U
UHAS
XAU/USD—0.00%

Volume Forex คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญ

Finviz คือแพลตฟอร์มสแกนหุ้นยอดนิยม ที่ช่วยคัดกรองหุ้นตามเงื่อนไขที่ต้องการ พร้อมฟีเจอร์วิเคราะห์กราฟและติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์...

P
Patiphan Uhas
26 กุมภาพันธ์ 2568·5 นาทีอ่าน
แชร์
Volume Forex คืออะไร ทำไมเหล่าเทรดเดอร์ถึงให้ความสำคัญ

ในตลาด Forex ที่ปราศจากศูนย์กลางการซื้อขาย การวัดปริมาณการเทรดที่แท้จริงเป็นเรื่องท้าทาย แต่ Volume ก็ยังคงเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง ช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของเทรนด์ บ่งชี้จุดกลับตัว และตรวจจับ False Breakout ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะอธิบายว่า Volume Forex คืออะไร มีกี่ประเภท และใช้งานอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเทรด

สรุปสาระสำคัญ

  • Volume Forex แบ่งเป็น 2 ประเภท: Tick Volume (นับจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยน) และ Real Volume (มูลค่าการซื้อขายจริง)
  • Volume สูง + ราคาขึ้น = เทรนด์ขาขึ้นแข็งแกร่ง | Volume สูง + ราคาลง = เทรนด์ขาลงแข็งแกร่ง
  • การเบรกแนวรับ-แนวต้านด้วย Volume สูง = น่าเชื่อถือ | Volume ต่ำ = อาจเป็น False Breakout
  • Volume Divergence (ราคาขึ้นแต่ Volume ลด) มักเป็นสัญญาณเตือนการกลับตัวของเทรนด์
  • ควรใช้ Volume ร่วมกับ Moving Average, RSI หรือ Fibonacci Retracement เพื่อเพิ่มความแม่นยำ

Volume Forex คืออะไร และมีกี่ประเภท

Volume Forex คือตัวชี้วัดปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจว่ามีผู้เข้าร่วมตลาดมากน้อยแค่ไหน และมีแรงซื้อ-ขายเข้ามาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของราคาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Forex เป็นตลาด OTC (Over-the-Counter) ไม่มีศูนย์กลางการซื้อขายเดียว จึงไม่สามารถวัด Volume ที่แท้จริงทั้งหมดได้

แผนภาพวอลุ่มยืนยันเบรกเอาต์: การทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มหนาน่าเชื่อถือ ส่วนการทะลุด้วยวอลุ่มบางเสี่ยงเป็นเบรกหลอก
แผนภาพวอลุ่มยืนยันเบรกเอาต์: การทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มหนาน่าเชื่อถือ ส่วนการทะลุด้วยวอลุ่มบางเสี่ยงเป็นเบรกหลอก

Tick Volume vs Real Volume

Tick Volume คือสิ่งที่แพลตฟอร์มการเทรดส่วนใหญ่แสดงให้เห็น โดยนับจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลงในแต่ละแท่งเทียน ไม่ได้วัดมูลค่าเงินที่ซื้อขายจริง แต่ก็สามารถสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดได้ดี เพราะเมื่อมีการซื้อขายมาก ราคาก็มักเปลี่ยนแปลงบ่อยขึ้น

Real Volume คือปริมาณการซื้อขายจริงที่วัดเป็นจำนวน Lot หรือมูลค่าเงิน พบได้ในตลาดที่มีศูนย์กลางเช่นตลาดหุ้นหรือ Futures ในตลาด Forex โบรกเกอร์บางรายที่เชื่อมต่อกับ liquidity provider ขนาดใหญ่อาจให้ข้อมูล Real Volume ได้ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมตลาดทั้งหมด

INFO

แม้ว่า Tick Volume จะไม่ใช่ปริมาณการซื้อขายที่แท้จริง แต่การศึกษาพบว่ามีความสัมพันธ์สูงกับ Real Volume ประมาณ 90-95% จึงยังคงใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์

ทำไม Volume Forex ถึงสำคัญกับการเทรด

Volume เป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือของการเคลื่อนไหวราคา หากราคาขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วแต่มี Volume ต่ำ อาจหมายความว่าการเคลื่อนไหวนั้นไม่มีแรงหนุนเพียงพอ และอาจกลับตัวได้ง่าย ในทางกลับกัน การเคลื่อนไหวที่มี Volume สูงมักเป็นสัญญาณว่ามีผู้เข้าร่วมตลาดจำนวนมาก และเทรนด์มีโอกาสดำเนินต่อไป

ยืนยันความแข็งแกร่งของเทรนด์

เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางหนึ่งพร้อมกับ Volume ที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าเทรนด์นั้นมีแรงหนุนจากผู้เข้าร่วมตลาดจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น:

  • Uptrend แข็งแกร่ง: ราคาทำ Higher High และ Higher Low พร้อม Volume เพิ่มขึ้นในแท่งเขียว และลดลงในแท่งแดง
  • Downtrend แข็งแกร่ง: ราคาทำ Lower High และ Lower Low พร้อม Volume เพิ่มขึ้นในแท่งแดง และลดลงในแท่งเขียว

หากเทรนด์กำลังดำเนินไปแต่ Volume ลดลงเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อหรือขายกำลังอ่อนลง และเทรนด์อาจจะหมดแรงเร็ว ๆ นี้

บ่งชี้จุดกลับตัวของราคา

Volume ที่สูงผิดปกติ (Volume Spike) มักเกิดขึ้นที่จุดสำคัญของตลาด เช่น:

  • Capitulation Volume: Volume สูงมากที่จุดต่ำสุดของเทรนด์ขาลง บ่งชี้ว่าผู้ถือครองตัดขาดทุนหมด ตลาดอาจกลับตัวขึ้น
  • Distribution Volume: Volume สูงมากที่จุดสูงสุดของเทรนด์ขาขึ้น บ่งชี้การขายออกของนักลงทุนรายใหญ่

ตรวจจับ False Breakout

การที่ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านแต่มี Volume ต่ำ มักเป็น False Breakout ที่ราคาจะกลับเข้ามาภายในกรอบเดิมอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน Breakout ที่มี Volume สูง มักเป็น True Breakout ที่ราคาจะเคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางเดียวกัน

แผนภาพเบรกเอาต์: ราคาทะลุโซนแนวต้าน ย่อกลับมาทดสอบ แล้วเดินหน้าต่อ เทียบกับเบรกหลอกที่ราคาแหย่พ้นโซนแล้วกลับเข้ากรอบทันที
แผนภาพเบรกเอาต์: ราคาทะลุโซนแนวต้าน ย่อกลับมาทดสอบ แล้วเดินหน้าต่อ เทียบกับเบรกหลอกที่ราคาแหย่พ้นโซนแล้วกลับเข้ากรอบทันที
Volume Forex ดูยังไง

เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ Volume Forex

มี Indicator หลายตัวที่ช่วยให้เราวิเคราะห์ Volume ได้ง่ายและแม่นยำขึ้น เราจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม: เครื่องมือพื้นฐานและเครื่องมือขั้นสูง

เครื่องมือพื้นฐาน

1. Volume Bars

เป็น Histogram ที่แสดงแท่ง Volume ใต้กราฟราคา แท่งสูง = Volume มาก, แท่งต่ำ = Volume น้อย บางแพลตฟอร์มจะใช้สีแยกแท่งเขียว (ราคาปิดสูงกว่าแท่งก่อนหน้า) และแท่งแดง (ราคาปิดต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า) ช่วยให้เห็นภาพรวมของการซื้อขายได้ชัดเจน

2. On Balance Volume (OBV)

OBV คำนวณ Volume สะสม โดยบวก Volume ของแท่งเขียวและลบ Volume ของแท่งแดง ตัวเลข OBV เองไม่สำคัญเท่ากับทิศทางของเส้น OBV:

  • OBV ขึ้น = แรงซื้อมากกว่าแรงขาย
  • OBV ลง = แรงขายมากกว่าแรงซื้อ
  • OBV Divergence กับราคา = สัญญาณเตือนการกลับตัว

3. Money Flow Index (MFI)

MFI คล้าย RSI แต่นำ Volume มาคำนวณด้วย มีค่า 0-100 โดย:

  • MFI > 80 = Overbought (ซื้อมากเกินไป)
  • MFI < 20 = Oversold (ขายมากเกินไป)
  • MFI Divergence = สัญญาณกลับตัวที่แข็งแกร่ง

เครื่องมือขั้นสูง

1. Volume Profile

แสดงการกระจายตัวของ Volume ในแต่ละระดับราคา ช่วยระบุ:

  • Point of Control (POC): ระดับราคาที่มี Volume สูงสุด มักทำหน้าที่เป็นแนวรับ-แนวต้านที่แข็งแกร่ง
  • High Volume Node (HVN): กลุ่มราคาที่มีการซื้อขายหนาแน่น
  • Low Volume Node (LVN): กลุ่มราคาที่มีการซื้อขายน้อย ราคามักเคลื่อนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

2. Volume Weighted Average Price (VWAP)

คำนวณราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วย Volume นิยมใช้กับ Intraday Trading โดย:

  • ราคาเหนือ VWAP = สัญญาณ Bullish
  • ราคาใต้ VWAP = สัญญาณ Bearish
  • VWAP มักทำหน้าที่เป็น Dynamic Support/Resistance

3. Chaikin Money Flow (CMF)

วัดแรงกดดันของเงินทุนในช่วง 20-21 วัน โดย:

  • CMF > 0 = Buying Pressure (แรงซื้อเหนือกว่า)
  • CMF < 0 = Selling Pressure (แรงขายเหนือกว่า)
  • CMF Divergence = สัญญาณเตือนล่วงหน้า
TIP

ไม่ควรใช้ Volume Indicator เพียงตัวเดียว ควรใช้ร่วมกันอย่างน้อย 2-3 ตัว เพื่อยืนยันสัญญาณซึ่งกันและกัน เช่น OBV + MFI หรือ Volume Profile + VWAP

การใช้ Volume ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค

Volume จะให้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ ดังนี้:

Volume + Moving Average

Moving Average (MA) ช่วยกรองเสียงรบกวนและแสดงทิศทางของเทรนด์ การใช้ร่วมกับ Volume:

  • เมื่อราคาเบรก MA ขึ้นไปพร้อม Volume สูง = สัญญาณซื้อที่แข็งแกร่ง
  • เมื่อราคาเบรก MA ลงมาพร้อม Volume สูง = สัญญาณขายที่แข็งแกร่ง
  • ราคาอยู่เหนือ MA 50 และ 200 พร้อม Volume เพิ่มขึ้น = Uptrend แข็งแกร่ง

Volume + RSI (Relative Strength Index)

RSI วัดความเร็วและการเปลี่ยนแปลงของราคา ค่าอยู่ที่ 0-100 การใช้ร่วมกับ Volume:

แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
  • RSI < 30 + Volume Spike = สัญญาณซื้อในจุด Oversold
  • RSI > 70 + Volume Spike = สัญญาณขายในจุด Overbought
  • RSI Divergence + Volume Divergence = สัญญาณกลับตัวที่แข็งแกร่งมาก

Volume + Fibonacci Retracement

Fibonacci ช่วยระบุจุด Retracement ที่เป็นไปได้ การใช้ร่วมกับ Volume:

  • ราคา Retracement มาที่ระดับ 38.2%, 50% หรือ 61.8% พร้อม Volume ลดลง = สัญญาณว่าเทรนด์เดิมจะกลับมา
  • ราคาทะลุระดับ Fibonacci พร้อม Volume สูง = สัญญาณเทรนด์กลับตัว

กลยุทธ์การเทรดด้วย Volume Forex

ต่อไปนี้คือกลยุทธ์หลัก 3 แบบที่ใช้ Volume เป็นเครื่องมือหลัก:

1. Volume Price Action (VPA)

เป็นวิธีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและ Volume ในแต่ละแท่งเทียน โดยมองหา Pattern เช่น:

Bullish Pattern:

  • แท่งเขียวขนาดใหญ่ + Volume สูง = แรงซื้อแข็งแกร่ง
  • แท่งแดงเล็ก + Volume ต่ำในขาขึ้น = แรงขายอ่อนแอ เทรนด์ขาขึ้นมีโอกาสต่อ

Bearish Pattern:

  • แท่งแดงขนาดใหญ่ + Volume สูง = แรงขายแข็งแกร่ง
  • แท่งเขียวเล็ก + Volume ต่ำในขาลง = แรงซื้ออ่อนแอ เทรนด์ขาลงมีโอกาสต่อ

2. Volume Breakout Trading

Breakout คือจังหวะที่ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ การยืนยันด้วย Volume:

วิธีเทรด:

  1. รอให้ราคาเคลื่อนที่ใน Consolidation (Range) อย่างน้อย 15-20 แท่ง
  2. เมื่อราคาเบรกออกจาก Range พร้อม Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5-2 เท่า = เข้าออเดอร์
  3. ตั้ง Stop Loss ใต้/เหนือแนว Breakout ประมาณ 0.3-0.5% ของราคา
  4. เป้าหมายกำไร = ความกว้างของ Range วัดจากจุด Breakout

ตัวอย่าง:

  • EUR/USD เคลื่อนที่ใน Range 1.0800-1.0850 เป็นเวลา 3 วัน
  • ราคาเบรกขึ้นไปที่ 1.0855 พร้อม Volume สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า
  • เข้า Buy ที่ 1.0855, Stop Loss ที่ 1.0845 (10 pips)
  • เป้าหมาย = 1.0850 + (1.0850 - 1.0800) = 1.0900 (50 pips)
NOTE

False Breakout เกิดขึ้นบ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่ใช่เวลาเทรดหลัก ต้องรอให้แท่งเทียนปิดเหนือ/ใต้ระดับ Breakout อย่างชัดเจนก่อนเข้าออเดอร์ และต้องตั้ง Stop Loss เสมอ

3. Volume Divergence Trading

Divergence เกิดขึ้นเมื่อทิศทางของราคาและ Volume ไม่สอดคล้องกัน มี 2 แบบ:

Bullish Divergence:

  • ราคาทำ Lower Low แต่ OBV/Volume ทำ Higher Low
  • แสดงว่าแรงขายกำลังอ่อนลง ตลาดอาจกลับตัวขึ้น

Bearish Divergence:

  • ราคาทำ Higher High แต่ OBV/Volume ทำ Lower High
  • แสดงว่าแรงซื้อกำลังอ่อนลง ตลาดอาจกลับตัวลง

วิธีเทรด:

  1. ระบุ Divergence บนกราฟ (ใช้ OBV หรือ MFI ช่วย)
  2. รอสัญญาณยืนยันเช่น Candlestick Reversal Pattern (Hammer, Shooting Star)
  3. เข้าออเดอร์เมื่อราคาทะลุแนวรับ/แนวต้านเล็ก ๆ ใกล้จุด Divergence
  4. ตั้ง Stop Loss ใต้/เหนือจุดต่ำสุด/สูงสุดของ Divergence
Volume Forex ใช้ยังไง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อใช้ Volume ในการเทรด มีข้อผิดพลาดทั่วไปที่เทรดเดอร์มือใหม่มักทำ:

1. เชื่อสัญญาณ Volume เพียงอย่างเดียว

Volume เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ควรใช้ร่วมกับ Price Action, Support/Resistance และ Indicator อื่น ๆ การตัดสินใจโดยอาศัย Volume เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง

2. ละเลยปัจจัยช่วงเวลา

Volume ในตลาด Forex จะสูงสุดในช่วงที่ตลาดหลัก ๆ เปิดซ้อนทับกัน เช่น London-New York Overlap (20:00-24:00 เวลาไทย) การเทรดในช่วงที่ Volume ต่ำ เช่น Asian Session หรือช่วงวันหยุด มักเจอ False Signal บ่อย

3. เลือก Timeframe ผิด

การดู Volume ใน Timeframe ที่ต่ำเกินไป (M1, M5) มีเสียงรบกวนมาก ควรใช้อย่างน้อย M15 หรือ H1 สำหรับ Day Trading และ H4/D1 สำหรับ Swing Trading

4. ไม่ตั้ง Stop Loss

แม้ว่าสัญญาณจาก Volume จะดูน่าเชื่อถือ แต่ตลาดก็อาจเคลื่อนไหวไปในทิศตรงข้ามได้เสมอ การไม่ตั้ง Stop Loss อาจทำให้ขาดทุนหนักได้

5. เทรดทุกสัญญาณ

ไม่ใช่ทุกครั้งที่เห็น Volume Spike หรือ Divergence จะต้องเข้าเทรด ควรเลือกเฉพาะสัญญาณที่ชัดเจนและมีปัจจัยยืนยันหลายอย่าง Quality over Quantity เป็นหลักการสำคัญ

TIP

การเขียน Trading Journal เพื่อบันทึกการเทรดทุกครั้ง พร้อมระบุสัญญาณ Volume ที่ใช้ในการตัดสินใจ จะช่วยให้คุณเรียนรู้และปรับปรุงกลยุทธ์ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ Volume

โบรกเกอร์ที่ดีควรมี:

  • แพลตฟอร์มที่รองรับ Volume Indicator ครบถ้วน เช่น MT4/MT5 ที่มี Volume Bars, OBV พื้นฐาน หรือ cTrader ที่มี Real Volume จาก ECN
  • Spread และ Commission ต่ำ เพราะการเทรดตาม Volume มักต้อง Scalp หรือ Day Trade ที่มีการเปิด-ปิดออเดอร์บ่อย
  • Execution Speed สูง สำคัญสำหรับ Breakout Trading ที่ต้องเข้าออเดอร์ทันทีที่เห็นสัญญาณ
  • ข้อมูล Historical Volume ครบถ้วน สำหรับ Backtesting กลยุทธ์

หากคุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ที่มีเครื่องมือวิเคราะห์ครบถ้วนและค่าใช้จ่ายต่ำ แนะนำให้เปรียบเทียบว่าเทรด forex โบรกเกอร์ไหนดี และพิจารณาเปิดบัญชี exness ซึ่งมี Instant Execution และ Spread เริ่มต้น 0.0 pips ในบางคู่เงิน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Volume Forex วัดอะไรกันแน่

Volume Forex ส่วนใหญ่วัด Tick Volume คือจำนวนครั้งที่ราคาเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่มูลค่าเงินที่ซื้อขายจริง แต่มีความสัมพันธ์สูงกับ Real Volume ประมาณ 90-95% จึงใช้วิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Volume สูงแปลว่าดีหรือไม่ดี

Volume สูงไม่ได้หมายความว่าดีหรือไม่ดีในตัวเอง ต้องดูบริบท หาก Volume สูงเกิดในทิศทางของเทรนด์ = ดี แต่ถ้า Volume สูงที่จุดกลับตัว = อาจเป็นสัญญาณเตือน ต้องพิจารณาร่วมกับราคาและ Indicator อื่น

ควรใช้ Volume Indicator ตัวไหนดี

สำหรับมือใหม่แนะนำเริ่มจาก Volume Bars + OBV เพราะเข้าใจง่ายและมีในทุกแพลตฟอร์ม เมื่อชำนาญแล้วค่อยเพิ่ม MFI หรือ Volume Profile สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึก

Volume Divergence เชื่อถือได้มากแค่ไหน

Volume Divergence เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่ง แต่

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง