U
UHAS
รอข้อมูล
XAU/USDรอข้อมูล

สอนอ่านกราฟ Forex ต้องใช้อะไรบ้างในการวิเคราะห์

P
Patihan Uhas
25 มกราคม 2564·4 นาทีอ่าน
แชร์

การอ่านกราฟ Forex เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคนที่ต้องการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว การเข้าใจวิธีวิเคราะห์กราฟอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณตัดสินใจเข้าและออกจากตลาดได้แม่นยำขึ้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณทำความเข้าใจเครื่องมือและเทคนิคหลักที่เทรดเดอร์ทั่วโลกใช้ในการวิเคราะห์กราฟ Forex พร้อมตัวอย่างที่ชัดเจนและใช้งานได้จริง

สรุปสาระสำคัญ

  • การอ่านกราฟ Forex ประกอบไปด้วยการใช้อินดิเคเตอร์ เทรนไลน์ และการวิเคราะห์พฤติกรรมราคา (Price Action) ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดแข็งและข้อจำกัดต่างกันไป
  • ไม่มีกลยุทธ์ใดดีที่สุด — สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณและฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ
  • การประกอบข่าวเศรษฐกิจและข่าวการเมืองเข้ากับการวิเคราะห์กราฟจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์แนวโน้มราคา
  • การระบุแนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) เป็นพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจเข้าออกตลาด
  • ประสบการณ์และวินัยในการเทรดมีค่ามากกว่าการใช้เครื่องมือมากมาย — การสะสมประสบการณ์จากการเทรดจริงจะช่วยพัฒนาทักษะให้แข็งแกร่งขึ้น

เครื่องมือหลักในการวิเคราะห์กราฟ Forex

การวิเคราะห์กราฟ Forex ไม่ได้มีวิธีเดียว แต่เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ที่หลากหลายตามความถนัดและสไตล์ของตนเอง ต่อไปนี้เป็นเครื่องมือหลัก 5 ประเภทที่เทรดเดอร์ทั่วโลกใช้ในการวิเคราะห์กราฟ Forex

อินดิเคเตอร์ (Indicators)

อินดิเคเตอร์คือเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่คำนวณจากข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขาย ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจได้รวดเร็วและเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น อินดิเคเตอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่:

Bollinger Bands (BB) เป็นอินดิเคเตอร์ที่ประกอบด้วย 3 เส้น คือเส้นกลาง (Moving Average 20 วัน) เส้นบน และเส้นล่าง ซึ่งแสดงช่วงความผันผวนของราคา

  • ในตลาดขาขึ้น (Uptrend): ราคามักจะเคลื่อนที่เกาะเส้นกลางและเส้นบน เมื่อพักตัวจะไม่ลงต่ำกว่าเส้นกลาง
  • ในตลาดขาลง (Downtrend): ราคาจะเกาะเส้นกลางและเส้นล่าง
  • ในตลาด Sideway: ราคาจะตัดผ่านทั้ง 3 เส้นอย่างสับสน บ่งบอกว่าตลาดไม่มีทิศทางชัดเจน
TIP

อินดิเคเตอร์อื่นๆ ที่ควรศึกษา ได้แก่ Moving Average (MA), Relative Strength Index (RSI), MACD และ Stochastic Oscillator แต่ละตัวมีหน้าที่และวิธีตีความที่แตกต่างกัน

https://youtu.be/G8QecVwVk2o

เทรนไลน์ (Trend Line)

เทรนไลน์เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทรงพลังมาก ใช้โดยการลากเส้นตรงเชื่อมจุดต่ำสุด (ในแนวโน้มขาขึ้น) หรือจุดสูงสุด (ในแนวโน้มขาลง) อย่างน้อย 2 จุดขึ้นไป เทรนไลน์ช่วยให้เห็น:

  • ทิศทางของแนวโน้ม: ขาขึ้น ขาลง หรือเคลื่อนที่ในแนวนอน
  • จุดกลับตัวที่เป็นไปได้: เมื่อราคาแตะเทรนไลน์และตีกลับ
  • การทะลุระดับสำคัญ: เมื่อราคาทะลุเทรนไลน์อาจหมายถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ คุณไม่จำเป็นต้องลากเทรนไลน์จากจุดต่ำสุดหรือสูงสุดที่แท้จริงเสมอไป แต่ให้เลือกจุดที่ราคามีการตอบสนอง (reaction) อย่างชัดเจนหลายครั้ง

https://youtu.be/tuiXvjMvzjM

แนวรับและแนวต้านในกราฟ Forex

พฤติกรรมราคา (Price Action)

Price Action คือศาสตร์ที่เน้นการอ่านกราฟจากการเคลื่อนไหวของราคาโดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาอินดิเคเตอร์มากนัก เทรดเดอร์ที่ใช้ Price Action เชื่อว่า "ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของกราฟราคา" ซึ่งรวมถึงจิตวิทยาของผู้เข้าร่วมตลาด

รูปแบบกราฟที่สำคัญใน Price Action:

  • Pin Bar: แท่งเทียนที่มีหางยาวด้านหนึ่ง บ่งบอกการปฏิเสธราคา (rejection)
  • Engulfing Pattern: แท่งเทียนใหม่กลืนแท่งเทียนก่อนหน้าทั้งหมด บ่งบอกการกลับตัว
  • Inside Bar: แท่งเทียนอยู่ภายในแท่งเทียนก่อนหน้า บ่งบอกการพักตัวหรือการรวมตัวก่อนเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
  • Double Top/Bottom: รูปแบบกลับตัวที่เกิดจากราคาทดสอบระดับสูงสุดหรือต่ำสุดสองครั้งแล้วไม่สามารถทะลุได้
INFO

เทรดเดอร์ที่ชำนาญ Price Action มักจะสังเกตเห็นความผิดปกติในกราฟได้ทันที เช่น เมื่อมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญออกมา กราฟจะมีการแกว่งตัวอย่างรุนแรง และพวกเขาสามารถคาดการณ์ทิศทางถัดไปได้โดยไม่ต้องเปิดดูข่าวเลย

https://youtu.be/pUm_r780FqE

การวิเคราะห์ประกอบข่าว (Fundamental Analysis)

แม้การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะสำคัญ แต่การประกอบข่าวเศรษฐกิจและข่าวการเมืองจะทำให้การวิเคราะห์ของเรามีมิติและความแม่นยำมากขึ้น ข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาด Forex ได้แก่:

ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ:

  • ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
  • อัตราการจ้างงาน (Non-Farm Payroll)
  • อัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลาง (Interest Rate Decision)
  • GDP และตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ข่าวการเมืองและเหตุการณ์พิเศษ:

  • การเลือกตั้ง
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล
  • ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
  • ภัยธรรมชาติรุนแรง

เว็บไซต์ Forex Factory จัดหมวดหมู่ข่าวตามระดับผลกระทบ:

  • สีขาว: ผลกระทบน้อยมาก
  • สีเหลือง: ผลกระทบปานกลาง
  • สีส้ม: ผลกระทบสูง
  • สีแดง: ผลกระทบรุนแรงมาก (High Impact)
NOTE

ในช่วงที่มีข่าว High Impact ตลาดมักจะมีความผันผวนสูง สเปรดกว้างขึ้น และมีโอกาสเกิด slippage ได้ เทรดเดอร์มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลานี้

https://youtu.be/BLznZEyWpwo

ตัวอย่างปฏิทินข่าวจาก Forex Factory

ประสบการณ์และการสร้างกลยุทธ์ของตัวเอง

สิ่งที่แยกเทรดเดอร์มืออาชีพออกจากมือใหม่ไม่ใช่แค่ความรู้ทางทฤษฎี แต่คือประสบการณ์ที่สะสมจากการเทรดจริง การสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเองต้องอาศัย:

การทดสอบกลยุทธ์ (Backtesting): ทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลังด้วยข้อมูลราคาในอดีตเพื่อดูว่ามีประสิทธิภาพจริงหรือไม่

การบันทึกการเทรด (Trading Journal): จดบันทึกทุกคำสั่งซื้อขาย เหตุผลในการเข้าออก ผลลัพธ์ และอารมณ์ในขณะนั้น จะช่วยให้เห็นจุดผิดพลาดและพัฒนาได้

วินัยในการเทรด: ยึดถือกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็น Stop Loss, Take Profit, และขนาดของ Position Size

การจัดการความเสี่ยง (Risk Management): ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดในคำสั่งเดียว และไม่ใช้ leverage มากเกินไป

TIP

เทรดเดอร์มืออาชีพมักจะใช้เครื่องมือเพียง 2-3 อย่างที่พวกเขาเชี่ยวชาญจริงๆ แทนที่จะพยายามใช้ทุกอย่าง ความเชี่ยวชาญในเครื่องมือไม่กี่อย่างมีค่ามากกว่าความรู้ผิวเผินในหลายอย่าง

ขั้นตอนการอ่านกราฟ Forex สำหรับมือใหม่

เมื่อเข้าใจเครื่องมือและแนวคิดพื้นฐานแล้ว เรามาดูขั้นตอนการอ่านกราฟ Forex อย่างเป็นระบบ:

1. เลือกประเภทกราฟที่เหมาะสม

กราฟหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์ Forex มี 3 แบบ:

กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart): นิยมมากที่สุด แสดงข้อมูลครบถ้วน 4 ราคา (Open, High, Low, Close) ในแท่งเดียว และสามารถดูรูปแบบกราฟ (Chart Pattern) ได้ชัดเจน

กราฟเส้น (Line Chart): เชื่อมราคาปิดแต่ละช่วงเวลาด้วยเส้นตรง เหมาะสำหรับมองภาพรวมและแนวโน้มระยะยาว แต่ขาดรายละเอียด

กราฟแท่งบาร์ (Bar Chart): คล้ายกับแท่งเทียน แต่แสดงผลในรูปแบบแท่งที่มีขีดแนวนอนทางซ้าย (Open) และขวา (Close)

สำหรับมือใหม่ เราแนะนำให้เริ่มด้วยกราฟแท่งเทียน เพราะให้ข้อมูลครบถ้วนและง่ายต่อการเรียนรู้รูปแบบกราฟ

2. ทำความเข้าใจแกนราคาและแกนเวลา

แกนแนวตั้ง (Vertical Axis): แสดงราคาของคู่สกุลเงิน เช่น EUR/USD = 1.0850 หมายความว่า 1 EUR มีค่าเท่ากับ 1.0850 USD

แกนแนวนอน (Horizontal Axis): แสดงเวลา คุณสามารถเลือกกรอบเวลา (Timeframe) ได้ตั้งแต่ 1 นาที (M1) ไปจนถึง 1 เดือน (MN) ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรด

  • Scalping: ใช้ M1, M5
  • Day Trading: ใช้ M15, M30, H1
  • Swing Trading: ใช้ H4, D1
  • Position Trading: ใช้ D1, W1, MN

3. วิเคราะห์แท่งเทียน (Candlestick Analysis)

แท่งเทียนแต่ละแท่งประกอบด้วย:

  • ตัว (Body): ระยะห่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิด
  • หาง/เงา (Wick/Shadow): แสดงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลานั้น

แท่งเทียนสีเขียว (Bullish): ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แสดงว่าในช่วงเวลานั้นผู้ซื้อมีอำนาจมากกว่า

แท่งเทียนสีแดง (Bearish): ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด แสดงว่าผู้ขายมีอำนาจมากกว่า

ขนาดของตัวและหางมีความหมาย:

  • ตัวยาว หางสั้น: แรงซื้อหรือขายแรง มีความมั่นใจสูง
  • ตัวสั้น หางยาว: ความลังเล มีการปฏิเสธราคาในระดับนั้น
  • ตัวเล็กมาก (Doji): ความไม่แน่นอน อาจเกิดการกลับตัว

4. ระบุแนวโน้มของตลาด

แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend):

  • จุดต่ำสุดแต่ละจุดสูงกว่าจุดก่อนหน้า (Higher Lows)
  • จุดสูงสุดแต่ละจุดสูงกว่าจุดก่อนหน้า (Higher Highs)
  • แท่งเทียนสีเขียวมีขนาดใหญ่กว่าแท่งสีแดง

แนวโน้มขาลง (Downtrend):

  • จุดสูงสุดแต่ละจุดต่ำกว่าจุดก่อนหน้า (Lower Highs)
  • จุดต่ำสุดแต่ละจุดต่ำกว่าจุดก่อนหน้า (Lower Lows)
  • แท่งเทียนสีแดงมีขนาดใหญ่กว่าแท่งสีเขียว

แนวโน้มขวาง (Sideways/Range):

  • ราคาเคลื่อนที่ในกรอบที่แคบ
  • ไม่มีการสร้าง Higher Highs หรือ Lower Lows ที่ชัดเจน
INFO

กฎสำคัญ: "The trend is your friend" แนวโน้มคือเพื่อนของเทรดเดอร์ เทรดตามทิศทางของแนวโน้มจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการเทรดสวนทาง

5. ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เสริม

เมื่อระบุแนวโน้มได้แล้ว ให้ใช้เครื่องมือที่กล่าวมาข้างต้นประกอบการตัดสินใจ:

  • ลากเทรนไลน์เพื่อยืนยันทิศทาง
  • เพิ่มอินดิเคเตอร์ 1-2 ตัวที่คุณเข้าใจดี
  • ระบุแนวรับและแนวต้านสำคัญ
  • ตรวจสอบปฏิทินข่าวเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่มีความเสี่ยงสูง

ตัวชี้วัดเสริมที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้

นอกจากเครื่องมือพื้นฐานแล้ว เทรดเดอร์ระดับสูงมักจะใช้ตัวชี้วัดเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความแม่นยำ:

Moving Average (MA)

Moving Average คำนวณราคาเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนด ช่วยให้เห็นแนวโน้มได้ชัดเจนขึ้นโดยกรองสัญญาณรบกวน

Simple Moving Average (SMA): ค่าเฉลี่ยแบบธรรมดา

  • SMA 20 = (ราคาปิด 20 วันล่าสุด) ÷ 20

Exponential Moving Average (EMA): ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า

วิธีใช้:

  • เมื่อราคาอยู่เหนือ MA = แนวโน้มขาขึ้น
  • เมื่อราคาอยู่ใต้ MA = แนวโน้มขาลง
  • Golden Cross (MA ระยะสั้นตัดขึ้น MA ระยะยาว) = สัญญาณซื้อ
  • Death Cross (MA ระยะสั้นตัดลง MA ระยะยาว) = สัญญาณขาย

Relative Strength Index (RSI)

RSI วัดความแรงของแนวโน้มและสภาวะ Overbought/Oversold ค่าอยู่ระหว่าง 0-100

  • RSI > 70: Overbought (ซื้อมากเกินไป) อาจมีการปรับฐาน
  • RSI < 30: Oversold (ขายมากเกินไป) อาจมีการตีกลับ
  • Divergence: เมื่อราคาทำ Higher High แต่ RSI ทำ Lower High (Bearish Divergence) หรือกลับกัน (Bullish Divergence) บ่งบอกการกลับตัว

รูปแบบกราฟ (Chart Patterns)

รูปแบบต่อเนื่อง (Continuation Patterns) บ่งบอกว่าแนวโน้มเดิมจะดำเนินต่อไป:

  • Triangles (สามเหลี่ยม)
  • Flags และ Pennants
  • Rectangles

รูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns) บ่งบอกการเปลี่ยนทิศทาง:

  • Head and Shoulders / Inverse Head and Shoulders
  • Double Top / Double Bottom
  • Triple Top / Triple Bottom

แนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance)

แนวรับและแนวต้านคือระดับราคาที่มีนัยสำคัญทางจิตวิทยา:

แนวรับ (Support): ระดับราคาที่ผู้ซื้อเข้ามามากพอที่จะหยุดการลดลงของราคา คิดได้ว่าเป็น "พื้น" ที่ราคาตีกลับขึ้น

แนวต้าน (Resistance): ระดับราคาที่ผู้ขายออกมามากพอที่จะหยุดการขึ้นของราคา คิดได้ว่าเป็น "เพลา" ที่ราคาชนแล้วตกลง

หลักการสำคัญ:

  • เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป แนวต้านเดิมจะกลายเป็นแนวรับใหม่
  • เมื่อราคาทะลุแนวรับลงไป แนวรับเดิมจะกลายเป็นแนวต้านใหม่
  • ยิ่งราคาทดสอบระดับเดียวกันหลายครั้งและตีกลับ แนวรับ/แนวต้านนั้นยิ่งแข็งแกร่ง
TIP

ระดับราคาจำนวนกลมๆ (Round Numbers) เช่น 1.1000, 1.2000 มักจะทำหน้าที่เป็นแนวรับหรือแนวต้านทางจิตวิทยา เพราะเทรดเดอร์จำนวนมากวาง Order ไว้ที่ระดับเหล่านี้

Divergence (สัญญาณแตกต่าง)

Divergence เกิดขึ้นเมื่อทิศทางของราคาไม่สอดคล้องกับอินดิเคเตอร์ เป็นสัญญาณเตือนการกลับตัวที่ทรงพลัง

**Regular Bullish

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patihan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง