U
UHAS
XAU/USD0.00%

ตั้งค่า MACD อย่างไร ทั้ง MT4 และ MT5 พร้อมการใช้กราฟ MACD Forex

สอนตั้งค่า MACD ทีละขั้นทั้ง MT4 และ MT5 ค่ามาตรฐาน 12, 26, 9 และค่ายอดนิยม 15, 35, 9 พร้อมวิธีทำ MACD 2 เส้นด้วยการเพิ่มเส้น EMA และ 3 กลยุทธ์เทรดที่ใช้ได้จริง

P
Patiphan Uhas
7 ธันวาคม 2564·7 นาทีอ่าน
แชร์
ตั้งค่า MACD อย่างไร ทั้ง MT4 และ MT5 พร้อมวิธีใช้ MACD 2 เส้น

การตั้งค่า MACD ทำได้ใน 1 นาที: เปิด MT4 หรือ MT5 แล้วไปที่เมนู Insert → Indicators → Oscillators → MACD ค่ามาตรฐานที่โปรแกรมให้มาคือ 12, 26, 9 ส่วนค่ายอดนิยมสำหรับตลาด Forex คือ Fast EMA 15, Slow EMA 35, Signal 9 ซึ่งช่วยลดสัญญาณหลอกได้ดีกว่า และถ้าต้องการ "MACD 2 เส้น" แบบที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้ ให้ลาก Moving Average (Period 3, Exponential, First Indicator's Data) มาวางในหน้าต่าง MACD เพิ่มอีกชั้น บทความนี้อธิบายครบตั้งแต่หลักการคำนวณ วิธีตั้งค่าทีละภาพทั้ง MT4 และ MT5 ไปจนถึง 3 กลยุทธ์เทรดจริง รวมถึงการนำ MACD ไปใช้กับการเทรดแบบ Swing Trade

แผนภาพ MACD: เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal พร้อมแท่ง Histogram พลิกจากลบเป็นบวก แสดงว่าโมเมนตัมกำลังเปลี่ยนเป็นฝั่งขึ้น
แผนภาพ MACD: เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal พร้อมแท่ง Histogram พลิกจากลบเป็นบวก แสดงว่าโมเมนตัมกำลังเปลี่ยนเป็นฝั่งขึ้น

สรุปสาระสำคัญ

  • MACD คำนวณจากผลต่าง EMA(12) - EMA(26) เป็นทั้งตัวบอกแนวโน้มและวัดโมเมนตัมในตัวเดียว
  • เมนูตั้งค่าเหมือนกันทั้ง MT4 และ MT5: Insert → Indicators → Oscillators → MACD
  • ค่ามาตรฐานคือ 12, 26, 9 ส่วนค่ายอดนิยมในตลาด Forex คือ 15, 35, 9 เพื่อลดสัญญาณหลอก
  • อยากได้ MACD 2 เส้น ให้เพิ่ม Moving Average (Period 3, Exponential) ลงในหน้าต่าง MACD
  • เทรดได้ 3 รูปแบบ: Histogram Crossover, Signal Line Crossover และ Divergence
  • เหมาะกับสาย Swing Trade บน H4 ขึ้นไป และควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อกรองสัญญาณ

MACD คืออะไร และใครเป็นผู้คิดค้น

MACD ออกเสียงว่า "เอ็ม-เอ-ซี-ดี" หรือบางคนเรียก "แม็ค-ดี" ย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence ซึ่งแปลว่า "การเข้าหากันและแยกออกของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่"

Gerald Appel นักวิเคราะห์ทางการเงินชาวอเมริกันเป็นผู้คิดค้นอินดิเคเตอร์ตัวนี้ในช่วงปี 1970 โดยพัฒนามาจากการนำเส้น Moving Average 2 เส้นที่มีค่าระยะเวลาต่างกันมาใช้ร่วมกัน เพื่อจับจังหวะการเปลี่ยนแนวโน้มของราคาในระยะกลาง

จุดเด่นของ MACD คือมันเป็นทั้ง Trend-Following Indicator (บอกทิศทางแนวโน้ม) และ Momentum Indicator (วัดความแรงของแนวโน้ม) ในตัวเดียว ทำให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่าแนวโน้มกำลังแข็งแกร่งหรืออ่อนกำลังลง

https://youtu.be/4JXEChhQ56Q

วิธีการคำนวณ MACD แบบละเอียด

สูตรพื้นฐานของ MACD คือ:

MACD = EMA(12) - EMA(26)

โดย EMA ย่อมาจาก Exponential Moving Average ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่าราคาเก่า

  • EMA(12) = ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลย้อนหลัง 12 คาบเวลา (ระยะสั้น)
  • EMA(26) = ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลย้อนหลัง 26 คาบเวลา (ระยะยาว)

ตัวเลข 12 และ 26 เป็นค่าที่ Gerald Appel กำหนดไว้สำหรับการเทรดในตลาดหุ้นอเมริกันช่วงแรก ซึ่งคำนวณจากสัปดาห์การซื้อขายหุ้นในแต่ละเดือน แต่ปัจจุบันเทรดเดอร์สามารถปรับค่าให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเองได้

ความหมายของค่า MACD

  • MACD เป็นบวก (+): แปลว่า EMA(12) > EMA(26) เส้นระยะสั้นอยู่เหนือเส้นระยะยาว → แนวโน้มขาขึ้น (Bullish)
  • MACD เป็นลบ (-): แปลว่า EMA(12) < EMA(26) เส้นระยะสั้นอยู่ใต้เส้นระยะยาว → แนวโน้มขาลง (Bearish)
  • MACD เท่ากับ 0: แปลว่า EMA(12) และ EMA(26) มีค่าเท่ากัน → ไม่มีแนวโน้มชัดเจน
INFO

คาบเวลา (Period) ใน MACD หมายถึงแท่งเทียน (Candlestick) ไม่ใช่จำนวนวัน ดังนั้นถ้าคุณดูกราฟ H1 (1 ชั่วโมง) EMA(12) จะคำนวณจาก 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่ใช่ 12 วัน

ส่วนประกอบของอินดิเคเตอร์ MACD

ในโปรแกรม MetaTrader 4 (MT4) อินดิเคเตอร์ MACD มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน แต่จะแสดงมาเพียง 2 ส่วนเท่านั้น ส่วนที่ 3 เราต้องเพิ่มเอง:

  1. MACD Histogram (แท่งสีเทา): แท่งกราฟที่แสดงผลต่างระหว่าง MACD Line กับ Signal Line ยิ่งแท่งสูง แสดงว่า Momentum แรง
  2. Signal Line (เส้นประสีแดง): เป็น EMA(9) ของค่า MACD ใช้เป็นสัญญาณยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้ม
  3. Moving Average หรือ MACD Line (เส้นสีเขียว): เส้น EMA(3) ของ MACD ที่เราต้องเพิ่มเอง ช่วยให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของ MACD ชัดเจนขึ้น
MACD คืออะไร
TIP

เส้น Moving Average (สีเขียว) ไม่ได้มีมาในโปรแกรม MT4 โดยตรง แต่เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่จะเพิ่มเข้าไปเพราะทำให้อ่านสัญญาณง่ายขึ้นมาก

วิธีติดตั้งและตั้งค่า MACD บน MetaTrader 4

ขั้นตอนที่ 1: เรียกใช้ MACD

  1. เปิดโปรแกรม MetaTrader 4
  2. ไปที่แถบเมนูบน Insert → Indicators → Oscillators → MACD
MACD คืออะไร
  1. หน้าต่าง Popup จะเด้งขึ้นมา ให้ปรับค่าตามนี้:
    • Fast EMA: 15 (ค่าเดิม 12)
    • Slow EMA: 35 (ค่าเดิม 26)
    • MACD SMA: 9 (Signal Line)

ค่า 15/35/9 เป็นค่าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะช่วยลด False Signal และเหมาะกับการเทรด Forex ที่มีความผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้น

ตั้งค่า MACD
  1. กด OK เสร็จแล้วคุณจะเห็น MACD แสดงในหน้าต่างด้านล่างกราฟราคา มี 2 ส่วนคือ Histogram (แท่งสีเทา) และ Signal Line (เส้นประสีแดง)
ตั้งค่า MACD

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่า MACD 2 เส้น ด้วยการเพิ่ม Moving Average (EMA)

ขั้นตอนนี้คือหัวใจของการ "ตั้งค่า MACD 2 เส้น" ที่เทรดเดอร์ไทยนิยมค้นหากัน — เราจะเพิ่มเส้น MACD Line (สีเขียว) เข้าไปคู่กับ Signal Line (สีแดง) เพื่อให้อ่านสัญญาณการตัดกันของเส้นได้ชัดเจนขึ้นมาก

  1. ไปที่แถบเมนูด้านซ้ายชื่อ Navigator (ถ้าไม่เห็นให้กด Ctrl+N)
  2. คลิกเครื่องหมาย + หน้า Indicators → Trend → Moving Average
  3. ลากไปวางที่หน้าต่าง MACD (ต้องวางที่หน้าต่าง MACD ไม่ใช่กราฟราคาหลัก)
ตั้งค่า MACD
  1. หน้าต่าง Popup จะเด้งขึ้นมา ตั้งค่าดังนี้:
    • Period: 3
    • MA Method: เปลี่ยนจาก Simple เป็น Exponential
    • Apply to: เปลี่ยนจาก Close เป็น First Indicator's Data
    • Color: เปลี่ยนเป็นสีเขียวเพื่อให้แยกจาก Signal Line (สีแดง) ได้ง่าย
ตั้งค่า MACD
  1. กด OK เสร็จแล้วคุณจะเห็นเส้นสีเขียวปรากฏในหน้าต่าง MACD เป็นอันเรียบร้อย
ตั้งค่า MACD
NOTE

คำเตือนสำคัญ: ถ้าคุณลาก Moving Average ไปวางที่กราฟราคาแทนที่จะเป็นหน้าต่าง MACD เส้น EMA จะแสดงบนกราฟราคา ไม่ใช่บน MACD ต้องลบออกแล้วทำใหม่

วิธีตั้งค่า MACD ใน MT5 ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ

ข่าวดีคือการตั้งค่า MACD ใน MT5 ใช้เมนูเดียวกับ MT4 ทุกประการ: Insert → Indicators → Oscillators → MACD จากนั้นปรับ Fast EMA, Slow EMA และ MACD SMA ตามค่าที่ต้องการ (12, 26, 9 หรือ 15, 35, 9) ส่วนการเพิ่มเส้น Moving Average ทับหน้าต่าง MACD ก็ลากจากหน้าต่าง Navigator แบบเดียวกัน และเลือก Apply to เป็น First Indicator's Data เช่นเดิม ใครยังไม่คุ้นกับความต่างของสองแพลตฟอร์ม อ่านเพิ่มได้ที่ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 คืออะไร

การตั้งค่า MACD ใน MT5 บนมือถือ:

  1. เปิดแอป MT5 แล้วไปที่หน้ากราฟ (Chart) ของคู่เงินที่ต้องการ
  2. แตะไอคอน f (Indicators) ที่แถบด้านบนของหน้าจอ
  3. เลือกหน้าต่าง Main chart → หมวด OscillatorsMACD (แอปจะวาง MACD ไว้ในหน้าต่างย่อยใต้กราฟให้อัตโนมัติ)
  4. ใส่ค่า Fast EMA, Slow EMA และ Signal ที่ต้องการ แล้วกด Done

ข้อจำกัดที่ควรรู้: แอปมือถือเน้นความเรียบง่าย การซ้อนอินดิเคเตอร์ลงบนหน้าต่าง MACD (เพื่อทำ MACD 2 เส้นเต็มรูปแบบ) ทำได้สะดวกบนคอมพิวเตอร์มากกว่า ถ้าคุณเทรดจากมือถือเป็นหลัก ใช้ Histogram คู่กับ Signal Line ก็เพียงพอสำหรับการอ่านโมเมนตัมแล้ว

ค่า MACD ที่เหมาะกับแต่ละสไตล์การเทรด

สไตล์การเทรดTimeframe ที่นิยมค่า MACD (Fast/Slow/Signal)เหตุผล
ScalpingM5-M1512/26/9ตอบสนองเร็ว แต่ต้องกรองสัญญาณหลอกร่วมกับ Price Action
Day TradeM30-H112/26/9 หรือ 15/35/9สมดุลระหว่างความเร็วของสัญญาณกับความแม่นยำ
Swing TradeH4-D115/35/9ลดสัญญาณหลอก จับแนวโน้มระยะกลางได้ดีที่สุด
Position TradeD1-W115/35/9สัญญาณน้อยแต่คุณภาพสูง เน้นแนวโน้มใหญ่

ไม่ว่าจะใช้ค่าไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) กับคู่เงินและ Timeframe ที่คุณเทรดจริง และคุมความเสี่ยงต่อไม้ด้วยเครื่องคำนวณ Lot Size ก่อนเข้าออเดอร์ทุกครั้ง

3 กลยุทธ์การเทรดด้วย MACD

https://youtu.be/bYJ3DORcw1c

กลยุทธ์ที่ 1: MACD Histogram Crossover

วิธีนี้ใช้สัญญาณจากตำแหน่งของ MACD Histogram ที่เปรียบเทียบกับเส้น Zero Line (เส้นกึ่งกลาง 0)

หลักการ: จินตนาการ Histogram เป็นภูเขา

  • Histogram เหนือเส้น Zero = ภูเขาบนน้ำ → แนวโน้มขาขึ้น
  • Histogram ใต้เส้น Zero = ภูเขาใต้น้ำ → แนวโน้มขาลง

สัญญาณเข้าเทรด:

  • สัญญาณ Buy: เมื่อ Histogram ขึ้นมาเหนือเส้น Zero (จากลบเป็นบวก)
  • สัญญาณ Sell: เมื่อ Histogram ลงมาใต้เส้น Zero (จากบวกเป็นลบ)
ตั้งค่า MACD

ข้อดี: เหมาะกับการจับแนวโน้มระยะกลาง-ยาว ให้กำไรใหญ่ถ้าเข้าจังหวะถูก

ข้อเสีย: ช้ากว่ากลยุทธ์อื่น อาจพลาดจุดเข้าที่ดีที่สุดไป และมี False Signal ในตลาด Sideways

กลยุทธ์ที่ 2: Signal Line Crossover

วิธีนี้ดูจากการตัดกันของ Signal Line (สีแดง) และ Moving Average หรือ MACD Line (สีเขียว)

สัญญาณเข้าเทรด:

  • สัญญาณ Buy: เมื่อ MACD Line (สีเขียว) ตัดขึ้นเหนือ Signal Line (สีแดง)
  • สัญญาณ Sell: เมื่อ MACD Line (สีเขียว) ตัดลงใต้ Signal Line (สีแดง)
การใช้ MACD

ข้อควรระวัง:

  • อย่าเข้าทันทีที่เห็นสัญญาณตัด ควรรอ 1-2 แท่งเทียนเพื่อยืนยันว่าเป็นการตัดจริงไม่ใช่ Whipsaw (สัญญาณหลอก)
  • ใช้ร่วมกับดู Histogram ด้วย ถ้า Histogram ใหญ่ขึ้นหลังจากตัด แสดงว่ามี Momentum แรง

ข้อดี: ให้สัญญาณเร็วกว่ากลยุทธ์ที่ 1 เหมาะกับ Scalping และ Day Trading

ข้อเสีย: มี False Signal บ่อยในตลาด Sideways ต้องใช้ร่วมกับ Price Action

กลยุทธ์ที่ 3: MACD Divergence

Divergence คือการที่ราคาและอินดิเคเตอร์เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม บ่งบอกว่าแนวโน้มปัจจุบันกำลังอ่อนกำลังและอาจกลับตัว

แผนภาพ MACD Divergence: ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ MACD ไม่ทำตาม เส้นลาดบนกราฟราคากับ MACD ชี้คนละทาง เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงส่งใกล้หมด
แผนภาพ MACD Divergence: ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ MACD ไม่ทำตาม เส้นลาดบนกราฟราคากับ MACD ชี้คนละทาง เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงส่งใกล้หมด

Bullish Divergence (จุดกลับขาขึ้น):

  • ราคาทำ Lower Low แต่ MACD ทำ Higher Low
  • แปลว่า: แม้ราคาจะลดลงต่อ แต่แรงขายกำลังอ่อนลง → เตรียมกลับขาขึ้น
  • สัญญาณ Buy: เมื่อเห็น Bullish Divergence และ MACD Line ตัดขึ้น Signal Line
การใช้ MACD

Bearish Divergence (จุดกลับขาลง):

  • ราคาทำ Higher High แต่ MACD ทำ Lower High
  • แปลว่า: แม้ราคาจะสูงขึ้นต่อ แต่แรงซื้อกำลังอ่อนลง → เตรียมกลับขาลง
  • สัญญาณ Sell: เมื่อเห็น Bearish Divergence และ MACD Line ตัดลง Signal Line
การใช้ MACD ดู Divergence ขาลง

ข้อดี: ให้สัญญาณกลับตัวของแนวโน้มได้แม่นยำมาก เทรดเดอร์มืออาชีพใช้จับจุด Reversal หลัก

ข้อเสีย: เกิดไม่บ่อย และต้องมีประสบการณ์พอสมควรถึงจะจับได้ชัดเจน

TIP

เทคนิคมืออาชีพ: ใช้ MACD Divergence ร่วมกับ Support/Resistance หรือ Fibonacci Retracement จะทำให้ได้จุดเข้าที่แม่นยำยิ่งขึ้น

Swing Trade คืออะไร และทำไม MACD จึงเหมาะกับสายสวิง

Swing Trade คือ สไตล์การเทรดที่ถือสถานะข้ามวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ เพื่อทำกำไรจาก "รอบสวิง" ของราคาหนึ่งรอบ — ต่างจาก Scalping ที่จบภายในไม่กี่นาที และ Day Trade ที่ปิดออเดอร์ก่อนจบวัน เทรดเดอร์สายสวิงจึงไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา เหมาะกับคนทำงานประจำที่เปิดดูกราฟได้เพียงวันละ 1-2 ครั้ง

เหตุผลที่ MACD เป็นอินดิเคเตอร์คู่ใจของสายสวิง:

  • จับแนวโน้มระยะกลางได้ตรงจุด — โครงสร้าง EMA 12/26 ถูกออกแบบมาเพื่อวัดแนวโน้มระดับหลายสิบแท่งเทียน ซึ่งตรงกับระยะเวลาถือออเดอร์ของ Swing Trade พอดี
  • สัญญาณไม่ถี่เกินไป — บนกราฟ H4 หรือ Daily สัญญาณ MACD เกิดสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง ช่วยลดการ overtrade ไปในตัว
  • Divergence ใช้หาจุดกลับตัวของรอบสวิงได้ดี — จุดเข้าคุณภาพสูงของสายสวิงมักมาจาก Divergence ที่เกิดตรงแนวรับ-แนวต้านสำคัญ

แนวทางเริ่มต้นสำหรับสายสวิง: ใช้กราฟ H4 หรือ Daily ตั้งค่า MACD 15, 35, 9 รอสัญญาณ Crossover หรือ Divergence ที่แนวรับ-แนวต้าน แล้ววาง Stop Loss ใต้หรือเหนือจุดสวิงล่าสุดเสมอ ช่วงที่ตลาดมีแรงเหวี่ยงชัดที่สุดคือช่วงตลาดลอนดอนซ้อนนิวยอร์ก ดูเวลาแบบเรียลไทม์ได้ที่ตารางเวลาเปิด-ปิดตลาด Forex

ข้อควรระวังและข้อจำกัดของ MACD

แม้ MACD จะเป็นอินดิเคเตอร์ยอดนิยม แต่ก็มีข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ต้องทราบ:

  1. Lagging Indicator: MACD คำนวณจากราคาที่ผ่านมา จึงให้สัญญาณช้ากว่าราคาจริงเสมอ เหมาะกับการยืนยันแนวโน้มมากกว่าการจับจุดกลับตัว (ยกเว้น Divergence)

  2. False Signal ในตลาด Sideways: เมื่อตลาดไม่มีทิศทาง MACD จะตัดกันไปมาบ่อยมาก ทำให้เกิด Whipsaw และขาดทุนสะสม

  3. ไม่มีการกำหนด Overbought/Oversold: ต่างจาก RSI หรือ Stochastic ที่มีเขต 30/70 หรือ 20/80 MACD ไม่มีเขตบอกว่าราคา "แพงเกินไป" หรือ "ถูกเกินไป"

  4. ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น: ไม่ควรเทรดด้วย MACD อย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับ Support/Resistance, Trendline หรือ Candlestick Pattern

NOTE

คำเตือน Risk Management: MACD เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ไม่ได้รับประกันผลกำไร ต้องใช้ Stop Loss ทุกครั้ง และไม่ควรใช้ Leverage เกิน 1:50 ถ้าคุณเป็นมือใหม่

เทคนิคขั้นสูง: ใช้ MACD ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น

เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ MACD ผสมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ:

1. MACD + RSI: ใช้ RSI ยืนยัน Overbought/Oversold และใช้ MACD ยืนยันแนวโน้ม ค่าตั้งต้นของ RSI ที่นิยมคือ Period 14 พร้อมระดับ 30/70 ถ้า RSI ต่ำกว่า 30 และ MACD ให้สัญญาณ Buy → โอกาสกำไรสูง

2. MACD + Bollinger Bands: เมื่อราคาแตะ Lower Band และ MACD ให้สัญญาณ Buy → จุดเข้าที่ดี เมื่อราคาแตะ Upper Band และ MACD ให้สัญญาณ Sell → จุดออกที่ดี

3. MACD + Fibonacci: ใช้ Fibonacci หาระดับ Support/Resistance สำคัญ แล้วใช้ MACD ยืนยันว่าที่ระดับนั้นแนวโน้มกำลังกลับตัวหรือไม่

4. MACD + Price Action: รอให้เกิด Candlestick Pattern เช่น Pin Bar หรือ Engulfing ที่ Support/Resistance ก่อน แล้วใช้ MACD ยืนยันว่ามี Momentum หนุนหลัง

https://youtu.be/tUZ7xs0dufM

INFO

การผสมอินดิเคเตอร์ไม่ได้หมายความว่ายิ่งใช้มากยิ่งดี แต่หมายถึงการใช้เครื่องมือที่มีหน้าที่แตกต่างกันมาเสริมกัน เช่น MACD (Trend) + RSI (Momentum) + Bollinger Bands (Volatility)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: MACD เหมาะกับการเทรด Timeframe ไหน?
A: MACD เหมาะกับทุก Timeframe แต่จะได้ผลดีที่สุดใน H1 (1 ชั่วโมง) ขึ้นไป เช่น H4, Daily, Weekly เพราะมี False Signal น้อยกว่า ถ้าใช้ใน M5 หรือ M15 ต้องระวัง Whipsaw มาก

Q: ค่า 15/35/9 กับ 12/26/9 ต่างกันอย่างไร?
A: ค่า 12/26/9 เป็นค่าเดิมที่ Gerald Appel กำหนดไว้ เหมาะกับตลาดหุ้นที่ความผันผวนต่ำกว่า ค่า 15/35/9 ช่วยลด False Signal ในตลาด Forex ที่ความผันผวนสูงกว่า แต่จะให้สัญญาณช้ากว่าเล็กน้อย

Q: MACD ใช้ได้กับทุกคู่เงินหรือไม่?
A: ใช้ได้กับทุกคู่เงิน แต่จะได้ผลดีที่สุดกับคู่เงินหลักที่มี Liquidity สูง เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เพราะมี Noise น้อยกว่าคู่เงินรอง (Exotic Pairs)

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่า Divergence เป็น Divergence จริง?
A: Divergence ที่ดีต้องมี 2 จุดอย่างน้อย ทั้งในราคาและใน MACD และควรเกิดที่ระดับ Support/Resistance สำคัญ ถ้าเกิดกลางๆ แนวโน้มอาจไม่ใช่สัญญาณที่แข็งแกร่ง

Q: ควรใช้ Stop Loss กี่ Pips เมื่อเทรดด้วย MACD?
A: ไม่มีกฎตายตัว แต่วิธีที่ดีคือวาง Stop Loss ใต้/เหนือ Support/Resistance ล่าสุด หรือใช้ ATR (Average True Range) คูณ 1.5-2 เป็น Stop Loss เช่น ถ้า ATR = 50 pips ใช้ Stop Loss 75-100 pips

Q: การตั้งค่า MACD ใน MT5 ต่างจาก MT4 หรือไม่?

A: ไม่ต่างกัน — ทั้งสองแพลตฟอร์มใช้เมนู Insert → Indicators → Oscillators → MACD และกรอกค่า Fast EMA, Slow EMA, Signal ชุดเดียวกัน ส่วนบนมือถือให้แตะไอคอน f (Indicators) แล้วเลือก MACD จากหมวด Oscillators ได้เลย

Q: MACD ใช้กับทองคำหรือคริปโตอย่าง ETHUSD ได้ไหม?

A: ได้ เพราะ MACD คำนวณจากราคาเพียงอย่างเดียว จึงใช้ได้กับทุกสินทรัพย์ที่มีกราฟ ทั้งทองคำ XAU/USD หุ้น และคริปโต ส่วน ETHUSD คือคู่ราคาเหรียญ Ethereum เทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งผันผวนแรงกว่าคู่เงินหลักมาก ควรใช้ Timeframe H4 ขึ้นไปและลดขนาดล็อตลงเพื่อคุมความเสี่ยง

เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ

คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง

Exness

FSA เซเชลส์ SD025

ฝากขั้นต่ำ
$100
เลเวอเรจ
1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
XM Global

FSC เบลีซ 8557558

ฝากขั้นต่ำ
$5
เลเวอเรจ
สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)

ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026

เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง