การวิเคราะห์กราฟด้วย Price Action 12 รูปแบบ ตามหลักสูตร RTM
การวิเคราะห์กราฟด้วย Price Action เป็นทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์ Forex ทุกคนควรเชี่ยวชาญ เพราะกราฟราคาคือหลักฐานที่แท้จริงของพฤติกรรมการซื้อขายในตลาด

การวิเคราะห์กราฟด้วย Price Action เป็นทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์ Forex ทุกคนควรเชี่ยวชาญ เพราะกราฟราคาคือหลักฐานที่แท้จริงของพฤติกรรมการซื้อขายในตลาด บทความนี้เราจะพาคุณทำความรู้จักกับ 12 รูปแบบ Price Action ตามหลักสูตร Read the Market (RTM) ที่ช่วยให้คุณอ่านทิศทางตลาดได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งอินดิเคเตอร์ซับซ้อนมากมาย หากคุณเคยรู้สึกสับสนว่าทำไมราคาถึงเคลื่อนไหวในลักษณะนั้น หรือต้องการเพิ่มความแม่นยำในการเข้าออเดอร์ — เนื้อหานี้คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา
สรุปสาระสำคัญ
- Price Action แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก: Past (อดีต) 6 รูปแบบ, Approach (การเข้าใกล้) 2 รูปแบบ, และ Reaction (ปฏิกิริยา) 4 รูปแบบ
- ตลาดมีเพียง 2 เทรนด์จริงๆ คือขาขึ้นและขาลง — ไม่มี 'Sideways Trend' ในความหมายที่แท้จริง
- Supply and Demand Zones คือรากฐานของ Price Action ทั้งหมด — เข้าใจหลักนี้แล้วจะอ่านกราฟได้ง่ายขึ้น
- รูปแบบ Engulf, Quasimodo, และ FTR เป็นสัญญาณกลับตัวและต่อเนื่องที่ใช้บ่อยที่สุดในการเทรดจริง
ทำไมต้องเรียนรู้ Price Action
การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีเครื่องมือมากมาย แต่ Price Action ถือเป็นหัวใจหลักที่ไม่มีวันล้าสมัย เพราะกราฟราคาสะท้อนพฤติกรรมของเทรดเดอร์ทุกคนในตลาด — ทั้งความโลภ ความกลัว และจังหวะการทำกำไรของสถาบัน

เมื่อคุณเข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวอย่างไร ณ จุดใดจุดหนึ่ง คุณจะสามารถ:
- ระบุโซนราคาที่มีแรงซื้อขายหนาแน่น (Supply/Demand)
- คาดการณ์จุดกลับตัวหรือจุดพักฐาน ได้แม่นยำขึ้น
- หลีกเลี่ยงการเข้าออเดอร์ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม เช่น ช่วง Compression หรือ Flag Limit
หลักสูตร RTM (Read the Market) จัดระเบียบ Price Action ให้เป็นระบบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่:
- Past — สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต (6 รูปแบบ)
- Approach — การเข้าใกล้โซนสำคัญ (2 รูปแบบ)
- Reaction — ปฏิกิริยาเมื่อราคาถึงโซน (4 รูปแบบ)
ความจริงเกี่ยวกับเทรนด์: มีเพียง 2 แบบเท่านั้น
หลายคนเรียนมาว่าเทรนด์มี 3 ประเภท: ขาขึ้น (Uptrend) ขาลง (Downtrend) และแนวนอน (Sideways) แต่ในความเป็นจริง Sideways ไม่ใช่เทรนด์จริง เพราะ:
- ราคายังคงมีการซื้อขายขึ้นลง แม้จะอยู่ในช่วงแคบๆ
- คุณสามารถวางคำสั่ง Buy หรือ Sell ได้เพียง 2 ประเภท ไม่มีคำสั่ง "Sideways"
- ในช่วงที่เรียกว่า Sideways นั้น ตลาดกำลังสะสมแรงก่อนเลือกทิศทาง
ดังนั้น มองตลาดแบบ Binary จะชัดเจนกว่า: ราคากำลังขึ้นหรือลง — และคุณต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน
กลุ่มที่ 1: Past — 6 รูปแบบที่อธิบายอดีต
1. Supply and Demand: รากฐานของทุกอย่าง
Supply และ Demand คือ โซนราคาที่เทรดเดอร์วางคำสั่งซื้อขายหนาแน่น ทำให้ราคาหยุดชะงักหรือกลับตัว:
- Supply Zone (โซนอุปทาน): พื้นที่ที่คนส่วนใหญ่ต้องการขาย — มักอยู่ด้านบน
- Demand Zone (โซนอุปสงค์): พื้นที่ที่คนต้องการซื้อ — มักอยู่ด้านล่าง
การเกิด Supply/Demand แบ่งเป็น 4 รูปแบบย่อย:
- RBD (Rally-Base-Drop): วิ่งขึ้น พักฐาน พุ่งลง → Supply Zone
- DBR (Drop-Base-Rally): พุ่งลง พักฐาน วิ่งขึ้น → Demand Zone
- RBR (Rally-Base-Rally): วิ่งขึ้น พักฐาน วิ่งขึ้นต่อ → Demand Zone ใน Uptrend
- DBD (Drop-Base-Drop): พุ่งลง พักฐาน พุ่งลงต่อ → Supply Zone ใน Downtrend
โซน RBD/DBR มักแรงกว่า RBR/DBD เพราะเป็นจุดที่ราคา "เปลี่ยนทิศ" ชัดเจน ในขณะที่ RBR/DBD เป็นการพักฐานระหว่างทาง
2. Support and Resistance: แนวรับแนวต้านจาก Demand/Supply
Support (แนวรับ) และ Resistance (แนวต้าน) เกิดจาก Demand และ Supply ที่ยังไม่หมด — ราคาจึงตีกลับเมื่อมาถึง:

- Support = Demand Zone ที่ราคาเคยตีกลับขึ้นหลายครั้ง
- Resistance = Supply Zone ที่ราคาเคยตีกลับลงหลายครั้ง
เมื่อราคาทะลุ Support/Resistance ได้ แสดงว่า ปริมาณคำสั่งในโซนนั้นหมดแล้ว หรือมี Order ฝั่งตรงข้ามเข้ามาล้นมือ
3. PAZ (Price Action Zones): โซนที่เกิด PA หนาแน่น
PAZ ย่อมาจาก Price Action Zones — พื้นที่ที่มีการเกิด Price Action แบบต่างๆ เช่น:
- Poles (เสาราคา): แท่งเทียนยาวที่แสดงแรงซื้อขายรุนแรง
- Flags (ธง): พักฐานหลัง Pole ก่อนไปต่อ
- Stacked Supply/Demand: โซนที่มีหลาย Base ซ้อนกัน
- Compression: พื้นที่ที่ราคากระจุกตัว (จะอธิบายใน Approach)
ยิ่งราคา Fail to Return (FTR) ที่ PAZ บ่อยครั้ง โซนนั้นยิ่งแข็งแกร่ง
4. Caps on Price (RBD/DBR): จุดฝาราคา
Caps on Price คือ RBD/DBR ที่ราคาพุ่งมาแล้วชนแล้วกลับ แต่ไม่สามารถทำ New Low/High ได้ — สัญญาณว่าแนวโน้มอาจกลับตัว:
- ราคาพุ่งขึ้นมาถึง RBD (Supply)
- เกิดการทำกำไร → ราคาร่วง (Engulf หรือ Compression)
- แต่ร่วงไม่ลึก (ไม่ทำ New Low) → สัญญาณว่ามี Demand รองรับ
- โอกาสสูงที่ราคาจะพุ่งกลับขึ้นไปทดสอบ Supply อีกครั้ง
Caps on Price ใช้ได้ดีในเทรนด์ที่ชัด แต่ถ้าตลาดแกว่งตัวรุนแรง (Choppy) อาจเกิด False Signal ได้ง่าย — ควรรอ Confirmation เพิ่มเติม
5. Flag Limits (DBD/RBR): ขอบธงที่กั้นโมเมนตัม
Flag Limits เกิดหลังจาก Long Pole (เสาราคายาว) ขึ้นหรือลงแรงๆ แล้วราคาเริ่มแกว่งตัวแบบ Sideways:

- DBD Flag Limit: หลังพุ่งลงยาว → พักฐานแบบแกว่งตัว → อาจลงต่อ
- RBR Flag Limit: หลังวิ่งขึ้นยาว → พักฐานแบบแกว่งตัว → อาจขึ้นต่อ
พื้นที่ Flag Limit คือจุดที่ตลาด เปลี่ยน Momentum ชั่วคราว — เหมาะกับการเทรด Supply/Demand ภายในธง
6. Fail to Return (FTR): ไม่สามารถกลับมาได้
FTR คือสถานการณ์ที่ราคา พยายามกลับมาทดสอบโซนเดิม แต่ไม่สำเร็จ — แสดงว่าเทรนด์เดิมแข็งแกร่งมาก:
- ในขาขึ้น: ราคาพักฐานแล้ววิ่งขึ้นต่อ → ไม่กลับมาทดสอบ Demand เดิม
- ในขาลง: ราคาพักฐานแล้วพุ่งลงต่อ → ไม่กลับมาทดสอบ Supply เดิม
FTR บ่อยครั้ง = เทรนด์แรง → เหมาะกับ Trend-Following Strategy
กลุ่มที่ 2: Approach — 2 รูปแบบการเข้าใกล้โซนสำคัญ
1. Compression: ราคากระจุกตัวแน่น
Compression คือพื้นที่ที่ราคากระจุกตัวหนาแน่น — แท่งเทียนสั้นๆ มีหาง range แคบ — สะท้อนว่า:
- คำสั่งซื้อขายมีปริมาณมากแต่ไม่มีฝ่ายใดชนะชัด
- ราคา "บีบอัด" อยู่ใน Supply/Demand Zone
- เมื่อเกิด Breakout จาก Compression มักจะรุนแรง
การเกิด Compression บนโซน Demand (Clean D + Compression) ทำให้โซนนั้นยากต่อการทะลุเพิ่มขึ้น
Compression เป็นสัญญาณเตือนว่า "ใกล้จะเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่" — แต่ต้องรอให้ราคาเลือกทิศทางก่อน ห้าม Anticipate เพราะอาจโดน Fakeout
2. Three Drive: การเคลื่อนที่ 3 ระลอก
Three Drive คือ รูปแบบที่ราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน 3 ระลอกติดต่อกัน โดยแต่ละระลอกมีลักษณะ:
- Drive 1: ระลอกแรก — แรงที่สุด
- Drive 2: พักฐานแล้วไปต่อ — แรงลดลง
- Drive 3: พักฐานแล้วไปต่ออีก — แรงน้อยที่สุด
หลัง Drive 3 มักเกิด Exhaustion (หมดแรง) และราคามีโอกาสกลับตัวสูง — เป็นสัญญาณ Reversal ที่ดี
กลุ่มที่ 3: Reaction — 4 รูปแบบปฏิกิริยาเมื่อราคาถึงโซน
1. Engulfing: แท่งกลืนกิน
Engulfing คือแท่งเทียนที่มี Body ใหญ่กว่าและครอบคลุมแท่งก่อนหน้าทั้งหมด — แบ่ง 2 ประเภท:
- Bullish Engulfing: แท่งเขียวกลืนแท่งแดง → สัญญาณกลับตัวขึ้น
- Bearish Engulfing: แท่งแดงกลืนแท่งเขียว → สัญญาณกลับตัวลง
Engulfing ที่เกิดบน Demand/Supply Zone มีน้ำหนักมากกว่า Engulfing กลางตลาด
2. Quasimodo (QM): จุดทดสอบที่รายใหญ่เข้ามา
Quasimodo เกิดเมื่อราคา ทดสอบระดับราคาครั้งที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ — มักเกิดต่อจาก Engulfing:
- ราคาทดสอบ Supply/Demand ครั้งแรก → Engulf
- ราคากลับมาทดสอบอีกครั้ง → ทะลุเล็กน้อยแล้วกลับตัวแรง (Quasimodo)
QM เป็นสัญญาณว่า รายใหญ่เข้ามาป้องกันระดับราคา — มักเกิด Stop Hunt ก่อนกลับตัว
Quasimodo มักเกิดใน Timeframe ใหญ่ (H4, Daily) — ถ้าเห็นใน M15/M30 อาจเป็นแค่ Noise ควรรอ Confirmation ใน TF สูงกว่า
3. Diamond: รูปเพชรกลับตัว
Diamond Pattern เป็นรูปแบบกลับตัวที่หายาก — ราคาแกว่งตัวแบบขยายก่อนแล้วหดแคบลง เหมือนรูปเพชร:
- ส่วนบน: ราคาแกว่งตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ (Expansion)
- ส่วนล่าง: ราคาแกว่งตัวแคบลงเรื่อยๆ (Contraction)
- Breakout จากเพชร → ทิศทางใหม่
Diamond มักเกิดหลังจากเทรนด์ยาว → สัญญาณ Exhaustion
4. The CanCan: รูปแบบ M/W
The CanCan เป็นรูปแบบกลับตัวที่เกิดจาก Double Top (M) หรือ Double Bottom (W) ที่มีลักษณะพิเศษ:
- ยอดที่ 2 (หรือก้นที่ 2) ไม่ทะลุยอดที่ 1 แต่ใกล้เคียงมาก
- หลังยอด/ก้นที่ 2 → ราคากลับตัวแรง
CanCan ใช้ได้ดีในเทรนด์ที่ชัด — มักเกิดใกล้ Support/Resistance สำคัญ
การนำไปใช้จริง: สิ่งที่ต้องระวัง
แม้ว่า 12 รูปแบบนี้จะมีประสิทธิภาพ แต่ ห้ามใช้เพียงอย่างเดียว — ควรผสมกับ:
- Multi-Timeframe Analysis: ดูให้ครบ 3 TF เพื่อหา Confluence
- Volume Profile: ยืนยันว่าโซน Demand/Supply มีปริมาณจริง (ถ้าใช้แพลตฟอร์มที่มีข้อมูล Volume)
- Risk Management: ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ต่อออเดอร์ ไม่ว่า Setup จะดูดีแค่ไหน
Price Action ไม่ได้รับประกันความแม่นยำ 100% — บางครั้ง Supply/Demand ถูกทะลุ (Break of Structure) หรือเกิด Fakeout ก่อนไปทิศจริง ควรมี Stop Loss ทุกครั้ง
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ระบุเทรนด์ ใน Daily: Uptrend หรือ Downtrend?
- หา Supply/Demand Zone ใน H4: โซนไหนใกล้ราคาปัจจุบันที่สุด?
- รอ Reaction ใน H1: เกิด Engulf หรือ QM หรือไม่?
- เข้าออเดอร์ เมื่อมี Confirmation แล้ว — Stop Loss วางนอกโซน, Take Profit วางที่โซนถัดไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Price Action ใช้ได้กับทุก Timeframe หรือไม่?
ใช้ได้ แต่ยิ่ง TF สูง (H4, Daily) ยิ่งน่าเชื่อถือ เพราะมี Noise น้อยกว่า — TF ต่ำ (M5, M15) อาจเกิด False Signal บ่อยขึ้น
2. ต้องใช้ครบทั้ง 12 รูปแบบหรือไม่?
ไม่จำเป็น — เริ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


