U
UHAS
XAU/USD0.00%

Drawdown คืออะไร (วีดีโอ)

การเทรด Forex หรือทองคำที่ยั่งยืนไม่ได้วัดกันแค่ผลกำไร แต่วัดที่ ความสามารถในการรักษาเงินทุน ในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจเรา บทความนี้จะอธิบาย Drawdown

P
Patiphan Uhas
29 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
Drawdown คืออะไร (วีดีโอ)

การเทรด Forex หรือทองคำที่ยั่งยืนไม่ได้วัดกันแค่ผลกำไร แต่วัดที่ ความสามารถในการรักษาเงินทุน ในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจเรา บทความนี้จะอธิบาย Drawdown ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง และวิธีใช้มันเพื่อปกป้องพอร์ตของคุณจากการสูญเสียหนัก

สรุปสาระสำคัญ

  • Drawdown คือ % การขาดทุนสูงสุดจากจุดสูงสุดของพอร์ต (Peak to Trough)
  • ยิ่ง Drawdown สูง ยิ่งต้องใช้ผลกำไรมหาศาลเพื่อคืนทุน (50% Drawdown ต้อง +100% ถึงคืนทุน)
  • เทรดเดอร์มืออาชีพมักกำหนด Maximum Drawdown ไม่เกิน 20-30% ของพอร์ต
  • การจัดการ Drawdown สำคัญกว่าการไล่ตามกำไร — เพราะเงินที่เสียไปยากกว่าที่จะหากลับมา

Drawdown คืออะไร และทำไมต้องสนใจ

Drawdown คือการวัดว่าพอร์ตลงทุนของเราขาดทุนลงไปมากแค่ไหน จากจุดสูงสุด (Peak) ไปจนถึงจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่พอร์ตจะกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่

แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน
แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน

สูตรคำนวณ:

Drawdown (%) = (Peak Value − Trough Value) / Peak Value × 100

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติคุณเริ่มต้นด้วยเงิน 100,000 บาท:

  • วันที่ 1 ม.ค.: 100,000 บาท (Peak)
  • วันที่ 15 ม.ค.: 85,000 บาท (Trough)
  • Drawdown = (100,000 − 85,000) / 100,000 × 100 = 15%

ถ้าพอร์ตลงไปที่ 70,000 บาท:

  • Drawdown = (100,000 − 70,000) / 100,000 × 100 = 30%
NOTE

ข้อควรระวัง: เมื่อคุณขาดทุน 30% คุณจะต้องทำกำไร 42.86% ถึงจะคืนทุน — ไม่ใช่แค่ 30%
นี่คือเหตุผลที่ การรักษาเงินทุนสำคัญกว่าการไล่ตามกำไร

ทำไมยิ่ง Drawdown สูง ยิ่งอันตราย

หลายคนเข้าใจผิดว่า "เสีย 50% ทำกำไร 50% ก็คืนทุน" — แต่ความจริงคือ คณิตศาสตร์ไม่ทำงานแบบนั้น

Drawdownกำไรที่ต้องทำเพื่อคืนทุน
10%11.11%
20%25.00%
30%42.86%
40%66.67%
50%100.00%
60%150.00%
70%233.33%

เมื่อคุณเสียไป 50% ของพอร์ต เงินที่เหลือคือ 50% — คุณจะต้องทำกำไร 100% จากเงินที่เหลือนั้น ถึงจะกลับมาที่เดิม

ตัวอย่างจากเทรดเดอร์จริง

สมมติมี 2 คน:

  • เทรดเดอร์ A: ทำกำไรเฉลีย่ 5% ต่อเดือน, Drawdown สูงสุด 15%
  • เทรดเดอร์ B: ทำกำไรเฉลีย่ 8% ต่อเดือน, Drawdown สูงสุด 40%

หลังจาก 1 ปี เทรดเดอร์ A มีพอร์ตเติบโตสม่ำเสมอ ในขณะที่เทรดเดอร์ B ต้องใช้เวลาครึ่งปีแรกเพื่อฟื้นตัวจาก Drawdown

ข้อสรุป: Consistency ชนะ Home Run ที่มาพร้อมความเสี่ยงสูง

วิธีจำกัด Drawdown แบบมืออาชีพ

1. กำหนด Maximum Drawdown Limit

เทรดเดอร์มืออาชีพและกองทุน Hedge Fund มักกำหนดกฎว่า:

  • หาก Drawdown ถึง 20-25% หยุดเทรดชั่วคราว
  • ทบทวนระบบเทรด ปรับ Risk Management
  • กลับมาเทรดอีกครั้งเมื่อมั่นใจว่าแก้ปัญหาแล้ว

2. ใช้ Position Sizing แบบ Fixed Fractional

ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตต่อออเดอร์

ตัวอย่าง:

  • พอร์ต 100,000 บาท
  • เสี่ยง 1% = 1,000 บาท
  • ถ้า Stop Loss ห่าง 50 pips → ขนาด Lot คือ 0.20 (สำหรับ XAUUSD)

วิธีนี้ทำให้ถึงแม้จะเสียติดต่อกัน 10 ครั้ง พอร์ตของคุณก็ลดแค่ 10% — ยังเหลือเงิน 90% สู้ต่อ

3. Diversification — อย่าพึ่งพาคู่เงินเดียว

ถ้าคุณเทรดแต่ EURUSD อย่างเดียว และ Euro อ่อนต่อเนื่อง 2 เดือน คุณอาจ Drawdown หนัก

วิธีแก้:

  • แบ่งพอร์ตเทรดหลายคู่เงิน (EURUSD, GBPJPY, XAUUSD)
  • หรือเทรดทั้ง Forex และทองคำ เพื่อ Hedge Risk

4. เก็บบันทึก Trading Journal

บันทึกทุกออเดอร์ พร้อม:

  • Entry/Exit Price
  • % Gain/Loss
  • Drawdown ณ เวลานั้น

เมื่อเห็นว่า Drawdown เริ่มพุ่ง ให้ลดขนาด Position ชั่วคราว — Trade to Survive, Not to Get Rich Quick

TIP

เทคนิคขั้นสูง: ใช้ Equity Curve Analysis
Plot กราฟพอร์ตของคุณแบบรายวัน — ถ้ากราฟเทรนด์ลง 2 สัปดาห์ติด หยุดเทรดทันที อาจเป็นสัญญาณว่าระบบของคุณไม่เหมาะกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

วิดีโอแนะนำ: Drawdown คืออะไร

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจ Drawdown แบบเห็นภาพชัดเจนขึ้น เราแนะนำวิดีโออธิบายจาก Uhas:

https://youtu.be/QapmG1ROMT4

วิดีโอนี้ครอบคลุม:

  • ความหมายของ Drawdown พร้อมตัวอย่างจริง
  • วิธีคำนวณและติดตาม Drawdown ในแพลตฟอร์ม MT4/MT5
  • เทคนิคลด Drawdown สำหรับเทรดเดอร์ไทย

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Drawdown พุ่ง

1. Revenge Trading (เทรดแก้ตัว)

เสียเงินไป 5,000 บาท → เปิดออเดอร์ใหญ่เท่าตัวทันที เพื่อ "คืนทุนให้เร็ว"

ผลลัพธ์: เสียเพิ่มอีก 10,000 บาท Drawdown พุ่ง 15%

2. Over-Leverage

ใช้ Leverage 1:500 เปิดออเดอร์ 5 Lot ด้วยพอร์ต 10,000 บาท

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

ผลลัพธ์: ตลาดขยับ 20 pips ผิดทาง → เสีย 50% ของพอร์ตทันที

3. ไม่มี Stop Loss

"ถือไว้ก่อน รอให้กลับมา" — 1 สัปดาห์ผ่านไป Drawdown 40%

ข้อเท็จจริง: ตลาดไม่ได้สนใจว่าคุณเข้าที่ราคาเท่าไหร่ — มันเคลื่อนไหวตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน

NOTE

กฎเหล็ก: ทุกออเดอร์ต้องมี Stop Loss — ไม่มีข้อยกเว้น
แม้กลยุทธ์ของคุณจะเป็น Swing Trading ระยะยาว

Recovery Plan: ถ้า Drawdown สูงแล้วจะทำยังไง

หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ Drawdown พุ่งไปแล้ว (>25%):

ขั้นตอน 1: หยุดเทรดทันที

  • ปิดแพลตฟอร์ม
  • ถอนหายใจ
  • ให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 3-7 วันโดยไม่มองชาร์ต

ขั้นตอน 2: วิเคราะห์สาเหตุ

  • ดูประวัติการเทรด 20 ออเดอร์ล่าสุด
  • หาจุดร่วมของออเดอร์ที่เสีย (เข้าผิดเวลา? ไม่ตั้ง SL? เสี่ยงต่อออเดอร์มากไป?)

ขั้นตอน 3: ปรับกลยุทธ์

  • ลดขนาด Position ลง 50%
  • เพิ่มเงื่อนไขการเข้าเทรดให้เข้มงวดขึ้น (เช่น ต้องมี Confirmation 2 อย่างขึ้นไป)
  • ทดสอบในบัญชี Demo 2 สัปดาห์ก่อนกลับมาเทรดจริง

ขั้นตอน 4: กลับมาเทรดแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • เริ่มจาก 0.01 Lot (Micro Lot)
  • เป้าหมายแรกคือ "ไม่ขาดทุนเพิ่ม" — ไม่ใช่ทำกำไร
  • เมื่อเทรด 10 ครั้งแรกไม่ Drawdown เพิ่ม → ค่อยเพิ่มขนาด Position

Drawdown ของกองทุนและเทรดเดอร์ระดับโลก

เพื่อให้เห็นภาพชัดว่า Drawdown เป็นเรื่องปกติแม้กับมือโปร:

  • Ray Dalio (Bridgewater Associates): Drawdown สูงสุด ~20% ในช่วงวิกฤต 2008
  • George Soros: Drawdown ~30% ในช่วง 1987 Black Monday
  • Warren Buffett (Berkshire Hathaway): Drawdown ~50% ในช่วง 2008-2009

แม้กระทั่งนักลงทุนระดับตำนาน ก็ยังประสบกับ Drawdown — ความแตกต่างคือพวกเขามีระบบจัดการ Drawdown และไม่ปล่อยให้มันทำลายพอร์ต

INFO

Benchmark มาตรฐาน:

  • Drawdown < 10% = ดีเยี่ยม (แต่อาจหมายถึงเสี่ยงน้อยไป, Return ต่ำ)
  • Drawdown 10-20% = ดี (เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป)
  • Drawdown 20-30% = ยอมรับได้ (แต่ต้องมี Plan ฟื้นตัว)
  • Drawdown > 30% = อันตราย (ต้องหยุดเทรดทันที)

เครื่องมือติดตาม Drawdown

1. MT4/MT5 Account History

  • เปิด "Account History" → คลิกขวา → "Save as Report"
  • ดูค่า Maximal Drawdown ในไฟล์ HTML

2. Myfxbook / FX Blue

  • เชื่อมต่อบัญชี MT4 เข้ากับ Myfxbook
  • ดูกราฟ Drawdown แบบ Real-time
  • ตั้ง Alert เมื่อ Drawdown เกิน 15%

3. Excel Spreadsheet (DIY)

สร้างตารางเอง:

  • คอลัมน์ A: วันที่
  • คอลัมน์ B: Balance
  • คอลัมน์ C: Peak Balance (=MAX($B$1:B1))
  • คอลัมน์ D: Drawdown % (=(C1-B1)/C1*100)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Drawdown ต่างจาก Loss ยังไง?

Loss คือการขาดทุนในแต่ละออเดอร์ เช่น เสีย 500 บาทในเทรดนึง

Drawdown คือการขาดทุนสะสมจากจุดสูงสุดของพอร์ต วัดเป็น % — สะท้อนผลกระทบระยะยาวต่อพอร์ตทั้งหมด

ถ้าทำกำไรสม่ำเสมอ 5% ต่อเดือน แต่ Drawdown 40% ถือว่าดีไหม?

ไม่ดี — Drawdown 40% หมายถึงคุณมีโอกาสเสียเงินครึ่งหนึ่งของพอร์ต ซึ่งต้องใช้กำไร 66.67% เพื่อคืนทุน

การเทรดที่ดีคือ สม่ำเสมอและปลอดภัย — ไม่ใช่ขึ้น-ลงแบบรถไฟเหาะ

Drawdown เท่าไหร่ถึงควรหยุดเทรด?

ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณรับได้ แต่กฎทั่วไป:

  • ระดับปลอดภัย: < 15%
  • ระดับเตือน: 15-25%
  • ระดับอันตราย: > 25% (ควรหยุดทันที)

ใช้ Leverage สูงทำให้ Drawdown สูงตามไปด้วยใช่ไหม?

ใช่ — Leverage เป็นดาบสองคม:

  • Leverage 1:100 + เสี่ยง 1% ต่อออเดอร์ = ปลอดภัย
  • Leverage 1:500 + เสี่ยง 10% ต่อออเดอร์ = Drawdown พุ่ง 50% ได้ภายใน 1 สัปดาห์

กุญแจคือ Position Sizing ไม่ใช่แค่ตัวเลข Leverage

แพลตฟอร์มไหนแสดงค่า Drawdown ได้แม่นยำที่สุด?

  • MT4/MT5: แสดงค่า Maximal Drawdown ในรายงาน Account History
  • Myfxbook: แสดงกราฟ Drawdown แบบ Real-time พร้อม Alert
  • TradingView: ต้อง Manual Calculate ผ่าน Pine Script

สำหรับเทรดเดอร์ไทย แนะนำให้ใช้ Myfxbook เพราะฟรีและเชื่อมต่อกับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ได้


บทสรุป: Drawdown คือตัวชี้วัดที่บอกว่าระบบเทรดของคุณยั่งยืนหรือไม่ — ผลกำไรสูงแต่ Drawdown 50% ไม่มีความหมาย เพราะคุณจะเครียด, ตัดสินใจผิดพลาด, และสุดท้ายเสียเงินทั้งพอร์ต

เทรดอย่างมืออาชีพคือการ รักษาเงินทุนเป็นอันดับแรก, ทำกำไรเป็นอันดับสอง — เมื่อคุณปกป้องเงินทุนได้ กำไรจะค่อยๆ สะสมเองตามธรรมชาติ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง