สรุปเทคนิคเทรดทองออนไลน์ ฉบับมือใหม่หัดเทรด!
สรุปวิธีเทรดทองคำ (XAUUSD) สำหรับมือใหม่ ตั้งแต่ Gold Spot คืออะไร รูปแบบการเทรดทอง 4 แบบ การเลือกโบรกเกอร์ และปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทอง

การเทรดทองสำหรับมือใหม่เริ่มจาก 4 ขั้นตอน: เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต เปิดบัญชี Demo ฝึกกับราคาจริง เรียนรู้การวิเคราะห์กราฟและปัจจัยพื้นฐาน แล้วจึงเริ่มเทรดเงินจริงด้วยออเดอร์ขนาดเล็กพร้อม Stop Loss ทุกครั้ง บทความนี้สรุปทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเทรดทองคำ (XAUUSD) ครั้งแรก ตั้งแต่ Gold Spot คืออะไร รูปแบบการเทรดทองทั้ง 4 แบบ วิธีเลือกโบรกเกอร์ ไปจนถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองและการบริหารความเสี่ยง
สรุปสาระสำคัญ
- ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ราคาเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐานอย่างชัดเจน
- Gold Spot คือราคาทองคำในตลาดปัจจุบัน โดยไม่มีการส่งมอบทองคำจริง เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น
- การเทรดทองมี 4 รูปแบบหลัก: ซื้อถูกขายแพง, CFD, กองทุนรวม และถือครองทองคำแท่ง
- การเลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมโปร่งใสคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด
- ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาทอง ได้แก่ ค่าเงิน USD, อัตราดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ และเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
การเทรดทองออนไลน์คือ อะไร
การเทรดทองออนไลน์คือกระบวนการซื้อขายสัญญาทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการโดยโบรกเกอร์ ซึ่งแตกต่างจากการซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณที่ร้านทองทั่วไป นักลงทุนสามารถเปิดคำสั่งซื้อหรือขายทองคำได้ทันทีผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน โดยไม่จำเป็นต้องถือครองทองคำจริง
ข้อได้เปรียบหลักของการเทรดทองออนไลน์คือความสะดวกและรวดเร็ว คุณสามารถเข้าถึงตลาดทองคำโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์) มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าการซื้อทองแท่ง และสามารถใช้เลเวอเรจ (Leverage) เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ แต่ต้องระวังว่าเลเวอเรจสูงเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน
การเทรดทองคำออนไลน์ไม่ใช่การซื้อทองคำจริงเพื่อเก็บไว้ แต่เป็นการเก็งกำไรจากความผันผวนของราคา หากไม่มีความรู้เพียงพอ อาจนำไปสู่การขาดทุนได้
Gold Spot คืออะไร
Gold Spot (XAUUSD) คือราคาทองคำที่ซื้อขายกันในตลาดสปอตปัจจุบัน โดยเป็นการซื้อขายสัญญาแบบไม่มีกำหนดวันหมดอายุ และไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ราคา Gold Spot จะสะท้อนมูลค่าของทองคำหนัก 1 ออนซ์ทรอย (Troy Ounce) เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลานั้น ๆ
ตัวอย่างเช่น หากราคา XAUUSD อยู่ที่ 2,050.00 หมายความว่าทองคำ 1 ออนซ์มีมูลค่า 2,050.00 USD ราคานี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามแรงซื้อขายในตลาดโลก
ความแตกต่างระหว่าง Gold Spot และ Gold Futures:
- Gold Spot: ไม่มีวันหมดอายุ ราคาเคลื่อนไหวตามตลาดปัจจุบัน เหมาะกับการเทรดระยะสั้น
- Gold Futures: มีวันส่งมอบในอนาคต ราคาอาจต่างจาก Spot เล็กน้อย เหมาะกับการป้องกันความเสี่ยงหรือการเก็งกำไรระยะยาว
นักเทรดส่วนใหญ่ในตลาด Forex จะเทรด Gold Spot เพราะมีสภาพคล่องสูง สเปรด (Spread) แคบ และสามารถเปิด-ปิดออเดอร์ได้ตลอดเวลา
https://youtu.be/DvhrrmzUcng?si=gozahSpu6D6xtEDn
การเทรดทองมีกี่รูปแบบ
การเทรดทองคำสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก แต่ละรูปแบบมีข้อดี-ข้อเสียและเหมาะกับนักลงทุนที่มีเป้าหมายต่างกัน
1. การซื้อถูกและขายแพง (Spot Trading)
รูปแบบนี้เป็นการเทรดทองคำในตลาดสปอต โดยนักลงทุนจะซื้อทองคำเมื่อราคาอยู่ในระดับต่ำ และขายเมื่อราคาพุ่งขึ้น กำไรเกิดจากส่วนต่างของราคา
ตัวอย่าง: คุณซื้อ XAUUSD ที่ราคา 2,000.00 USD ต่อออนซ์ และขายเมื่อราคาขึ้นไปที่ 2,050.00 USD คุณจะได้กำไร 50.00 USD ต่อออนซ์ (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและสเปรด)
ข้อดี: เข้าใจง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์พื้นฐาน
ข้อเสีย: ต้องใช้เงินทุนเต็มจำนวน (ถ้าไม่ใช้เลเวอเรจ) และต้องติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด
2. การเทรดด้วยสัญญา CFD (Contract for Difference)
CFD คือสัญญาที่ให้คุณเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาทองคำ โดยไม่จำเป็นต้องถือครองทองคำจริง คุณสามารถเปิดออเดอร์ Long (คาดว่าราคาจะขึ้น) หรือ Short (คาดว่าราคาจะลง) ได้
ตัวอย่าง: คุณเปิด Long XAUUSD ที่ 2,000.00 และปิดที่ 2,030.00 คุณจะได้กำไร 30.00 USD ต่อออนซ์ หรือถ้าคุณเปิด Short ที่ 2,000.00 และปิดที่ 1,980.00 คุณก็ได้กำไร 20.00 USD เช่นกัน
ข้อดี: สามารถเก็งกำไรได้ทั้งตลาดขึ้นและลง มีเลเวอเรจช่วยเพิ่มกำลังซื้อ
ข้อเสีย: ความเสี่ยงสูงหากใช้เลเวอเรจมากเกินไป ต้องมีทักษะการวิเคราะห์ที่ดี
CFD เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุดในตลาด Forex เพราะยืดหยุ่นสูงและไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาทองคำจริง
3. การลงทุนผ่านกองทุนรวม (Gold ETF / Mutual Fund)
กองทุนรวมทองคำเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีผู้จัดการกองทุนดูแลและตัดสินใจซื้อขายแทนคุณ คุณเพียงแค่ซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนและรอรับผลตอบแทนตามผลการดำเนินงาน
ข้อดี: ไม่ต้องมีความรู้เชิงลึก เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการลงทุนระยะยาว สามารถเริ่มต้นด้วยเงินน้อย
ข้อเสีย: ค่าธรรมเนียมการจัดการสูงกว่าการเทรดเอง ผลตอบแทนอาจไม่สูงเท่าการเทรดโดยตรง
4. การถือครองทองคำแท่ง (Physical Gold)
การซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็บไว้และรอขายเมื่อราคาขึ้น เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย

ข้อดี: เป็นทรัพย์สินจริงที่จับต้องได้ ปลอดภัยจากความเสี่ยงทางออนไลน์
ข้อเสีย: ต้องใช้เงินทุนสูง มีค่าธรรมเนียมการซื้อขายอย่างค่าบล็อกทองแท่ง ต้องรับผิดชอบการเก็บรักษา เสี่ยงถูกโจรกรรม
ตารางเปรียบเทียบรูปแบบการเทรดทองทั้ง 4 แบบ
| รูปแบบ | เงินเริ่มต้น | เก็งกำไรขาลงได้ | ถือทองจริง | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| ซื้อถูกขายแพง (Spot) | ปานกลาง | ไม่ได้ | ไม่ | มือใหม่ที่เริ่มจากกลยุทธ์พื้นฐาน |
| CFD | ต่ำ (ใช้เลเวอเรจได้) | ได้ (เปิด Short) | ไม่ | เทรดเดอร์ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง |
| กองทุนรวม / Gold ETF | ต่ำ | ไม่ได้ | ไม่ | นักลงทุนระยะยาวที่มีผู้จัดการกองทุนดูแล |
| ทองคำแท่ง (Physical) | สูง | ไม่ได้ | ใช่ | ผู้ต้องการทรัพย์สินที่จับต้องได้ |

ข้อดีของการเทรดทองคำ
การเทรดทองคำมีข้อได้เปรียบหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนทั่วโลก
1. เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
ทองคำได้รับการยอมรับเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน เช่น วิกฤตการเงิน สงคราม หรือเงินเฟ้อสูง เมื่อตลาดหุ้นหรือสกุลเงินผันผวน นักลงทุนมักจะย้ายเงินเข้ามาซื้อทองคำเพื่อรักษามูลค่า
ตัวอย่างในอดีต: ในช่วงวิกฤต COVID-19 ปี 2020 ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 2,070 USD ต่อออนซ์ เพราะนักลงทุนหันมาพึ่งพาทองคำแทนสินทรัพย์อื่น
2. ความผันผวนที่พอเหมาะ
แม้ทองคำจะมีความผันผวนน้อยกว่าคริปโตเคอร์เรนซี แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวเพียงพอให้เทรดเดอร์สามารถสร้างกำไรได้ในทุกสภาวะตลาด
3. สภาพคล่องสูง
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก คุณสามารถซื้อหรือขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ในวันเปิดตลาด) โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหาคู่ค้าไม่ได้
4. การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น ค่าเงินจะลดลง แต่ราคาทองคำมักจะเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการสูญเสียกำลังซื้อ ทำให้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดี
ทองคำไม่ได้รับประกันกำไร 100% แต่ในระยะยาวมักมีแนวโน้มขึ้นเนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักเทรดทองมือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง
ก่อนเริ่มต้นเทรดทองคำ มีขั้นตอนและความรู้พื้นฐานที่คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม
การเลือกโบรกเกอร์ (Broker)
โบรกเกอร์คือตัวกลางที่เชื่อมต่อคุณกับตลาดทองคำโลก การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการเทรด
เกณฑ์การเลือกโบรกเกอร์ที่ดี:
- มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เชื่อถือได้ เช่น FCA (UK), ASIC (Australia), CySEC (Cyprus)
- มีสเปรดและค่าคอมมิชชันที่โปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง
- มีแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย เช่น MetaTrader 4/5 หรือ cTrader
- มีบริการฝาก-ถอนเงินที่รวดเร็วและสะดวก
- มี Customer Support ที่ตอบกลับรวดเร็ว โดยเฉพาะในภาษาไทย
หลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือสัญญาว่าผลตอบแทนสูงเกินจริง เพราะอาจเป็นโบรกเกอร์เถื่อนที่มีความเสี่ยงสูง
การเปิดบัญชีซื้อขาย
หลังจากเลือกโบรกเกอร์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสมัครบัญชี
ขั้นตอนทั่วไป:
- กรอกแบบฟอร์มสมัครสมาชิกบนเว็บไซต์โบรกเกอร์
- ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่อาศัย (KYC)
- เลือกประเภทบัญชี (บัญชีทดลอง Demo หรือบัญชีจริง Live)
- ฝากเงินเข้าบัญชี (จำนวนขั้นต่ำขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ อาจเริ่มต่ำสุดที่ 50-100 USD)
คำแนะนำ: หากคุณเป็นมือใหม่ ให้เริ่มต้นด้วยบัญชี Demo เพื่อฝึกเทรดโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง
การศึกษาและวิเคราะห์ตลาด
การเทรดทองคำไม่ใช่การเดาสุ่ม แต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
การวิเคราะห์ 2 ประเภทหลัก:
1. การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
ใช้กราฟราคา อินดิเคเตอร์ และแพทเทิร์นเพื่อคาดการณ์ทิศทางของราคา
- อินดิเคเตอร์ยอดนิยม: Moving Average (MA), Relative Strength Index (RSI), MACD, Bollinger Bands
- แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance): เป็นระดับราคาที่มีแรงซื้อหรือขายสูง
- แพทเทิร์นเทียน (Candlestick Patterns): เช่น Doji, Hammer, Engulfing เป็นสัญญาณการกลับตัวของราคา
2. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
ศึกษาข่าวเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ
- อัตราดอกเบี้ยของเฟด (Fed Interest Rate): เมื่อดอกเบี้ยขึ้น ทองคำมักลง และในทางกลับกัน
- ค่าเงิน USD: ทองคำมีความสัมพันธ์ผกผันกับ USD เมื่อดอลลาร์แข็ง ทองมักอ่อน
- ข่าวภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม วิกฤตการเงิน หรือการเลือกตั้ง มักทำให้ราคาทองคำผันผวน
การสร้างแผนการเทรด (Trading Plan)
แผนการเทรดที่ดีจะช่วยให้คุณมีวินัยและลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจแบบอารมณ์
องค์ประกอบของแผนการเทรด:
- จุดเข้า (Entry): กำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนว่าจะเข้าซื้อหรือขายเมื่อไหร่ เช่น เมื่อราคาทะลุแนวต้าน
- จุดออก (Exit): กำหนด Take Profit และ Stop Loss ล่วงหน้า
- Risk-Reward Ratio: เป้าหมายควรอยู่ที่ 1:2 ขึ้นไป (เสี่ยง 1 USD เพื่อกำไร 2 USD)
- ขนาด Lot: อย่าเสี่ยงมากกว่า 1-2% ของเงินทุนต่อออเดอร์
เขียนแผนการเทรดลงบนกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล และทบทวนทุกสัปดาห์เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์
ควรเลือกเทรดทองกับโบรกเกอร์ไหนดี
การเลือกโบรกเกอร์เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในการเทรดทองคำ นี่คือปัจจัยหลักที่ควรพิจารณา
1. ใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือ
โบรกเกอร์ที่ดีต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่มีมาตรฐานสูง เช่น:
- FCA (Financial Conduct Authority) – สหราชอาณาจักร
- ASIC (Australian Securities and Investments Commission) – ออสเตรเลีย
- CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commission) – ไซปรัส
การมีใบอนุญาตหมายความว่าโบรกเกอร์ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด เงินของลูกค้าจะถูกแยกเก็บจากเงินของบริษัท และมีกองทุนชดเชยในกรณีที่โบรกเกอร์ล้มละลาย
2. สเปรดและค่าธรรมเนียม
สเปรดคือความต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย โบรกเกอร์ที่ดีควรมีสเปรด XAUUSD ต่ำกว่า 0.30 USD ในช่วงเวลาปกติ

ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ต้องดู:
- Swap Fee (ค่าดอกเบี้ยค้างคืน)
- Withdrawal Fee (ค่าถอนเงิน)
- Inactivity Fee (ค่าธรรมเนียมบัญชีไม่ใช้งาน)
3. แพลตฟอร์มการเทรด
แพลตฟอร์มที่ดีต้องมีเสถียรภาพสูง ใช้งานง่าย และมีเครื่องมือวิเคราะห์ครบครัน
- MetaTrader 4/5: แพลตฟอร์มยอดนิยม มี Expert Advisor (EA) และอินดิเคเตอร์ให้เลือกใช้มากมาย
- cTrader: เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบอินเทอร์เฟซที่ทันสมัย
- แพลตฟอร์มเจ้าของ (Proprietary): บางโบรกเกอร์พัฒนาแพลตฟอร์มเอง อาจมีฟีเจอร์เฉพาะที่น่าสนใจ
4. บริการฝาก-ถอนเงิน
โบรกเกอร์ที่ดีควรรองรับวิธีการฝาก-ถอนที่หลากหลาย เช่น:
- โอนเงินผ่านธนาคารไทย
- บัตรเครดิต/เดบิต
- E-Wallet (เช่น Skrill, Neteller)
- Cryptocurrency
เวลาในการดำเนินการควรรวดเร็ว (ไม่เกิน 1-2 วันทำการ) และไม่มีค่าธรรมเนียมสูงเกินไป
5. การบริการลูกค้า (Customer Support)
การมี Support ที่ตอบกลับรวดเร็วและเป็นภาษาไทยจะช่วยแก้ปัญหาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาเร่งด่วน เช่น ไม่สามารถปิดออเดอร์ได้หรือเงินหาย
ดูรีวิวโบรกเกอร์ที่นักเทรดไทยนิยมพร้อมเงื่อนไขบัญชีได้ที่หน้ารวมโบรกเกอร์ Forex เช่น Exness และ XM ซึ่งทั้งคู่รองรับการเทรดทองคำ XAUUSD
ปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ
การเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อราคาทองคำจะช่วยให้คุณอ่านทิศทางตลาดได้ดีขึ้นและไม่ตื่นตระหนกกับความผันผวนระยะสั้น ปัจจัยหลักมี 4 กลุ่ม:
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) — ทองคำซื้อขายเป็นดอลลาร์ จึงมักเคลื่อนไหวสวนทางกัน เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองมักอ่อนตัว และในทางกลับกัน
- อัตราดอกเบี้ยของ Fed — ทองคำไม่มีดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เมื่อดอกเบี้ยขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองสูงขึ้น ราคาทองจึงมักถูกกดดัน
- เงินเฟ้อ — ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ เมื่อเงินเฟ้อสูง ความต้องการถือทองมักเพิ่มขึ้น
- เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤต — สงคราม วิกฤตการเงิน หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง มักผลักดันเงินทุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
ติดตามกำหนดการประกาศตัวเลขสำคัญอย่าง Non Farm Payroll, CPI และการประชุม Fed ได้จากปฏิทินเศรษฐกิจ และเช็กช่วงเวลาที่ตลาดคึกคักที่สุดในแต่ละวันก่อนวางแผนเทรด อ่านเจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่รวม 5 ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองขึ้นลง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เทรดทองต้องใช้เงินเริ่มต้นเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ หลายแห่งเปิดบัญชีขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 50-100 USD แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการฝึกบัญชี Demo ให้ชำนาญก่อน และเมื่อใช้เงินจริงควรเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนต่อออเดอร์ พร้อมคำนวณขนาดออเดอร์ด้วยเครื่องคำนวณ Lot Sizeทุกครั้ง
เทรดทองออนไลน์ต่างจากซื้อทองแท่งอย่างไร?
การเทรดทองออนไลน์เป็นการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ถือทองจริง ใช้เงินเริ่มต้นน้อยกว่าและเปิด-ปิดออเดอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ ส่วนทองแท่งเป็นทรัพย์สินจับต้องได้ แต่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่กว่า มีค่าบล็อกทองแท่ง และต้องเก็บรักษาเอง
XAUUSD คืออะไร?
XAUUSD คือสัญลักษณ์ของราคาทองคำ Spot เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนมูลค่าทองคำหนัก 1 ทรอยออนซ์ ณ ปัจจุบัน เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้เทรดทองบนแพลตฟอร์มอย่าง MetaTrader 4/5
EA เทรดทองคืออะไร ใช้แล้วได้กำไรแน่นอนไหม?
EA (Expert Advisor) คือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติบน MetaTrader 4/5 ที่เปิด-ปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ไม่มี EA ตัวใดการันตีกำไรได้ ควรทดสอบบนบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริงเสมอ และระวังผู้ขาย EA ที่โฆษณาผลตอบแทนสูงเกินจริง
ควรเทรดทองช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ทองคำเคลื่อนไหวมากที่สุดในช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทำการ (ช่วงบ่ายแก่ถึงดึกตามเวลาไทย) โดยเฉพาะช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสหรัฐ ดูเวลาเปิด-ปิดของแต่ละตลาดแบบเรียลไทม์ได้ที่ตารางเปิด-ปิดตลาด Forex
เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ
คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง
| โบรกเกอร์ | คะแนน | ฝากขั้นต่ำ | เลเวอเรจ | สเปรดทอง | |
|---|---|---|---|---|---|
Exness FSA เซเชลส์ SD025 | 96 | $100 | 1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน) | Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง) | เปิดบัญชี |
XM Global FSC เบลีซ 8557558 | 92 | $5 | สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน) | Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง) | เปิดบัญชี |
FSA เซเชลส์ SD025
- ฝากขั้นต่ำ
- $100
- เลเวอเรจ
- 1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
- สเปรดทอง
- Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
FSC เบลีซ 8557558
- ฝากขั้นต่ำ
- $5
- เลเวอเรจ
- สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
- สเปรดทอง
- Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)
ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026
เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →