U
UHAS
XAU/USD0.00%

Forex Correlation คืออะไร

ในตลาด Forex ความสามารถในการคาดการณ์ทิศทางของคู่เงินหลายคู่พร้อมกันเป็นทักษะที่สร้างความได้เปรียบให้กับเทรดเดอร์ การเข้าใจ Forex Correlation

P
Patiphan Uhas
25 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
Forex Correlation คืออะไร

ในตลาด Forex ความสามารถในการคาดการณ์ทิศทางของคู่เงินหลายคู่พร้อมกันเป็นทักษะที่สร้างความได้เปรียบให้กับเทรดเดอร์ การเข้าใจ Forex Correlation หรือความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินจะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจากการเปิดออร์เดอร์ซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะอธิบายแนวคิด การวัดค่า และการนำไปใช้ประโยชน์ในการเทรดจริง

สรุปสาระสำคัญ

  • Forex Correlation วัดความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินในช่วง -100 ถึง +100 บอกว่าราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันหรือสวนทางกัน
  • ค่าบวก (+) สูง เช่น EUR/USD กับ GBP/USD ที่ 97.4% หมายถึงเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกัน ค่าลบ (-) สูง เช่น -90.1% หมายถึงเคลื่อนไหวสวนทางกัน
  • ใช้ Correlation เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดออร์เดอร์ที่ขัดแย้งกัน ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของพอร์ต และเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์
  • เครื่องมือฟรีเช่น Myfxbook ให้ข้อมูล Correlation แบบเรียลไทม์ที่อัปเดตตามกรอบเวลาต่างๆ

Forex Correlation คืออะไร

Forex Correlation คือค่าทางสถิติที่วัดความสัมพันธ์ระหว่างการเคลื่อนไหวของคู่เงินสองคู่ในช่วงเวลาหนึ่ง ค่านี้แสดงในรูปแบบตัวเลขตั้งแต่ -100 ถึง +100 โดยมีความหมายดังนี้:

  • ค่าบวก (+) หมายถึงคู่เงินทั้งสองเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ยิ่งใกล้ +100 ยิ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกันมากขึ้น
  • ค่าลบ (-) หมายถึงคู่เงินทั้งสองเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม ยิ่งใกล้ -100 ยิ่งเคลื่อนไหวสวนทางกันมากขึ้น
  • ค่าใกล้ 0 หมายถึงไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน การเคลื่อนไหวของคู่เงินหนึ่งไม่สามารถทำนายคู่เงินอีกคู่ได้

ความสัมพันธ์นี้ไม่คงที่ตลอดเวลา แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อสกุลเงินแต่ละสกุล

INFO

ตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD และ GBP/USD มักมีความสัมพันธ์เชิงบวกสูง เนื่องจากทั้ง EUR และ GBP เป็นสกุลเงินในยุโรปที่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจคล้ายคลึงกัน และทั้งคู่ถูกเทียบกับ USD

วิธีการตรวจสอบค่า Forex Correlation

เครื่องมือที่นิยมใช้มากที่สุดในการตรวจสอบค่า Correlation คือเว็บไซต์ Myfxbook (www.myfxbook.com) ซึ่งให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และฟรี

ขั้นตอนการใช้งาน Myfxbook Correlation

  1. เข้าไปที่หน้า Forex Correlation ของ Myfxbook
  2. เลือกคู่เงินที่ต้องการวิเคราะห์จาก Row Symbols (แนวตั้ง) และ Column Symbols (แนวนอน)
  3. เลือกกรอบเวลาที่ต้องการ เช่น 1 ชั่วโมง, 1 วัน, 1 สัปดาห์, หรือ 1 เดือน
  4. อ่านค่า Correlation จากตารางที่แสดงผล

การปรับแต่งตารางเพิ่มเติม:

  • หากต้องการเพิ่มคู่เงินเข้าไปในตาราง ให้กดปุ่ม More แล้วเลือกคู่เงินที่ต้องการจาก Row Symbols (แนวตั้ง) หรือ Column Symbols (แนวนอน)
  • คุณสามารถเปรียบเทียบได้ทั้งคู่เงิน (Currency Pairs) และสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) เช่น ทองคำ น้ำมัน หรือดัชนี
forex correlation
TIP

กรอบเวลาที่แตกต่างกันให้ค่า Correlation ที่แตกต่างกัน สำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น (Day Trader) ควรใช้กรอบเวลา 1-4 ชั่วโมง ส่วน Swing Trader ควรดูกรอบเวลา 1 วันถึง 1 สัปดาห์

forex correlation

ระดับความสัมพันธ์และความหมาย

การแปลผลค่า Correlation สามารถแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก:

ความสัมพันธ์ต่ำ (0 - 39)

คู่เงินมีความสัมพันธ์น้อยมาก การเคลื่อนไหวของคู่เงินหนึ่งไม่สามารถใช้ทำนายคู่เงินอีกคู่ได้อย่างน่าเชื่อถือ เหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต

ตัวอย่าง: EUR/USD กับ USD/JPY บางช่วงอาจมีค่า Correlation เพียง 15.00 ถือว่าแยกอิสระจากกันค่อนข้างมาก

ความสัมพันธ์ปานกลาง (40 - 79)

คู่เงินมีความสัมพันธ์ในระดับที่สังเกตได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นเคลื่อนไหวเกือบเหมือนกัน ต้องใช้การวิเคราะห์เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเทรด

ตัวอย่าง: AUD/USD กับ NZD/USD มักมีค่า Correlation อยู่ในช่วง 60.00 - 75.00 เนื่องจากเศรษฐกิจทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกัน แต่ยังมีปัจจัยเฉพาะประเทศที่แตกต่างกัน

ความสัมพันธ์สูง (80 - 100)

คู่เงินมีความสัมพันธ์สูงมาก มีโอกาสเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน (ถ้าค่าเป็นบวก) หรือสวนทางกัน (ถ้าค่าเป็นลบ) อย่างชัดเจน

ตัวอย่างความสัมพันธ์เชิงบวกสูง:

  • EUR/USD กับ GBP/USD: 97.40 — เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเกือบทุกครั้ง
  • EUR/USD กับ AUD/USD: 85.20 — มีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกัน

ตัวอย่างความสัมพันธ์เชิงลบสูง:

  • CAD/CHF กับ AUD/CAD: -90.10 — เคลื่อนไหวสวนทางกันอย่างชัดเจน
  • EUR/USD กับ USD/CHF: -92.50 — เกือบจะสวนทางกันเสมอ
NOTE

ค่า Correlation ไม่ใช่การรับประกัน แม้จะมีค่าสูงถึง 95.00 ก็ยังมีโอกาส 5% ที่คู่เงินจะเคลื่อนไหวไม่ตรงตามความคาดหมาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวสำคัญหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด (Black Swan)

การใช้ประโยชน์จาก Forex Correlation ในการเทรด

การเข้าใจ Correlation ช่วยให้เทรดเดอร์หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดร้ายแรง และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการพอร์ตได้หลายด้าน

1. ป้องกันการเปิดออร์เดอร์ที่ขัดแย้งกัน

สถานการณ์: คุณวิเคราะห์ EUR/USD แล้วเชื่อว่าจะปรับตัวขึ้น จึงเปิด Buy EUR/USD แต่ในเวลาเดียวกัน คุณกำลังพิจารณาเปิด Sell GBP/USD

ปัญหา: EUR/USD และ GBP/USD มีค่า Correlation สูงถึง 97.40 หมายความว่าหาก EUR/USD ขึ้น GBP/USD มีโอกาสสูงที่จะขึ้นตาม การเปิด Sell GBP/USD ในขณะที่ Buy EUR/USD จึงเป็นการเปิดออร์เดอร์ที่ขัดแย้งกัน

วิธีแก้: ตรวจสอบค่า Correlation ก่อนเปิดออร์เดอร์ ถ้าต้องการเปิดทั้งสองคู่ ต้องมีเหตุผลทางเทคนิคหรือพื้นฐานที่ชัดเจนว่าทำไมคู่เงินหนึ่งจะเคลื่อนไหวต่างจากอีกคู่

2. ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (Overexposure)

สถานการณ์: คุณเปิด Buy EUR/USD, Buy GBP/USD, และ Buy AUD/USD ในเวลาเดียวกัน

ปัญหา: ทั้งสามคู่เงินนี้มีค่า Correlation เชิงบวกสูง (มากกว่า 80.00) การเปิดออร์เดอร์ทั้งสามคู่จึงเหมือนกับการเปิดออร์เดอร์เดียวแต่ใช้ Lot Size มหาศาล หาก USD แข็งค่าขึ้นอย่างกะทันหัน คุณจะขาดทุนทั้งสามออร์เดอร์พร้อมกัน

วิธีแก้: กระจายความเสี่ยงโดยเลือกคู่เงินที่มีค่า Correlation ต่ำหรือแยกอิสระจากกัน เช่น Buy EUR/USD และ Buy USD/JPY (ซึ่งมีค่า Correlation ต่ำ) จะช่วยลด Overexposure ต่อ USD

3. เพิ่มความมั่นใจในสัญญาณเทรด

สถานการณ์: คุณได้สัญญาณ Buy จาก EUR/USD จากการวิเคราะห์เทคนิค

การใช้ Correlation: ตรวจสอบคู่เงินอื่นที่มีค่า Correlation สูงกับ EUR/USD เช่น GBP/USD และ AUD/USD ถ้าคู่เงินเหล่านี้ก็แสดงสัญญาณ Buy เช่นเดียวกัน จะเพิ่มความมั่นใจว่าสัญญาณของคุณมีน้ำหนักมากขึ้น

ข้อควรระวัง: ถ้า EUR/USD แสดงสัญญาณ Buy แต่ GBP/USD (ที่มีค่า Correlation 97.40) แสดงสัญญาณ Sell ให้ทบทวนการวิเคราะห์ใหม่ เพราะอาจมีปัจจัยที่คุณมองข้ามไป

4. Hedging และการป้องกันความเสี่ยง

สถานการณ์: คุณถือ Long Position ใน EUR/USD แต่กังวลว่า EUR อาจอ่อนค่าลงในระยะสั้น

แผนภาพ Hedging: เปิด Buy และ Sell ขนาดเท่ากันในคู่เงินเดียวกัน ผลกำไรขาดทุนถูกล็อกไว้ไม่ว่าราคาไปทางไหน จนกว่าจะเลือกจังหวะปลดไม้ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
แผนภาพ Hedging: เปิด Buy และ Sell ขนาดเท่ากันในคู่เงินเดียวกัน ผลกำไรขาดทุนถูกล็อกไว้ไม่ว่าราคาไปทางไหน จนกว่าจะเลือกจังหวะปลดไม้ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

การใช้ Correlation: เปิด Short Position ในคู่เงินที่มีค่า Correlation สูงกับ EUR/USD เช่น GBP/USD จะช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน ถ้า EUR/USD ลงจริง GBP/USD ก็น่าจะลงตาม ทำให้ออร์เดอร์ Short ของคุณได้กำไรชดเชยการขาดทุนใน EUR/USD

ข้อควรระวัง: การ Hedge แบบนี้ไม่ฟรี คุณต้องจ่าย Spread และอาจเสียดอกเบี้ย Swap ในทั้งสองออร์เดอร์ นอกจากนี้ถ้าความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน การ Hedge อาจไม่ได้ผลตามที่คาดหมาย

ตัวอย่างการวิเคราะห์จากค่า Correlation จริง

กรณีศึกษา 1: EUR/USD vs GBP/USD (Correlation: +97.40)

สถานการณ์: คุณวิเคราะห์พบว่า EUR/USD กำลังจะพุ่งขึ้นจาก Support Zone ที่ 1.0500 เป้าหมายไปที่ 1.0700 (+200 pips) คุณจึงเปิด Buy EUR/USD ที่ 1.0500

โครงการ์ดชั่งน้ำหนักจุดแข็งกับข้อจำกัด: ฝั่งจุดแข็งจากข้อมูลที่วัดได้จริง ฝั่งข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ พร้อมกติกาว่าทุกบรรทัดต้องมีแหล่งที่มา
โครงการ์ดชั่งน้ำหนักจุดแข็งกับข้อจำกัด: ฝั่งจุดแข็งจากข้อมูลที่วัดได้จริง ฝั่งข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ พร้อมกติกาว่าทุกบรรทัดต้องมีแหล่งที่มา

การใช้ Correlation: ตรวจสอบ GBP/USD พบว่ากำลังอยู่ที่ 1.2300 และเพิ่งหลุด Resistance ที่ 1.2280 ด้วยค่า Correlation +97.40 หาก EUR/USD ขึ้นจริง GBP/USD ก็น่าจะขึ้นตาม

การตัดสินใจ: คุณอาจเปิด Buy GBP/USD เพิ่มเติมที่ 1.2300 เป้าหมาย 1.2500 (+200 pips) เพื่อเพิ่มโอกาสกำไร

ผลลัพธ์: ถ้าการวิเคราะห์ถูกต้อง คุณจะได้กำไรจากทั้งสองออร์เดอร์ แต่ถ้าผิด คุณจะขาดทุนสองเท่า

NOTE

กรณีนี้เป็นการเพิ่ม Exposure ต่อ USD (คุณ Short USD ในทั้งสองคู่) ถ้าไม่แน่ใจ ควรเลือกเปิดแค่คู่เดียวหรือลด Lot Size ลงครึ่งหนึ่งในแต่ละคู่

กรณีศึกษา 2: CAD/CHF vs AUD/CAD (Correlation: -90.10)

สถานการณ์: คุณวิเคราะห์ CAD/CHF พบว่ากำลังจะขึ้นจาก 0.6200 ไปที่ 0.6400 (+200 pips) คุณจึงเปิด Buy CAD/CHF ที่ 0.6200

การใช้ Correlation: ตรวจสอบ AUD/CAD พบว่ากำลังอยู่ที่ 0.9100 ด้วยค่า Correlation -90.10 หาก CAD/CHF ขึ้น AUD/CAD น่าจะลง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: คุณกำลังพิจารณาเปิด Buy AUD/CAD ที่ 0.9100 ด้วย ซึ่งขัดแย้งกับออร์เดอร์ CAD/CHF

วิธีแก้: ถ้าต้องการเปิดทั้งสองคู่ ต้องมีเหตุผลพิเศษ เช่น มีข่าวเฉพาะ AUD ที่จะทำให้ AUD แข็งค่าแม้ CAD จะแข็งค่าด้วย มิฉะนั้นควรเลือกเปิดแค่คู่เดียว

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

แม้ว่า Forex Correlation จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจ:

1. Correlation เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ค่า Correlation ที่คุณเห็นวันนี้อาจไม่เหมือนเดือนหน้า โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน (เช่น ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย) หรือเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่าง: EUR/USD และ GBP/USD มีค่า Correlation สูงปกติ แต่ในช่วง Brexit ค่า Correlation ลดลงเหลือ 60.00 เพราะ GBP มีความผันผวนเฉพาะตัว

2. Correlation ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวในสัดส่วนเท่ากัน

แม้ EUR/USD และ GBP/USD จะมีค่า Correlation +97.40 แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้า EUR/USD ขึ้น 100 pips GBP/USD จะขึ้น 100 pips เสมอไป อาจขึ้นแค่ 80 pips หรือ 120 pips ก็ได้

3. ไม่ใช่สัญญาณเทรดโดยตรง

Correlation บอกเพียงว่าคู่เงินสองคู่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปทิศทางใด แต่ไม่ได้บอกว่าควรเข้าออร์เดอร์เมื่อไหร่ ที่ราคาเท่าไหร่ หรือใช้ Stop Loss ที่จุดไหน คุณยังต้องใช้การวิเคราะห์เทคนิคและพื้นฐานร่วมด้วย

4. กรอบเวลาสำคัญมาก

ค่า Correlation ใน Timeframe 1 ชั่วโมงอาจแตกต่างจาก Timeframe 1 สัปดาห์อย่างมาก เทรดเดอร์ระยะสั้นต้องดูกรอบเวลาสั้น ส่วนนักลงทุนระยะยาวต้องดูกรอบเวลายาว

TIP

แนะนำให้ตรวจสอบค่า Correlation ในหลายกรอบเวลา เช่น ถ้าคุณเป็น Day Trader ให้ดูทั้ง 1 ชั่วโมง, 4 ชั่วโมง, และ 1 วัน เพื่อให้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์

เครื่องมืออื่นๆ ในการวิเคราะห์ Correlation

นอกจาก Myfxbook แล้ว ยังมีเครื่องมือและแพลตฟอร์มอื่นที่ให้ข้อมูล Correlation:

  • Investing.com: มีหน้า Correlation Matrix ที่อัปเดตเรียลไทม์ และสามารถปรับกรอบเวลาได้
  • OANDA fxTrade: แพลตฟอร์มเทรดของ OANDA มี Correlation Tool ในตัว
  • MetaTrader 4/5 Indicators: มี Custom Indicator หลายตัวที่แสดงค่า Correlation บนกราฟโดยตรง

กลยุทธ์การใช้ Correlation ขั้นสูง

1. Correlation Breakdown Strategy

เมื่อคู่เงินที่มีค่า Correlation สูงเริ่มเคลื่อนไหวแยกจากกัน (Divergence) อาจเป็นสัญญาณว่าคู่เงินหนึ่งถูก Overvalue หรือ Undervalue

วิธีเทรด: ถ้า EUR/USD และ GBP/USD ปกติมีค่า Correlation 95.00 แต่วันนี้ EUR/USD ขึ้น 1.00% ในขณะที่ GBP/USD ลง 0.50% เป็นสัญญาณ Divergence คุณอาจ Short EUR/USD และ Long GBP/USD เพื่อรอให้ความสัมพันธ์กลับมาปกติ

ความเสี่ยง: Divergence อาจเกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง (เช่น ECB ประกาศนโยบายใหม่) ไม่ใช่แค่ความผิดปกติชั่วคราว

2. Multi-Currency Portfolio Optimization

สำหรับนักลงทุนที่ถือหลายคู่เงิน สามารถใช้ค่า Correlation เพื่อสร้างพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงสูงสุด

วิธีทำ: เลือกคู่เงินที่มีค่า Correlation ต่ำหรือเป็นลบ เช่น EUR/USD, USD/JPY, AUD/NZD จะทำให้พอร์ตมีความเสี่ยงที่กระจายตัวดีกว่าการถือ EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD ที่มีค่า Correlation สูง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่า Correlation เท่าไหร่ถึงจะถือว่าสูง?

ค่า Correlation ที่สูงกว่า 80.00 (ไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ) ถือว่าเป็นความสัมพ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง