Drawdown คืออะไร (วีดีโอ)
การเทรด Forex หรือทองคำที่ยั่งยืนไม่ได้วัดกันแค่ผลกำไร แต่วัดที่ ความสามารถในการรักษาเงินทุน ในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจเรา บทความนี้จะอธิบาย Drawdown

การเทรด Forex หรือทองคำที่ยั่งยืนไม่ได้วัดกันแค่ผลกำไร แต่วัดที่ ความสามารถในการรักษาเงินทุน ในช่วงที่ตลาดไม่เป็นใจเรา บทความนี้จะอธิบาย Drawdown ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง และวิธีใช้มันเพื่อปกป้องพอร์ตของคุณจากการสูญเสียหนัก
สรุปสาระสำคัญ
- Drawdown คือ % การขาดทุนสูงสุดจากจุดสูงสุดของพอร์ต (Peak to Trough)
- ยิ่ง Drawdown สูง ยิ่งต้องใช้ผลกำไรมหาศาลเพื่อคืนทุน (50% Drawdown ต้อง +100% ถึงคืนทุน)
- เทรดเดอร์มืออาชีพมักกำหนด Maximum Drawdown ไม่เกิน 20-30% ของพอร์ต
- การจัดการ Drawdown สำคัญกว่าการไล่ตามกำไร — เพราะเงินที่เสียไปยากกว่าที่จะหากลับมา
Drawdown คืออะไร และทำไมต้องสนใจ
Drawdown คือการวัดว่าพอร์ตลงทุนของเราขาดทุนลงไปมากแค่ไหน จากจุดสูงสุด (Peak) ไปจนถึงจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่พอร์ตจะกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่

สูตรคำนวณ:
Drawdown (%) = (Peak Value − Trough Value) / Peak Value × 100
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติคุณเริ่มต้นด้วยเงิน 100,000 บาท:
- วันที่ 1 ม.ค.: 100,000 บาท (Peak)
- วันที่ 15 ม.ค.: 85,000 บาท (Trough)
- Drawdown = (100,000 − 85,000) / 100,000 × 100 = 15%
ถ้าพอร์ตลงไปที่ 70,000 บาท:
- Drawdown = (100,000 − 70,000) / 100,000 × 100 = 30%
ข้อควรระวัง: เมื่อคุณขาดทุน 30% คุณจะต้องทำกำไร 42.86% ถึงจะคืนทุน — ไม่ใช่แค่ 30%
นี่คือเหตุผลที่ การรักษาเงินทุนสำคัญกว่าการไล่ตามกำไร
ทำไมยิ่ง Drawdown สูง ยิ่งอันตราย
หลายคนเข้าใจผิดว่า "เสีย 50% ทำกำไร 50% ก็คืนทุน" — แต่ความจริงคือ คณิตศาสตร์ไม่ทำงานแบบนั้น
| Drawdown | กำไรที่ต้องทำเพื่อคืนทุน |
|---|---|
| 10% | 11.11% |
| 20% | 25.00% |
| 30% | 42.86% |
| 40% | 66.67% |
| 50% | 100.00% |
| 60% | 150.00% |
| 70% | 233.33% |
เมื่อคุณเสียไป 50% ของพอร์ต เงินที่เหลือคือ 50% — คุณจะต้องทำกำไร 100% จากเงินที่เหลือนั้น ถึงจะกลับมาที่เดิม
ตัวอย่างจากเทรดเดอร์จริง
สมมติมี 2 คน:
- เทรดเดอร์ A: ทำกำไรเฉลีย่ 5% ต่อเดือน, Drawdown สูงสุด 15%
- เทรดเดอร์ B: ทำกำไรเฉลีย่ 8% ต่อเดือน, Drawdown สูงสุด 40%
หลังจาก 1 ปี เทรดเดอร์ A มีพอร์ตเติบโตสม่ำเสมอ ในขณะที่เทรดเดอร์ B ต้องใช้เวลาครึ่งปีแรกเพื่อฟื้นตัวจาก Drawdown
ข้อสรุป: Consistency ชนะ Home Run ที่มาพร้อมความเสี่ยงสูง
วิธีจำกัด Drawdown แบบมืออาชีพ
1. กำหนด Maximum Drawdown Limit
เทรดเดอร์มืออาชีพและกองทุน Hedge Fund มักกำหนดกฎว่า:
- หาก Drawdown ถึง 20-25% หยุดเทรดชั่วคราว
- ทบทวนระบบเทรด ปรับ Risk Management
- กลับมาเทรดอีกครั้งเมื่อมั่นใจว่าแก้ปัญหาแล้ว
2. ใช้ Position Sizing แบบ Fixed Fractional
ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตต่อออเดอร์
ตัวอย่าง:
- พอร์ต 100,000 บาท
- เสี่ยง 1% = 1,000 บาท
- ถ้า Stop Loss ห่าง 50 pips → ขนาด Lot คือ 0.20 (สำหรับ XAUUSD)
วิธีนี้ทำให้ถึงแม้จะเสียติดต่อกัน 10 ครั้ง พอร์ตของคุณก็ลดแค่ 10% — ยังเหลือเงิน 90% สู้ต่อ
3. Diversification — อย่าพึ่งพาคู่เงินเดียว
ถ้าคุณเทรดแต่ EURUSD อย่างเดียว และ Euro อ่อนต่อเนื่อง 2 เดือน คุณอาจ Drawdown หนัก
วิธีแก้:
- แบ่งพอร์ตเทรดหลายคู่เงิน (EURUSD, GBPJPY, XAUUSD)
- หรือเทรดทั้ง Forex และทองคำ เพื่อ Hedge Risk
4. เก็บบันทึก Trading Journal
บันทึกทุกออเดอร์ พร้อม:
- Entry/Exit Price
- % Gain/Loss
- Drawdown ณ เวลานั้น
เมื่อเห็นว่า Drawdown เริ่มพุ่ง ให้ลดขนาด Position ชั่วคราว — Trade to Survive, Not to Get Rich Quick
เทคนิคขั้นสูง: ใช้ Equity Curve Analysis
Plot กราฟพอร์ตของคุณแบบรายวัน — ถ้ากราฟเทรนด์ลง 2 สัปดาห์ติด หยุดเทรดทันที อาจเป็นสัญญาณว่าระบบของคุณไม่เหมาะกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
วิดีโอแนะนำ: Drawdown คืออะไร
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจ Drawdown แบบเห็นภาพชัดเจนขึ้น เราแนะนำวิดีโออธิบายจาก Uhas:
วิดีโอนี้ครอบคลุม:
- ความหมายของ Drawdown พร้อมตัวอย่างจริง
- วิธีคำนวณและติดตาม Drawdown ในแพลตฟอร์ม MT4/MT5
- เทคนิคลด Drawdown สำหรับเทรดเดอร์ไทย
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Drawdown พุ่ง
1. Revenge Trading (เทรดแก้ตัว)
เสียเงินไป 5,000 บาท → เปิดออเดอร์ใหญ่เท่าตัวทันที เพื่อ "คืนทุนให้เร็ว"
ผลลัพธ์: เสียเพิ่มอีก 10,000 บาท Drawdown พุ่ง 15%
2. Over-Leverage
ใช้ Leverage 1:500 เปิดออเดอร์ 5 Lot ด้วยพอร์ต 10,000 บาท

ผลลัพธ์: ตลาดขยับ 20 pips ผิดทาง → เสีย 50% ของพอร์ตทันที
3. ไม่มี Stop Loss
"ถือไว้ก่อน รอให้กลับมา" — 1 สัปดาห์ผ่านไป Drawdown 40%
ข้อเท็จจริง: ตลาดไม่ได้สนใจว่าคุณเข้าที่ราคาเท่าไหร่ — มันเคลื่อนไหวตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน
กฎเหล็ก: ทุกออเดอร์ต้องมี Stop Loss — ไม่มีข้อยกเว้น
แม้กลยุทธ์ของคุณจะเป็น Swing Trading ระยะยาว
Recovery Plan: ถ้า Drawdown สูงแล้วจะทำยังไง
หากคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ Drawdown พุ่งไปแล้ว (>25%):
ขั้นตอน 1: หยุดเทรดทันที
- ปิดแพลตฟอร์ม
- ถอนหายใจ
- ให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 3-7 วันโดยไม่มองชาร์ต
ขั้นตอน 2: วิเคราะห์สาเหตุ
- ดูประวัติการเทรด 20 ออเดอร์ล่าสุด
- หาจุดร่วมของออเดอร์ที่เสีย (เข้าผิดเวลา? ไม่ตั้ง SL? เสี่ยงต่อออเดอร์มากไป?)
ขั้นตอน 3: ปรับกลยุทธ์
- ลดขนาด Position ลง 50%
- เพิ่มเงื่อนไขการเข้าเทรดให้เข้มงวดขึ้น (เช่น ต้องมี Confirmation 2 อย่างขึ้นไป)
- ทดสอบในบัญชี Demo 2 สัปดาห์ก่อนกลับมาเทรดจริง
ขั้นตอน 4: กลับมาเทรดแบบค่อยเป็นค่อยไป
- เริ่มจาก 0.01 Lot (Micro Lot)
- เป้าหมายแรกคือ "ไม่ขาดทุนเพิ่ม" — ไม่ใช่ทำกำไร
- เมื่อเทรด 10 ครั้งแรกไม่ Drawdown เพิ่ม → ค่อยเพิ่มขนาด Position
Drawdown ของกองทุนและเทรดเดอร์ระดับโลก
เพื่อให้เห็นภาพชัดว่า Drawdown เป็นเรื่องปกติแม้กับมือโปร:
- Ray Dalio (Bridgewater Associates): Drawdown สูงสุด ~20% ในช่วงวิกฤต 2008
- George Soros: Drawdown ~30% ในช่วง 1987 Black Monday
- Warren Buffett (Berkshire Hathaway): Drawdown ~50% ในช่วง 2008-2009
แม้กระทั่งนักลงทุนระดับตำนาน ก็ยังประสบกับ Drawdown — ความแตกต่างคือพวกเขามีระบบจัดการ Drawdown และไม่ปล่อยให้มันทำลายพอร์ต
Benchmark มาตรฐาน:
- Drawdown < 10% = ดีเยี่ยม (แต่อาจหมายถึงเสี่ยงน้อยไป, Return ต่ำ)
- Drawdown 10-20% = ดี (เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป)
- Drawdown 20-30% = ยอมรับได้ (แต่ต้องมี Plan ฟื้นตัว)
- Drawdown > 30% = อันตราย (ต้องหยุดเทรดทันที)
เครื่องมือติดตาม Drawdown
1. MT4/MT5 Account History
- เปิด "Account History" → คลิกขวา → "Save as Report"
- ดูค่า Maximal Drawdown ในไฟล์ HTML
2. Myfxbook / FX Blue
- เชื่อมต่อบัญชี MT4 เข้ากับ Myfxbook
- ดูกราฟ Drawdown แบบ Real-time
- ตั้ง Alert เมื่อ Drawdown เกิน 15%
3. Excel Spreadsheet (DIY)
สร้างตารางเอง:
- คอลัมน์ A: วันที่
- คอลัมน์ B: Balance
- คอลัมน์ C: Peak Balance (=MAX($B$1:B1))
- คอลัมน์ D: Drawdown % (=(C1-B1)/C1*100)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Drawdown ต่างจาก Loss ยังไง?
Loss คือการขาดทุนในแต่ละออเดอร์ เช่น เสีย 500 บาทในเทรดนึง
Drawdown คือการขาดทุนสะสมจากจุดสูงสุดของพอร์ต วัดเป็น % — สะท้อนผลกระทบระยะยาวต่อพอร์ตทั้งหมด
ถ้าทำกำไรสม่ำเสมอ 5% ต่อเดือน แต่ Drawdown 40% ถือว่าดีไหม?
ไม่ดี — Drawdown 40% หมายถึงคุณมีโอกาสเสียเงินครึ่งหนึ่งของพอร์ต ซึ่งต้องใช้กำไร 66.67% เพื่อคืนทุน
การเทรดที่ดีคือ สม่ำเสมอและปลอดภัย — ไม่ใช่ขึ้น-ลงแบบรถไฟเหาะ
Drawdown เท่าไหร่ถึงควรหยุดเทรด?
ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่คุณรับได้ แต่กฎทั่วไป:
- ระดับปลอดภัย: < 15%
- ระดับเตือน: 15-25%
- ระดับอันตราย: > 25% (ควรหยุดทันที)
ใช้ Leverage สูงทำให้ Drawdown สูงตามไปด้วยใช่ไหม?
ใช่ — Leverage เป็นดาบสองคม:
- Leverage 1:100 + เสี่ยง 1% ต่อออเดอร์ = ปลอดภัย
- Leverage 1:500 + เสี่ยง 10% ต่อออเดอร์ = Drawdown พุ่ง 50% ได้ภายใน 1 สัปดาห์
กุญแจคือ Position Sizing ไม่ใช่แค่ตัวเลข Leverage
แพลตฟอร์มไหนแสดงค่า Drawdown ได้แม่นยำที่สุด?
- MT4/MT5: แสดงค่า Maximal Drawdown ในรายงาน Account History
- Myfxbook: แสดงกราฟ Drawdown แบบ Real-time พร้อม Alert
- TradingView: ต้อง Manual Calculate ผ่าน Pine Script
สำหรับเทรดเดอร์ไทย แนะนำให้ใช้ Myfxbook เพราะฟรีและเชื่อมต่อกับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ได้
บทสรุป: Drawdown คือตัวชี้วัดที่บอกว่าระบบเทรดของคุณยั่งยืนหรือไม่ — ผลกำไรสูงแต่ Drawdown 50% ไม่มีความหมาย เพราะคุณจะเครียด, ตัดสินใจผิดพลาด, และสุดท้ายเสียเงินทั้งพอร์ต
เทรดอย่างมืออาชีพคือการ รักษาเงินทุนเป็นอันดับแรก, ทำกำไรเป็นอันดับสอง — เมื่อคุณปกป้องเงินทุนได้ กำไรจะค่อยๆ สะสมเองตามธรรมชาติ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


