U
UHAS
XAU/USD0.00%

Bollinger Bands คืออะไร ใช้บนตลาด Forex อย่างไร

Bollinger Bands คืออะไร ใช้บนตลาด Forex อย่างไร เนื่องจากว่าอินดิเคเตอร์ Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมไปอย่างแพร่หลาย

P
Patiphan Uhas
7 ธันวาคม 2564·5 นาทีอ่าน
แชร์
Bollinger Bands คืออะไร ใช้บนตลาด Forex อย่างไร

Bollinger Bands เป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด Forex โดยช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวัดความผันผวนของราคา ระบุแนวโน้ม และหาจุดเข้า-ออกการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะอธิบายทุกแง่มุมของ Bollinger Bands ตั้งแต่หลักการทำงาน สูตรคำนวณ ไปจนถึงเทคนิคการใช้งานจริงบนตลาด Forex

สรุปสาระสำคัญ

  • Bollinger Bands ประกอบด้วย 3 เส้น คือ Middle Band (SMA 20), Upper Band (SMA + 2SD) และ Lower Band (SMA - 2SD)
  • ช่วงระหว่างเส้นบนและล่างบอกความผันผวนของราคา — ยิ่งช่วงกว้าง ยิ่งผันผวนสูง
  • เทรดเดอร์ใช้ Bollinger Bands ในการระบุแนวโน้ม หาโซน Overbought/Oversold และวัด Volatility
  • การเทรดด้วย Bollinger Bands ควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น เช่น RSI หรือ MACD เพื่อยืนยันสัญญาณ

Bollinger Bands คืออะไร

Bollinger Bands เป็นอินดิเคเตอร์ที่พัฒนาโดย John Bollinger ในช่วงทศวรรษ 1980 โดยใช้แนวคิดจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มาสร้างเป็นช่วง (Bands) รอบ ๆ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เพื่อบ่งบอกว่าราคากำลังอยู่ในสภาวะปกติหรือผิดปกติ

แผนภาพ Bollinger Bands: แบนด์บีบแคบช่วงตลาดเงียบสะสมแรง แล้วบานออกเมื่อราคาระเบิดตัวเป็นเทรนด์ใหม่
แผนภาพ Bollinger Bands: แบนด์บีบแคบช่วงตลาดเงียบสะสมแรง แล้วบานออกเมื่อราคาระเบิดตัวเป็นเทรนด์ใหม่

อินดิเคเตอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความผันผวนของตลาด และช่วยให้เทรดเดอร์เห็นถึงระดับราคาที่สูงหรือต่ำกว่าปกติเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต การเคลื่อนไหวของราคาระหว่างเส้นบนและเส้นล่างจะให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มและโมเมนตัมของตลาด

INFO

Bollinger Bands ไม่ได้เป็นระบบเทรดที่สมบูรณ์แบบในตัวเอง — เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น เช่น RSI, MACD หรือ Volume เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ

ส่วนประกอบของ Bollinger Bands

Bollinger Bands ประกอบด้วย 3 เส้นหลัก ซึ่งแต่ละเส้นมีบทบาทและความหมายที่แตกต่างกัน:

เส้นขอบบน (Upper Band)

เส้นขอบบนคำนวณจากการเอา Simple Moving Average (SMA) บวกด้วยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) คูณ 2 เส้นนี้ทำหน้าที่เป็นแนวต้านแบบไดนามิกของราคา

เมื่อราคาเคลื่อนที่ขึ้นไปสัมผัสหรือทะลุเส้นขอบบน มักบ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะ Overbought หรือมีการซื้อมากเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะกลับตัวลงทันที — ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ราคาอาจวิ่งไปตามเส้นขอบบนได้ต่อเนื่อง

เส้นตรงกลาง (Middle Band)

เส้นตรงกลางคือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (Simple Moving Average) โดยปกติจะใช้ช่วงเวลา 20 วัน (20-period SMA) เส้นนี้แสดงถึงแนวโน้มหลักของราคาและทำหน้าที่เป็นแนวรับ-แนวต้านในระดับกลาง

ในแนวโน้มขาขึ้น เส้นกลางมักทำหน้าที่เป็นแนวรับ ส่วนในแนวโน้มขาลง จะกลายเป็นแนวต้าน เทรดเดอร์หลายคนใช้การทะลุเส้นกลางเป็นสัญญาณยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้ม

เส้นขอบล่าง (Lower Band)

เส้นขอบล่างคำนวณจากการเอา Simple Moving Average (SMA) ลบด้วยค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) คูณ 2 เส้นนี้ทำหน้าที่เป็นแนวรับแบบไดนามิกของราคา

เมื่อราคาเคลื่อนที่ลงมาสัมผัสหรือทะลุเส้นขอบล่าง มักบ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะ Oversold หรือมีการขายมากเกินไป แต่เช่นเดียวกับเส้นบน ในแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง ราคาอาจวิ่งไปตามเส้นขอบล่างได้อย่างต่อเนื่อง

Bollinger Bands

สูตรคำนวณ Bollinger Bands

การคำนวณ Bollinger Bands เริ่มต้นจากการหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ของราคาปิดในช่วงเวลาที่กำหนด (มาตรฐาน 20 วัน) จากนั้นคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเพื่อหาระยะห่างจากเส้นกลาง

สูตรการคำนวณทั้ง 3 เส้น:

เส้นกลาง (Middle Band):

  • Middle Band = SMA(20) = (P₁ + P₂ + ... + P₂₀) / 20

เส้นบน (Upper Band):

  • Upper Band = SMA(20) + (2 × Standard Deviation)

เส้นล่าง (Lower Band):

  • Lower Band = SMA(20) - (2 × Standard Deviation)

โดยที่:

  • P = ราคาปิด (Close Price)
  • Standard Deviation = √[Σ(Pᵢ - SMA)² / n]
  • ค่ามาตรฐานของตัวคูณ = 2 (สามารถปรับเป็น 1.5, 2.5 หรือค่าอื่นได้ตามความต้องการ)
TIP

เทรดเดอร์บางคนใช้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.5 หรือ 2.5 แทน 2.0 เพื่อปรับความกว้างของ Bands ให้เหมาะกับความผันผวนของแต่ละคู่เงิน — ค่าที่สูงกว่าจะให้ Bands ที่กว้างกว่าและสัญญาณที่น้อยกว่า

การเรียกใช้ Bollinger Bands บน MetaTrader

การติดตั้ง Bollinger Bands บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ทำได้ง่ายมาก:

  1. เปิดโปรแกรม MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5
  2. คลิกที่เมนู InsertIndicatorsTrendBollinger Bands
  3. หน้าต่างการตั้งค่าจะปรากฏขึ้น โดยค่าพื้นฐานจะเป็น:
    • Period: 20
    • Deviation: 2.0
    • Apply to: Close
  4. คลิก OK เพื่อยืนยัน

หลังจากติดตั้งเสร็จ คุณจะเห็น 3 เส้นปรากฏบนกราฟราคา พร้อมกับกราฟเทียนที่วิ่งอยู่ภายในช่วงของ Bands ค่าพื้นฐานเหล่านี้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในตลาด Forex แต่คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์การเทรดของคุณ

Bollinger Bands

ประโยชน์ของ Bollinger Bands

Bollinger Bands มีประโยชน์หลากหลายในการวิเคราะห์ตลาด Forex โดยเทรดเดอร์สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ได้อย่างน้อย 3 แบบ:

1. การระบุแนวโน้ม (Trend Identification)

Bollinger Bands ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุแนวโน้มของตลาดได้อย่างชัดเจน โดยดูจากตำแหน่งของราคาเทียบกับเส้นทั้ง 3

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน

แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend):

  • กราฟราคาวิ่งอยู่ระหว่างเส้นกลางและเส้นบน
  • ราคามักจะตีกลับขึ้นเมื่อสัมผัสเส้นกลาง
  • ไม่สามารถทะลุเส้นกลางลงไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • เส้นทั้ง 3 มีทิศทางชี้ขึ้น
Bollinger Bands

แนวโน้มขาลง (Downtrend):

  • กราฟราคาวิ่งอยู่ระหว่างเส้นกลางและเส้นล่าง
  • ราคามักจะถูกผลักลงเมื่อสัมผัสเส้นกลาง
  • ไม่สามารถทะลุเส้นกลางขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • เส้นทั้ง 3 มีทิศทางชี้ลง
Bollinger Bands

แนวโน้ม Sideways (Range-bound):

  • ราคาสามารถทะลุเส้นกลางได้ง่าย ไปมาระหว่างเส้นบนและเส้นล่าง
  • เส้นทั้ง 3 มักจะวิ่งในแนวราบหรือมีทิศทางไม่ชัดเจน
  • ราคาแกว่งตัวแตะเส้นบนและเส้นล่างสลับกัน
Bollinger Bands

2. การวัดความผันผวน (Volatility Measurement)

ความกว้างของช่วงระหว่างเส้นบนและเส้นล่างบอกถึงความผันผวนของตลาด:

ความผันผวนสูง:

  • เส้นบนและเส้นล่างถ่างออกห่างกันมาก
  • บ่งบอกว่าตลาดมีการเคลื่อนไหวรุนแรง
  • มักเกิดขึ้นหลังข่าวสำคัญหรือในช่วง London/New York session
  • เป็นโอกาสดีสำหรับเทรดเดอร์ที่เล่นตาม Breakout

ความผันผวนต่ำ:

  • เส้นบนและเส้นล่างอยู่ใกล้กันมาก (Bollinger Squeeze)
  • บ่งบอกว่าตลาดเงียบ มีการเคลื่อนไหวน้อย
  • มักเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
  • เทรดเดอร์มักรอคอยการ Breakout ในช่วงนี้
Bollinger Bands
NOTE

Bollinger Squeeze (เมื่อเส้นทั้ง 3 อยู่ใกล้กันมาก) มักตามมาด้วยการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ แต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะไปทิศทางไหน — ควรรอให้มีการ Breakout พร้อมยืนยันด้วย Volume หรืออินดิเคเตอร์อื่น

3. การหาโซน Overbought และ Oversold

Bollinger Bands ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถระบุว่าราคาอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป:

แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน

โซน Overbought:

  • ราคาทะลุเส้นบนขึ้นไป
  • บ่งบอกว่าแรงซื้อมากเกินไป อาจมีแรงขายเข้ามาปรับฐาน
  • ไม่ได้หมายความว่าต้องขายทันที — ในแนวโน้มแข็งแกร่ง ราคาอาจวิ่งต่อได้อีกนาน
  • ควรใช้ร่วมกับ RSI หรือ Stochastic เพื่อยืนยัน

โซน Oversold:

  • ราคาทะลุเส้นล่างลงมา
  • บ่งบอกว่าแรงขายมากเกินไป อาจมีแรงซื้อเข้ามารับ
  • ไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อทันที — ในแนวโน้มขาลงแข็งแกร่ง ราคาอาจตกต่อได้อีก
  • ควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อยืนยันการกลับตัว
Bollinger Bands

เทคนิคการเทรด Forex ด้วย Bollinger Bands

เราสามารถนำ Bollinger Bands มาใช้ในการเทรด Forex ได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดและกรอบเวลาที่คุณใช้:

1. เทรดตามแนวโน้ม (Trend Following)

นี่คือวิธีที่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบถือออเดอร์ยาว (Swing Trading หรือ Position Trading):

กลยุทธ์แนวโน้มขาขึ้น:

  • เปิด Buy เมื่อราคาตีกลับจากเส้นกลางในแนวโน้มขาขึ้น
  • ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าเส้นล่างเล็กน้อย (20-30 pips ขึ้นอยู่กับคู่เงิน)
  • ถือออเดอร์ Buy จนกว่าราคาจะทะลุเส้นกลางลงมา หรือสัมผัสเส้นล่าง
  • Take Profit เมื่อราคาเริ่มปิดเทียนต่ำกว่าเส้นกลาง 2 เทียนติดต่อกัน
Bollinger Bands

กลยุทธ์แนวโน้มขาลง:

  • เปิด Sell เมื่อราคาตีกลับจากเส้นกลางในแนวโน้มขาลง
  • ตั้ง Stop Loss สูงกว่าเส้นบนเล็กน้อย (20-30 pips)
  • ถือออเดอร์ Sell จนกว่าราคาจะทะลุเส้นกลางขึ้นไป หรือสัมผัสเส้นบน
  • Take Profit เมื่อราคาเริ่มปิดเทียนสูงกว่าเส้นกลาง 2 เทียนติดต่อกัน
Bollinger Bands

หลีกเลี่ยงการเทรดใน Sideways:

  • เมื่อราคาวิ่งข้ามเส้นกลางไปมาบ่อยครั้ง ไม่มีทิศทางชัด
  • Bands มีความกว้างคงที่ไม่ขยายหรือหดตัว
  • ควรพักหรือรอให้เกิดแนวโน้มใหม่
Bollinger Bands

2. เทรดจากความผันผวน (Volatility Breakout)

กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการจับจังหวะการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่:

สัญญาณ Bollinger Squeeze:

  • รอให้เส้นบนและเส้นล่างอยู่ใกล้กันมากที่สุด (ช่วง 50-100 pips สำหรับคู่ major)
  • วัดความกว้างของ Bands ใน 50 เทียนล่าสุด — ถ้าความกว้างปัจจุบันต่ำกว่า 30% ถือว่าเป็น Squeeze
  • รอให้ราคา Breakout ทะลุเส้นบนหรือเส้นล่าง พร้อม Volume สูง
  • เปิดออเดอร์ตามทิศทางที่ Breakout

เงื่อนไข Entry:

  • Breakout ต้องมี candle ปิดทะลุ Bands อย่างชัดเจน (ไม่ใช่แค่ shadow)
  • Volume ต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าจากค่าเฉลี่ย
  • ตั้ง Stop Loss ที่เส้นกลาง
  • Target TP ที่ระยะห่างเท่ากับความกว้างของ Bands ก่อน Squeeze
TIP

การหา Bollinger Squeeze ที่ดีที่สุด: ใช้เครื่องมือ Bollinger Band Width (BBW) ซึ่งคำนวณจาก (Upper Band - Lower Band) / Middle Band × 100 — เมื่อ BBW ต่ำกว่า 10% บนคู่ major ถือว่าเป็น Squeeze ที่แข็งแกร่ง

3. เทรดแบบ Mean Reversion (กลับค่าเฉลี่ย)

กลยุทธ์นี้เหมาะกับตลาดที่ไม่มีแนวโน้มชัด (Range-bound):

กฎการเทรด:

  • เปิด Sell เมื่อราคาสัมผัสหรือทะลุเส้นบน (Overbought)
  • เปิด Buy เมื่อราคาสัมผัสหรือทะลุเส้นล่าง (Oversold)
  • ตั้ง Stop Loss นอก Bands 10-15 pips
  • Take Profit ที่เส้นกลางหรือเส้นตรงข้าม

เงื่อนไขที่ต้องระวัง:

  • ห้ามใช้ในแนวโน้มที่ชัดเจน (ราคาอาจวิ่งต่อได้นานมาก)
  • ต้องใช้ร่วมกับ RSI หรือ Stochastic — รอให้ทั้ง 2 อินดิเคเตอร์ยืนยัน Overbought/Oversold
  • Risk:Reward ควรอยู่ที่ 1:2 ขึ้นไป
NOTE

อย่าเทรด Mean Reversion ในช่วงข่าวสำคัญ เช่น NFP, FOMC, GDP — ราคาสามารถทะลุ Bands ไปได้ไกลมากและไม่กลับมา กลยุทธ์นี้เหมาะกับตลาดเงียบ เช่น Asian Session หรือช่วงกลางสัปดาห์

4. Bollinger Bounce Strategy

เทคนิคนี้มุ่งเน้นการตีกลับจากเส้น Bands:

Setup:

  • ใช้ Timeframe H1 หรือ H4
  • รอให้ราคาสัมผัสเส้นบนหรือเส้นล่าง
  • ดู candlestick pattern — Hammer, Shooting Star, Engulfing
  • เปิดออเดอร์เมื่อ candle ถัดไปยืนยันการกลับตัว

ตัวอย่าง Entry:

  • ราคาลงมาสัมผัสเส้นล่าง เกิด Bullish Engulfing
  • เปิด Buy เมื่อ candle ถัดไปปิดสูงกว่า Bullish Engulfing
  • Stop Loss ต่ำกว่า Low ของ Bullish Engulfing 5-10 pips
  • Take Profit ที่เส้นกลาง (อนุรักษ์นิยม) หรือเส้นบน (aggressive)

ข้อควรระวังในการใช้ Bollinger Bands

แม้ Bollinger Bands จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ก็มีข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจ:

1. สัญญาณ False Breakout

  • ราคาอาจทะลุ Bands แล้ววิ่งกลับเข้ามาได้ — เรียกว่า "Head Fake"
  • แก้ไข: รอให้มีการปิด 2 candles ทะลุ Bands ก่อน Entry

**2. ไม่เหมาะ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง