U
UHAS
XAU/USD—0.00%

Justin เทรดกองทุน กำไร $122,543.62 จาก MFF

ในปี 2023 Justin วิศวกรทดสอบอายุ 35 ปีที่มีประสบการณ์เทรดเพียง 2 ปี สามารถสร้างกำไรจากการเทรดกองทุน Forex Prop Firm ได้ถึง $122,543.62 ในเวลาเพียง 1 เดือน

P
Patiphan Uhas
29 มีนาคม 2566·4 นาทีอ่าน
แชร์
Justin เทรดกองทุน กำไร $122,543.62 จาก MFF

ในปี 2023 Justin วิศวกรทดสอบอายุ 35 ปีที่มีประสบการณ์เทรดเพียง 2 ปี สามารถสร้างกำไรจากการเทรดกองทุน Forex Prop Firm ได้ถึง $122,543.62 ในเวลาเพียง 1 เดือน ผ่านบัญชีเทรดจาก My Forex Funds (MFF) บทความนี้จะพาคุณไปดูว่าเขาใช้กลยุทธ์อะไร ทำไมถึงเลือก MFF และข้อคิดสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการก้าวสู่การเทรดแบบมืออาชีพ

สรุปสาระสำคัญ

  • Justin ได้รับ Payout $122,543.62 จาก MFF ภายในเวลา 1 เดือน จากการเทรด US30
  • เน้น Price Action + ใช้ Time Frame 1H และ 15M เพื่อหาจุดเข้าที่แนวรับแนวต้าน
  • ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ Backtest แทนที่จะใช้ Indicator ที่ซับซ้อน
  • เทรดแบบ Intraday ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน และเทรดไปตามข่าว
  • คำแนะนำสำคัญ: เทรดใน Demo ให้ชำนาญก่อน และจัดการอารมณ์ให้ดีเมื่อใช้เงินจริง

ใครคือ Justin และจุดเริ่มต้นของการเทรด

Justin อายุ 35 ปี ทำงานเป็นวิศวกรทดสอบ (Test Engineer) และผู้จัดการโครงการในศูนย์ทดสอบอุปกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นงานที่ต้องการความละเอียดรอบคอบสูง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของโรงยิมอีกด้วย

เขาเริ่มต้นเทรดในปี 2020 ช่วงเริ่มต้นของวิกฤต COVID-19 โดยมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริมที่ทำงานได้จากที่บ้าน การเทรด Forex และ CFDs กลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เขาใช้เวลาเพียง 2 ปีในการพัฒนาทักษะจนประสบความสำเร็จกับ Prop Firm ระดับโลก

เส้นทางการเรียนรู้ที่นำไปสู่ความสำเร็จ

ภายในเวลา 2 ปี Justin สามารถพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่สร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอได้ ผ่านกระบวนการดังนี้:

1. เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

  • ศึกษาจากเนื้อหาคุณภาพบน YouTube
  • ทดลองกลยุทธ์ต่างๆ โดยไม่ใช้เงินจริงในช่วงแรก

2. หาที่ปรึกษาที่เหมาะสม

  • มีพี่เลี้ยง (Mentor) อยู่ 2 คน ที่ช่วยชี้แนะและให้คำแนะนำ
  • เข้าร่วมชุมชนเทรดเดอร์ใน Discord เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์

3. ทุ่มเททำ Backtest อย่างจริงจัง

  • ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลัง (Backtesting)
  • Justin ยืนยันว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เข้าใจพฤติกรรมของตลาดมากขึ้น
TIP

Backtesting คืออะไร? คือการทดสอบกลยุทธ์การเทรดโดยใช้ข้อมูลราคาในอดีต เพื่อดูว่าถ้าใช้กลยุทธ์นั้นจะได้ผลลัพธ์อย่างไร ช่วยให้เราเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน และปรับปรุงระบบก่อนใช้เงินจริง

ทำไม Justin ถึงเลือก My Forex Funds (MFF)

Justin รู้จัก MFF จากการพูดคุยกับเพื่อนเทรดเดอร์ในกลุ่ม Discord ซึ่งมีการพูดถึง FTMO และ MFF อยู่บ่อยครั้ง หลังจากนั้นเขาได้ค้นคว้าข้อมูลของทั้งสองบริษัทอย่างละเอียด และตัดสินใจเลือก MFF ด้วยเหตุผลหลายประการที่ตอบโจทย์สไตล์การเทรดของเขา

จุดเด่นของ MFF ที่ดึงดูด Justin:

  • เงื่อนไขการสอบผ่าน Challenge และ Verification ที่ชัดเจน
  • อัตราแบ่งกำไรที่แข่งขันได้ (โดยปกติเริ่มต้นที่ 80:20)
  • ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการถือออเดอร์ข้ามคืนหรือเทรดตามข่าว
  • รองรับการเทรดในสินทรัพย์หลากหลาย รวมถึง US30 ที่เขาถนัด
INFO

Forex Prop Firm คืออะไร? คือบริษัทที่ให้เทรดเดอร์ใช้เงินทุนของบริษัทในการเทรด โดยเทรดเดอร์ต้องสอบผ่านขั้นตอนการทดสอบก่อน หากทำกำไรได้ เทรดเดอร์จะได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนที่ตกลงกัน (มักอยู่ที่ 70-90% ของกำไร)

ผลลัพธ์การเทรด: Payout $122,543.62 ใน 1 เดือน

จากการเทรดเพียง 1 บัญชีกับ MFF เป็นเวลา 1 เดือน Justin ได้รับ Payout รวม 2 ครั้ง:

  • $480 — โบนัสจากบริษัท
  • $122,543.62 — ส่วนแบ่งกำไรจากการเทรดจริง

หลักฐานการจ่ายเงิน

Justin Payout จาก MFF จำนวน $122,543.62

จากภาพแสดงหลักฐานการโอนเงินจาก MFF สู่บัญชีของ Justin ซึ่งยืนยันความน่าเชื่อถือของบริษัทในด้านการจ่ายเงินตามสัญญา

NOTE

คำเตือนสำคัญ: ผลลัพธ์การเทรดของ Justin เป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ผลเช่นเดียวกัน การเทรดมีความเสี่ยงสูง และอาจสูญเสียเงินทุนได้ทั้งหมด ควรศึกษาและฝึกฝนอย่างเพียงพอก่อนใช้เงินจริง

สไตล์การเทรดของ Justin

ลักษณะการเทรดโดยทั่วไป

Justin เป็นเทรดเดอร์ที่มีลักษณะเฉพาะ:

ไม่ใช่ Scalper แบบแท้ๆ

  • เปิดออเดอร์เพียง 1-2 ตำแหน่งต่อวัน
  • เลือกเข้าในช่วงที่ตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน (High Volatility)
  • เน้นหาจุดเข้าที่บริเวณ Supply/Demand Zone หรือแนวรับแนวต้านสำคัญ

Intraday Trader

  • ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน (Overnight Position)
  • เปิด-ปิดออเดอร์ภายในวันเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากข่าวที่ออกนอกตลาด

เลือกเทรด US30 เป็นหลัก

  • US30 หรือ Dow Jones Industrial Average มีความผันผวนสูง เหมาะกับการเทรดแบบระยะสั้น
  • มีสภาพคล่องดี เคลื่อนไหวตามข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

เทรดตามข่าว (News-Based Trading)

  • ติดตามข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ การประกาศนโยบายของ Fed
  • ใช้การเคลื่อนไหวจากข่าวเป็นโอกาสในการเข้าออเดอร์

กลยุทธ์การเทรดแบบ Step-by-Step

ขั้นตอนที่ 1: เริ่มต้นที่ Time Frame 1 ชั่วโมง (1H)

  • เปิดกราฟ US30 ใน Time Frame 1H
  • วาดเส้นแนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) บนกราฟ
  • ดูภาพรวมของเทรนด์ว่าตลาดกำลังขาขึ้น ขาลง หรือแกว่งตัว (Sideways)

ขั้นตอนที่ 2: Zoom In สู่ Time Frame 15 นาที (15M)

  • เมื่อเห็นแนวรับ/แนวต้านที่สนใจแล้ว ให้ซูมเข้าไปดูรายละเอียดใน Time Frame 15 นาที
  • มองหา Price Action ที่บ่งบอกถึงการกลับตัวหรือการเบรกเอาท์

ขั้นตอนที่ 3: มองหาเทรนด์และเปิดออเดอร์

  • รอให้ราคาเข้ามาทดสอบบริเวณแนวรับ/แนวต้าน
  • หาสัญญาณยืนยันจาก Candlestick Pattern (เช่น Pin Bar, Engulfing)
  • เปิดออเดอร์ซื้อ (Buy) หรือขาย (Sell) ตามทิศทางที่วิเคราะห์

ขั้นตอนที่ 4: จัดการความเสี่ยงและออกจากออเดอร์

  • ตั้ง Stop Loss ไว้นอกโซน Support/Resistance
  • ตั้ง Take Profit ที่แนวต้านถัดไปหรือใช้ Risk:Reward อย่างน้อย 1:2
  • ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน ปิดทุกออเดอร์ก่อนตลาดปิด

เทคนิคพิเศษ: เน้น Price Action มากกว่า Indicator

Justin เคยใช้ Indicator หลายตัวในช่วงแรก แต่ปัจจุบันเลิกใช้เกือบทั้งหมด เพราะพบว่า:

  • Indicator ทำให้สับสนและตัดสินใจยาก
  • Price Action แสดงพฤติกรรมของตลาดได้ตรงจุดกว่า
  • บางครั้งใช้ Session Indicator เท่านั้น เพื่อดูว่าตลาดไหนกำลังเปิด (เช่น Asian, London, New York Session)
แผนภาพการอ่าน Price Action: ดูเทรนด์จากโครงสร้างฐานที่ยกสูง รอราคาย่อเข้าโซนฐานเดิม แล้วหาแท่งกลับตัวเป็นสัญญาณเข้า โดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์
แผนภาพการอ่าน Price Action: ดูเทรนด์จากโครงสร้างฐานที่ยกสูง รอราคาย่อเข้าโซนฐานเดิม แล้วหาแท่งกลับตัวเป็นสัญญาณเข้า โดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์

คำพูดจาก Justin:

"เมื่อก่อนเคยใช้ Indicator เยอะมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว มันทำให้สับสนและตัดสินใจยาก ส่วนใหญ่ผมจะดูแค่ Price Action เพียงอย่างเดียว บางครั้งใช้ Session Indicator เสริมบ้าง"

TIP

Price Action คืออะไร? คือการวิเคราะห์ตลาดจากการเคลื่อนไหวของราคาโดยตรง โดยไม่ต้องพึ่ง Indicator การอ่าน Candlestick Pattern, แนวรับแนวต้าน และโครงสร้างของราคาจะช่วยให้เห็นภาพตลาดได้ชัดเจน

การทำ Backtest เป็นกุญแจสำคัญ

Justin ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำ Backtesting เพื่อหาว่าการเทรดใน Session ไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ผลการทดสอบพบว่า:

  • London Session (14:00-20:00 น. ตามเวลาไทย) และ New York Session (20:00-02:00 น. ตามเวลาไทย) มีความผันผวนสูง เหมาะกับการเทรด US30
  • Asian Session มีการเคลื่อนไหวน้อยกว่า Justin จึงหลีกเลี่ยงช่วงนี้
แผนภาพการทำงานของ EA: วนลูปรับราคา เช็คเงื่อนไขตามกฎ ส่งคำสั่ง และคุมความเสี่ยง พร้อมกราฟเปรียบเทียบผลทดสอบย้อนหลังที่สวยกว่าผลรันจริงเสมอ
แผนภาพการทำงานของ EA: วนลูปรับราคา เช็คเงื่อนไขตามกฎ ส่งคำสั่ง และคุมความเสี่ยง พร้อมกราฟเปรียบเทียบผลทดสอบย้อนหลังที่สวยกว่าผลรันจริงเสมอ

คำแนะนำจาก Justin สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

จากประสบการณ์ 2 ปีและความสำเร็จที่โดดเด่น Justin มีข้อแนะนำสำหรับเทรดเดอร์ที่กำลังเริ่มต้น:

1. ทุ่มเทเวลากับการทำ Backtest

ทำไมต้อง Backtest?

  • ช่วยให้เห็นว่ากลยุทธ์ของเราได้ผลจริงหรือไม่
  • เข้าใจพฤติกรรมของตลาดในสถานการณ์ต่างๆ
  • สร้างความมั่นใจก่อนใช้เงินจริง

วิธีทำ Backtest ที่มีประสิทธิภาพ:

  • ใช้เครื่องมือย้อนข้อมูลในแพลตฟอร์ม MetaTrader 4/5 หรือ TradingView
  • ทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลังอย่างน้อย 100-200 เทรด
  • บันทึกผลลัพธ์และปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง

2. เทรดในบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริง

อย่ารีบใช้เงินจริงทันที เริ่มต้นด้วย:

  • เปิดบัญชี Demo (บัญชีทดลอง) กับโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ
  • ทดสอบกลยุทธ์ที่ผ่านการ Backtest แล้วในสภาวะตลาดจริง
  • เทรดให้ได้กำไรสม่ำเสมออย่างน้อย 3-6 เดือน ก่อนเปลี่ยนเป็นเงินจริง

3. จัดการอารมณ์เมื่อเทรดด้วยเงินจริง

ปัญหาอารมณ์ที่พบบ่อย:

  • กลัวขาดทุน (Fear of Losing) — ทำให้ตั้ง Stop Loss แคบเกินไป
  • โลภ (Greed) — ถือออเดอร์นานเกินไป หวังกำไรมากเกิน
  • ผิดหวัง (Frustration) — เมื่อขาดทุนติดต่อกัน อาจเปิดออเดอร์เพื่อแก้ตัว

วิธีจัดการ:

  • ใช้ Trading Journal บันทึกทุกการเทรดและอารมณ์ที่เกิดขึ้น
  • กำหนด Risk per Trade ไว้ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุน
  • หยุดเทรดชั่วคราวหากขาดทุนติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป

4. อย่ายอมแพ้ในการหากลยุทธ์ที่เหมาะสม

ทุกคนมีสไตล์การเทรดที่แตกต่างกัน:

  • บางคนเหมาะกับ Scalping ภายใน 1-5 นาที
  • บางคนชอบ Swing Trading ถือออเดอร์หลายวัน
  • กลยุทธ์ที่ได้ผลกับคนอื่นอาจไม่เวิร์คกับคุณ

กุญแจสำคัญ:

  • ทดลองหลายกลยุทธ์จนเจอที่เหมาะกับตัวเอง
  • ไม่ควรเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป ให้เวลากับมันอย่างน้อย 1-2 เดือน
  • บันทึกผลและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

เป้าหมายในอนาคตของ Justin

หลังจากประสบความสำเร็จกับ MFF แล้ว Justin มีแผนในระยะยาวที่ชัดเจน:

1. เป็นเทรดเดอร์แบบ Full-Time

ปัจจุบัน Justin ยังคงทำงานประจำอยู่ แต่เป้าหมายคือ:

  • สร้างรายได้จากการเทรดให้มั่นคงพอที่จะลาออกจากงานประจำ
  • พัฒนาทักษะให้เข้าถึงระดับที่สามารถเทรดเป็นอาชีพหลักได้
  • ขยายพอร์ตการเทรดไปยัง Prop Firm อื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

2. สร้างชุมชนเทรดเดอร์บน Discord

เขาต้องการตอบแทนชุมชนที่ช่วยให้เขาเติบโต โดย:

  • สร้างกลุ่ม Discord สำหรับแชร์ไอเดียการเทรดและประสบการณ์
  • ให้คำปรึกษาแก่เทรดเดอร์มือใหม่ที่ต้องการเรียนรู้
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์

สรุป: บทเรียนจากความสำเร็จของ Justin

Justin แสดงให้เห็นว่าการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์นานหลายสิบปี ภายในเวลาเพียง 2 ปี เขาสามารถสร้างกำไร $122,543.62 จากการเทรดกองทุนกับ MFF ได้ ด้วย:

1. การเรียนรู้อย่างจริงจัง

  • ศึกษาด้วยตัวเอง + หาพี่เลี้ยงที่ดี
  • ทำ Backtesting อย่างเข้มข้นจนเข้าใจตลาดลึกซึ้ง

2. กลยุทธ์ที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ

  • เน้น Price Action มากกว่า Indicator ที่ซับซ้อน
  • เทรดเฉพาะสินทรัพย์ที่ถนัด (US30) ในช่วงเวลาที่เหมาะสม (London/New York Session)

3. การจัดการความเสี่ยงที่ดี

  • ไม่ถือออเดอร์ข้ามคืน เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนที่ควบคุมไม่ได้
  • เปิดออเดอร์ไม่เยอะ แต่เน้นคุณภาพของจุดเข้า

4. การเลือก Prop Firm ที่เหมาะสม

  • MFF ตอบโจทย์สไตล์การเทรดของเขา โดยไม่มีข้อจำกัดที่เข้มงวดเกินไป
  • ได้รับการจ่ายเงินอย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเทรด เรื่องราวของ Justin เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ด้วยการเตรียมตัวที่ดี กลยุทธ์ที่ชัดเจน และความอดทน คุณก็สามารถเติบโตได้ในโลกของการเทรดแบบมืออาชีพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. Forex Prop Firm คืออะไร และทำงานอย่างไร?

Forex Prop Firm หรือ Proprietary Trading Firm คือบริษัทที่ให้เทรดเดอร์ใช้เงินทุนของบริษัทในการเทรด โดยเทรดเดอร์ต้องผ่านการทดสอบ (Challenge + Verification) ก่อน หากทำกำไรได้ เทรดเดอร์จะได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนที่ตกลง เช่น 80:20 หรือ 90:10 ข้อดีคือเทรดเดอร์ไม่ต้องเสี่ยงเงินทุนใหญ่ของตัวเอง

2. My Forex Funds (MFF) น่าเชื่อถือหรือไม่?

MFF เป็นหนึ่งใน Prop Firm ที่มีชื่อเสียงในวงการ มีการจ่าย Payout ให้กับเทรดเดอร์หลายพันคนมาแล้ว รวมถึงกรณีของ Justin ที่ได้รับ $122,543.62 อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาเงื่อนไขการสอบและข้อกำหนดอย่างละเอียดก่อนสมัคร และเริ่มจากบัญชีขนาดเล็กเสียก่อน

3. ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเทรดได้กำไรแบบ Justin?

Justin ใช้เวลา 2 ปีในการฝึกฝนและทำ Backtesting อย่างจริงจัง ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่น เวลาที่ทุ่มเท และการเรียนรู้จากความผิดพลาด บางคนอาจใช้เวลา 1 ปี บางคนอาจใช้เวลา 5 ปี สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้อย่างถูกวิธีและอดทน

**4. Backtesting สำคัญอย่างไร และทำอย

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง