6 รูปแบบ Price Action ช่วยทำกำไรได้จริง!
Price Action คือการเทรดจากการเคลื่อนไหวของราคาและรูปแบบแท่งเทียนโดยไม่พึ่ง indicator เจาะลึก 6 รูปแบบที่ใช้ได้จริง Pin Bar, Engulfing, Inside Bar, Fakey พร้อมวิธีเข้าออเดอร์

Price Action คือการวิเคราะห์และตัดสินใจเทรดจากการเคลื่อนไหวของราคาและรูปแบบแท่งเทียนโดยตรง โดยไม่ต้องพึ่ง indicator ซับซ้อน เพราะราคาสะท้อนจิตวิทยาของผู้ซื้อและผู้ขายทั้งหมดอยู่แล้ว นี่คือทักษะพื้นฐานที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้อ่านอารมณ์ตลาดก่อนใคร ในบทความนี้เราจะพาคุณทำความเข้าใจ 6 รูปแบบ Price Action ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมวิธีเข้าออเดอร์ทีละขั้นตอนที่ใช้งานได้จริงในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น, ทองคำ หรือคริปโต

สรุปสาระสำคัญ
- Price Action ช่วยอ่านอารมณ์ตลาดผ่านรูปแบบแท่งเทียน ไม่ต้องพึ่ง indicator ซับซ้อน
- รูปแบบ Engulfing และ Pin Bar เป็นสัญญาณกลับตัวที่ทรงพลังที่สุด เหมาะใช้ที่แนวรับ-แนวต้านสำคัญ
- Inside Bar และ Outside Bar บ่งบอกการสะสมพลังก่อนเกิด breakout ใหญ่
- Fakey Pattern คือกับดัก false breakout ที่ smart money มักใช้ล่าออเดอร์ฝั่งตรงข้าม
- ควรใช้ร่วมกับ confirmation เพิ่มเติม เช่น support/resistance และ timeframe ใหญ่
รูปแบบ Price Action ใช้งานได้ในตลาดไหนบ้าง
Price Action เป็นภาษาสากลของตลาดการเงิน เพราะมันสะท้อนพฤติกรรมของผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง คุณสามารถนำไปใช้ได้กับ:
- Forex — คู่สกุลเงินหลักๆ เช่น EUR/USD, GBP/USD มีความน่าเชื่อถือสูงเพราะสภาพคล่องมาก
- หุ้น — ทั้งหุ้นไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปริมาณซื้อขายสม่ำเสมอ
- คริปโต — แม้จะมี volatility สูง แต่รูปแบบ Price Action ยังใช้ได้ดี ควรเพิ่มระยะ stop loss ให้กว้างขึ้น
- ทองคำและน้ำมัน — สินค้าโภคภัณฑ์ตอบสนองดีกับรูปแบบเหล่านี้ โดยเฉพาะในช่วงข่าวสำคัญ
หลักการสำคัญคือควรเลือกใช้ใน timeframe H4 ขึ้นไปสำหรับรูปแบบที่ชัดเจนที่สุด timeframe ต่ำกว่า M15 มักมี noise มากเกินไปจนรูปแบบไม่น่าเชื่อถือ
ก่อนลงรายละเอียดทีละรูปแบบ ตารางนี้สรุปภาพรวมของทั้ง 6 รูปแบบเพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกสถานการณ์:
| รูปแบบ | จำนวนแท่งเทียน | ประเภทสัญญาณ | จุดที่ควรใช้ |
|---|---|---|---|
| Dark Cloud Cover / Piercing Line | 2 แท่ง | กลับตัว | แนวรับ-แนวต้านสำคัญ |
| Bullish / Bearish Engulfing | 2 แท่ง | กลับตัว (แรงกว่า) | แนวรับ-แนวต้าน, swing high/low |
| Pin Bar | 1 แท่ง | ปฏิเสธราคา / กลับตัว | แนวรับ-แนวต้าน, Fibonacci, ราคาจิตวิทยา |
| Inside Bar | 2 แท่ง | พักตัว สะสมพลังก่อน breakout | ตามเทรนด์ หรือก่อนข่าวสำคัญ |
| Outside Bar | 2 แท่ง | ทิศทางตามสีแท่ง | ตลาดที่ momentum สูง หลังข่าว |
| Fakey | 3 แท่งขึ้นไป | false breakout แล้วกลับทิศ | แนวรับ-แนวต้านสำคัญ โซนล่า stop loss |
1. Dark Cloud Cover และ Piercing Line
รูปแบบทั้งสองนี้เป็น two-candle reversal pattern ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนทิศทางของเทรนด์
Dark Cloud Cover (สัญญาณกลับขาลง)
Dark Cloud Cover เกิดจากแท่งเทียนสีเขียวตามด้วยแท่งสีแดงที่เปิดสูงกว่าแท่งก่อนหน้า แต่ปิดต่ำกว่ากึ่งกลางของแท่งเขียว สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแอลง
5 เกณฑ์มาตรฐานของ Dark Cloud Cover:
- กราฟต้องอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นที่ชัดเจนมาก่อน
- Body ทั้งสองแท่งยาวพอสมควร (ไม่ใช่ doji หรือแท่งสั้นๆ)
- แท่งเทียนสีแดงเปิดเหนือแท่งเขียว (gap up) แสดงความมั่นใจของฝั่งซื้อ
- แท่งสีแดงปิดต่ำกว่า 50% ของแท่งเขียวก่อนหน้า
- ยิ่งปิดต่ำเข้าไปใกล้ราคาเปิดของแท่งเขียวมากเท่าไหร่ สัญญาณยิ่งแรง
เทคนิคเสริม: ใช้ Bollinger Bands ร่วมด้วย เมื่อ Dark Cloud Cover เกิดที่แถบบน (upper band) จะเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพราะราคาอยู่ในโซน overbought
วิธีเข้าออเดอร์ Sell:
- รอให้แท่งเทียนแท่งที่สองปิด ยืนยันว่าเป็น Dark Cloud Cover จริง
- ตั้ง Sell Stop ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งสีแดงประมาณ 3-5 pips
- Stop Loss วางเหนือราคาสูงสุดของแท่งสีแดง (จุดที่ถูกปฏิเสธ) บวก 5-10 pips
- Take Profit ประมาณ 2:1 หรือถือจนกว่าราคาจะแตะ Bollinger Middle Band
Piercing Line (สัญญาณกลับขาขึ้น)
Piercing Line เป็นกลับด้านของ Dark Cloud Cover — เกิดในเทรนด์ขาลง โดยแท่งเขียวเปิดต่ำกว่าแท่งแดงก่อนหน้า แต่ปิดเหนือกึ่งกลางของแท่งแดง
วิธีเข้าออเดอร์ Buy:
- ยืนยันว่ากราฟอยู่ในเทรนด์ขาลงชัดเจน
- รอแท่งเทียนที่สองปิดเหนือ 50% ของแท่งแรก
- ตั้ง Buy Stop เหนือราคาสูงสุดของแท่งเขียว 3-5 pips
- Stop Loss ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเขียว 5-10 pips
- Take Profit ที่แนวต้านถัดไปหรือ risk:reward 2:1
ข้อควรระวัง: รูปแบบทั้งสองนี้ใช้งานได้ดีที่สุดเมื่อเกิดที่แนวรับหรือแนวต้านสำคัญ ถ้าเกิดกลางๆ trend อาจเป็นแค่ pullback ปกติ
2. Bullish และ Bearish Engulfing
Engulfing Pattern เป็นหนึ่งในสัญญาณกลับตัวที่ทรงพลังที่สุด เพราะแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจระหว่างฝั่งซื้อและขายอย่างชัดเจน

Bullish Engulfing (กลับขาขึ้น)
แท่งเทียนสีเขียวกลืนแท่งสีแดงก่อนหน้าทั้งหมด — ราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อน แต่ปิดสูงกว่าราคาเปิดของแท่งก่อน
ความหมาย: แรงซื้อเข้ามามหาศาลจนกลืนแรงขายก่อนหน้าหมด บ่งชี้ว่ามี demand เข้ามาตอนราคาต่ำ (smart money accumulation)
วิธีเข้าออเดอร์ Buy:
- รอให้แท่งเทียนสีเขียวปิดจริงๆ ยืนยัน Bullish Engulfing
- เปิด Buy ที่ราคา open ของแท่งถัดไป หรือรอ pullback มาที่ราคาปิดของแท่งเขียว
- Stop Loss ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของแท่งเขียว 10-15 pips
- Take Profit ที่แนวต้านถัดไป หรือใช้ trailing stop ถ้าเทรนด์แรง
Bearish Engulfing (กลับขาลง)
แท่งเทียนสีแดงกลืนแท่งสีเขียวก่อนหน้าทั้งหมด — บ่งบอกว่าแรงขายเข้ามาครอบงำตลาด
วิธีเข้าออเดอร์ Sell:
- ยืนยัน Bearish Engulfing ที่ resistance หรือ swing high
- เปิด Sell เมื่อแท่งถัดไปเปิดหรือรอ retest แท่งแดง
- Stop Loss เหนือราคาสูงสุดของแท่งแดง 10-15 pips
- Take Profit ที่แนวรับถัดไป หรือ risk:reward 2:1 ขึ้นไป
สถิติการชนะ: งานวิจัยพบว่า Engulfing Pattern ที่เกิดหลังจากแนวโน้มยาวนานมีอัตราชนะสูงกว่า 65% เมื่อใช้ร่วมกับ volume สูงกว่าปกติ
3. Pinocchio Bar (Pin Bar)
Pin Bar หรือ Pinocchio Bar เป็นรูปแบบ rejection candle ที่มีไส้เทียนยาวและ body เล็ก บ่งบอกว่าราคาพยายามไปทิศทางหนึ่งแต่ถูกปฏิเสธอย่างรุนแรง
คุณสมบัติของ Pin Bar ที่ดี:
- ไส้เทียนยาวอย่างน้อย 2/3 ของความสูงทั้งหมด
- Body เล็กอยู่ที่ปลายด้านตรงข้ามกับไส้ยาว
- ไส้อีกด้านเกือบไม่มีหรือสั้นมาก
- เกิดที่แนวรับ/แนวต้านสำคัญ หรือ psychological level (เช่น 1.1000, 1.2000)
Bearish Pin Bar (สัญญาณกลับขาลง)
มีไส้ด้านบนยาว body เล็กอยู่ด้านล่าง เกิดที่จุดสูงหรือแนวต้าน บ่งบอกว่าฝั่งซื้อพยายามดันขึ้นแต่ถูกฝั่งขายตอบโต้สำเร็จ
วิธีเข้าออเดอร์ Sell:
- ยืนยัน Bearish Pin Bar ที่ resistance level หรือ Fibonacci 61.8%
- ตั้ง Sell Stop ต่ำกว่าราคาต่ำสุดของ Pin Bar 3-5 pips
- Stop Loss เหนือไส้ Pin Bar 10-20 pips (ขึ้นกับความผันผวนของคู่เงิน)
- Target ที่ support ถัดไปหรือ swing low ก่อนหน้า
Bullish Pin Bar (สัญญาณกลับขาขึ้น)
มีไส้ด้านล่างยาว body เล็กอยู่ด้านบน เกิดที่แนวรับหรือจุดต่ำ แสดงว่าฝั่งขายพยายามดันลงแต่ถูกฝั่งซื้อดึงกลับขึ้น
วิธีเข้าออเดอร์ Buy:
- รอ Bullish Pin Bar ที่ support key level
- ตั้ง Buy Stop เหนือราคาสูงสุดของ Pin Bar 3-5 pips
- Stop Loss ต่ำกว่าไส้ Pin Bar 10-20 pips
- Target ที่ resistance ถัดไปหรือใช้ trailing stop 20-30 pips
เคล็ดลับโปร: Pin Bar ที่เกิดในช่วงปิดตลาดนิวยอร์ก (01:00-02:00 น. เวลาไทย) มักมีการ follow through ที่ดีในเซสชั่นเอเชียถัดไป เช็กเวลาเปิด-ปิดของแต่ละตลาดแบบสดได้ที่ Forex Sessions
4. Inside Bar
Inside Bar คือแท่งเทียนที่มี high และ low อยู่ภายในกรอบของแท่งก่อนหน้าทั้งหมด สะท้อนการ consolidation หรือการสะสมพลังก่อน breakout
ความหมายของ Inside Bar:
- ตลาดกำลังพัก หายใจ ไม่แน่ใจทิศทาง
- แรงซื้อและแรงขายสมดุลชั่วคราว
- มักเกิดก่อนข่าวสำคัญหรือก่อนเกิด breakout ใหญ่
- ยิ่ง Inside Bar เล็กเท่าไหร่ แรงระเบิดหลัง breakout ยิ่งแรง
เทรด Inside Bar แบบ Breakout
สำหรับขาขึ้น (Buy):
- หา Inside Bar ที่เกิดในเทรนด์ขาขึ้นหรือหลังจาก pullback
- ตั้ง Buy Stop เหนือ high ของแท่ง mother bar (แท่งใหญ่) 3-5 pips
- Stop Loss ต่ำกว่า low ของ mother bar 5-10 pips
- Take Profit ระยะเท่ากับความสูงของ mother bar วัดจาก breakout point
สำหรับขาลง (Sell):
- หา Inside Bar ในเทรนด์ขาลงหรือที่ resistance
- ตั้ง Sell Stop ต่ำกว่า low ของ mother bar 3-5 pips
- Stop Loss เหนือ high ของ mother bar 5-10 pips
- Target เท่ากับความสูง mother bar หรือ support ถัดไป
ข้อควรระวัง: Inside Bar ที่เกิดในตลาด sideways แบบแคบๆ มักทำให้เกิด whipsaw (ราคาวิ่งไปมา) ควรหลีกเลี่ยงหรือใช้ pending order แทนการเข้าตลาดทันที
5. Outside Bar
Outside Bar เป็นตรงข้ามของ Inside Bar — แท่งเทียนมี high สูงกว่าและ low ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าทั้งสองด้าน บ่งบอกถึง volatility เพิ่มขึ้นและการแย่งชิงอำนาจระหว่างฝั่งซื้อขาย
คุณสมบัติของ Outside Bar:
- แท่งเทียนใหม่ครอบคลุมแท่งก่อนหน้าทั้งหมด
- ยิ่งแท่งใหญ่เท่าไหร่ สัญญาณยิ่งแรง
- สีของแท่ง Outside Bar บอกทิศทาง — สีเขียวแรง bullish, สีแดงแรง bearish
- มักเกิดหลังข่าวสำคัญหรือในตลาดที่มี momentum สูง
เทรด Outside Bar ในขาขึ้น
วิธีเข้าออเดอร์ Buy:
- ยืนยันว่า Outside Bar สีเขียว (bullish) เกิดในเทรนด์ขาขึ้น
- เข้า Buy ทันทีหลังแท่งปิด หรือรอ pullback เล็กน้อย
- Stop Loss ต่ำกว่า low ของ Outside Bar 10-20 pips
- Take Profit 2-3 เท่าของ risk หรือที่ resistance ถัดไป
เทรด Outside Bar ในขาลง
วิธีเข้าออเดอร์ Sell:
- ยืนยัน Outside Bar สีแดง (bearish) ในเทรนด์ขาลง
- เข้า Sell หลังแท่งปิดหรือรอ retest high ของแท่ง
- Stop Loss เหนือ high ของ Outside Bar 10-20 pips
- Target ที่ support ถัดไปหรือ 2-3R
Outside Bar vs Engulfing: Outside Bar ต้องกลืนทั้ง high และ low ของแท่งก่อนหน้า ในขณะที่ Engulfing กลืนแค่ body เท่านั้น Outside Bar จึงเป็นสัญญาณที่แรงกว่า
6. Fakey Pattern
Fakey Pattern เป็นรูปแบบ false breakout ที่เกิดจาก Inside Bar — ราคาพยายาม break ออกจากกรอบแต่กลับถูกดึงกลับมาและวิ่งไปทางตรงข้าม รูปแบบนี้ smart money มักใช้ล่า stop loss ของเทรดเดอร์สายย่อก่อนจะดันราคาไปทิศทางจริง
โครงสร้างของ Fakey:
- เริ่มจาก Inside Bar (แท่งเล็กอยู่ในกรอบแท่งใหญ่)
- แท่งถัดไปพยายาม break ขึ้นหรือลงออกนอกกรอบ
- แท่งต่อมากลับทิศ ปิดกลับเข้ามาในกรอบ Inside Bar
- ทิศทางจริงคือทิศตรงข้ามกับ false break
ทำไม Fakey ถึงทรงพลัง:
- ล่า stop loss ของคนเข้าออเดอร์ breakout
- สร้าง liquidity ให้ big player เข้าออเดอร์ราคาดี
- เกิดที่แนวรับ/แนวต้านสำคัญบ่อยครั้ง
- บ่งชี้ว่า smart money พร้อมเทรดไปทิศทางจริง
เทรด Bullish Fakey (กลับขาขึ้น)
วิธีเข้าออเดอร์ Buy:
- เริ่มจาก Inside Bar ในเทรนด์หรือที่แนวรับ
- ราคา break ลงไปด้านล่างก่อน (false break)
- แท่งถัดมากลับขึ้นปิดเหนือกรอบ Inside Bar
- เข้า Buy เมื่อราคาปิดกลับเข้ากรอบ หรือตั้ง Buy Stop เหนือ high ของ mother bar
- Stop Loss ต่ำกว่า low ของ false break 5-10 pips
- Target ระยะเท่ากับความสูงของ mother bar หรือ resistance ถัดไป
เทรด Bearish Fakey (กลับขาลง)
วิธีเข้าออเดอร์ Sell:
- เริ่มจาก Inside Bar ในเทรนด์ขาลงหรือที่แนวต้านสำคัญ
- ราคา break ขึ้นไปด้านบนก่อน (false break เหนือกรอบ mother bar)
- แท่งถัดมากลับทิศ ปิดกลับลงมาต่ำกว่ากรอบ Inside Bar
- เข้า Sell เมื่อราคาปิดกลับเข้ากรอบ หรือตั้ง Sell Stop ต่ำกว่า low ของ mother bar
- Stop Loss เหนือ high ของ false break 5-10 pips
- Target ระยะเท่ากับความสูงของ mother bar หรือ support ถัดไป
รูปแบบขั้นสูงที่ควรรู้จักต่อยอด: QM Pattern และ Butterfly
นอกจาก 6 รูปแบบหลักข้างต้น เทรดเดอร์สาย Price Action ขั้นสูงมักศึกษาต่ออีก 2 รูปแบบที่ถูกถามถึงบ่อย:
QM Pattern (Quasimodo) เป็นโครงสร้างกลับตัวที่มองระดับ swing มากกว่าแท่งเทียนเดี่ยว ฝั่งขาลงเกิดเมื่อราคาทำ higher high หลอกครั้งสุดท้าย แล้วหักลงทะลุ swing low ก่อนหน้า (ทำ lower low) จากนั้นย้อนกลับขึ้นมาทดสอบโซน swing high เดิม — โซนนั้นคือจุดเข้า Sell ที่นิยมใช้ เพราะเป็นบริเวณที่ฝั่งซื้อชุดสุดท้ายติดดอย โครงสร้างฝั่งขาขึ้นกลับด้านกันทั้งหมด จุดแข็งของ QM คือให้จุดเข้าที่แม่นและ Stop Loss สั้น (เหนือ/ใต้ยอดหลอก) แต่ต้องอาศัยการตีโซนแนวรับ-แนวต้านที่แม่นยำเป็นพื้นฐาน
Butterfly Pattern เป็นรูปแบบตระกูล Harmonic ที่ใช้สัดส่วน Fibonacci วัดโครงสร้าง 4 ขา (X-A-B-C-D) โดยจุดกลับตัว D อยู่เลยจุดเริ่มต้น X ออกไปที่ระดับส่วนขยายประมาณ 127-161.8% ของขา XA ต่างจาก 6 รูปแบบหลักที่อ่านจากแท่งเทียนโดยตรง Butterfly ต้องวัดสัดส่วนทุกขาให้เข้าเกณฑ์ก่อนจึงถือว่ารูปแบบสมบูรณ์ เหมาะกับเทรดเดอร์ที่คุ้นเคยกับ Fibonacci Retracement/Extension แล้ว
ทั้งสองรูปแบบซับซ้อนกว่ารูปแบบพื้นฐานมาก คำแนะนำของเราคือฝึกอ่านกราฟแท่งเทียนและ 6 รูปแบบหลักในบทความนี้ให้ชำนาญก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปรูปแบบขั้นสูง ควบคู่กับการคำนวณขนาดออเดอร์ด้วยเครื่องคำนวณ Lot Size ทุกครั้งเพื่อคุมความเสี่ยงต่อไม้ให้คงที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Price Action คืออะไร?
Price Action คือการวิเคราะห์และตัดสินใจเทรดจากการเคลื่อนไหวของราคาและรูปแบบแท่งเทียนโดยตรง โดยไม่พึ่ง indicator เป็นหลัก แนวคิดเบื้องหลังคือราคาที่เห็นบนกราฟสะท้อนการต่อสู้ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายทั้งหมดแล้ว การอ่านรูปแบบแท่งเทียนจึงเท่ากับอ่านจิตวิทยาตลาดแบบเรียลไทม์
Pin Bar คืออะไร ใช้เทรดอย่างไร?
Pin Bar คือแท่งเทียนที่มีไส้ยาวอย่างน้อย 2/3 ของความสูงทั้งแท่ง และ body เล็กอยู่ปลายด้านตรงข้าม บ่งบอกว่าราคาถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงจากทิศทางหนึ่ง วิธีใช้คือรอ Pin Bar เกิดที่แนวรับ-แนวต้านสำคัญ แล้วตั้ง pending order ฝั่งตรงข้ามกับไส้ยาว พร้อม Stop Loss เหนือ/ใต้ไส้เทียน
QM Pattern คืออะไร?
QM (Quasimodo) คือโครงสร้างกลับตัวที่ราคาทำยอดหลอกครั้งสุดท้าย แล้วหักทะลุ swing ฝั่งตรงข้าม ก่อนย้อนกลับมาทดสอบโซนยอดเดิมซึ่งใช้เป็นจุดเข้าออเดอร์ เป็นรูปแบบที่ต่อยอดจากการอ่านแนวรับ-แนวต้านและเหมาะกับผู้ที่แม่นโครงสร้างราคาแล้ว
Price Action ใช้กับ timeframe ไหนดีที่สุด?
H4 ขึ้นไปให้รูปแบบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือที่สุด ส่วน timeframe ต่ำกว่า M15 มี noise มากจนสัญญาณหลอกบ่อย มือใหม่ควรเริ่มจาก H4 หรือ Daily ก่อน แล้วค่อยขยับลง timeframe เล็กเมื่อชำนาญ
ต้องใช้ indicator ร่วมกับ Price Action ไหม?
ไม่จำเป็น แต่ใช้ร่วมกันได้เพื่อเพิ่มความมั่นใจ เช่น Bollinger Bands ช่วยยืนยันโซน overbought/oversold ของ Dark Cloud Cover หรือ volume ช่วยยืนยันความแรงของ Engulfing สิ่งที่สำคัญกว่า indicator คือแนวรับ-แนวต้าน และการบริหารเงินทุน (Money Management) ที่เข้มงวด
เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ
คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง
| โบรกเกอร์ | คะแนน | ฝากขั้นต่ำ | เลเวอเรจ | สเปรดทอง | |
|---|---|---|---|---|---|
Exness FSA เซเชลส์ SD025 | 96 | $100 | 1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน) | Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง) | เปิดบัญชี |
XM Global FSC เบลีซ 8557558 | 92 | $5 | สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน) | Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง) | เปิดบัญชี |
FSA เซเชลส์ SD025
- ฝากขั้นต่ำ
- $100
- เลเวอเรจ
- 1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
- สเปรดทอง
- Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
FSC เบลีซ 8557558
- ฝากขั้นต่ำ
- $5
- เลเวอเรจ
- สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
- สเปรดทอง
- Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)
ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026
เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


