คู่เงิน Forex คืออะไร? มีที่ไปที่มาอย่างไร ?(วีดีโอ)
ในตลาด Forex ทุกครั้งที่คุณกดปุ่ม Buy หรือ Sell คุณกำลังซื้อขายคู่เงิน (Currency Pair) ไม่ใช่เหรียญเดียว — ตัวอย่างเช่น EUR/USD

ในตลาด Forex ทุกครั้งที่คุณกดปุ่ม Buy หรือ Sell คุณกำลังซื้อขายคู่เงิน (Currency Pair) ไม่ใช่เหรียญเดียว — ตัวอย่างเช่น EUR/USD หมายถึงคุณซื้อยูโรด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ การเข้าใจโครงสร้างของคู่เงินคือรากฐานแรกที่จะทำให้คุณอ่านราคา วิเคราะห์กราฟ และตัดสินใจเทรดได้อย่างมีหลักการ
สรุปสาระสำคัญ
- คู่เงิน Forex ประกอบด้วย 2 สกุล — สกุลหน้า (Base Currency) และสกุลหลัง (Quote Currency)
- ราคาคู่เงินบอกว่าต้องใช้สกุลหลังเท่าไรถึงจะซื้อ 1 หน่วยของสกุลหน้าได้
- คู่เงินหลัก (Major Pairs) มีสภาพคล่องสูงและ spread ต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
- คู่เงินครอส (Cross Pairs) และคู่เงินเอ็กโซติก (Exotic Pairs) มีความผันผวนและค่าธรรมเนียมสูงกว่า
คู่เงิน Forex คืออะไร?
คู่เงิน (Currency Pair) คือหน่วยการซื้อขายในตลาด Forex ที่ประกอบด้วยสกุลเงินสองตัวเสมอ เนื่องจากการซื้อสกุลหนึ่งจำเป็นต้องขายอีกสกุลหนึ่งพร้อมกัน
โครงสร้างของคู่เงิน
คู่เงินเขียนในรูปแบบ XXX/YYY เช่น EUR/USD โดย:
- สกุลหน้า (Base Currency) — สกุลทางซ้ายมือ (EUR) คือหน่วยอ้างอิงที่มีค่าเสมอ = 1 หน่วย
- สกุลหลัก (Quote Currency) — สกุลทางขวามือ (USD) คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อ 1 หน่วยของสกุลหน้า
ตัวอย่าง: หาก EUR/USD = 1.0850 หมายความว่า 1 ยูโร = 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อคุณกด Buy EUR/USD คุณซื้อยูโรและขายดอลลาร์พร้อมกัน ในทางกลับกัน หากกด Sell คุณขายยูโรและซื้อดอลลาร์
การอ่านราคาคู่เงินให้ถูกต้องคือทักษะพื้นฐานที่สุดของ Forex Trader — ผิดจุดนี้จะทำให้คุณเข้าออเดอร์ผิดทิศทางโดยไม่รู้ตัว
ประเภทของคู่เงิน Forex
ตลาด Forex แบ่งคู่เงินออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามสภาพคล่องและการมีส่วนร่วมของ USD
1. คู่เงินหลัก (Major Pairs)
คู่เงินที่มี USD เป็นหนึ่งในสองสกุล และมีปริมาณซื้อขายสูงที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของมูลค่าซื้อขายรวมในตลาด Forex
คู่เงินหลักที่นิยมสูงสุด:
- EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ) — คู่เงินที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดในโลก
- USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยน) — ตัวชี้วัดความเสี่ยงในตลาดเอเชีย
- GBP/USD (ปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ) — เรียกว่า "Cable"
- USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส) — สกุลปลอดภัย
- AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)
- USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)
- NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)
ข้อดี:
- Spread แคบ (มักต่ำกว่า 1-2 pips ในช่วงตลาดปกติ)
- สภาพคล่องสูง — เข้าออกออเดอร์ได้รวดเร็ว
- ข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์มีเยอะ
ข้อควรระวัง:
- ความผันผวนต่ำกว่าคู่อื่นในบางช่วง — อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลกำไรสั้นรวดเร็ว
2. คู่เงินครอส (Cross Pairs / Minors)
คู่เงินที่ไม่มี USD เป็นหนึ่งในสองสกุล แต่ยังคงเป็นสกุลใหญ่ทางเศรษฐกิจ
ตัวอย่างที่นิยม:
- EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์)
- EUR/JPY (ยูโร/เยน)
- GBP/JPY (ปอนด์/เยน) — คู่ที่มีความผันผวนสูง
- AUD/JPY (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/เยน)
- EUR/AUD (ยูโร/ดอลลาร์ออสเตรเลีย)
ข้อดี:
- ไม่ต้องติดตามข่าว USD โดยตรง
- บางคู่มีความผันผวนสูง เหมาะสำหรับกลยุทธ์ Breakout
ข้อควรระวัง:
- Spread กว้างกว่า Major Pairs (มักอยู่ที่ 2-5 pips)
- สภาพคล่องต่ำกว่า อาจเกิด Slippage ในช่วงข่าวใหญ่
3. คู่เงินเอ็กโซติก (Exotic Pairs)
คู่เงินที่มีสกุลจากประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เป็นหนึ่งในสองสกุล
ตัวอย่าง:
- USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี)
- EUR/TRY (ยูโร/ลีราตุรกี)
- USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐ/แรนด์แอฟริกาใต้)
- USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก)
ข้อควรระวัง:
- Spread กว้างมาก (อาจมากกว่า 10-50 pips)
- ความผันผวนสูงมาก — ราคาอาจกระโดด 2-5% ในวันเดียว
- ความเสี่ยงด้านนโยบายการเมืองและอัตราดอกเบี้ยสูง
- ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือบัญชีขนาดเล็ก
Exotic Pairs มีค่าธรรมเนียม Swap (ค้างคืน) สูงมาก — หากเทรดแบบ Swing หรือ Position ต้องคำนวณต้นทุนนี้ให้ดี
ปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงิน
การเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากแรงซื้อขายที่เกิดจากปัจจัยเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน
ดัชนีเศรษฐกิจ (Economic Indicators)
- อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) — ปัจจัยสำคัญที่สุด สกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมักแข็งค่าขึ้น
- GDP (Gross Domestic Product) — ชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- อัตราเงินเฟ้อ (Inflation / CPI) — เงินเฟ้อสูงอาจทำให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย
- ตัวเลขการจ้างงาน (Non-Farm Payroll, Unemployment Rate) — สำคัญมากสำหรับ USD
นโยบายการเงินและการคลัง
- ธนาคารกลาง (Federal Reserve, ECB, Bank of Japan) ควบคุมอุปทานเงินและอัตราดอกเบี้ย
- การแทรกแซงตลาด — บางประเทศเข้าซื้อขายเพื่อควบคุมค่าเงิน (เช่น สวิตเซอร์แลนด์, ญี่ปุ่น)
ปัจจัยทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์
- การเลือกตั้ง การออกจากสหภาพ (เช่น Brexit) หรือความตึงเครียดระหว่างประเทศ สามารถทำให้คู่เงินเคลื่อนไหวรุนแรงภายในชั่วโมงเดียว
ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าโภคภัณฑ์และสกุลเงิน
- AUD, CAD มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันและโลหะ
- JPY, CHF เป็นสกุลปลอดภัย (Safe Haven) — แข็งค่าขึ้นในช่วงวิกฤต
การเลือกคู่เงินควรสอดคล้องกับกลยุทธ์ของคุณ — หากเป็น Scalper ควรเทรด Major Pairs ในช่วง London-New York Overlap หากเป็น Swing Trader อาจเลือก Cross Pairs ที่มี Trend ชัดเจน
วิธีเลือกคู่เงินที่เหมาะกับคุณ
สำหรับผู้เริ่มต้น
- เริ่มจาก EUR/USD หรือ USD/JPY — Spread ต่ำ ข้อมูลเยอะ เคลื่อนไหวไม่รุนแรงเกินไป
- หลีกเลี่ยง Exotic Pairs และคู่ที่มี Spread > 5 pips
- เทรดในช่วงเวลาที่ตลาดคึกคัก (15:00-23:00 น. ตามเวลาไทย)
สำหรับผู้เทรดระดับกลาง
- ขยายไปยัง GBP/USD, AUD/USD หรือ Cross Pairs เช่น EUR/GBP, GBP/JPY
- เรียนรู้การวิเคราะห์ Correlation ระหว่างคู่เงิน เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ซ้ำซ้อน
สำหรับผู้เทรดขั้นสูง
- สามารถเทรด Exotic Pairs ได้ แต่ต้องมีการจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
- ใช้กลยุทธ์ Multi-Currency Analysis หรือ Pair Trading
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คู่เงินไหนเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่สุด?
EUR/USD เป็นคู่เงินที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากมี Spread ต่ำที่สุด (มักต่ำกว่า 1 pip) สภาพคล่องสูง และมีข้อมูลวิเคราะห์มากมายให้ศึกษา
ทำไมบางคู่เงินถึงมี Spread กว้างมาก?
Spread กว้างเกิดจากสภาพคล่องต่ำ — ยิ่งคู่เงินมีปริมาณการซื้อขายน้อย โบรกเกอร์ต้องเสี่ยงในการหาคู่ค้าให้ จึงคิด Spread สูงขึ้นเป็นค่าชดเชย Exotic Pairs มี Spread กว้างที่สุดเพราะเหตุนี้
การเทรดหลายคู่เงินพร้อมกันดีไหม?
ดีได้ หากคุณเข้าใจ Correlation ระหว่างคู่เงิน — ตัวอย่างเช่น หากเทรด EUR/USD และ GBP/USD พร้อมกัน คุณอาจเสี่ยงซ้ำซ้อนเพราะทั้งสองมักเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกัน
คู่เงิน Cross Pairs เหมาะกับกลยุทธ์แบบไหน?
Cross Pairs เช่น GBP/JPY หรือ EUR/AUD เหมาะกับกลยุทธ์ Breakout และ Momentum เพราะมีความผันผวนสูง — แต่ไม่เหมาะกับ Scalping เพราะ Spread กว้างกว่า Major Pairs
ทำไมต้องเข้าใจโครงสร้างของคู่เงิน?
เพราะหากคุณไม่รู้ว่าสกุลไหนเป็น Base และ Quote คุณจะอ่านราคาผิด วิเคราะห์ผิด และเข้าออเดอร์ผิดทิศทางได้ง่าย — นี่คือข้อผิดพลาดพื้นฐานที่ทำให้ผู้เริ่มต้นหลายคนขาดทุนโดยไม่จำเป็น
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


