U
UHAS 2.0
XAU/USD—0.00%

การใช้ Stochastic หาจุดเข้าซื้อ ในตลาด Forex

Stochastic Oscillator คืออะไร ใช้ยังไงบนตลาด Forex เนื่องจากกว่าอินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator เป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยม

P
Patiphan Uhas
7 ธันวาคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์
การใช้ Stochastic หาจุดเข้าซื้อ ในตลาด Forex

Stochastic Oscillator เป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด Forex และตลาดการเงินอื่นๆ ทั่วโลก ด้วยความสามารถในการระบุจุดกลับตัวของราคาและโมเมนตัมของตลาด ทำให้เทรดเดอร์หลายพันคนเลือกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์กราฟ บทความนี้จะแนะนำวิธีการใช้ Stochastic หาจุดเข้าซื้อและขายในตลาด Forex แบบละเอียด พร้อมเทคนิคการปรับแต่งค่าที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเทรดของคุณ

สรุปสาระสำคัญ

  • Stochastic Oscillator คืออินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ที่วัดโมเมนตัมของราคาในช่วง 0-100
  • การแบ่งโซนเป็น 3 ส่วน (ไม่แน่ใจ กลับตัว ไปต่อ) ช่วยให้ตัดสินใจเปิดออเดอร์ได้แม่นยำขึ้น
  • ไม่ควรเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาเข้าโซนกลับตัว ต้องรอยืนยันที่เส้น Level 50 ก่อน
  • โซนไปต่อ (0-12 และ 88-100) บ่งชี้ว่าแนวโน้มปัจจุบันมีโอกาสดำเนินต่อไป

Stochastic Oscillator คืออะไร

Stochastic Oscillator เป็นอินดิเคเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อวัดโมเมนตัมของราคา โดยเปรียบเทียบราคาปิดปัจจุบันกับช่วงราคาสูงสุด-ต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด อินดิเคเตอร์ตัวนี้จัดอยู่ในประเภท Oscillator ซึ่งมีลักษณะเด่นคือวิ่งอยู่ในกรอบที่จำกัด (0-100) ทำให้สามารถระบุสภาวะ Overbought และ Oversold ได้ชัดเจน

แผนภาพ Stochastic: เส้นเปอร์เซ็นต์เคตัดเส้นเปอร์เซ็นต์ดีในโซนต่ำกว่า 20 เป็นสัญญาณซื้อกลับ และการตัดในโซนสูงกว่า 80 เป็นสัญญาณขาย
แผนภาพ Stochastic: เส้นเปอร์เซ็นต์เคตัดเส้นเปอร์เซ็นต์ดีในโซนต่ำกว่า 20 เป็นสัญญาณซื้อกลับ และการตัดในโซนสูงกว่า 80 เป็นสัญญาณขาย

Stochastic มีให้ใช้งานฟรีในโปรแกรมเทรดยอดนิยม อาทิ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ ส่วนใหญ่ ความสามารถในการทำงานได้ดีในทุก timeframe ทำให้เทรดเดอร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวสามารถนำไปปรับใช้ได้

ประวัติและผู้คิดค้น Stochastic Oscillator

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้คิดค้น Stochastic Oscillator ยังคงเป็นที่ถักเถียงกันอยู่ในแวดวงการเงิน แม้ว่าหลายแหล่งจะอ้างว่า George Lane เป็นผู้พัฒนาอินดิเคเตอร์ตัวนี้ขึ้นมา แต่ก็มีข้อโต้แย้งที่น่าสนใจว่า บริษัท Investor Education อาจเป็นแหล่งกำเนิดที่แท้จริง จากบทความชื่อ "Stochastic Process" ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Stochastic ในการวิเคราะห์ตลาด

สิ่งที่แน่ชัดคือ Stochastic Oscillator ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1950s และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่เทรดเดอร์มืออาชีพ จนกลายเป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์มาตรฐานที่ทุกแพลตฟอร์มเทรดต้องมี

วิธีการติดตั้งและตั้งค่า Stochastic Oscillator

การเพิ่ม Stochastic ลงในกราฟ

สำหรับผู้ใช้งาน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 การเรียกใช้ Stochastic Oscillator ทำได้ง่ายดาย:

  1. เปิดโปรแกรม MetaTrader แล้วเลือกคู่เงินที่ต้องการวิเคราะห์
  2. ไปที่แถบเมนูด้านบน เลือก Insert > Indicators > Oscillators > Stochastic Oscillator
  3. กล่องตั้งค่าจะปรากฏขึ้น โดยค่าเริ่มต้นจะเป็น (5, 3, 3)
Stochastic Oscillator

องค์ประกอบของ Stochastic Oscillator

Stochastic Oscillator ประกอบด้วยเส้นหลัก 2 เส้นที่ทำงานร่วมกัน:

เส้น %K (Stochastic Line) - เส้นหลักที่คำนวณจากตำแหน่งของราคาปิดเทียบกับช่วงราคาสูงสุด-ต่ำสุด มักแสดงด้วยสีเขียวหรือสีฟ้า เส้นนี้เคลื่อนไหวไวกว่า และให้สัญญาณก่อน

เส้น %D (Signal Line) - เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบ Simple Moving Average ของ %K มักแสดงด้วยสีแดงหรือสีส้ม เส้นนี้เคลื่อนไหวช้ากว่า ช่วยกรองสัญญาณหลอก

Stochastic Oscillator
INFO

การเคลื่อนไหวของทั้งสองเส้นจะเกิดขึ้นพร้อมกัน โดย %K จะนำหน้า %D เล็กน้อย จุดตัดกันของทั้งสองเส้นมักใช้เป็นสัญญาณในการเปิดออเดอร์

หลักการใช้งาน Stochastic แบบพื้นฐาน

โซน Overbought และ Oversold แบบดั้งเดิม

วิธีการใช้งาน Stochastic แบบดั้งเดิมจะแบ่งพื้นที่การวิเคราะห์ออกเป็น 2 โซนหลัก:

แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน

โซน Overbought (ซื้อมากเกินไป) - ค่าตั้งแต่ 80.00 ขึ้นไป
เมื่อเส้น Stochastic ขึ้นสู่โซนนี้ แสดงว่าราคากำลังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่กำหนด มีโอกาสที่ราคาจะปรับฐานลงในเร็วๆ นี้ เทรดเดอร์มักเตรียมปิดออเดอร์ Buy หรือมองหาจังหวะเปิด Sell

โซน Oversold (ขายมากเกินไป) - ค่าต่ำกว่า 20.00
เมื่อเส้น Stochastic ลงสู่โซนนี้ แสดงว่าราคากำลังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่กำหนด มีโอกาสที่ราคาจะมีการฟื้นตัวขึ้นในเร็วๆ นี้ เทรดเดอร์มักเตรียมปิดออเดอร์ Sell หรือมองหาจังหวะเปิด Buy

Stochastic Oscillator
NOTE

การใช้ Stochastic แบบดั้งเดิมอาจให้สัญญาณหลอกได้บ่อยในตลาดที่มีเทรนด์แรง เพราะราคาสามารถอยู่ในโซน Overbought หรือ Oversold ได้นานหลายวัน โดยที่เทรนด์ยังคงดำเนินต่อไป

วิธีการใช้ Stochastic แบบ 3 โซน (Advanced)

เทคนิคนี้เป็นการปรับปรุงวิธีการวิเคราะห์แบบดั้งเดิม โดยแบ่งพื้นที่การวิเคราะห์ออกเป็น 3 โซนที่ชัดเจนขึ้น ช่วยลดสัญญาณหลอกและเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ

การปรับค่า Level ใหม่

ก่อนจะใช้งานเทคนิค 3 โซน เราต้องปรับค่า Level ของ Stochastic ก่อน:

  1. คลิกขวาที่อินดิเคเตอร์ Stochastic บนกราฟ
  2. เลือก Stoch (5,3,3) Properties
  3. ไปที่แท็บ Levels
  4. ลบค่าเดิมทั้งหมดออก (80.00 และ 20.00)
  5. เพิ่มค่าใหม่ 5 ค่า: 12.00, 27.00, 50.00, 73.00, 88.00
  6. กด OK
Stochastic Oscillator Stochastic Oscillator

โซนที่ 1: โซนไม่แน่ใจ (27.00-73.00)

โซนนี้คือพื้นที่กลางที่ราคายังไม่แสดงทิศทางที่ชัดเจน เส้น Stochastic ที่วิ่งอยู่ระหว่าง 27.00-73.00 บ่งบอกว่า:

  • ตลาดอยู่ในสภาวะ Sideways หรือไม่มีเทรนด์ชัด
  • โมเมนตัมของราคายังไม่แรงพอที่จะบ่งบอกทิศทาง
  • ไม่ควรเปิดออเดอร์ใหม่ในโซนนี้
Stochastic Oscillator

กลยุทธ์ในโซนไม่แน่ใจ:

  • รอดูสัญญาณต่อไป ไม่รีบเปิดออเดอร์
  • หากมีออเดอร์เปิดอยู่แล้ว พิจารณาปรับ Stop Loss ให้ตามมา
  • เฝ้าดูว่าราคาจะทะลุออกไปทางไหน

โซนที่ 2: โซนอาจกลับตัว (12.00-27.00 และ 73.00-88.00)

โซนนี้คือสัญญาณเตือนว่าราคาอาจจะมีการกลับตัว เป็นโซนที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

โซนกลับตัวขาขึ้น (12.00-27.00)
เมื่อราคาที่กำลังลงอยู่เข้ามาในโซนนี้ แสดงว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง มีโอกาสที่ราคาจะกลับขึ้น

โซนกลับตัวขาลง (73.00-88.00)
เมื่อราคาที่กำลังขึ้นอยู่เข้ามาในโซนนี้ แสดงว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนลง มีโอกาสที่ราคาจะกลับลง

Stochastic Oscillator

หลักการเปิดออเดอร์ในโซนกลับตัว:

ห้ามเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาเข้าโซนนี้ ให้รอยืนยันดังนี้:

  • สำหรับ Buy: รอให้เส้น Stochastic ขึ้นมาจากโซน 12.00-27.00 แล้วทะลุเส้น 50.00 ขึ้นไป จึงค่อยเปิด Buy
  • สำหรับ Sell: รอให้เส้น Stochastic ลงมาจากโซน 73.00-88.00 แล้วทะลุเส้น 50.00 ลงมา จึงค่อยเปิด Sell
Stochastic Oscillator
TIP

การรอยืนยันที่เส้น 50.00 เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยกรองสัญญาณหลอก ถ้าราคากลับเข้าโซนไม่แน่ใจก่อนถึง 50.00 แสดงว่าสัญญาณยังไม่แน่นอนพอ

โซนที่ 3: โซนไปต่อ (0.00-12.00 และ 88.00-100.00)

โซนนี้บ่งบอกว่าแนวโน้มปัจจุบันมีกำลังแรง และมีโอกาสดำเนินต่อไปในทิศทางเดิม

โซนไปต่อขาลง (0.00-12.00)
ราคาที่ลงมาถึงโซนนี้แสดงว่าแรงขายมีกำลังแรงมาก มีโอกาสราคาจะลงต่อไปอีก

โซนไปต่อขาขึ้น (88.00-100.00)
ราคาที่ขึ้นมาถึงโซนนี้แสดงว่าแรงซื้อมีกำลังแรงมาก มีโอกาสราคาจะขึ้นต่อไปอีก

Stochastic Oscillator

หลักการเทรดในโซนไปต่อ:

ไม่ควรเปิดออเดอร์ทวนกระแส (Counter Trend) ในโซนนี้ แต่ให้มองหาโอกาสเข้าตาม (Trend Following):

  • ถ้าราคาทะลุ 88.00 ขึ้นไป: รอให้ราคา Pullback กลับมาที่โซน 73.00-88.00 แล้วกลับขึ้นอีกครั้ง จึงเปิด Buy ตาม
  • ถ้าราคาทะลุ 12.00 ลงมา: รอให้ราคา Pullback กลับขึ้นมาที่โซน 12.00-27.00 แล้วกลับลงอีกครั้ง จึงเปิด Sell ตาม
NOTE

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการพยายาม "จับหลัง" โดยเปิดทวนกระแสในโซนไปต่อ การเทรดแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะราคาอาจจะวิ่งต่อไปได้อีกไกลก่อนกลับตัว

ตัวอย่างการใช้งานจริงบนกราฟ

ตัวอย่างที่ 1: สัญญาณ Buy จากโซนกลับตัว

สมมติเรากำลังวิเคราะห์คู่เงิน EUR/USD บน timeframe H1:

  1. ราคาปรับฐานลงมาอย่างต่อเนื่อง Stochastic ลงมาถึงโซน 12.00-27.00
  2. เส้น %K และ %D เริ่มหักขึ้น (Golden Cross) ในโซนนี้
  3. รอจนเส้น Stochastic ทะลุ 50.00 ขึ้นไป
  4. เปิด Buy ทันทีที่เส้น Stochastic ปิดเหนือ 50.00
  5. ตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุด 10-15 pips
  6. Take Profit เมื่อราคาเข้าสู่โซนกลับตัวขาลง (73.00-88.00)

ตัวอย่างที่ 2: สัญญาณ Sell จากโซนกลับตัว

วิเคราะห์คู่เงิน GBP/JPY บน timeframe H4:

  1. ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ Stochastic ขึ้นมาถึงโซน 73.00-88.00
  2. เส้น %K ตัดเส้น %D ลงมา (Death Cross) ในโซนนี้
  3. รอจนเส้น Stochastic ทะลุ 50.00 ลงมา
  4. เปิด Sell ทันทีที่เส้น Stochastic ปิดต่ำกว่า 50.00
  5. ตั้ง Stop Loss สูงกว่าจุดสูงสุดล่าสุด 15-20 pips
  6. Take Profit เมื่อราคาเข้าสู่โซนกลับตัวขาขึ้น (12.00-27.00)

ข้อควรระวังและข้อจำกัดของ Stochastic

สัญญาณหลอกในตลาดที่มี Trend แรง

Stochastic มักให้สัญญาณหลอกบ่อยในตลาดที่มี Trend แรง เพราะราคาสามารถอยู่ในโซน Overbought หรือ Oversold ได้นานหลายวัน โดยที่ราคายังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดิม

วิธีแก้ไข:

  • ใช้ร่วมกับ Trend Indicator เช่น Moving Average หรือ MACD
  • เทรดตามเทรนด์เท่านั้น ไม่พยายามจับหลัง
  • เพิ่มเงื่อนไขการยืนยันสัญญาณเพิ่มเติม

การตั้งค่าที่ไม่เหมาะสมกับ Timeframe

ค่าเริ่มต้น (5, 3, 3) อาจไม่เหมาะกับทุก timeframe:

  • M5-M15: ลองใช้ (8, 3, 3) หรือ (13, 3, 3) เพื่อลดสัญญาณหลอก
  • H1-H4: ค่าเริ่มต้น (5, 3, 3) ใช้งานได้ดี
  • D1 ขึ้นไป: ลองใช้ (14, 3, 3) หรือ (21, 5, 5) เพื่อความราบรื่น

Divergence: สัญญาณขั้นสูง

Divergence เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปทางหนึ่ง แต่ Stochastic เคลื่อนไหวไปอีกทางหนึ่ง:

Bullish Divergence (สัญญาณขาขึ้น)
ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม แต่ Stochastic ทำจุดต่ำสุดที่สูงกว่าเดิม → บ่งบอกว่าแรงขายกำลังอ่อนลง

Bearish Divergence (สัญญาณขาลง)
ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิม แต่ Stochastic ทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าเดิม → บ่งบอกว่าแรงซื้อกำลังอ่อนลง

INFO

Divergence เป็นสัญญาณที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ต้องรอให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์และมีการยืนยันก่อนเปิดออเดอร์ ห้ามเปิดออเดอร์ตามคาด

การผสม Stochastic กับอินดิเคเตอร์อื่น

Stochastic + Moving Average

ใช้ Moving Average (MA 50, MA 200) เพื่อยืนยัน Trend:

  • เปิด Buy เมื่อ Stochastic ให้สัญญาณ และราคาอยู่เหนือ MA 50
  • เปิด Sell เมื่อ Stochastic ให้สัญญาณ และราคาอยู่ต่ำกว่า MA 50
  • ไม่เทรดขณะที่ราคาอยู่ระหว่าง MA 50 และ MA 200
แผนภาพ Golden Cross และ Death Cross: เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นระยะยาวคือสัญญาณโมเมนตัมขาขึ้น ตัดลงใต้คือสัญญาณโมเมนตัมขาลง
แผนภาพ Golden Cross และ Death Cross: เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นระยะยาวคือสัญญาณโมเมนตัมขาขึ้น ตัดลงใต้คือสัญญาณโมเมนตัมขาลง

Stochastic + RSI

ใช้ RSI เป็นตัวกรองเพิ่มเติม:

  • เปิด Buy เมื่อ Stochastic ออกจากโซน Oversold และ RSI > 50.00
  • เปิด Sell เมื่อ Stochastic ออกจากโซน Overbought และ RSI < 50.00
  • ทั้งสองตัวต้องให้สัญญาณไปทางเดียวกัน

Stochastic + Support/Resistance

ใช้ Price Action เป็นตัวยืนยัน:

  • เปิด Buy เมื่อ Stochastic ให้สัญญาณขาขึ้นที่ Support สำคัญ
  • เปิด Sell เมื่อ Stochastic ให้สัญญาณขาลงที่ Resistance สำคัญ
  • ถ้าราคาทะลุ Support/Resistance ต้องปิดออเดอร์ทันที

กลยุทธ์การจัดการเงิน (Money Management)

การคำนวณขนาด Lot

ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง:

ตัวอย่าง: เงินทุน 10,000.00 USD เส

เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ

คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง

Exness

กำกับดูแลระดับสากล · ดูที่เว็บ Exness

ฝากขั้นต่ำ
$100
เลเวอเรจ
1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
XM Global

ถือใบอนุญาตกำกับดูแล · ดูที่เว็บ XM

ฝากขั้นต่ำ
$5
เลเวอเรจ
สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)

ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026 · เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้ · ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงินที่เลือกใช้ · Uhas เป็นเว็บไซต์ของ IB (Introducing Broker) ผู้แนะนำลูกค้าให้โบรกเกอร์ ไม่ใช่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์รายใด และไม่ได้เป็นของหรือดำเนินการโดยโบรกเกอร์ที่กล่าวถึงบนเว็บไซต์นี้You are on the website of the IBs of Exness company. This site is not owned or operated by Exness.You are on the website of the IBs of XM Global company. This site is not owned or operated by XM Global.

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง