4 อันดับ Youtuber เทรดขาดทุน ขณะที่กำลัง Live
การเทรดไม่ได้มีแต่ความสำเร็จเสมอไป แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็ยังเผชิญกับความล้มเหลวขณะถ่ายทอดสดให้แฟนๆ ได้เห็น ในบทความนี้

การเทรดไม่ได้มีแต่ความสำเร็จเสมอไป แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็ยังเผชิญกับความล้มเหลวขณะถ่ายทอดสดให้แฟนๆ ได้เห็น ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดู 4 กรณีศึกษาของ YouTuber เทรดเดอร์ที่ขาดทุนขณะ Live — เพื่อเรียนรู้บทเรียนสำคัญที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเดียวกัน
สรุปสาระสำคัญ
- แม้เทรดเดอร์มืออาชีพยังขาดทุนได้ — การจัดการความเสี่ยงคือกุญแจสำคัญ
- ความโลภและอคติส่วนตัวต่อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งสามารถทำลายแผนการเทรดที่ดีได้
- การตั้ง Stop Loss และยึดมั่นในมันคือสิ่งที่แยกเทรดเดอร์มืออาชีพออกจากมือสมัครเล่น
- ตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวตามตรรกะเสมอไป — ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่ไม่คาดคิด
1. Meir Barak: Day Trader มืออาชีพขาดทุน $49,000 ใน 14 นาที
ภาพจาก twitter.com/meirbarak
ประวัติและความเชี่ยวชาญของ Meir Barak
Meir Barak เป็นประธานบริษัท Tradenet ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 ซึ่งเป็นสถาบันการสอนการเทรดออนไลน์ข้ามชาติที่มีสำนักงานใน 4 ประเทศทั่ว 3 ทวีป และมีนักเรียนมากกว่า 40,000 คนทั่วโลก เขาเชี่ยวชาญใน Day Trading และเป็นผู้เขียนหนังสือขายดี "The Market Whisperer" ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่เทรดเดอร์มืออาชีพใน Wall Street
ก่อนเป็นเทรดเดอร์อิสระ Meir เคยเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพหลายรายในด้านการสื่อสารและไอที ปัจจุบัน Tradenet กลายเป็นหนึ่งในโรงเรียนฝึกอบรมเทรดเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขามีผู้ติดตาม Twitter กว่า 13,400 คนที่ @meirbarak
บทเรียนจากการขาดทุนใน TSLA
ในการเทรดครั้งนี้ Meir แสดงให้เห็นว่าแม้แต่เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปียังทำผิดพลาดได้ เขาขาดทุน $49,000.00 ภายในเวลาเพียง 14 นาที จากการเทรดหุ้น Tesla (TSLA):
สิ่งที่เกิดขึ้น:
- Meir เข้าซื้อหุ้น TSLA ที่ราคา $369.00 เมื่อเห็นแท่งเทียนสีเขียวที่แข็งแรง
- เขาตั้งเป้าหมายไว้ที่ +$10.00 ต่อหุ้น (ราคา $379.00) โดยคาดหวังว่าแนวโน้มขาขึ้นจะดำเนินต่อไป
- ขณะที่ราคาปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อย เขาเปลี่ยนไปเทรดหุ้นตัวอื่น
- เมื่อกลับมาเช็ค TSLA อีกครั้ง ราคาได้ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เขาขาดทุน $49,000.00
สิ่งที่น่าสนใจคือหลังจากที่ Meir ตัดขาดทุนออกไป ราคา TSLA กลับปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง — แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดและความสำคัญของการกำหนดจุด Stop Loss ที่เหมาะสม
บทเรียนสำคัญ:
- อย่าปล่อยให้ Position เปิดทิ้งไว้โดยไม่มี Stop Loss ที่ชัดเจน
- การเทรดหลายหุ้นพร้อมกันอาจทำให้สูญเสียสมาธิ
- แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพก็ต้องยอมรับว่าตลาดสามารถเคลื่อนไหวตรงข้ามกับที่คาดการณ์ได้
2. Max Santtia: ขาดทุน $6,000 ใน 30 วินาที (TSLA)
Max Santtia เป็น Day Trader และ Swing Trader ที่สร้างรายได้ส่วนใหญ่จากการเทรด Options เขาเป็นเทรดเดอร์ที่มีสไตล์การวิเคราะห์เชิงลึกและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด แต่ในครั้งนี้กลับเจอกับความผันผวนที่ไม่คาดคิดใน TSLA
บริบทของการเทรด
ข่าวดี Tesla ในปี 2020:
- Tesla ประกาศกำไรและรายได้สูงกว่าคาดการณ์ใน Q1/2020
- เป็นปีแรกที่ Tesla ทำกำไรได้ตลอดทั้งปีตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2003
- Tesla มีกำไรสุทธิ $721 ล้านดอลลาร์ จากยอดขายรวม $15,000 ล้านดอลลาร์
ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
Max ใช้เวลาหลายชั่วโมงวิเคราะห์ข้อมูลและประกาศใน Instagram ว่าเขาคาดหวังจะทำกำไร $10,000-$12,000 ในวันถัดไป จากการเทรดหุ้น Tesla แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นตรงกันข้าม:
- เขาเชื่อว่าเมื่อหุ้นมีแนวโน้มขาขึ้นแล้ว ราคาจะต้องปรับตัวขึ้นต่อ
- เมื่อตลาดเปิดในเช้าวันรุ่งขึ้น ราคา Tesla กลับร่วงลง
- ภายใน 30 วินาที เขาขาดทุนไปแล้ว $5,000.00
- เขาตัดสินใจตัด Stop Loss ที่ $6,000.00
Max ปลอบใจตัวเองว่ายังมีเทรดเดอร์อีกหลายคนที่ขาดทุนมากกว่า $70,000 หรือแม้แต่ $200,000 ในเหตุการณ์ครั้งเดียวกันนี้ — แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการไม่ตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม
บทเรียนที่ Max เรียนรู้:
- ตลาดไม่มีความสมเหตุสมผลที่แน่นอน แม้จะมีข่าวดีก็ตาม
- การคาดการณ์ด้วยอารมณ์ (emotional bias) อาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด
- ความผันผวนสูงของตลาดสามารถกลืนกินกำไรที่คาดหวังได้ในเสี้ยววินาที
3. Patrick Wieland: ขาดทุน $365 เพราะความโลภและอคติต่อหุ้น
Patrick Wieland เป็น Day Trader และที่ปรึกษาด้านการตลาดที่มีชื่อเสียง เขาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคาดการณ์ตลาด การเลือกหุ้น และกลยุทธ์การเทรด เขาเปิด YouTube ตั้งแต่ปี 2017 และมีผู้ติดตามจำนวนมาก
ประวัติการทำงาน
ตามโปรไฟล์ LinkedIn ของ Patrick:
- บรรณาธิการเว็บที่ GrindMedia (พ.ย. 2010 - เม.ย. 2012)
- ผู้ผลิตเว็บที่นิตยสาร Alliance Wakeboard (ส.ค. 2008 - ก.พ. 2013)
- ผู้อำนวยการวิดีโอที่ Slingshot Sports (ส.ค. 2009 - ม.ค. 2020)
- ผู้อำนวยการที่ Patrick Wieland Inc (ม.ค. 2008 - ปัจจุบัน)
- ที่ปรึกษาด้านการตลาดที่ Drone Nerds (ส.ค. 2015 - ปัจจุบัน)
- Day Trader ที่ PlanTradeProfit (ม.ค. 2016 - ปัจจุบัน)
ความผิดพลาดจากอารมณ์
Patrick เทรดหุ้น BLNK และเผชิญกับความล้มเหลวที่เกิดจากจิตวิทยา:
สิ่งที่เกิดขึ้น:
- เข้าซื้อหุ้น BLNK ที่ราคา $5.20
- ราคาเริ่มร่วงลงมาที่ $4.80 และลงต่อเนื่อง
- ในช่วงหนึ่ง Patrick อาจทำกำไรได้ $200.00 แต่เขาไม่ขาย เพราะคาดหวังว่าราคาจะขึ้นต่อ
- ในที่สุดเขาต้องยอมรับขาดทุน $365.00
Patrick เปิดเผยตัวเองว่า:
- เขามีความโลภเล็กน้อย — อยากได้กำไรมากกว่า $200.00 ที่มีอยู่
- เขามี "อคติต่อหุ้น" (stock bias) — มีความรักและความเชื่อมั่นใน BLNK มากเกินไป
- อารมณ์ล้วนๆ ทำให้เขาไม่ตัดสินใจขายทันเวลา
การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและยึดมั่นในมันเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณตั้งเป้ากำไรไว้ที่ $200 แล้วถึงเป้า ให้ขายออกมา อย่าปล่อยให้ความโลภมาทำลายแผนของคุณ
บทเรียนสำคัญ:
- กำหนดจุด Take Profit และยึดถือมันอย่างเคร่งครัด
- อย่าปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวต่อหุ้นมาครอบงำการตัดสินใจ
- กำไร $200 ที่แน่นอนดีกว่าความหวัง $500 ที่อาจกลายเป็นขาดทุน $365
4. Trader Tom: ความผิดพลาดจากการคาดการณ์ผิด
Tom Hougaard (Trader Tom) เป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป เขาสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินจากมหาวิทยาลัย Wales และ Birmingham ในอเมริกา หลังจากนั้นเขาทำงานที่ JP Morgan Chase ก่อนจะย้ายไปลอนดอนและดำรงตำแหน่ง Chief Market Strategist ให้กับโบรกเกอร์ CFD เป็นเวลา 10 ปี
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
- ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์และวิทยุเกี่ยวกับตลาดการเงินหลายพันครั้ง
- ให้ความรู้แก่ลูกค้าหลายหมื่นรายเกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรด
- กลายเป็นเทรดเดอร์เต็มเวลาตั้งแต่ปี 2009
- ตีพิมพ์ผลงานมากมายเกี่ยวกับจิตวิทยาการเทรด การวิเคราะห์ Price Action และความรู้เกี่ยวกับตลาดการเงิน
- เปิดหลักสูตรสอนการเทรดเป็นครั้งเป็นคราว
ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
แม้ Tom จะมีประสบการณ์มากมาย เขาก็ยังเผชิญกับความล้มเหลวขณะ Live:
สิ่งที่เกิดขึ้น:
- Tom วิเคราะห์และคาดการณ์ว่าตลาดจะปรับตัวขึ้น
- เขาเข้า Position ตามการคาดการณ์นั้น
- แต่ตลาดกลับเคลื่อนไหวตรงกันข้าม — ราคาร่วงลงแทนที่จะขึ้น
- เขาต้องรับความเสียหายจากการคาดการณ์ผิด
บทเรียนจาก Tom:
- แม้การวิเคราะห์จะดีเพียงใด ตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวตามที่เราคิดเสมอไป
- การมี Stop Loss คือการรับรู้ว่าเราอาจผิดได้
- ประสบการณ์มากไม่ได้หมายความว่าจะเทรดถูกทุกครั้ง
Tom เป็นตัวอย่างที่ดีว่า แม้แต่เทรดเดอร์ที่เคยทำงานใน JP Morgan Chase และเป็น Chief Market Strategist ยังคงต้องเผชิญกับความล้มเหลว — สิ่งสำคัญคือการจัดการความเสี่ยงและเรียนรู้จากความผิดพลาด
บทสรุป: บทเรียนสำคัญจากเทรดเดอร์มืออาชีพ
จากกรณีศึกษาทั้ง 4 กรณีนี้ เราสามารถสรุปบทเรียนสำคัญได้ดังนี้:
1. Stop Loss คือเครื่องมือที่จำเป็น
ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน การตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสมคือสิ่งที่แยกการเทรดแบบมืออาชีพออกจากการพนัน Meir Barak ขาดทุน $49,000 ภายใน 14 นาที เพราะไม่ได้ตั้ง Stop Loss ที่เข้มงวด

2. อย่าปล่อยให้อารมณ์มาครอบงำการตัดสินใจ
Patrick Wieland ขาดทุนเพราะความโลภและอคติต่อหุ้น BLNK Max Santtia คาดหวังเกินจริงจากข่าวดีของ Tesla — ทั้งสองกรณีแสดงให้เห็นว่าอารมณ์เป็นศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของเทรดเดอร์
3. ตลาดไม่ได้เป็นไปตามตรรกะเสมอไป
แม้จะมีข่าวดี วิเคราะห์ได้ดี แต่ตลาดก็ยังสามารถเคลื่อนไหวตรงข้ามกับคาดการณ์ได้ ดังที่เห็นจากกรณีของ Max และ Tom ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่ไม่คาดคิดเป็นสิ่งสำคัญ
4. กำหนด Take Profit และยึดมั่นในมัน
การมีแผนที่ชัดเจนว่าจะขายที่ราคาเท่าไหร่สามารถป้องกันความโลภได้ ถ้า Patrick ขายเมื่อมีกำไร $200 เขาคงไม่ต้องขาดทุน $365
5. อย่าเทรดมากเกินความสามารถในการจัดการ
Meir เทรดหลายหุ้นพร้อมกัน ทำให้เสียสมาธิและพลาดการตัด Loss ใน TSLA ทันเวลา — เทรดน้อยแต่มีคุณภาพดีกว่าเทรดมากแต่ควบคุมไม่ได้
คำเตือนสำคัญ: การเทรดมีความเสี่ยงสูง แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10-20 ปียังขาดทุนได้ในเวลาไม่กี่นาที อย่าเทรดด้วยเงินที่คุณไม่สามารถจะเสียได้ และควรศึกษาการจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมเทรดเดอร์มืออาชีพยังขาดทุนได้?
เทรดเดอร์มืออาชีพขาดทุนได้เพราะตลาดการเงินมีความผันผวนและไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำ 100% แม้จะมีประสบการณ์และเครื่องมือวิเคราะห์ที่ดี ปัจจัยภายนอกเช่น ข่าวกระทันหัน sentiment ของตลาด หรือการเคลื่อนไหวของสถาบันขนาดใหญ่ ล้วนสามารถทำให้ราคาเคลื่อนไหวตรงข้ามกับการคาดการณ์ได้ สิ่งที่แยกมืออาชีพจากมือสมัครเล่นคือการจัดการความเสี่ยงและการตัด Loss อย่างทันท่วงที
Stop Loss ควรตั้งที่เท่าไหร่?
การตั้ง Stop Loss ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์และ Risk Tolerance ของแต่ละคน แต่หลักการทั่วไปคือไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของทุนทั้งหมดในแต่ละเทรด ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีทุน $10,000 ไม่ควร Loss เกิน $100-$200 ต่อเทรด สำหรับ Day Trading อาจใช้ ATR (Average True Range) หรือ Support/Resistance ที่ชัดเจนเป็นตัวกำหนดระดับ Stop Loss
ถ้าไม่ยอมตัด Loss จะเกิดอะไรขึ้น?
ถ้าไม่ยอมตัด Loss คุณอาจเผชิญกับการขาดทุนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง Margin Call หรือบัญชีถูกปิดโดยอัตโนมัติ ดังเห็นจากกรณีของ Patrick Wieland ที่ไม่ขายเมื่อมีกำไร $200 และในที่สุดก็ต้องขาดทุน $365 — หลักการคือ "ตัด Loss เล็ก ปล่อยกำไรวิ่ง" (Cut losses short, let profits run)
ความโลภเป็นปัญหาที่พบบ่อยในการเทรดหรือไม่?
ใช่ ความโลภเป็นหนึ่งในปัญหาทางจิตวิทยาที่พบบ่อยที่สุดในการเทรด เมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่เราต้องการ เรามักอยากได้กำไรมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ตลาดสามารถกลับตัวได้อย่างรวดเร็ว การมีแผน Take Profit ที่ชัดเจนและยึดมั่นในมันจะช่วยป้องกันความโลภได้
ควรเทรดกี่ตำแหน่งพร้อมกัน?
สำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ การเทรด 1-3 ตำแหน่งพร้อมกันเป็นจำนวนที่เหมาะสม เพราะสามารถติดตามและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเทรดมากเกินไปอาจทำให้เสียสมาธิ ดังเห็นจากกรณีของ Meir Barak ที่เท
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


