ตั้งค่า MACD อย่างไร ทั้ง MT4 และ MT5 พร้อมการใช้กราฟ MACD Forex
สอนตั้งค่า MACD ทีละขั้นทั้ง MT4 และ MT5 ค่ามาตรฐาน 12, 26, 9 และค่ายอดนิยม 15, 35, 9 พร้อมวิธีทำ MACD 2 เส้นด้วยการเพิ่มเส้น EMA และ 3 กลยุทธ์เทรดที่ใช้ได้จริง

การตั้งค่า MACD ทำได้ใน 1 นาที: เปิด MT4 หรือ MT5 แล้วไปที่เมนู Insert → Indicators → Oscillators → MACD ค่ามาตรฐานที่โปรแกรมให้มาคือ 12, 26, 9 ส่วนค่ายอดนิยมสำหรับตลาด Forex คือ Fast EMA 15, Slow EMA 35, Signal 9 ซึ่งช่วยลดสัญญาณหลอกได้ดีกว่า และถ้าต้องการ "MACD 2 เส้น" แบบที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้ ให้ลาก Moving Average (Period 3, Exponential, First Indicator's Data) มาวางในหน้าต่าง MACD เพิ่มอีกชั้น บทความนี้อธิบายครบตั้งแต่หลักการคำนวณ วิธีตั้งค่าทีละภาพทั้ง MT4 และ MT5 ไปจนถึง 3 กลยุทธ์เทรดจริง รวมถึงการนำ MACD ไปใช้กับการเทรดแบบ Swing Trade

สรุปสาระสำคัญ
- MACD คำนวณจากผลต่าง EMA(12) - EMA(26) เป็นทั้งตัวบอกแนวโน้มและวัดโมเมนตัมในตัวเดียว
- เมนูตั้งค่าเหมือนกันทั้ง MT4 และ MT5: Insert → Indicators → Oscillators → MACD
- ค่ามาตรฐานคือ 12, 26, 9 ส่วนค่ายอดนิยมในตลาด Forex คือ 15, 35, 9 เพื่อลดสัญญาณหลอก
- อยากได้ MACD 2 เส้น ให้เพิ่ม Moving Average (Period 3, Exponential) ลงในหน้าต่าง MACD
- เทรดได้ 3 รูปแบบ: Histogram Crossover, Signal Line Crossover และ Divergence
- เหมาะกับสาย Swing Trade บน H4 ขึ้นไป และควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อกรองสัญญาณ
MACD คืออะไร และใครเป็นผู้คิดค้น
MACD ออกเสียงว่า "เอ็ม-เอ-ซี-ดี" หรือบางคนเรียก "แม็ค-ดี" ย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence ซึ่งแปลว่า "การเข้าหากันและแยกออกของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่"
Gerald Appel นักวิเคราะห์ทางการเงินชาวอเมริกันเป็นผู้คิดค้นอินดิเคเตอร์ตัวนี้ในช่วงปี 1970 โดยพัฒนามาจากการนำเส้น Moving Average 2 เส้นที่มีค่าระยะเวลาต่างกันมาใช้ร่วมกัน เพื่อจับจังหวะการเปลี่ยนแนวโน้มของราคาในระยะกลาง
จุดเด่นของ MACD คือมันเป็นทั้ง Trend-Following Indicator (บอกทิศทางแนวโน้ม) และ Momentum Indicator (วัดความแรงของแนวโน้ม) ในตัวเดียว ทำให้เทรดเดอร์สามารถประเมินได้ว่าแนวโน้มกำลังแข็งแกร่งหรืออ่อนกำลังลง
วิธีการคำนวณ MACD แบบละเอียด
สูตรพื้นฐานของ MACD คือ:
MACD = EMA(12) - EMA(26)
โดย EMA ย่อมาจาก Exponential Moving Average ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่าราคาเก่า
- EMA(12) = ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลย้อนหลัง 12 คาบเวลา (ระยะสั้น)
- EMA(26) = ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียลย้อนหลัง 26 คาบเวลา (ระยะยาว)
ตัวเลข 12 และ 26 เป็นค่าที่ Gerald Appel กำหนดไว้สำหรับการเทรดในตลาดหุ้นอเมริกันช่วงแรก ซึ่งคำนวณจากสัปดาห์การซื้อขายหุ้นในแต่ละเดือน แต่ปัจจุบันเทรดเดอร์สามารถปรับค่าให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเองได้
ความหมายของค่า MACD
- MACD เป็นบวก (+): แปลว่า EMA(12) > EMA(26) เส้นระยะสั้นอยู่เหนือเส้นระยะยาว → แนวโน้มขาขึ้น (Bullish)
- MACD เป็นลบ (-): แปลว่า EMA(12) < EMA(26) เส้นระยะสั้นอยู่ใต้เส้นระยะยาว → แนวโน้มขาลง (Bearish)
- MACD เท่ากับ 0: แปลว่า EMA(12) และ EMA(26) มีค่าเท่ากัน → ไม่มีแนวโน้มชัดเจน
คาบเวลา (Period) ใน MACD หมายถึงแท่งเทียน (Candlestick) ไม่ใช่จำนวนวัน ดังนั้นถ้าคุณดูกราฟ H1 (1 ชั่วโมง) EMA(12) จะคำนวณจาก 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่ใช่ 12 วัน
ส่วนประกอบของอินดิเคเตอร์ MACD
ในโปรแกรม MetaTrader 4 (MT4) อินดิเคเตอร์ MACD มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน แต่จะแสดงมาเพียง 2 ส่วนเท่านั้น ส่วนที่ 3 เราต้องเพิ่มเอง:
- MACD Histogram (แท่งสีเทา): แท่งกราฟที่แสดงผลต่างระหว่าง MACD Line กับ Signal Line ยิ่งแท่งสูง แสดงว่า Momentum แรง
- Signal Line (เส้นประสีแดง): เป็น EMA(9) ของค่า MACD ใช้เป็นสัญญาณยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้ม
- Moving Average หรือ MACD Line (เส้นสีเขียว): เส้น EMA(3) ของ MACD ที่เราต้องเพิ่มเอง ช่วยให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของ MACD ชัดเจนขึ้น
เส้น Moving Average (สีเขียว) ไม่ได้มีมาในโปรแกรม MT4 โดยตรง แต่เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่จะเพิ่มเข้าไปเพราะทำให้อ่านสัญญาณง่ายขึ้นมาก
วิธีติดตั้งและตั้งค่า MACD บน MetaTrader 4
ขั้นตอนที่ 1: เรียกใช้ MACD
- เปิดโปรแกรม MetaTrader 4
- ไปที่แถบเมนูบน Insert → Indicators → Oscillators → MACD
- หน้าต่าง Popup จะเด้งขึ้นมา ให้ปรับค่าตามนี้:
- Fast EMA: 15 (ค่าเดิม 12)
- Slow EMA: 35 (ค่าเดิม 26)
- MACD SMA: 9 (Signal Line)
ค่า 15/35/9 เป็นค่าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะช่วยลด False Signal และเหมาะกับการเทรด Forex ที่มีความผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้น
- กด OK เสร็จแล้วคุณจะเห็น MACD แสดงในหน้าต่างด้านล่างกราฟราคา มี 2 ส่วนคือ Histogram (แท่งสีเทา) และ Signal Line (เส้นประสีแดง)
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่า MACD 2 เส้น ด้วยการเพิ่ม Moving Average (EMA)
ขั้นตอนนี้คือหัวใจของการ "ตั้งค่า MACD 2 เส้น" ที่เทรดเดอร์ไทยนิยมค้นหากัน — เราจะเพิ่มเส้น MACD Line (สีเขียว) เข้าไปคู่กับ Signal Line (สีแดง) เพื่อให้อ่านสัญญาณการตัดกันของเส้นได้ชัดเจนขึ้นมาก
- ไปที่แถบเมนูด้านซ้ายชื่อ Navigator (ถ้าไม่เห็นให้กด Ctrl+N)
- คลิกเครื่องหมาย + หน้า Indicators → Trend → Moving Average
- ลากไปวางที่หน้าต่าง MACD (ต้องวางที่หน้าต่าง MACD ไม่ใช่กราฟราคาหลัก)
- หน้าต่าง Popup จะเด้งขึ้นมา ตั้งค่าดังนี้:
- Period: 3
- MA Method: เปลี่ยนจาก Simple เป็น Exponential
- Apply to: เปลี่ยนจาก Close เป็น First Indicator's Data
- Color: เปลี่ยนเป็นสีเขียวเพื่อให้แยกจาก Signal Line (สีแดง) ได้ง่าย
- กด OK เสร็จแล้วคุณจะเห็นเส้นสีเขียวปรากฏในหน้าต่าง MACD เป็นอันเรียบร้อย
คำเตือนสำคัญ: ถ้าคุณลาก Moving Average ไปวางที่กราฟราคาแทนที่จะเป็นหน้าต่าง MACD เส้น EMA จะแสดงบนกราฟราคา ไม่ใช่บน MACD ต้องลบออกแล้วทำใหม่
วิธีตั้งค่า MACD ใน MT5 ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ
ข่าวดีคือการตั้งค่า MACD ใน MT5 ใช้เมนูเดียวกับ MT4 ทุกประการ: Insert → Indicators → Oscillators → MACD จากนั้นปรับ Fast EMA, Slow EMA และ MACD SMA ตามค่าที่ต้องการ (12, 26, 9 หรือ 15, 35, 9) ส่วนการเพิ่มเส้น Moving Average ทับหน้าต่าง MACD ก็ลากจากหน้าต่าง Navigator แบบเดียวกัน และเลือก Apply to เป็น First Indicator's Data เช่นเดิม ใครยังไม่คุ้นกับความต่างของสองแพลตฟอร์ม อ่านเพิ่มได้ที่ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 คืออะไร
การตั้งค่า MACD ใน MT5 บนมือถือ:
- เปิดแอป MT5 แล้วไปที่หน้ากราฟ (Chart) ของคู่เงินที่ต้องการ
- แตะไอคอน f (Indicators) ที่แถบด้านบนของหน้าจอ
- เลือกหน้าต่าง Main chart → หมวด Oscillators → MACD (แอปจะวาง MACD ไว้ในหน้าต่างย่อยใต้กราฟให้อัตโนมัติ)
- ใส่ค่า Fast EMA, Slow EMA และ Signal ที่ต้องการ แล้วกด Done
ข้อจำกัดที่ควรรู้: แอปมือถือเน้นความเรียบง่าย การซ้อนอินดิเคเตอร์ลงบนหน้าต่าง MACD (เพื่อทำ MACD 2 เส้นเต็มรูปแบบ) ทำได้สะดวกบนคอมพิวเตอร์มากกว่า ถ้าคุณเทรดจากมือถือเป็นหลัก ใช้ Histogram คู่กับ Signal Line ก็เพียงพอสำหรับการอ่านโมเมนตัมแล้ว
ค่า MACD ที่เหมาะกับแต่ละสไตล์การเทรด
| สไตล์การเทรด | Timeframe ที่นิยม | ค่า MACD (Fast/Slow/Signal) | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| Scalping | M5-M15 | 12/26/9 | ตอบสนองเร็ว แต่ต้องกรองสัญญาณหลอกร่วมกับ Price Action |
| Day Trade | M30-H1 | 12/26/9 หรือ 15/35/9 | สมดุลระหว่างความเร็วของสัญญาณกับความแม่นยำ |
| Swing Trade | H4-D1 | 15/35/9 | ลดสัญญาณหลอก จับแนวโน้มระยะกลางได้ดีที่สุด |
| Position Trade | D1-W1 | 15/35/9 | สัญญาณน้อยแต่คุณภาพสูง เน้นแนวโน้มใหญ่ |
ไม่ว่าจะใช้ค่าไหน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) กับคู่เงินและ Timeframe ที่คุณเทรดจริง และคุมความเสี่ยงต่อไม้ด้วยเครื่องคำนวณ Lot Size ก่อนเข้าออเดอร์ทุกครั้ง
3 กลยุทธ์การเทรดด้วย MACD
กลยุทธ์ที่ 1: MACD Histogram Crossover
วิธีนี้ใช้สัญญาณจากตำแหน่งของ MACD Histogram ที่เปรียบเทียบกับเส้น Zero Line (เส้นกึ่งกลาง 0)
หลักการ: จินตนาการ Histogram เป็นภูเขา
- Histogram เหนือเส้น Zero = ภูเขาบนน้ำ → แนวโน้มขาขึ้น
- Histogram ใต้เส้น Zero = ภูเขาใต้น้ำ → แนวโน้มขาลง
สัญญาณเข้าเทรด:
- สัญญาณ Buy: เมื่อ Histogram ขึ้นมาเหนือเส้น Zero (จากลบเป็นบวก)
- สัญญาณ Sell: เมื่อ Histogram ลงมาใต้เส้น Zero (จากบวกเป็นลบ)
ข้อดี: เหมาะกับการจับแนวโน้มระยะกลาง-ยาว ให้กำไรใหญ่ถ้าเข้าจังหวะถูก
ข้อเสีย: ช้ากว่ากลยุทธ์อื่น อาจพลาดจุดเข้าที่ดีที่สุดไป และมี False Signal ในตลาด Sideways
กลยุทธ์ที่ 2: Signal Line Crossover
วิธีนี้ดูจากการตัดกันของ Signal Line (สีแดง) และ Moving Average หรือ MACD Line (สีเขียว)
สัญญาณเข้าเทรด:
- สัญญาณ Buy: เมื่อ MACD Line (สีเขียว) ตัดขึ้นเหนือ Signal Line (สีแดง)
- สัญญาณ Sell: เมื่อ MACD Line (สีเขียว) ตัดลงใต้ Signal Line (สีแดง)
ข้อควรระวัง:
- อย่าเข้าทันทีที่เห็นสัญญาณตัด ควรรอ 1-2 แท่งเทียนเพื่อยืนยันว่าเป็นการตัดจริงไม่ใช่ Whipsaw (สัญญาณหลอก)
- ใช้ร่วมกับดู Histogram ด้วย ถ้า Histogram ใหญ่ขึ้นหลังจากตัด แสดงว่ามี Momentum แรง
ข้อดี: ให้สัญญาณเร็วกว่ากลยุทธ์ที่ 1 เหมาะกับ Scalping และ Day Trading
ข้อเสีย: มี False Signal บ่อยในตลาด Sideways ต้องใช้ร่วมกับ Price Action
กลยุทธ์ที่ 3: MACD Divergence
Divergence คือการที่ราคาและอินดิเคเตอร์เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม บ่งบอกว่าแนวโน้มปัจจุบันกำลังอ่อนกำลังและอาจกลับตัว

Bullish Divergence (จุดกลับขาขึ้น):
- ราคาทำ Lower Low แต่ MACD ทำ Higher Low
- แปลว่า: แม้ราคาจะลดลงต่อ แต่แรงขายกำลังอ่อนลง → เตรียมกลับขาขึ้น
- สัญญาณ Buy: เมื่อเห็น Bullish Divergence และ MACD Line ตัดขึ้น Signal Line
Bearish Divergence (จุดกลับขาลง):
- ราคาทำ Higher High แต่ MACD ทำ Lower High
- แปลว่า: แม้ราคาจะสูงขึ้นต่อ แต่แรงซื้อกำลังอ่อนลง → เตรียมกลับขาลง
- สัญญาณ Sell: เมื่อเห็น Bearish Divergence และ MACD Line ตัดลง Signal Line
ข้อดี: ให้สัญญาณกลับตัวของแนวโน้มได้แม่นยำมาก เทรดเดอร์มืออาชีพใช้จับจุด Reversal หลัก
ข้อเสีย: เกิดไม่บ่อย และต้องมีประสบการณ์พอสมควรถึงจะจับได้ชัดเจน
เทคนิคมืออาชีพ: ใช้ MACD Divergence ร่วมกับ Support/Resistance หรือ Fibonacci Retracement จะทำให้ได้จุดเข้าที่แม่นยำยิ่งขึ้น
Swing Trade คืออะไร และทำไม MACD จึงเหมาะกับสายสวิง
Swing Trade คือ สไตล์การเทรดที่ถือสถานะข้ามวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ เพื่อทำกำไรจาก "รอบสวิง" ของราคาหนึ่งรอบ — ต่างจาก Scalping ที่จบภายในไม่กี่นาที และ Day Trade ที่ปิดออเดอร์ก่อนจบวัน เทรดเดอร์สายสวิงจึงไม่ต้องเฝ้าจอตลอดเวลา เหมาะกับคนทำงานประจำที่เปิดดูกราฟได้เพียงวันละ 1-2 ครั้ง
เหตุผลที่ MACD เป็นอินดิเคเตอร์คู่ใจของสายสวิง:
- จับแนวโน้มระยะกลางได้ตรงจุด — โครงสร้าง EMA 12/26 ถูกออกแบบมาเพื่อวัดแนวโน้มระดับหลายสิบแท่งเทียน ซึ่งตรงกับระยะเวลาถือออเดอร์ของ Swing Trade พอดี
- สัญญาณไม่ถี่เกินไป — บนกราฟ H4 หรือ Daily สัญญาณ MACD เกิดสัปดาห์ละไม่กี่ครั้ง ช่วยลดการ overtrade ไปในตัว
- Divergence ใช้หาจุดกลับตัวของรอบสวิงได้ดี — จุดเข้าคุณภาพสูงของสายสวิงมักมาจาก Divergence ที่เกิดตรงแนวรับ-แนวต้านสำคัญ
แนวทางเริ่มต้นสำหรับสายสวิง: ใช้กราฟ H4 หรือ Daily ตั้งค่า MACD 15, 35, 9 รอสัญญาณ Crossover หรือ Divergence ที่แนวรับ-แนวต้าน แล้ววาง Stop Loss ใต้หรือเหนือจุดสวิงล่าสุดเสมอ ช่วงที่ตลาดมีแรงเหวี่ยงชัดที่สุดคือช่วงตลาดลอนดอนซ้อนนิวยอร์ก ดูเวลาแบบเรียลไทม์ได้ที่ตารางเวลาเปิด-ปิดตลาด Forex
ข้อควรระวังและข้อจำกัดของ MACD
แม้ MACD จะเป็นอินดิเคเตอร์ยอดนิยม แต่ก็มีข้อจำกัดที่เทรดเดอร์ต้องทราบ:
-
Lagging Indicator: MACD คำนวณจากราคาที่ผ่านมา จึงให้สัญญาณช้ากว่าราคาจริงเสมอ เหมาะกับการยืนยันแนวโน้มมากกว่าการจับจุดกลับตัว (ยกเว้น Divergence)
-
False Signal ในตลาด Sideways: เมื่อตลาดไม่มีทิศทาง MACD จะตัดกันไปมาบ่อยมาก ทำให้เกิด Whipsaw และขาดทุนสะสม
-
ไม่มีการกำหนด Overbought/Oversold: ต่างจาก RSI หรือ Stochastic ที่มีเขต 30/70 หรือ 20/80 MACD ไม่มีเขตบอกว่าราคา "แพงเกินไป" หรือ "ถูกเกินไป"
-
ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น: ไม่ควรเทรดด้วย MACD อย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับ Support/Resistance, Trendline หรือ Candlestick Pattern
คำเตือน Risk Management: MACD เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ไม่ได้รับประกันผลกำไร ต้องใช้ Stop Loss ทุกครั้ง และไม่ควรใช้ Leverage เกิน 1:50 ถ้าคุณเป็นมือใหม่
เทคนิคขั้นสูง: ใช้ MACD ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่น
เทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ MACD ผสมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ:
1. MACD + RSI: ใช้ RSI ยืนยัน Overbought/Oversold และใช้ MACD ยืนยันแนวโน้ม ค่าตั้งต้นของ RSI ที่นิยมคือ Period 14 พร้อมระดับ 30/70 ถ้า RSI ต่ำกว่า 30 และ MACD ให้สัญญาณ Buy → โอกาสกำไรสูง
2. MACD + Bollinger Bands: เมื่อราคาแตะ Lower Band และ MACD ให้สัญญาณ Buy → จุดเข้าที่ดี เมื่อราคาแตะ Upper Band และ MACD ให้สัญญาณ Sell → จุดออกที่ดี
3. MACD + Fibonacci: ใช้ Fibonacci หาระดับ Support/Resistance สำคัญ แล้วใช้ MACD ยืนยันว่าที่ระดับนั้นแนวโน้มกำลังกลับตัวหรือไม่
4. MACD + Price Action: รอให้เกิด Candlestick Pattern เช่น Pin Bar หรือ Engulfing ที่ Support/Resistance ก่อน แล้วใช้ MACD ยืนยันว่ามี Momentum หนุนหลัง
การผสมอินดิเคเตอร์ไม่ได้หมายความว่ายิ่งใช้มากยิ่งดี แต่หมายถึงการใช้เครื่องมือที่มีหน้าที่แตกต่างกันมาเสริมกัน เช่น MACD (Trend) + RSI (Momentum) + Bollinger Bands (Volatility)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: MACD เหมาะกับการเทรด Timeframe ไหน?
A: MACD เหมาะกับทุก Timeframe แต่จะได้ผลดีที่สุดใน H1 (1 ชั่วโมง) ขึ้นไป เช่น H4, Daily, Weekly เพราะมี False Signal น้อยกว่า ถ้าใช้ใน M5 หรือ M15 ต้องระวัง Whipsaw มาก
Q: ค่า 15/35/9 กับ 12/26/9 ต่างกันอย่างไร?
A: ค่า 12/26/9 เป็นค่าเดิมที่ Gerald Appel กำหนดไว้ เหมาะกับตลาดหุ้นที่ความผันผวนต่ำกว่า ค่า 15/35/9 ช่วยลด False Signal ในตลาด Forex ที่ความผันผวนสูงกว่า แต่จะให้สัญญาณช้ากว่าเล็กน้อย
Q: MACD ใช้ได้กับทุกคู่เงินหรือไม่?
A: ใช้ได้กับทุกคู่เงิน แต่จะได้ผลดีที่สุดกับคู่เงินหลักที่มี Liquidity สูง เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เพราะมี Noise น้อยกว่าคู่เงินรอง (Exotic Pairs)
Q: จะรู้ได้อย่างไรว่า Divergence เป็น Divergence จริง?
A: Divergence ที่ดีต้องมี 2 จุดอย่างน้อย ทั้งในราคาและใน MACD และควรเกิดที่ระดับ Support/Resistance สำคัญ ถ้าเกิดกลางๆ แนวโน้มอาจไม่ใช่สัญญาณที่แข็งแกร่ง
Q: ควรใช้ Stop Loss กี่ Pips เมื่อเทรดด้วย MACD?
A: ไม่มีกฎตายตัว แต่วิธีที่ดีคือวาง Stop Loss ใต้/เหนือ Support/Resistance ล่าสุด หรือใช้ ATR (Average True Range) คูณ 1.5-2 เป็น Stop Loss เช่น ถ้า ATR = 50 pips ใช้ Stop Loss 75-100 pips
Q: การตั้งค่า MACD ใน MT5 ต่างจาก MT4 หรือไม่?
A: ไม่ต่างกัน — ทั้งสองแพลตฟอร์มใช้เมนู Insert → Indicators → Oscillators → MACD และกรอกค่า Fast EMA, Slow EMA, Signal ชุดเดียวกัน ส่วนบนมือถือให้แตะไอคอน f (Indicators) แล้วเลือก MACD จากหมวด Oscillators ได้เลย
Q: MACD ใช้กับทองคำหรือคริปโตอย่าง ETHUSD ได้ไหม?
A: ได้ เพราะ MACD คำนวณจากราคาเพียงอย่างเดียว จึงใช้ได้กับทุกสินทรัพย์ที่มีกราฟ ทั้งทองคำ XAU/USD หุ้น และคริปโต ส่วน ETHUSD คือคู่ราคาเหรียญ Ethereum เทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งผันผวนแรงกว่าคู่เงินหลักมาก ควรใช้ Timeframe H4 ขึ้นไปและลดขนาดล็อตลงเพื่อคุมความเสี่ยง
เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ
คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง
| โบรกเกอร์ | คะแนน | ฝากขั้นต่ำ | เลเวอเรจ | สเปรดทอง | |
|---|---|---|---|---|---|
Exness FSA เซเชลส์ SD025 | 96 | $100 | 1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน) | Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง) | เปิดบัญชี |
XM Global FSC เบลีซ 8557558 | 92 | $5 | สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน) | Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง) | เปิดบัญชี |
FSA เซเชลส์ SD025
- ฝากขั้นต่ำ
- $100
- เลเวอเรจ
- 1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
- สเปรดทอง
- Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
FSC เบลีซ 8557558
- ฝากขั้นต่ำ
- $5
- เลเวอเรจ
- สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
- สเปรดทอง
- Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)
ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026
เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


