกเงิน
  • การให้ข้อมูลเท็จ
  • ลักขโมยจากพนักงาน (การทุจริตเงินบำนาญ)

รวม 11 ข้อหา

ขนาดความเสียหาย

เจ้าหน้าที่อัยการประเมินความเสียหาย:

  • 64,800 ล้านดอลลาร์ — จากยอดเงินในบัญชีของลูกค้า 4,800 ราย
  • อดีตเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประเมินว่าความเสียหายจริง 10,000-17,000 ล้านดอลลาร์

ความแตกต่างเกิดจากตัวเลขส่วนหนึ่งเป็น "กำไรปลอม" ที่ Madoff สร้างขึ้นในรายงาน

บทลงโทษและผลกระทบต่อครอบครัว

คำตัดสินศาล

วันที่ 29 มิถุนายน 2009 ศาลตัดสิน Madoff ให้จำคุก 150 ปี — เทียบเท่าโทษประหารชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ

เขาถูกส่งไปยังเรือนจำ Butner Federal Correctional Complex ในนอร์ทแคโรไลนา

โศกนาฏกรรมครอบครัว

Mark Madoff (ลูกชายคนโต)

  • ฆ่าตัวตายในวันที่ 11 ธันวาคม 2010 — ครบรอบ 2 ปีวันจับกุมพ่อ
  • ทิ้งจดหมายไว้ว่า "ไม่สามารถอยู่กับความอับอายได้อีกต่อไป"

Andrew Madoff (ลูกชายคนเล็ก)

  • เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 2014 อายุ 48 ปี
  • ก่อนตายได้ตัดความสัมพันธ์กับพ่อ

Peter Madoff (น้องชาย)

  • ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ฐานช่วยเหลือการฉ้อโกง
  • ปล่อยตัวในปี 2020

หลาน 5 คน — เปลี่ยนนามสกุลทั้งหมด ไม่มี "Madoff" หลงเหลือในครอบครัว

เหยื่อที่ฆ่าตัวตาย

ไม่ใช่แค่ครอบครัว Madoff — นักลงทุนหลายคนเลือกฆ่าตัวตายหลังสูญเสียเงินออมทั้งชีวิต:

  • Thierry Magon de la Villehuchet — นายธนาคารชาวฝรั่งเศสที่สูญเสีย 1,000 ล้านดอลลาร์ กินยานอนหลับและกรีดข้อมือ
  • William Foxton — นักลงทุนชาวอังกฤษที่สูญเสียเงินบำนาญทั้งหมด
  • Charles Murphy — นักลงทุนอเมริกันที่สูญเสียเงินของครอบครัว
NOTE

หลายคนใช้เงินออมทั้งชีวิต เงินบำนาญ และมรดกที่จะทิ้งให้ลูกหลานลงทุนกับ Madoff — เมื่อรู้ความจริงว่าเงินหายเป็นอากาศ พวกเขาไม่สามารถรับได้

วันสุดท้าย

วันที่ 14 เมษายน 2021 — Bernard Madoff เสียชีวิตในเรือนจำด้วยวัย 82 ปี จากโรคไตและโรคหัวใจ

เขาเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีสมาชิกครอบครัวไปเยี่ยม

บทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุน

สัญญาณเตือนที่ควรระวัง

  1. ผลตอบแทนสม่ำเสมอเกินจริง — ไม่มีกลยุทธ์ใดให้ผลกำไร 12-20% ทุกปีไม่ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร
  2. กลยุทธ์ลับที่ซับซ้อน — ถ้าอธิบายไม่ได้ชัดเจน อาจเป็นการปกปิด
  3. จำกัดการถอนเงิน — ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ
  4. ไม่มีผู้ตรวจสอบอิสระ — Madoff ใช้บริษัทบัญชีเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง
  5. เน้นภาพลักษณ์มากกว่าสาระ — ใช้ชื่อเสียง ตำแหน่ง และเครือข่ายสร้างความเชื่อมั่น

หลักปฏิบัติป้องกันตัวเอง

ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุน:

  • ตรวจสอบใบอนุญาตกับ SEC หรือ ก.ล.ต.
  • ขอดูงบการเงินที่ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
  • ศึกษากลยุทธ์การลงทุนให้เข้าใจ

กระจายความเสี่ยง:

  • อย่าลงทุนกับผู้จัดการเงินหนึ่งรายมากกว่า 30% ของพอร์ต
  • ใช้บัญชีแยกที่อยู่ในชื่อของคุณ (Segregated Account)
  • เลือกโบรกเกอร์ที่มีการกำกับดูแลโดยหน่วยงานรัฐ

ตั้งคำถามเสมอ:

  • ถ้าผลตอบแทนดีเกินจริง — มันน่าจะเป็นเท็จ
  • ถ้าไม่เข้าใจว่าเงินไปทำอะไร — อย่าลงทุน
  • ถ้ารู้สึกถูกกดดันให้ตัดสินใจเร็ว — เดินออก

เบื้องหลังที่สื่อนำเสนอ

เรื่องราวของ Madoff ถูกนำมาสร้างเป็น:

  • The Wizard of Lies (2017) — ภาพยนตร์ HBO นำแสดงโดย Robert De Niro
  • Madoff (2016) — มินิซีรีส์ 4 ตอน นำแสดงโดย Richard Dreyfuss
  • หนังสือหลายเล่มจากผู้เขียนนักข่าว และเหยื่อของ Madoff

https://youtu.be/zs6VRCrQ_-Q

https://youtu.be/2J6v_Zw1eBs

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Bernard Madoff ฉ้อโกงเงินไปทั้งหมดเท่าไหร่?

เจ้าหน้าที่อัยการประเมินความเสียหาย 64,800 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท) จากยอดในบัญชีลูกค้า 4,800 ราย แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าความเสียหายจริงอยู่ที่ 10,000-17,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากตัวเลขบางส่วนเป็นกำไรปลอมที่ Madoff สร้างขึ้น

Ponzi Scheme คืออะไร?

Ponzi Scheme หรือแชร์ลูกโซ่ คือรูปแบบการฉ้อโกงที่นำเงินของนักลงทุนคนใหม่มาจ่ายให้คนเก่าเป็นผลตอบแทน โดยไม่มีการลงทุนจริง Madoff ใช้วิธีนี้มากว่า 30 ปี จนกระทั่งวิกฤตปี 2008 ทำให้นักลงทุนถอนเงินพร้อมกันและระบบพังทลาย

ทำไม SEC ตรวจสอบแล้วไม่เจอ?

SEC ตรวจสอบ Madoff ถึง 8 ครั้ง แต่ไม่พบหลักฐานเพราะ (1) เขาใช้ระบบงานที่ซับซ้อนและทันสมัย (2) มีภาพลักษณ์ที่ดีจากตำแหน่งอดีตประธาน Nasdaq และอดีตที่ปรึกษา SEC (3) แยกธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ออกจากธุรกิจฉ้อโกง และ (4) SEC ขาดบุคลากรที่เข้าใจเทคนิคการซื้อขาย Options ซับซ้อน

ครอบครัว Madoff เป็นอย่างไรบ้าง?

Mark Madoff ลูกชายคนโตฆ่าตัวตายในปี 2010 Andrew ลูกชายคนเล็กเสียชีวิตด้วยมะเร็งในปี 2014 Peter น้องชายถูกจำคุก 10 ปี หลาน 5 คนเปลี่ยนนามสกุลทั้งหมด ไม่มี "Madoff" เหลืออยู่ในครอบครัว

นักลงทุนได้เงินคืนไหม?

Irving Picard ทนายผู้ดูแลกระบวนการล้มละลายได้กู้เงินคืนมากกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 70% ของความเสียหาย) จากทรัพย์สินของ Madoff และเงินที่ได้จากนักลงทุนรายอื่นที่ถอนเงินออกก่อนระบบพัง แต่หลายคนไม่ได้เงินคืนเต็มจำนวนที่สูญเสีย


Source:

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง