U
UHAS
XAU/USD—0.00%

เทคนิคการเทรดง่ายๆ ด้วย กลยุทธ์ Heiken Ashi

กราฟ Heiken Ashi เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นแนวโน้มและจังหวะกลับตัวของราคาได้ชัดเจนกว่ากราฟแท่งเทียนทั่วไป

P
Patiphan Uhas
27 มิถุนายน 2566·4 นาทีอ่าน
แชร์
เทคนิคการเทรดง่ายๆ ด้วย กลยุทธ์ Heiken Ashi

กราฟ Heiken Ashi เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นแนวโน้มและจังหวะกลับตัวของราคาได้ชัดเจนกว่ากราฟแท่งเทียนทั่วไป บทความนี้จะอธิบายหลักการทำงาน วิธีอ่านสัญญาณ และกลยุทธ์การเทรดด้วย Heiken Ashi ร่วมกับแนวคิด Supply & Demand แบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างจริงที่นำไปใช้ได้ทันที

สรุปสาระสำคัญ

  • Heiken Ashi คำนวณค่าเฉลี่ยของราคาเปิด-ปิด-สูง-ต่ำ ทำให้กราฟดูเรียบกว่าแท่งเทียนปกติ และมี noise น้อยลง
  • ไส้เทียนยาวหลายแท่งติดกัน = สัญญาณเตือนการกลับตัว ยิ่งไส้ยาวหนาแน่น ความน่าเชื่อถือยิ่งสูง
  • แท่งสีเดียวกันเรียงยาว (ไม่มีไส้ตรงข้าม) = เทรนด์แข็งแกร่ง เหมาะเข้าตามเทรนด์
  • ใช้ร่วมกับ Demand/Supply Zone เพื่อหาจุดเข้าที่มีความเสี่ยงต่อผลตอบแทนดี (Risk-Reward Ratio ≥ 1:2)
  • ไม่ควรดูไส้ยาวเพียงแท่งเดียว — ต้องรอกลุ่มหลายแท่งจึงยืนยันสัญญาณได้

Heiken Ashi คืออะไร

Heiken Ashi (平均足) แปลตรงตัวว่า "ค่าเฉลี่ยของเท้า" หรือ "การเดินเฉลี่ย" เป็นกราฟแท่งเทียนที่คำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคา (Open, High, Low, Close) ในช่วงเวลาก่อนหน้าและปัจจุบัน ทำให้เส้นกราฟดูเรียบและกรองสัญญาณรบกวน (market noise) ได้ดีกว่าแท่งเทียนปกติ

สูตรคำนวณ Heiken Ashi:

  • HA Close = (Open + High + Low + Close) ÷ 4
  • HA Open = (HA Open แท่งก่อน + HA Close แท่งก่อน) ÷ 2
  • HA High = ค่าสูงสุดของ (High, HA Open, HA Close)
  • HA Low = ค่าต่ำสุดของ (Low, HA Open, HA Close)

เทรดเดอร์หลายคนใช้ Heiken Ashi เพื่อ:

  1. ตัดสัญญาณผิดพลาด (false signals) ในตลาด sideways
  2. ระบุทิศทางเทรนด์และโมเมนตัมได้เร็วขึ้น
  3. ตัดสินใจถือออเดอร์ต่อหรือปิดก่อนครบเป้า
INFO

Heiken Ashi ไม่ใช่ indicator แยกต่างหาก แต่เป็นรูปแบบกราฟทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถเปิดใช้ใน MetaTrader 4/5, TradingView หรือแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ได้ทันที

ความแตกต่างระหว่างกราฟปกติกับ Heiken Ashi

เมื่อเทียบกับกราฟแท่งเทียนมาตรฐาน Heiken Ashi มีลักษณะสำคัญดังนี้:

ลักษณะกราฟปกติ (Candlestick)Heiken Ashi
การเปลี่ยนสีเปลี่ยนทุกครั้งที่ราคาปิดสูง/ต่ำกว่าเปิดเปลี่ยนเมื่อมีการกลับตัวชัดเจน
จุดเปิดแท่งใหม่เริ่มที่ราคาปิดแท่งก่อนเริ่มที่จุดกึ่งกลาง (midpoint) ของแท่งก่อน
ความถี่ของไส้มีไส้บน-ล่างบ่อยครั้งไส้สั้นหรือไม่มีในเทรนด์แรง
การกรอง noiseแสดงความผันผวนทุกจุดปรับเรียบให้มองเห็นเทรนด์หลักง่ายขึ้น

ตัวอย่าง: เทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแกร่ง จะเห็นแท่งสีเขียวยาวๆ ต่อเนื่อง โดยมีไส้สั้นหรือไม่มีไส้ด้านล่างเลย แสดงว่าแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการทดสอบแนวรับภายใน

บนกราหปกติ คุณอาจเห็นแท่งสีแดงปนอยู่ระหว่างทาง ทำให้สับสนว่าเทรนด์จะจบหรือไม่ แต่บน Heiken Ashi ตราบใดที่ยังไม่เจอไส้ยาว 3–5 แท่งติดกัน แนวโน้มหลักยังคงแข็งแกร่ง

วิเคราะห์จุดกลับเทรนด์ด้วยไส้เทียน

หลักการสำคัญของกลยุทธ์ Heiken Ashi คือดูความยาวและทิศทางของไส้เทียน:

ไส้เทียนยาว = ความผันผวนและสัญญาณเตือน

  • ไส้ยาวด้านบน (upper wick) ในเทรนด์ขาขึ้น → แรงซื้อกำลังอ่อนแรง ผู้ขายเริ่มเข้ามาทดสอบราคา
  • ไส้ยาวด้านล่าง (lower wick) ในเทรนด์ขาลง → แรงขายกำลังสะดุด ผู้ซื้อเริ่มเข้ามารับราคา
กลยุทธ์ Heiken Ashi

จากภาพด้านบน ตรงตำแหน่งลูกศร คุณจะเห็นแท่งเทียนที่มีไส้ยาวด้านบน ในขณะที่ body (ลำตัว) สั้น นั่นหมายความว่า:

  • ราคาพยายามขึ้นไปทดสอบจุดสูงแต่ถูกปฏิเสธ
  • โมเมนตัมขาขึ้นกำลังจางหาย
  • มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะเริ่มกลับตัวลง

สัญญาณหลอก: ไส้ยาวเพียงแท่งเดียว

NOTE

การปรากฏไส้ยาวเพียงแท่งเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการกลับตัว เพราะอาจเป็นเพียงการ retest แนวรับ-ต้านแบบชั่วคราว

กลยุทธ์ Heiken Ashi

ในภาพนี้ มีไส้ยาวด้านบนปรากฏ 1 แท่ง หลังจากนั้นราคากลับขึ้นต่อ — นี่คือสัญญาณหลอก (false signal) ที่หากคุณเข้า SELL ตรงนั้นจะขาดทุน

สัญญาณที่แข็งแกร่ง: ไส้ยาวทับซ้อนหลายแท่ง

กลยุทธ์ Heiken Ashi

ภาพนี้แสดงไส้ยาวทับซ้อนกัน 4–5 แท่ง ในช่วงราคาเดียวกัน นั่นคือสัญญาณที่แข็งแกร่งว่า:

  • แรงซื้อถูกปฏิเสธหลายครั้งติดต่อกัน
  • ผู้ขายมีอำนาจเหนือกว่า
  • มีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวหรือชะลอตัว

กฎสำคัญ: ต้องมีไส้ยาวอย่างน้อย 3 แท่งติดกัน และต้องอยู่ในระดับราคาเดียวกัน จึงจะถือว่าเป็นสัญญาณน่าเชื่อถือ

สัญญาณเข้าเทรดด้วย Heiken Ashi

กฎการหาจุดเข้า Entry Signal

กลยุทธ์ Heiken Ashi

จากภาพ คุณจะเห็นแท่งเทียนที่มีไส้ยาวด้านล่าง หลายแท่งติดกัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า:

  1. ราคาถูกกดลงมาแต่ถูกรับไว้ที่ระดับต่ำ
  2. มีแรงซื้อแฝงอยู่ (hidden demand)
  3. มีโอกาสเกิดเทรนด์ขาขึ้นใหม่

หลักการทั่วไป:

  • ไส้ยาวด้านล่างในเทรนด์ขาลง → พิจารณา BUY
  • ไส้ยาวด้านบนในเทรนด์ขาขึ้น → พิจารณา SELL

ยิ่งไส้ยาวมาก เทรนด์ใหม่มีโอกาสแข็งแกร่งมาก เพราะแสดงว่ามีการสะสมแรงซื้อ/ขายอย่างหนัก

กลยุทธ์การเทรด: Heiken Ashi + Supply & Demand Zone

การใช้ Heiken Ashi เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ — คุณต้องรู้ว่าที่ไหนเป็นจุดเข้าที่ดี โดยอาศัยแนวคิด Demand และ Supply Zone ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงซื้อ-ขายหนาแน่น

แผนภาพโซน Supply และ Demand: โซน Demand คือฐานสะสมก่อนราคาวิ่งขึ้นแรง โซน Supply คือยอดก่อนราคาร่วงแรง การกลับเข้าโซนครั้งแรกมีโอกาสทำงานสูงสุด
แผนภาพโซน Supply และ Demand: โซน Demand คือฐานสะสมก่อนราคาวิ่งขึ้นแรง โซน Supply คือยอดก่อนราคาร่วงแรง การกลับเข้าโซนครั้งแรกมีโอกาสทำงานสูงสุด

กลยุทธ์สำหรับเทรนด์ขาลง (Downtrend)

เมื่อราคาอยู่ในเทรนด์ขาลง คุณรอจังหวะที่ราคา pullback (ดีดกลับขึ้น) เข้า Demand Zone และเกิดไส้ยาวด้านล่าง จากนั้นเข้า BUY

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน

ขั้นตอน:

  1. ระบุเทรนด์ขาลง จากแท่งสีแดงยาวๆ ติดต่อกันหลายแท่ง
  2. หาไส้ยาวด้านล่าง 3–5 แท่ง ที่เกิดขึ้นติดกัน
  3. วาด Demand Zone ที่ครอบคลุมพื้นที่ไส้ยาวเหล่านั้น
  4. รอราคาดีดกลับเข้าโซน แล้วเข้า BUY เมื่อแท่งเทียนกลับมาเป็นสีเขียว
  5. Stop Loss: ใต้ Demand Zone ประมาณ 5–10 pips
  6. Take Profit: 1:2 หรือ 1:3 ของ SL
กลยุทธ์ Heiken Ashi กลยุทธ์ Heiken Ashi

จากตัวอย่าง:

  • Demand Zone ถูกวาดที่ระดับที่มีไส้ยาว 4 แท่งซ้อนกัน
  • ราคาดีดกลับเข้าโซนและเปลี่ยนเป็นแท่งสีเขียว
  • ผลลัพธ์: ราคาพุ่งขึ้น ทำ Take Profit ได้เต็มเป้า

กลยุทธ์สำหรับเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend)

เมื่อราคาอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น คุณรอจังหวะที่ราคา pullback (ปรับตัวลง) เข้า Supply Zone และเกิดไส้ยาวด้านบน จากนั้นเข้า SELL

ขั้นตอน:

  1. ระบุเทรนด์ขาขึ้น จากแท่งสีเขียวยาวๆ ติดต่อกัน
  2. หาไส้ยาวด้านบน 3–5 แท่ง ที่เกิดขึ้นติดกัน
  3. วาด Supply Zone ที่ครอบคลุมพื้นที่ไส้ยาวเหล่านั้น
  4. รอราคาดีดกลับเข้าโซน แล้วเข้า SELL เมื่อแท่งเทียนกลับมาเป็นสีแดง
  5. Stop Loss: เหนือ Supply Zone ประมาณ 5–10 pips
  6. Take Profit: 1:2 หรือ 1:3 ของ SL
กลยุทธ์ Heiken Ashi กลยุทธ์ Heiken Ashi

จากตัวอย่าง:

  • Supply Zone ถูกวาดที่จุดที่มีไส้ยาว 5 แท่งทับซ้อนกัน
  • ราคาดีดกลับเข้าโซนและเปลี่ยนเป็นแท่งสีแดง
  • ผลลัพธ์: ราคาร่วงลง ทำ Take Profit ได้ตามเป้า
TIP

เทคนิคเพิ่มเติม: ใช้ Heiken Ashi บน timeframe M15 หรือ H1 เพื่อหาจุดเข้า แต่ดูเทรนด์หลักบน H4 หรือ D1 ก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณเทรดไปตามกระแสใหญ่

ข้อควรระวังและข้อจำกัด

1. Heiken Ashi ไม่แสดงราคาจริง

เนื่องจากเป็นการคำนวณค่าเฉลี่ย ราคาเปิด-ปิดบน Heiken Ashi ไม่ตรงกับราคาจริง ดังนั้น:

  • ห้ามใช้ Heiken Ashi เพียงอย่างเดียวในการตั้ง Stop Loss แบบละเอียด
  • ควรเปิดกราฟปกติขนานไปด้วย เพื่อดูจุด High/Low ที่แท้จริง

2. ไม่เหมาะกับตลาด Sideways

เมื่อตลาดไม่มีทิศทาง Heiken Ashi จะยังคงแสดงไส้ยาวบ่อยครั้ง และอาจทำให้คุณเข้า-ออกบ่อยเกินไป ควร:

  • รอเทรนด์ชัดเจนก่อนเข้า
  • หรือใช้ร่วมกับ indicator อื่นๆ เช่น Bollinger Bands เพื่อกรอง sideways

3. สัญญาณช้ากว่ากราฟปกติเล็กน้อย

เนื่องจากเป็นการปรับค่าเฉลี่ย สัญญาณจาก Heiken Ashi จะช้ากว่าเล็กน้อย (1–2 แท่ง) เมื่อเทียบกับกราฟปกติ คุณต้อง:

  • ยอมรับว่าจะพลาด entry ที่ดีที่สุดนิดหน่อย แต่ได้ความแม่นยำสูงขึ้น
  • ไม่ไล่ตามราคาหาก setup ไม่สมบูรณ์

4. ต้องฝึกจำนวนไส้ยาว

เครื่องมือวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่มีฟีเจอร์นับจำนวนไส้ยาวให้อัตโนมัติ คุณต้อง:

  • ฝึกสังเกตและนับเองจากกราฟ
  • ใช้ backtesting เพื่อปรับจำนวนที่เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ (บางคนใช้ 3 แท่ง บางคนใช้ 5 แท่ง)

ตัวอย่างการตั้งค่าบน TradingView

หากคุณใช้ TradingView สามารถเปิด Heiken Ashi ได้ดังนี้:

  1. คลิกที่ชื่อคู่เงิน (เช่น "EURUSD") มุมซ้ายบน
  2. เลือก "Heikin Ashi" จากเมนู
  3. ปรับสี: แนะนำใช้สีเขียว (ขาขึ้น) และสีแดง (ขาลง) เพื่อความชัดเจน
  4. เพิ่ม indicator: แนะนำใช้ EMA 50 หรือ EMA 200 เพื่อดูทิศทางเทรนด์หลัก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Heiken Ashi ใช้ได้กับทุกคู่เงินหรือไม่?

ใช้ได้ทุกคู่เงิน ทุก timeframe แต่จะเห็นผลชัดที่สุดบน H1, H4, และ D1 เพราะมี noise น้อยกว่า M5 หรือ M15 สำหรับคู่เงินที่มีความผันผวนสูง (เช่น GBPJPY) ควรใช้ร่วมกับ ATR เพื่อปรับ Stop Loss ให้เหมาะสม

ควรใช้กี่แท่งเทียนในการยืนยันสัญญาณ?

แนะนำอย่างน้อย 3 แท่ง สำหรับสัญญาณกลับตัว และ 5 แท่ง ขึ้นไปสำหรับเทรนด์แข็งแกร่ง หากคุณเทรดแบบ scalping อาจลดเหลือ 2 แท่ง แต่ต้องมี indicator อื่นช่วยยืนยัน เช่น RSI หรือ MACD

Heiken Ashi ใช้ร่วมกับ indicator อะไรได้บ้าง?

  • Moving Average (EMA 50, 200): ดูทิศทางเทรนด์หลัก
  • RSI: กรองสัญญาณ overbought/oversold
  • MACD: ยืนยันโมเมนตัม
  • Bollinger Bands: หาพื้นที่ราคา extreme
  • Volume: ยืนยันความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหว

ทำไม Heiken Ashi ถึงไม่เหมาะกับ Scalping?

เนื่องจากสัญญาณช้ากว่ากราฟปกติ 1–2 แท่ง ซึ่งใน scalping คุณต้องการ entry แม่นยำถึงจุด หากใช้ Heiken Ashi อาจพลาด pip ดีๆ ไป 5–10 pips แต่ถ้าคุณเทรด swing trading หรือ position trading จะเหมาะสมกว่า

ควรใช้ Risk-Reward Ratio เท่าไหร่?

แนะนำ 1:2 ถึง 1:3 เพราะ Heiken Ashi ให้สัญญาณที่ค่อนข้างชัด หาก setup ดี คุณอาจใช้ 1:4 ได้ แต่อย่าใช้ต่ำกว่า 1:1.5 เพราะจะไม่คุ้มค่าในระยะยาว

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง