หลักประกัน Forex คืออะไร
รวมเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับ Forex หลักประกัน Forex คืออะไรบ้าง เรื่องเหล่าเทรดเดอร์มือใหม่ต้องรู้ไว้ก่อนลงมือเทรด Forex สำหรับมือใหม่

การเทรด Forex ต้องใช้เงินหลักประกัน (Margin) เป็นเงินค้ำประกันในบัญชีเทรดของคุณ เพื่อเปิดออเดอร์ซื้อขายคู่เงิน — หลักประกันนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม แต่เป็นเงินที่ถูกพักไว้ชั่วคราวและจะคืนให้เมื่อคุณปิดออเดอร์ ในบทความนี้เราจะอธิบายว่าหลักประกัน Forex คืออะไร คำนวณอย่างไร และมีความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงอย่างไร พร้อมทั้ง 50 ข้อควรรู้สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
สรุปสาระสำคัญ
- หลักประกัน (Margin) คือเงินค้ำประกันที่ถูกพักไว้เมื่อเปิดออเดอร์ และจะคืนให้เมื่อปิดออเดอร์
- สูตรคำนวณ: Margin = (ราคาขณะเปิด × Lot × Contract Size) / Leverage
- Leverage ยิ่งสูง Margin ที่ต้องใช้ยิ่งต่ำ แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- Margin Call เกิดขึ้นเมื่อ Equity ในบัญชีต่ำกว่า Margin ที่ต้องพักไว้
- การเข้าใจหลักประกันช่วยวางแผนการบริหารเงินทุนและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักประกัน Forex (Margin) คืออะไร
หลักประกัน Forex หรือที่เรียกว่า Margin คือเงินที่โบรกเกอร์พักไว้ชั่วคราวจากบัญชีเทรดของคุณ เพื่อเป็นค้ำประกันในการเปิดออเดอร์ซื้อขายคู่เงิน เมื่อคุณส่งคำสั่ง Buy หรือ Sell โบรกเกอร์จะหักเงินจำนวนหนึ่งไว้เป็น Margin และเมื่อปิดออเดอร์ เงินส่วนนี้จะถูกคืนกลับเข้าบัญชีของคุณทันที
Margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย — มันเป็นเงินของคุณเองที่ถูกพักไว้ชั่วคราว คล้ายกับเงินมัดจำเมื่อคุณจองสินค้าหรือบริการ แต่ต่างกันตรงที่ Margin จะถูกคืนให้ 100% เมื่อคุณปิดการซื้อขาย
การมี Margin ช่วยให้คุณสามารถเทรดด้วยขนาด Lot ที่ใหญ่กว่าเงินที่มีในบัญชีได้มาก เพราะโบรกเกอร์ให้คุณใช้ Leverage (เลเวอเรจ หรืออัตราส่วนการยืม) ซึ่งเพิ่มกำลังซื้อของคุณขึ้นหลายเท่า
ตัวอย่าง: หากคุณมีเงินในบัญชี 1,000 USD และใช้ Leverage 1:100 คุณจะสามารถเทรดได้ถึง 100,000 USD — แต่คุณต้องพักเงิน Margin ไว้เพียงเศษเสี้ยวของจำนวนนั้น
การคำนวณหลักประกัน Forex
สูตรการคำนวณ Margin มีดังนี้:
Margin = (ราคาขณะเปิดออเดอร์ × จำนวน Lot × Contract Size) / Leverage
- ราคาขณะเปิดออเดอร์ = ราคา Ask (ถ้าคุณ Buy) หรือ Bid (ถ้าคุณ Sell)
- จำนวน Lot = ขนาดของออเดอร์ (เช่น 0.01, 0.10, 1.00)
- Contract Size = ขนาดมาตรฐานของ 1 Lot (โดยทั่วไปคือ 100,000 หน่วยสกุลเงินฐาน)
- Leverage = อัตราส่วนที่โบรกเกอร์ให้ยืม (เช่น 1:100, 1:500)
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติคุณต้องการเปิดออเดอร์ Buy EUR/USD โดยมีข้อมูลดังนี้:
- ราคาปัจจุบัน (Ask): 1.1000
- จำนวน Lot: 0.10 (มินิ Lot)
- Contract Size: 100,000
- Leverage: 1:100
คำนวณ Margin:
Margin = (1.1000 × 0.10 × 100,000) / 100
Margin = 11,000 / 100
Margin = 110.00 USD
หมายความว่า คุณต้องมีเงินอย่างน้อย 110.00 USD ในบัญชี เพื่อเปิดออเดอร์ขนาด 0.10 Lot นี้
เคล็ดลับ: Leverage ยิ่งสูง Margin ที่ต้องพักไว้ก็ยิ่งต่ำ — แต่ต้องระวัง เพราะความเสี่ยงในการขาดทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่าง Margin, Leverage และ Equity
เพื่อให้เข้าใจหลักประกัน Forex อย่างลึกซึ้ง คุณต้องรู้จักแนวคิดสำคัญ 3 อย่างนี้:

1. Margin (หลักประกัน)
เงินที่ถูกพักไว้ชั่วคราวเมื่อเปิดออเดอร์
2. Leverage (เลเวอเรจ)
อัตราส่วนเงินที่โบรกเกอร์ให้ยืม เพื่อขยายกำลังซื้อของคุณ — ยิ่ง Leverage สูง Margin ที่ต้องใช้ยิ่งน้อย แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
Leverage ที่พบบ่อย:
- 1:50 — เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีความระมัดระวังสูง
- 1:100 — สมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาส
- 1:200 ถึง 1:500 — เหมาะกับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และรู้จักบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างดี
คำเตือน: การใช้ Leverage เกิน 1:100 เพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก — คุณอาจสูญเสียเงินในบัญชีได้อย่างรวดเร็วหากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางคุณ
3. Equity (มูลค่าบัญชีปัจจุบัน)
สูตร: Equity = Balance + Floating Profit/Loss
- Balance = เงินต้นในบัญชี
- Floating Profit/Loss = กำไรหรือขาดทุนของออเดอร์ที่เปิดค้างอยู่
ตัวอย่าง:
- Balance: 1,000 USD
- ออเดอร์ที่เปิดค้างอยู่: กำไร +50 USD
- Equity = 1,000 + 50 = 1,050 USD
หาก Equity ลดลงจนใกล้ระดับ Margin ที่พักไว้ โบรกเกอร์จะส่งสัญญาณเตือน Margin Call และหากต่ำกว่าระดับ Stop Out อาจปิดออเดอร์ของคุณอัตโนมัติ
Margin Call และ Stop Out คืออะไร

Margin Call
เป็นสัญญาณเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อ Equity ในบัญชีของคุณใกล้หมด และต่ำกว่าระดับ Margin ที่ต้องพักไว้ — โดยทั่วไปเกิดเมื่อ Equity ต่ำกว่า 100% ของ Margin (บางโบรกเกอร์กำหนดที่ 80% หรือ 50%)
Stop Out
หาก Equity ลดลงต่อไปจนต่ำกว่าระดับ Stop Out (มักอยู่ที่ 20%-50% ของ Margin) โบรกเกอร์จะปิดออเดอร์ของคุณโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณขาดทุนมากกว่าเงินในบัญชี
ตัวอย่าง:
- คุณมี Balance 1,000 USD
- เปิดออเดอร์ใช้ Margin 200 USD
- ออเดอร์ขาดทุน -750 USD
- Equity = 1,000 - 750 = 250 USD
- ระดับ Margin Call = 200 USD (100% ของ Margin)
- Equity ยังสูงกว่า Margin Call เล็กน้อย แต่ใกล้จะถูก Stop Out แล้ว
สิ่งที่ต้องระวัง: หาก Equity ลดลงเหลือ 100 USD (ต่ำกว่า Stop Out 50% ของ 200) ระบบจะปิดออเดอร์ทันที
ทำไมหลักประกัน Forex จึงสำคัญ
การเข้าใจหลักประกันช่วยให้คุณ:
- วางแผนการบริหารเงินทุน (Money Management) — รู้ว่าต้องพักเงิน Margin เท่าไหร่ต่อ 1 ออเดอร์
- หลีกเลี่ยง Margin Call — คำนวณขนาด Lot ให้เหมาะสมกับเงินทุนที่มี
- ควบคุมความเสี่ยง — ใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง ไม่เปิดออเดอร์มากเกินไป
- เทรดได้อย่างมั่นใจ — รู้ว่าเงินในบัญชีเพียงพอสำหรับออเดอร์ที่วางแผนไว้
50 ข้อควรรู้สำหรับเทรดเดอร์ Forex มือใหม่
นอกจากการเข้าใจหลักประกันแล้ว เทรดเดอร์มือใหม่ยังควรรู้จักแนวคิดพื้นฐานและเคล็ดลับเหล่านี้:
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตลาด Forex
- ตลาด Forex มีสภาพคล่องทางการเงินสูงที่สุดในโลก
- เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
- ไม่มีศูนย์กลางการซื้อขาย — เรียกว่า Over The Counter (OTC)
- ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ (24/5)
- ราคาเคลื่อนไหวทุกวัน แม้วันเสาร์-อาทิตย์ (แต่ไม่สามารถส่งคำสั่งได้)
- ตลาดเปิดเช้าวันจันทร์ 04.00 น. และปิดเช้าวันเสาร์ 04.00 น. (ตามเวลาไทย)
- เวลาเปิด-ปิดช้าลง 1 ชั่วโมงในช่วง Daylight Saving Time (DST)
- ตลาดปิดในวันคริสต์มาส (25 ธันวาคม) และปีใหม่ (1 มกราคม)
ช่วงเวลาการซื้อขาย
- มี 3 ช่วงเวลาหลัก: เอเชีย (Sydney, Tokyo), ยุโรป (London), อเมริกาเหนือ (New York)
- นักลงทุนรายย่อยทั่วโลกเข้ามาเทรดเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง
- เข้าถึงตลาดผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา
- เทรดได้ทั้ง PC, Laptop, Smartphone, Tablet รองรับ Android, Mac, Linux และ WebTrader
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา
- ผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจของประเทศ
- นโยบายและการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
- งบการค้าระหว่างประเทศ การนำเข้าและส่งออก
- ปัจจัยทางการเมือง การก่อการร้าย ภัยพิบัติธรรมชาติ
- ข่าว Non-Farm Payroll (NFP) — ข้อมูลจำนวนลูกจ้างในสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อค่าเงิน USD อย่างมาก
- ข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญอาจทำให้เกิดช่องว่างราคา (Gap)
เริ่มต้นเทรด Forex
- เริ่มได้ด้วยเงินเพียง 1-10 USD ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์
- ทำกำไรได้ทั้งตอนราคาขาขึ้น (Buy) และขาลง (Sell)
- ราคาสูงขึ้นเมื่อคำสั่งซื้อมากกว่าขาย — ราคาต่ำลงเมื่อคำสั่งขายมากกว่าซื้อ
- กำไร/ขาดทุนเกิดจากส่วนต่างของราคาตอนเปิดและปิดออเดอร์
- Leverage ช่วยเพิ่มอัตราส่วนเงินลงทุนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก
ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายได้
- คู่เงิน (Currency Pairs)
- โลหะมีค่า (Gold, Silver)
- น้ำมัน (Crude Oil, Brent)
- ดัชนีหุ้น (Indices)
- หุ้น CFDs
- คริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency)
รูปแบบการเทรด
- Scalping — ซื้อขายระยะสั้นมาก (นาที-ชั่วโมง)
- Day Trading — เปิดและปิดออเดอร์ภายในวันเดียวกัน
- Hedging — ประกันความเสี่ยงโดยเปิดออเดอร์สวนทาง
แพลตฟอร์มและเครื่องมือ
- MetaTrader 4 (MT4) เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
- โควตราคาแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
- มีเครื่องมือวิเคราะห์หลากหลาย — Indicator, กราฟ, รูปแบบเทคนิค
- แจ้งยอดซื้อขายแบบเรียลไทม์ พร้อม Equity, กำไร, ขาดทุน
- รองรับหลายภาษา (อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย สเปน อาหรับ อิตาลี)
คำศัพท์สำคัญ
- Bull Market — ตลาดกระทิง มีแนวโน้มราคาชันขึ้น
- Bear Market — ตลาดหมี มีแนวโน้มราคาชันลง
- Bid Price — ราคาที่โบรกเกอร์รับซื้อจากคุณ
- Ask Price — ราคาที่โบรกเกอร์ขายให้คุณ
- Base Currency — สกุลเงินตัวแรกของคู่เงิน (เช่น EUR ใน EUR/USD)
- Quote Currency — สกุลเงินตัวที่สองของคู่เงิน (เช่น USD ใน EUR/USD)
- Cross Currency — คู่เงินที่ไม่มี USD (เช่น EUR/GBP)
- Exotic Currency — คู่เงินเกิดใหม่ มีสภาพคล่องน้อย สเปรดกว้าง
ค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ย
- Commission — ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บ
- Spread — ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask
- Swap (Rollover) — ดอกเบี้ยค้างคืน มีทั้งบวกและลบ คิด 3 เท่าในคืนวันพุธ (เพราะรวมวันเสาร์-อาทิตย์)
การบริหารความเสี่ยง
- Margin Call — สัญญาณเตือนเมื่อ Equity ต่ำกว่าระดับ Margin
- Equity = Balance + Floating Profit/Loss — มูลค่าบัญชีปัจจุบัน
- Indicator — เครื่องมือช่วยบอกเทรนด์และทิศทางราคา
- Expert Advisors (EA) — โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ ควร Back Test กับบัญชี Demo ก่อนใช้กับเงินจริง

คู่เงินและผู้เล่นในตลาด
- EUR/USD — คู่เงินยอดนิยม เปรียบเทียบยูโรกับดอลลาร์สหรัฐฯ
- Cashback/Rebate — ระบบเงินคืนสำหรับเทรดเดอร์และ Affiliate/IB
- ผู้เล่นในตลาด Forex ได้แก่: ธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์ กองทุนลงทุน บริษัทประกัน บริษัทนำเข้า-ส่งออก โบรกเกอร์ นักลงทุนเก็งกำไรรายใหญ่ และบุคคลทั่วไป
ข้อเท็จจริงท้ายสุด
- โบรกเกอร์ Forex หลายแห่งได้รับการจดทะเบียนภายใต้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแล
- Forex มาจาก Foreign Exchange Market — ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
- ผู้ที่ซื้อขาย Forex เรียกว่า Trader (เทรดเดอร์) หรือ นักเก็งกำไร ไม่ใช่นักลงทุนในความหมายแบบดั้งเดิม
หมายเหตุ: การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการศึกษาอย่างต่อเนื่อง การบริหารความเสี่ยงที่ดี และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ — ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จในตลาด Forex
สรุปหลักประกัน Forex และการบริหารความเสี่ยง
หลักประกัน Forex (Margin) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถเทรดด้วยเงินทุนน้อย แต่มีกำลังซื้อสูง — อย่างไรก็ตาม การใช้ Leverage สูงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย
หลักการบริหารความเสี่ยง:
- เริ่มต้นด้วย Leverage ต่ำ (1:50 หรือ 1:100)
- ใช้ Stop Loss ทุกออเดอร์เพื่อจำกัดความเสียหาย
- อย่าเปิดออเดอร์มากเกินไปในเวลาเดียวกัน
- ตรวจสอบ Margin Level และ Equity เป็นประจำ
- เทรดด้วยเงินที่พร้อมสูญเสียได้เท่านั้น
การเข้าใจหลักประกันและการคำนวณ Margin อย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณวางแผนการเทรดได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิด Margin Call และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หลักประกัน Forex (Margin) คืออะไร
หลักประกัน Forex หรือ Margin คือเงินค้ำประกันที่โบรกเกอร์พักไว้ชั่วคราวจากบัญชีของคุณเมื่อเปิดออเดอร์ — เงินนี้จะถูกคืนให้เมื่อคุณปิดออเดอร์ มันไม่ใช่ค่าธรรมเนียม แต่เป็นเงินของคุณเองที่ถูกพักไว้
การคำนวณ Margin ทำอย่างไร
สูตรคือ: Margin = (ราคาขณะเปิด × Lot × Contract Size) / Leverage — ตัวอย่าง หากคุณเปิด EUR/USD ที่ราคา 1.1000 ขนาด 0.10 Lot ด้วย Leverage 1:100 คุณต้องใช้ Margin = (1.1000 × 0.10 × 100,000) / 100 = 110.00 USD
Margin Call คืออะไร
Margin Call เป็นสัญญาณเตือนจากโบรกเกอร์เมื่อ Equity ในบัญชีของคุณต่ำกว่าระดับ Margin ที่ต้องพักไว้ — หากไม่เติมเงินหรือลดขนาด Lot ระบบอาจปิดออเดอร์ของคุณอัตโนมัติ (Stop Out)
ควรใช้ Leverage เท่าไหร่สำหรับมือใหม่
สำหรับมือใหม่ควรเริ่มด้วย Leverage 1:50 หรือ 1:100 — Leverage ที่สูงกว่า (1:200 ถึง 1:500) เพิ่มความเสี่ยงอย่างมากและเหมาะกับเทรดเดอร
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


