U
UHAS
XAU/USD—0.00%

คำนวณ Book Value เพื่อคัดเลือกหุ้นที่ทำกำไรได้อย่างเห็นผล

ในการคำนวณ Book Value คือ สิ่งที่ทำให้การลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นไปตามเป้าหมายมากยิ่งขึ้น และสร้างกำไรได้มากขึ้น

P
Patiphan Uhas
19 มีนาคม 2567·4 นาทีอ่าน
แชร์
Book Value คืออะไร มูลค่าสินทรัพย์ตามงบดุลของบริษัท

การเลือกหุ้นที่คุ้มค่าเพื่อลงทุนต้องอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้ หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนมืออาชีพใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Book Value หรือมูลค่าทางบัญชี ซึ่งช่วยให้คุณเห็นภาพจริงของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัท และประเมินได้ว่าราคาหุ้นในตลาดขณะนี้ถูกหรือแพงเกินไป ในบทความนี้ เราจะอธิบายวิธีการคำนวณ Book Value พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่าย และวิธีนำไปใช้คัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพได้จริง

สรุปสาระสำคัญ

  • Book Value คือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทต่อหุ้น คำนวณจากสินทรัพย์รวมลบหนี้สินรวม แล้วหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว
  • P/BV (Price to Book Value) คืออัตราส่วนที่บอกว่าราคาตลาดของหุ้นสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเท่าใด ใช้วัดว่าหุ้นถูกหรือแพง
  • P/BV ต่ำกว่า 1.0 เท่า อาจบ่งชี้ว่าหุ้นถูกกว่ามูลค่าจริง แต่ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่นเช่นคุณภาพของสินทรัพย์และแนวโน้มธุรกิจ
  • การใช้ Book Value ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น P/E Ratio จะช่วยให้การวิเคราะห์หุ้นมีความแม่นยำและครบถ้วนมากขึ้น

Book Value คืออะไร

Book Value คืออะไร

Book Value หรือ มูลค่าทางบัญชี คือมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในงบดุล (Balance Sheet) ของบริษัท โดยคำนวณจากสินทรัพย์รวม (Total Assets) หักด้วยหนี้สินรวม (Total Liabilities) ซึ่งในทางบัญชีเรียกว่า Net Asset Value (NAV) หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ

สูตรพื้นฐานทางบัญชีคือ A = L + OE โดยที่:

  • A = สินทรัพย์รวม (Assets)
  • L = หนี้สินรวม (Liabilities)
  • OE = ส่วนของผู้ถือหุ้น (Owner's Equity)

เมื่อสลับสมการจะได้ A - L = OE นั่นคือ สินทรัพย์รวมลบหนี้สินรวมเท่ากับส่วนของผู้ถือหุ้น หรือที่เราเรียกว่า Book Value นั่นเอง

Book Value ช่วยให้เราเห็นว่าหากบริษัทเลิกกิจการและขายทรัพย์สินทั้งหมดออกไป ชำระหนี้ครบถ้วน ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินคืนเท่าไหร่ต่อหุ้น ซึ่งเป็นมูลค่า "แท้จริง" ของหุ้นตามมาตรฐานบัญชี ไม่ใช่ราคาที่ตลาดกำหนดจากอารมณ์หรือความคาดหวัง

ทำความเข้าใจ P/BV Ratio

Price to Book Value Ratio (P/BV) คืออัตราส่วนที่เปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้น (Market Price) กับมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value per Share) เพื่อบอกว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่บริษัทมีจริง

สูตรคำนวณ P/BV:

P/BV = ราคาตลาดต่อหุ้น (P) ÷ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BV)

ตัวอย่างการคำนวณ P/BV

สมมติบริษัท A มีข้อมูลดังนี้:

  • ราคาตลาดปัจจุบัน = 10.00 บาทต่อหุ้น
  • มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น = 6.00 บาทต่อหุ้น

P/BV = 10.00 ÷ 6.00 = 1.67 เท่า

นั่นหมายความว่านักลงทุนยินดีจ่ายเงิน 1.67 บาท เพื่อซื้อสินทรัพย์สุทธิมูลค่า 1.00 บาท ของบริษัท

การตีความค่า P/BV

  • P/BV > 1.0 เท่า = หุ้นมีราคาแพงกว่ามูลค่าทางบัญชี นักลงทุนคาดหวังว่าบริษัทจะสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบัน (เช่น ธุรกิจเติบโตสูง มี brand value แข็งแกร่ง)
  • P/BV = 1.0 เท่า = ราคาตลาดเท่ากับมูลค่าทางบัญชี ถือว่าราคายุติธรรม
  • P/BV < 1.0 เท่า = หุ้นมีราคาถูกกว่ามูลค่าทางบัญชี อาจบ่งชี้ว่าตลาดมองบริษัทในแง่ลบ หรือเป็นโอกาสลงทุนในหุ้นที่ถูกประเมินต่ำเกินไป (Undervalued)
NOTE

คำเตือน: P/BV ต่ำไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะทำกำไรแน่นอน ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าสินทรัพย์ในงบดุลมีคุณภาพจริงหรือไม่ (เช่น สินค้าคงเหลือล้าสมัย หนี้สูญที่ยังไม่ตัดออก) และอุตสาหกรรมนั้นมีแนวโน้มการเติบโตอย่างไร

วิธีคำนวณ Book Value ต่อหุ้น

Book Value มีวิธีการคำนวณอย่างไร

การคำนวณ Book Value per Share (BV) ทำได้ง่ายๆ ด้วยข้อมูลจากงบดุล (Balance Sheet) ล่าสุดของบริษัท ตามสูตร:

Book Value per Share = (สินทรัพย์รวม - หนี้สินรวม) ÷ จำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว

หรือเขียนอีกรูปแบบ:

BV = ส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders' Equity) ÷ จำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว

ตัวอย่างการคำนวณ Book Value

สมมติบริษัท B มีข้อมูลจากงบดุลดังนี้:

  • สินทรัพย์รวม = 10,000,000.00 บาท
  • หนี้สินรวม = 5,000,000.00 บาท
  • จำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว = 500,000 หุ้น

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณส่วนของผู้ถือหุ้น

ส่วนของผู้ถือหุ้น = 10,000,000.00 - 5,000,000.00 = 5,000,000.00 บาท

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณ Book Value per Share

BV = 5,000,000.00 ÷ 500,000 = 10.00 บาทต่อหุ้น

ผลลัพธ์: มูลค่าทางบัญชีของหุ้นบริษัท B คือ 10.00 บาทต่อหุ้น หมายความว่าหากบริษัทเลิกกิจการและชำระบัญชีวันนี้ ผู้ถือหุ้นควรได้รับเงินคืน 10.00 บาทต่อหุ้น (ในทางทฤษฎี ไม่นับค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชี)

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการคำนวณ

  1. สินทรัพย์รวม (Total Assets) — ดูได้จากงบดุล ฝั่ง Assets
  2. หนี้สินรวม (Total Liabilities) — ดูได้จากงบดุล ฝั่ง Liabilities
  3. จำนวนหุ้นสามัญที่ชำระแล้ว (Outstanding Shares) — ดูได้จากหมายเหตุประกอบงบการเงิน หรือหน้าข้อมูลบริษัทในเว็บตลาดหลักทรัพย์
INFO

เคล็ดลับ: หลายเว็บไซต์การเงิน เช่น SET.or.th, Settrade, Finnomena มีการคำนวณ Book Value และ P/BV ให้อัตโนมัติแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องคำนวณเองทุกครั้ง แต่การเข้าใจสูตรช่วยให้คุณตรวจสอบความถูกต้องและเข้าใจตัวเลขได้ลึกขึ้น

ประโยชน์ของการใช้ Book Value ในการวิเคราะห์หุ้น

ประโยชน์ของการคำนวณ Book Value

การคำนวณ Book Value และ P/BV ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล มีประโยชน์หลัก ดังนี้:

1. ประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น

Book Value ช่วยให้คุณรู้ว่าหุ้นตัวหนึ่งมี "พื้นฐาน" มูลค่าเท่าไหร่ ถ้าราคาตลาดต่ำกว่า Book Value มาก อาจเป็นสัญญาณว่าหุ้นถูกขายทิ้งเกินไป (Oversold) และเป็นโอกาสเข้าซื้อในราคาต่ำ

แผนภาพพื้นฐานหุ้น: การถือหุ้นคือการถือส่วนแบ่งความเป็นเจ้าของบริษัท ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและการเติบโตของราคา พร้อมวิธีอ่านค่า P/E
แผนภาพพื้นฐานหุ้น: การถือหุ้นคือการถือส่วนแบ่งความเป็นเจ้าของบริษัท ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและการเติบโตของราคา พร้อมวิธีอ่านค่า P/E

2. เปรียบเทียบหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

P/BV ช่วยให้คุณเปรียบเทียบหุ้นในกลุ่มเดียวกันได้ง่ายขึ้น เช่น หุ้นธนาคาร 2 ตัว:

  • ธนาคาร A มี P/BV = 0.80 เท่า
  • ธนาคาร B มี P/BV = 1.20 เท่า

หากปัจจัยอื่นเท่ากัน ธนาคาร A อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า

3. ตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน

Book Value บวกและเติบโตเรื่อยๆ บ่งบอกว่าบริษัทสะสมกำไรได้ดี สินทรัพย์เพิ่มขึ้น หนี้สินไม่พุ่งเกินควบคุม ในทางกลับกัน หาก Book Value ติดลบ หมายความว่าบริษัทมีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยร้ายแรง

4. ใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ

Book Value เป็นเพียงตัวชี้วัดหนึ่ง ควรใช้ร่วมกับ:

  • P/E Ratio — วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคากับกำไรต่อหุ้น
  • ROE (Return on Equity) — วัดประสิทธิภาพในการสร้างกำไรจากส่วนของผู้ถือหุ้น
  • Dividend Yield — วัดผลตอบแทนจากเงินปันผล

การรวมเครื่องมือหลายตัวช่วยให้การวิเคราะห์แม่นยำและลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาด

5. เหมาะกับหุ้นที่มีสินทรัพย์มาก

Book Value ใช้ได้ดีกับธุรกิจที่มีสินทรัพย์มีตัวตน เช่น ธนาคาร บริษัทอสังหาริมทรัพย์ โรงงานอุตสาหกรรม แต่อาจไม่เหมาะกับธุรกิจเทคโนโลยีหรือบริการที่มูลค่าอยู่ที่ทรัพย์สินทางปัญญา (Intangible Assets) มากกว่า เช่น แบรนด์ ซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์

TIP

เคล็ดลับการใช้ P/BV: สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคาร ค่า P/BV ที่ดีอยู่ที่ประมาณ 0.80-1.20 เท่า สำหรับหุ้นกลุ่มอสังหาฯ อาจยอมรับได้ที่ 0.50-0.80 เท่า เนื่องจากมักมีสินทรัพย์คงค้างมูลค่าสูง ส่วนหุ้นเทคโนโลยีอาจมี P/BV สูงถึง 5-10 เท่า เพราะมูลค่าอยู่ที่การเติบโตและนวัตกรรม ไม่ใช่สินทรัพย์ทางกายภาพ

ข้อควรระวังในการใช้ Book Value

แม้ Book Value จะเป็นเครื่องมือที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดที่คุณควรรู้:

1. ไม่สะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง

Book Value คำนวณจากต้นทุนทางบัญชี (Historical Cost) ซึ่งอาจไม่ตรงกับมูลค่าตลาดปัจจุบัน เช่น ที่ดินที่บริษัทซื้อเมื่อ 20 ปีที่แล้วในราคา 10 ล้านบาท วันนี้อาจมีมูลค่าตลาด 100 ล้านบาท แต่ในงบดุลยังบันทึกไว้ที่ 10 ล้านบาท

2. สินทรัพย์บางประเภทอาจล้าสมัย

สินค้าคงเหลือ เครื่องจักร อุปกรณ์ อาจล้าสมัยหรือเสื่อมสภาพจนขายไม่ได้ในราคาที่ระบุในงบดุล Book Value จึงอาจสูงกว่าความเป็นจริง

3. ธุรกิจที่มูลค่าอยู่ที่ทรัพย์สินไม่มีตัวตน

บริษัทเทคโนโลยี บริษัทซอฟต์แวร์ หรือแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค มีมูลค่าหลักอยู่ที่แบรนด์ ลูกค้า ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งไม่ปรากฏในงบดุล Book Value จึงอาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

4. ต้องใช้ร่วมกับข้อมูลอื่น

อย่าตัดสินใจซื้อหุ้นแค่ดูจาก P/BV ต่ำเพียงอย่างเดียว ต้องดูว่าบริษัทมีกำไรหรือไม่ แนวโน้มธุรกิจเป็นอย่างไร มีหนี้สินที่ต้องชำระในอนาคตมากน้อยแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Book Value กับ Market Value ต่างกันอย่างไร?

Book Value คือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิตามงบบัญชี คำนวณจากสินทรัพย์รวมลบหนี้สินรวม ส่วน Market Value คือมูลค่าตามราคาตลาด คำนวณจากราคาหุ้นปัจจุบันคูณจำนวนหุ้นทั้งหมด Market Value สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่ออนาคต ในขณะที่ Book Value สะท้อนสถานะทางการเงินในอดีตและปัจจุบัน

โครงการ์ดชั่งน้ำหนักจุดแข็งกับข้อจำกัด: ฝั่งจุดแข็งจากข้อมูลที่วัดได้จริง ฝั่งข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ พร้อมกติกาว่าทุกบรรทัดต้องมีแหล่งที่มา
โครงการ์ดชั่งน้ำหนักจุดแข็งกับข้อจำกัด: ฝั่งจุดแข็งจากข้อมูลที่วัดได้จริง ฝั่งข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ พร้อมกติกาว่าทุกบรรทัดต้องมีแหล่งที่มา

P/BV ต่ำกว่า 1.0 เท่า หมายความว่าหุ้นถูกเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป P/BV ต่ำกว่า 1.0 เท่า อาจบ่งชี้ว่าหุ้นถูกกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่อาจเป็นเพราะตลาดมองว่าบริษัทมีปัญหา เช่น ขาดทุนติดต่อกัน สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรืออุตสาหกรรมถดถอย ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าบริษัทมีแผนฟื้นฟูหรือไม่ และคุณภาพของสินทรัพย์ยังคงดีอยู่หรือเปล่า

ควรใช้ Book Value ในการเลือกหุ้นกลุ่มไหนบ้าง?

Book Value ใช้ได้ดีกับหุ้นที่มีสินทรัพย์มีตัวตนมาก เช่น ธนาคาร (มีสินเชื่อและทรัพย์สิน) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ (มีที่ดินและโครงการ) โรงงานอุตสาหกรรม (มีเครื่องจักร) บริษัทพลังงาน (มีแหล่งทรัพยากร) ส่วนหุ้นเทคโนโลยี หุ้นบริการ หรือหุ้นสตาร์ทอัพ มักมี P/BV สูงมาก เพราะมูลค่าอยู่ที่การเติบโตและนวัตกรรม ไม่ใช่สินทรัพย์ในงบดุล

การคำนวณ Book Value ยากไหม ต้องมีความรู้ทางบัญชีมากแค่ไหน?

ไม่ยากเลย คุณแค่ต้องรู้วิธีอ่านงบดุลพื้นฐาน หาตัวเลข 3 ตัว คือ สินทรัพย์รวม หนี้สินรวม และจำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว แล้วนำมาแทนในสูตร (สินทรัพย์รวม - หนี้สินรวม) ÷ จำนวนหุ้น ก็ได้ Book Value per Share แล้ว หรือถ้าไม่อยากคำนวณเอง ก็ดูจากเว็บข้อมูลหุ้นที่คำนวณให้อัตโนมัติได้

นอกจาก Book Value แล้ว ควรดูอะไรอีกในการเลือกหุ้น?

ควรดู P/E Ratio (ราคาต่อกำไร), ROE (ผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น), Debt to Equity (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน), Dividend Yield (ผลตอบแทนจากเงินปันผล) และดูแนวโน้มการเติบโตของกำไร กระแสเงินสด และคุณภาพของทีมบริหาร การใช้หลายตัวชี้วัดร่วมกันจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสได้กำไร

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง