Maximum Drawdown — รับความเสียหายเท่าไหร่
บทเรียนเรื่อง Maximum Drawdown — รับความเสียหายเท่าไหร่ จาก Uhas Curriculum บทที่ 07 (กลาง) — เนื้อหาสำหรับเทรดเดอร์ไทย

Maximum Drawdown — รับความเสียหายเท่าไหร่
การเทรด Forex หรือทองคำไม่ใช่แค่การไล่ตามกำไร แต่คือการรู้จักวัดและยอมรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น Maximum Drawdown (MDD) คือตัวชี้วัดสำคัญที่บอกว่าพอร์ตของเราเคยร่วงลงจากจุดสูงสุดไปเท่าไหร่ก่อนที่จะฟื้นตัว ถ้าเราไม่รู้ MDD ของตัวเอง ก็เหมือนขับรถบนถนนลื่นโดยไม่รู้ว่าเบรกทำงานแค่ไหน บทเรียนนี้จะพาเราทำความเข้าใจ Drawdown ตั้งแต่นิยาม วิธีคำนวณ ไปจนถึงการนำไปใช้ป้องกันพอร์ตระเบิด
สรุปสาระสำคัญ
- Maximum Drawdown คือระยะห่างจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดของพอร์ต วัดเป็นเปอร์เซ็นต์
- MDD บอกความเสี่ยงที่แท้จริง — พอร์ต Drawdown 50% ต้องทำกำไร 100% ถึงจะคืนทุน
- กฎ 2% per trade + MDD ไม่เกิน 20% ช่วยให้พอร์ตอยู่รอดในช่วงขาดทุนติด
- ใช้ Drawdown Period วัดว่าพอร์ตใช้เวลากี่วันถึงจะฟื้นกลับมาทำนิวไฮ
- รีวิว MDD ทุก 3 เดือน ปรับ position size หากเริ่มเกินเกณฑ์ที่กำหนด
Maximum Drawdown คืออะไร
Maximum Drawdown (MDD) คือเปอร์เซ็นต์การลดลงสูงสุดของมูลค่าพอร์ต นับจากจุดสูงสุด (Peak) ไปจนถึงจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่พอร์ตจะฟื้นตัวทำนิวไฮอีกครั้ง ตัวอย่าง พอร์ตเราเคยมีเงิน 100,000 บาท แล้วขาดทุนลงเหลือ 70,000 บาท ก่อนที่จะกลับมาทำ 105,000 บาท ในกรณีนี้ MDD = (100,000 - 70,000) ÷ 100,000 = 30.00%
สิ่งสำคัญคือ Drawdown วัดจากจุดสูงสุดทุกครั้ง ไม่ใช่จากยอดเริ่มต้น ถ้าพอร์ตเราเคยพุ่งจาก 100,000 เป็น 150,000 แล้วร่วงเหลือ 120,000 MDD = (150,000 - 120,000) ÷ 150,000 = 20.00% แม้ว่าเรายังมีกำไรจากเงินต้นก็ตาม
ทำไม MDD ถึงสำคัญกว่า Win Rate
นักเทรดมือใหม่มักเน้น Win Rate (อัตราชนะ) แต่ลืม MDD ความจริงคือ ถ้าเรามี Win Rate 70% แต่ MDD 60% พอร์ตก็อาจระเบิดได้ เพราะเมื่อพอร์ตขาดทุน 60% เราต้องทำกำไร 150% ถึงจะคืนทุน (100 ÷ 40 × 100 - 100 = 150%) นี่คือเหตุผลที่กองทุนระดับโลกเน้น MDD ต่ำกว่า 20-25% เป็นมาตรฐาน
| Drawdown (%) | กำไรที่ต้องทำเพื่อคืนทุน (%) |
|---|---|
| 10.00 | 11.11 |
| 20.00 | 25.00 |
| 30.00 | 42.86 |
| 50.00 | 100.00 |
| 60.00 | 150.00 |
| 80.00 | 400.00 |
จากตารางจะเห็นว่า ยิ่ง Drawdown ลึก ยิ่งต้องทำกำไรมหาศาลถึงจะกลับมาเท่าเดิม นี่คือกับดักที่ทำให้เทรดเดอร์หลายคนเลิกเล่นหลังจากขาดทุนครั้งใหญ่
วิธีคำนวณ Maximum Drawdown ในทองคำและ Forex
สมมติเราเทรดทอง 0.1 lot เริ่มต้นพอร์ต 50,000 บาท บันทึกมูลค่าพอร์ตปลายวันไว้ 30 วัน:
ขั้นที่ 1: หายอดสูงสุดสะสม (Running Peak) แต่ละวัน
ขั้นที่ 2: คำนวณ Drawdown ณ ขณะนั้น = (Peak - Equity ปัจจุบัน) ÷ Peak
ขั้นที่ 3: หาค่า MDD = ค่า Drawdown สูงสุดในช่วงเวลานั้น
ตัวอย่างข้อมูล 10 วันแรก:
| วัน | Equity (บาท) | Running Peak | Drawdown (%) |
|---|---|---|---|
| 1 | 50,000 | 50,000 | 0.00 |
| 2 | 51,200 | 51,200 | 0.00 |
| 3 | 49,800 | 51,200 | 2.73 |
| 4 | 48,500 | 51,200 | 5.27 |
| 5 | 50,100 | 51,200 | 2.15 |
| 6 | 52,000 | 52,000 | 0.00 |
| 7 | 50,800 | 52,000 | 2.31 |
| 8 | 49,200 | 52,000 | 5.38 |
| 9 | 47,000 | 52,000 | 9.62 |
| 10 | 48,500 | 52,000 | 6.73 |
ในตัวอย่างนี้ MDD ณ วันที่ 10 = 9.62% (เกิดวันที่ 9) แปลว่าพอร์ตเคยร่วงจาก Peak สูงสุด 9.62% ก่อนจะฟื้นบ้าง
ใช้ Excel คำนวณ MDD
- คอลัมน์ A: วันที่
- คอลัมน์ B: Equity
- คอลัมน์ C:
=MAX($B$2:B2)(Running Peak) - คอลัมน์ D:
=(C2-B2)/C2(Drawdown %) - ช่องสรุป MDD:
=MAX(D:D)
เทคนิค: ใน MT4/MT5 ไปที่ Account History → คลิกขวา → Save as Report → นำไฟล์ HTML ไป convert เป็น Excel แล้วคำนวณตามสูตรข้างบน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Position Size กับ Drawdown
Position size คือตัวแปรสำคัญที่ควบคุม MDD โดยตรง ถ้าเราเสี่ยง 5% ต่อออเดอร์ แล้วเจอการขาดทุนติด 5 ออเดอร์ Drawdown จะเข้าใกล้ 25% (ไม่เท่ากับ 25% พอดีเพราะฐานคำนวณเปลี่ยนทุกครั้ง)
สูตรประมาณ MDD จากการขาดทุนติด:
[
\text{MDD} \approx 1 - (1 - \text{Risk per Trade})^{\text{จำนวนครั้งขาดทุนติด}}
]
ตัวอย่าง Risk 2% per trade ขาดทุนติด 10 ครั้ง:
[
\text{MDD} \approx 1 - (1 - 0.02)^{10} = 1 - 0.8171 = 18.29\%
]
ใกล้เคียงกับ 20% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
| Risk per Trade | ขาดทุนติด 5 ครั้ง | ขาดทุนติด 10 ครั้ง |
|---|---|---|
| 1% | 4.90% | 9.56% |
| 2% | 9.61% | 18.29% |
| 3% | 14.13% | 26.26% |
| 5% | 22.62% | 40.13% |
| 10% | 40.95% | 65.13% |
จากตารางชัดเจนว่า ถ้าเสี่ยง 5% ต่อออเดอร์ ขาดทุนติด 10 ครั้ง MDD ทะลุ 40% ซึ่งหมายความว่าต้องทำกำไร 66.67% ถึงจะคืนทุน
กำหนดขีดจำกัด MDD ที่รับได้
เทรดเดอร์มืออาชีพมักตั้งขีดจำกัด MDD ไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปแบ่งเป็น:
- Conservative: MDD ไม่เกิน 15%
- Moderate: MDD ไม่เกิน 20-25%
- Aggressive: MDD ไม่เกิน 30% (แต่ต้องมี Win Rate สูงมากชดเชย)
เมื่อ MDD ใกล้หรือถึงขีดจำกัดที่กำหนด เราต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง:
- หยุดเทรด 1-2 สัปดาห์ ให้อารมณ์สงบและรีวิวระบบใหม่
- ลด Position Size ลง 50% จนกว่า Equity จะกลับมาสูงกว่า Peak เดิม 10%
- เปลี่ยนกลยุทธ์ ถ้าพบว่าระบบเดิมไม่เหมาะกับ Market ปัจจุบัน
คำเตือน: ห้ามเพิ่ม lot เพื่อ "ปั้นคืน" หลัง Drawdown ใหญ่ — นี่คือข้อผิดพลาดที่ทำให้พอร์ตระเบิดเร็วที่สุด
Drawdown Period — มิติเวลาที่ถูกมองข้าม
นอกจากความลึกของ Drawdown แล้ว Drawdown Period (ระยะเวลาที่พอร์ตอยู่ใน Drawdown) ก็สำคัญเช่นกัน ถ้าพอร์ตเรา Drawdown 15% แต่ใช้เวลา 6 เดือนถึงจะทำนิวไฮ นั่นอาจทำลายจิตใจและเสียค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) มหาศาล
วิธีวัด Drawdown Period:
- บันทึกวันที่พอร์ตทำ Peak
- บันทึกวันที่พอร์ตทำ Trough (จุดต่ำสุด)
- บันทึกวันที่พอร์ตกลับมาทำนิวไฮ
- Drawdown Period = วันนิวไฮ - วันเริ่ม Drawdown
ตัวอย่าง:
- 1 ม.ค. 2024: Peak 100,000 บาท
- 15 ก.พ. 2024: Trough 85,000 บาท (MDD 15%)
- 10 เม.ย. 2024: นิวไฮ 101,000 บาท
- Drawdown Period = 100 วัน
กองทุนมืออาชีพมี benchmark Drawdown Period ไม่เกิน 90-120 วัน ถ้าเกินนั้นถือว่าระบบมีปัญหาต้องปรับปรุง
กรณีศึกษา: MDD ในตลาดทองคำ 2020
ในช่วง COVID-19 Panic (มี.ค. 2020) ตลาดทองคำผันผวนมาก ราคาทองคำเริ่มต้นปีที่ $1,517/ออนซ์ พุ่งขึ้นสูงสุด $2,067/ออนซ์ (ส.ค. 2020) แล้วปรับฐานลงมาที่ $1,765/ออนซ์ (พ.ย. 2020)
สมมติเราเทรด Long ทองด้วยพอร์ต 100,000 บาท เข้า Long เมื่อทองอยู่ที่ $1,900 ด้วยขนาด 0.2 lot (20 ออนซ์):
- จุดเข้า: $1,900
- Peak ของพอร์ต: $2,067 → กำไรลอย = (2,067 - 1,900) × 20 = $3,340 (≈ 113,560 บาท ที่อัตรา 34 บาท/ดอลลาร์)
- Trough: $1,765 → ขาดทุนจากจุดเข้า = (1,765 - 1,900) × 20 = -$2,700 (≈ -91,800 บาท)
- Equity ที่ Peak: 100,000 + 113,560 = 213,560 บาท
- Equity ที่ Trough: 100,000 - 91,800 = 8,200 บาท
- MDD: (213,560 - 8,200) ÷ 213,560 = 96.16%
นี่คือตัวอย่างสุดโหดที่แสดงว่า ถ้าเราไม่ตั้ง Stop Loss หรือไม่มี Position Sizing ที่ดี แม้จะเทรดในทิศทางถูก ก็อาจเจอ Drawdown ใกล้ 100% ทำลายพอร์ตไปตลอดกาล
บทเรียน: ถ้าใช้ Position Size 0.02 lot (2% risk) แทน 0.2 lot MDD จะอยู่ที่ประมาณ 15-20% ซึ่งฟื้นตัวได้ง่ายกว่ามาก
เครื่องมือติดตาม Drawdown
1. MT4/MT5 Account History Graph
เปิด Terminal → Account History → คลิกขวา → Save as Report → เปิดไฟล์ HTML จะเห็นกราฟ Balance และ Equity รวมกัน ระยะห่างระหว่าง 2 เส้นคือ Floating Drawdown
2. Myfxbook
เชื่อม MT4/MT5 เข้า Myfxbook.com (ฟรี) ระบบจะ Auto-calculate MDD, Drawdown Period, Recovery Factor และอื่นๆ ให้อัตโนมัติ ดูข้อมูลได้แบบ Real-time
3. Excel Template
สร้างไฟล์ติดตามด้วยคอลัมน์:
- Date | Equity | Running Peak | Drawdown % | Days in Drawdown
ปรับปรุงทุกสิ้นวัน จะเห็นภาพรวม MDD และ Trend ชัดเจน
เทคนิคลด MDD ในการเทรดจริง
1. กฎ 2% per Trade
ไม่เสี่ยงเกิน 2% ของพอร์ตต่อ 1 ออเดอร์ ถ้าพอร์ต 100,000 บาท เสี่ยงได้สูงสุด 2,000 บาท ต่อออเดอร์ วิธีนี้ทำให้แม้ขาดทุนติด 10 ครั้ง MDD ก็ยังต่ำกว่า 20%
2. Diversification แต่พอดี
แยกเงินเทรด Forex และทอง คนละพอร์ต หรือใช้หลาย Timeframe/หลายคู่เงิน แต่ไม่ควรเกิน 5 คู่ พร้อมกัน เพราะจะควบคุมไม่ไหว
3. Stop Loss เคร่งครัด
ตั้ง SL ทุกออเดอร์ ไม่มีข้อยกเว้น ถ้า SL โดน 3 ครั้งติด ให้หยุดเทรดวันนั้น รีวิวระบบก่อนกลับมาเทรดใหม่
4. Scale Down เมื่อ Drawdown 10%
ถ้าพอร์ต Drawdown ถึง 10% ให้ลด lot ลง 50% ทันที เทรดด้วย lot ต่ำจนกว่าจะทำนิวไฮ แล้วค่อยกลับมาเทรด lot เต็ม
5. รีวิว MDD ทุก Quarter
ทุก 3 เดือน ดึงข้อมูล MDD และ Drawdown Period มาวิเคราะห์ ถ้า MDD เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่ากลยุทธ์อาจไม่เหมาะกับตลาดปัจจุบัน ต้องปรับ
จิตวิทยาการรับมือกับ Drawdown
Drawdown ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่กระทบจิตใจอย่างหนัก หลายคนตัดสินใจผิดพลาดเพราะอารมณ์ในช่วง Drawdown:
- Revenge Trading: พยายามปั้นคืนด้วยการเพิ่ม lot หรือเปิดออเดอร์บ่อยขึ้น
- Analysis Paralysis: กลัวเทรดจนไม่กล้าเปิดออเดอร์แม้มี Setup ดี
- System Hopping: เปลี่ยนระบบบ่อยเกินไป ไม่ให้โอกาสระบบเดิมพิสูจน์ตัวเอง
วิธีรับมือ:
- เขียน Trading Journal — บันทึกอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละเทรด จะช่วยให้เห็นรูปแบบตัวเอง
- กำหนด Max Daily Loss — ถ้าขาดทุนถึงขีด (เช่น 5% ของพอร์ตต่อวัน) ปิดเครื่องทันที
- หา Accountability Partner — มีเพื่อนเทรดเดอร์หรือ Mentor คอยเช็กสติให้
Recovery Factor — ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัง Drawdown
Recovery Factor = กำไรสุทธิ ÷ Maximum Drawdown
ตัวอย่าง:
- กำไรสุทธิ 1 ปี = 20,000 บาท
- MDD ในปีนั้น = 10,000 บาท
- Recovery Factor = 20,000 ÷ 10,000 = 2.0
Recovery Factor > 3 ถือว่าดีมาก แสดงว่ากำไรมากกว่า Drawdown ที่เสี่ยงไปถึง 3 เท่า ถ้า < 1 แสดงว่ากำไรน้อยกว่า Drawdown ระบบมีปัญหา
สรุป Maximum Drawdown ในการบริหารพอร์ต
Maximum Drawdown ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเครื่องมือบอกความจริงของระบบเทรดเรา การติดตาม MDD อย่างสม่ำเสมอ ตั้งขีดจำกัดที่ชัดเจน และปรับ Position Size ตาม Drawdown จะช่วยให้เราอยู่รอดในตลาดได้ยาวนาน กฎทองคือ: ป้องกัน Drawdown ดีกว่าพยายามปั้นคืน เพราะ Drawdown 50% ต้องใช้กำไร 100% ถึงจะกลับมาเท่าเดิม ซึ่งยากกว่าการรักษา Drawdown ไว้ที่ 20% ตั้งแต่แรกมาก
Action Plan: วันนี้เปิด MT4 ดึง Account History ออกมา คำนวณ MDD ของเราในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ถ้าเกิน 20% ให้ลด lot ลง 50% ทันที แล้วรีวิวว่าออเดอร์ไหนทำให้ Drawdown ลึกที่สุด หาสาเหตุและแก้ไข
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Maximum Drawdown กับ Loss ต่างกันอย่างไร?
Loss คือการขาดทุนในแต่ละเทรด ส่วน Maximum Drawdown คือการวัดการลดลงสูงสุดของพอร์ตรวม นับจากจุดสูงสุด เราอาจมีหลาย Loss แต่ MDD คำนวณจากผลรวมทั้งหมด ตัวอย่าง ถ้าเรา Loss 3 ครั้งติด พอร์ตร่วงจาก 100,000 เหลือ 85,000 MDD = 15% ไม่ใช่ผลรวมของ Loss แต่ละครั้ง
2. MDD เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัยสำหรับมือใหม่?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้รักษา MDD ไว้ไม่เกิน 15% เพราะยังไม่มีประสบการณ์รับมือกับอารมณ์ใน Drawdown ลึก เมื่อมีทักษะมากขึ้น อาจขยับเป็น 20% ได้ แต่ไม่ควรเกิน 25% เด็ดขาด
3. ถ้า Drawdown ถึง 30% แล้ว ควรทำอย่างไร?
หยุดเทรดทันที อย่าพยายามปั้นคืน ให้เวลาตัวเองพัก 1-2 สัปดาห์ รีวิว Journal และหาสาเหตุที่ทำให้ Drawdown ลึก เมื่อกลับมาเทรดใหม่ ให้ลด lot ลง 50-70% และตั้ง SL เคร่งครัดกว่าเดิม
4. สามารถใช้ MDD เปรียบเทียบกลยุทธ์ได้ไหม?
ได้ แต่ต้องดูร่วมกับ Return ด้วย ใช้ตัวชี้วัด Calmar Ratio (ผลตอบแทนต่อปี ÷ MDD) กลยุทธ์ A ทำ Return 30% MDD 15% = Calmar 2.0 กลยุทธ์ B ทำ Return 40% MDD 30% = Calmar 1.33 กลยุทธ์ A ดีกว่าเพราะ Risk-adjusted Return สูงกว่า
5. Drawdown Period ควรอยู่ในช่วงไหน?
โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 90 วัน สำหรับ Day Trading และ 120 วัน สำหรับ Swing Trading ถ้าเกินนี้ แสดงว่าระบบฟื้นตัวช้า อาจต้องปรับกลยุทธ์หรือเพิ่ม Win Rate
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patihan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →