เทรด Forex ต้องรู้ Base Currency และ Quote Currency คืออะไร ?
Base Currency และ Quote Currency คืออะไร สำคัญต่อการเทรด Forex อย่างไร ดูยังไงว่าคู่เงินแต่ละตัวเป็นค่าเงินหลักหรือค่าเงินรอง ติดตามได้เลย

ในการเทรด Forex ทุกครั้งที่คุณเปิดออเดอร์ คุณกำลังแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลหนึ่ง และทุกคู่เงินประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ Base Currency (สกุลเงินหลัก) และ Quote Currency (สกุลเงินรอง) การเข้าใจความแตกต่างและบทบาทของทั้งสองนี้ไม่เพียงช่วยให้คุณอ่านราคาได้ถูกต้อง แต่ยังเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ทิศทางตลาดและสร้างกลยุทธ์การเทรดที่มีประสิทธิภาพ
สรุปสาระสำคัญ
- Base Currency คือสกุลเงินด้านหน้าของคู่เงิน (เช่น EUR ใน EUR/USD) ใช้เป็นหน่วยอ้างอิงในการซื้อขาย 1 หน่วยเสมอ
- Quote Currency คือสกุลเงินด้านหลังของคู่เงิน (เช่น USD ใน EUR/USD) บอกว่าต้องใช้เงินเท่าไรเพื่อซื้อ Base Currency 1 หน่วย
- ราคา EUR/USD = 1.1452 หมายถึง ต้องใช้ 1.1452 USD เพื่อซื้อ 1 EUR
- การทำความเข้าใจคู่เงินทั้งสองช่วยวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจและกำหนดกลยุทธ์การเทรดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
Base Currency คืออะไร และอ่านอย่างไร
Base Currency หรือ "สกุลเงินหลัก" คือสกุลเงินที่ปรากฏอยู่ด้านหน้า (ตำแหน่งแรก) ของคู่เงินทุกคู่ในตลาด Forex เช่น EUR/USD, GBP/JPY หรือ AUD/CAD สกุลเงินหลักทำหน้าที่เป็น หน่วยอ้างอิงมาตรฐาน ที่มีค่าคงที่ที่ 1.00 หน่วยเสมอ ไม่ว่าราคาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
เมื่อเราดูราคา EUR/USD = 1.1452 นั่นหมายความว่า:
- 1 EUR (Base Currency) = 1.1452 USD (Quote Currency)
- คุณต้องใช้เงิน 1.1452 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อยูโร 1 หน่วย
การที่ Base Currency เป็นตัวตั้งหลัก ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของสกุลเงินต่าง ๆ ได้โดยตรง หาก EUR/USD เพิ่มขึ้นจาก 1.1452 เป็น 1.1500 นั่นแปลว่า ยูโรแข็งค่าขึ้น เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ตัวอย่าง Base Currency ในคู่เงินยอดนิยม
- EUR/USD → Base Currency คือ EUR (ยูโร)
- GBP/JPY → Base Currency คือ GBP (ปอนด์อังกฤษ)
- USD/JPY → Base Currency คือ USD (ดอลลาร์สหรัฐ)
- AUD/NZD → Base Currency คือ AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย)
- USD/CHF → Base Currency คือ USD (ดอลลาร์สหรัฐ)
ในตลาด Forex สากล การจัดเรียงคู่เงินมีมาตรฐานตาม ISO 4217 โดยปกติสกุลเงินที่แข็งแกร่งหรือมีสภาพคล่องสูงกว่าจะถูกวางไว้ด้านหน้าเป็น Base Currency เช่น EUR มักเป็น Base Currency เสมอเมื่อจับคู่กับสกุลเงินอื่น ๆ ยกเว้น GBP
Quote Currency คืออะไร และมีบทบาทอย่างไร
Quote Currency หรือ "สกุลเงินรอง" คือสกุลเงินที่ปรากฏอยู่ด้านหลัง (ตำแหน่งที่สอง) ของคู่เงินใน Forex สกุลเงินรองแสดง มูลค่าของ Base Currency หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ บอกว่าต้องใช้เงินจำนวนเท่าไรของสกุลเงินรองเพื่อแลกกับ Base Currency 1 หน่วย
ในทางปฏิบัติ Quote Currency คือ สกุลเงินที่คุณใช้จ่ายเพื่อซื้อ Base Currency หรือ สกุลเงินที่คุณได้รับเมื่อขาย Base Currency
ตัวอย่าง: หากคู่เงิน USD/JPY = 150.25
- Base Currency คือ USD (ดอลลาร์สหรัฐ)
- Quote Currency คือ JPY (เยนญี่ปุ่น)
- ความหมาย: ต้องใช้ 150.25 เยน เพื่อซื้อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวอย่าง Quote Currency ในคู่เงินหลัก
- EUR/USD → Quote Currency คือ USD (ดอลลาร์สหรัฐ)
- GBP/JPY → Quote Currency คือ JPY (เยนญี่ปุ่น)
- USD/CAD → Quote Currency คือ CAD (ดอลลาร์แคนาดา)
- AUD/USD → Quote Currency คือ USD (ดอลลาร์สหรัฐ)
- EUR/CHF → Quote Currency คือ CHF (ฟรังก์สวิส)
การจำแนก Base และ Quote Currency ง่าย ๆ คือ: Base = ซ้าย / Quote = ขวา และราคาที่เห็นบนแพลตฟอร์มเทรด คือจำนวน Quote Currency ที่ต้องใช้ต่อ Base Currency 1 หน่วยเสมอ
การคำนวณมูลค่าและผลกำไรจาก Base และ Quote Currency
เมื่อคุณเทรด Forex ขนาด Lot มาตรฐาน (Standard Lot = 100,000 หน่วยของ Base Currency) การคำนวณกำไรขาดทุนจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งวัดเป็น Pip (จุดทศนิยมที่ 4 หรือ 2 สำหรับเยน)
ตัวอย่างการคำนวณ:
สมมติคุณ ซื้อ (Buy) EUR/USD ที่ราคา 1.1000 จำนวน 1 Standard Lot (100,000 EUR)
- Base Currency: EUR (100,000 หน่วย)
- Quote Currency: USD
- ค่า 1 Pip = 0.0001 หรือ 10 USD (สำหรับ 1 Standard Lot ของ EUR/USD)
หากราคาขึ้นไปที่ 1.1050 (เพิ่มขึ้น 50 Pips):
- กำไร = 50 Pips × 10 USD/Pip = 500.00 USD
หากราคาลงมาที่ 1.0980 (ลดลง 20 Pips):
- ขาดทุน = 20 Pips × 10 USD/Pip = 200.00 USD
การเข้าใจการคำนวณ Pip Value อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคู่เงินแต่ละคู่มีค่า Pip ต่างกัน โดยเฉพาะคู่เงินที่มี JPY เป็น Quote Currency (เช่น USD/JPY) ซึ่ง Pip จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 แทนที่จะเป็นตำแหน่งที่ 4
Base Currency และ Quote Currency สำคัญต่อการเทรด Forex อย่างไร
การทำความเข้าใจโครงสร้างของคู่เงินไม่ใช่แค่เรื่องของคำศัพท์ แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเทรดในหลายมิติ ดังนี้:
1. ช่วยวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
Base Currency สะท้อนความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ เมื่อ Base Currency แข็งค่าขึ้น (ราคาคู่เงินเพิ่มขึ้น) แสดงว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นมากขึ้น
ตัวอย่าง: หาก EUR/USD เพิ่มจาก 1.1000 เป็น 1.1200 นั่นหมายถึง:
- ยูโรแข็งค่าขึ้น 200 Pips เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
- สะท้อนว่าเศรษฐกิจยูโรโซนอาจมีข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้น หรือดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง
- นักลงทุนอาจคาดการณ์ว่า ECB (ธนาคารกลางยุโรป) จะปรับนโยบายการเงินในทิศทางที่เข้มงวดขึ้น
นักเทรดมืออาชีพมักติดตามตัวเลขเศรษฐกิจหลักที่ส่งผลต่อ Base Currency เช่น:
- GDP Growth Rate (อัตราการเติบโตของ GDP)
- Interest Rate Decision (การประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง)
- Employment Data (ข้อมูลการจ้างงาน เช่น Non-Farm Payrolls ของสหรัฐ)
- Inflation Rate (อัตราเงินเฟ้อ เช่น CPI, PCE)
2. ใช้กำหนดกลยุทธ์การเทรด Forex
เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง Base Currency และ Quote Currency เพื่อหาโอกาสในการเทรด โดยมีหลายกลยุทธ์ที่นิยมใช้:
กลยุทธ์ Carry Trade:
- เลือกซื้อคู่เงินที่ Base Currency มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า Quote Currency
- ตัวอย่าง: AUD/JPY โดย AUD มีดอกเบี้ยสูงกว่า JPY นักเทรดจะได้รับ Swap Positive (ดอกเบี้ยค้างคืน) จากการถือ Long Position
กลยุทธ์ Trend Following:
- ติดตามทิศทางของ Base Currency ผ่านการวิเคราะห์ทางเทคนิค (เช่น Moving Average, MACD)
- หาก EUR กำลัง Uptrend อย่างแข็งแกร่ง อาจพิจารณาซื้อ EUR/USD, EUR/GBP, EUR/JPY พร้อมกัน
กลยุทธ์ Correlation Trading:
- วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินหลายคู่ เช่น EUR/USD และ GBP/USD มักเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน (Positive Correlation)
- ใช้เพื่อกระจายความเสี่ยง (Diversification) หรือเพิ่มน้ำหนักกำไร (Position Sizing)
การเทรดหลายคู่เงินพร้อมกันที่มี Base Currency หรือ Quote Currency เหมือนกันอาจเพิ่มความเสี่ยงแบบสะสม (Cumulative Risk) โดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น การเปิด Long EUR/USD, EUR/GBP, EUR/JPY พร้อมกันหมายถึงคุณกำลัง เดิมพันกับความแข็งแกร่งของ EUR ถึง 3 เท่า หาก EUR อ่อนค่าลงอย่างฉับพลัน คุณอาจขาดทุนพร้อมกันทั้ง 3 ออเดอร์
3. ช่วยบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
การรู้ว่าคู่เงินใดเป็น Base และ Quote Currency ช่วยให้คุณคำนวณขนาด Position (Position Sizing) และ Stop Loss ได้แม่นยำขึ้น

ตัวอย่าง: หากคุณมีบัญชีเทรดเป็น USD และต้องการเทรด EUR/USD
- กำไรขาดทุนจะคำนวณเป็น USD โดยตรง (เพราะ Quote Currency คือ USD)
- ค่า Pip Value = 10 USD ต่อ 1 Standard Lot
แต่หากคุณเทรด EUR/GBP (Quote Currency คือ GBP):
- กำไรขาดทุนจะคำนวณเป็น GBP ก่อน จากนั้นต้องแปลงกลับเป็น USD ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน GBP/USD ปัจจุบัน
- ค่า Pip Value = 10 GBP × อัตรา GBP/USD (เช่น 1.27) = 12.70 USD ต่อ 1 Standard Lot
ข้อควรระวังเมื่อเทรดคู่เงินที่มีความผันผวนสูง
บางคู่เงินมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงินอื่น โดยเฉพาะคู่เงิน Cross Pairs (คู่เงินที่ไม่มี USD) และ Exotic Pairs (คู่เงินที่มีสกุลเงินของประเทศเกิดใหม่)

ตัวอย่างคู่เงินที่มีความผันผวนสูง:
- GBP/JPY (เรียกว่า "The Beast" เพราะเคลื่อนไหวรุนแรง บางวันเคลื่อนไหวได้ถึง 200-300 Pips)
- EUR/GBP (ผันผวนตามข่าว Brexit และนโยบายการเงินของ BOE vs ECB)
- USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี มีความผันผวนสูงมากเนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อและการเมืองในตุรกี)
- USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐ/แรนด์แอฟริกาใต้ ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์)
ห้ามใช้ Leverage สูงเกิน 1:100 กับคู่เงินที่มีความผันผวนสูงโดยไม่มีประสบการณ์เพียงพอ การเคลื่อนไหว 100 Pips ใน GBP/JPY สามารถทำให้คุณขาดทุนหรือได้กำไรหลายพันดอลลาร์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หากไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี อาจถูก Margin Call ได้
คำแนะนำสำหรับเทรดเดอร์หน้าใหม่:
- เริ่มต้นด้วยคู่เงินหลัก (Major Pairs) เช่น EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD ที่มี Spread ต่ำและสภาพคล่องสูง
- ศึกษา ค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก เพื่อเข้าใจพลวัตของตลาดเงิน
- ฝึกทดสอบกลยุทธ์ใน Demo Account อย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนเทรดด้วยเงินจริง
- ใช้ Risk-Reward Ratio อย่างน้อย 1:2 (เสี่ยง 1% เพื่อกำไร 2%)
- ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น
ความแตกต่างระหว่าง Direct Quote และ Indirect Quote
นอกจาก Base และ Quote Currency แล้ว นักเทรดควรเข้าใจแนวคิด Direct Quote และ Indirect Quote ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของประเทศที่คุณอยู่:
Direct Quote (การอ้างอิงแบบตรง):
- แสดงจำนวนสกุลเงินท้องถิ่น (Domestic Currency) ที่ต้องใช้เพื่อซื้อสกุลเงินต่างประเทศ (Foreign Currency) 1 หน่วย
- สำหรับคนอเมริกัน: USD/JPY = 150.25 เป็น Indirect Quote เพราะ USD เป็นเงินท้องถิ่น
- สำหรับคนไทย: USD/THB = 35.50 เป็น Direct Quote เพราะ THB เป็นเงินท้องถิ่น
Indirect Quote (การอ้างอิงแบบอ้อม):
- แสดงจำนวนสกุลเงินต่างประเทศที่ได้รับจากการขายสกุลเงินท้องถิ่น 1 หน่วย
- สำหรับคนอเมริกัน: EUR/USD = 1.1452 เป็น Direct Quote เพราะ EUR เป็นเงินต่างประเทศ
- สำหรับคนยุโรป: EUR/USD = 1.1452 เป็น Indirect Quote เพราะ EUR เป็นเงินท้องถิ่น
ในตลาด Forex สากล มาตรฐานการแสดงราคาจะเป็นแบบ Indirect Quote สำหรับ USD เกือบทุกคู่ (ยกเว้น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD, NZD/USD ที่ USD เป็น Quote Currency) ดังนั้นเมื่อคุณเห็น USD/JPY = 150.25 นั่นหมายถึงคุณใช้ 150.25 เยนเพื่อซื้อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
เครื่องมือที่ช่วยติดตามและวิเคราะห์ Base และ Quote Currency
เพื่อให้การเทรด Forex มีประสิทธิภาพ นักเทรดควรใช้เครื่องมือต่อไปนี้:
1. Economic Calendar (ปฏิทินเศรษฐกิจ)
- ติดตามข่าวประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ส่งผลต่อ Base และ Quote Currency
- เช่น ดัชนี CPI, การประชุม Fed, BOE, ECB, BOJ
- เว็บไซต์แนะนำ: Forex Factory, Investing.com, DailyFX
2. Currency Strength Meter
- เครื่องมือวัดความแข็งแกร่งของแต่ละสกุลเงินแบบอิสระ
- ช่วยระบุว่าสกุลเงินใดกำลัง Bullish หรือ Bearish มากที่สุดในช่วงเวลานั้น
- สามารถใช้เพื่อเลือกคู่เงินที่มีโอกาส Trending แรงที่สุด
3. Correlation Matrix
- แสดงค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) ระหว่างคู่เงินต่าง ๆ
- ช่วยหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ซ้ำซ้อน (Over-Exposure)
- ค่า +1 = เคลื่อนไหวไปทางเดียวกันทั้งหมด | ค่า -1 = เคลื่อนไหวตรงกันข้ามทั้งหมด
4. Pip Calculator และ Position Size Calculator
- คำนวณมูลค่า Pip ของแต่ละคู่เงินอย่างแม่นยำ
- ช่วยกำหนดขนาด Lot ที่เหมาะสมตาม Risk Management
- โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีเครื่องมือนี้ให้ใช้ฟรีบนเว็บไซต์
เครื่องมือ
Lot Size Calculator
คำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามหลัก Risk Management — ไม่ oversize ไม่ undersize
หลัก Risk Management
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Base Currency และ Quote Currency ต่างกันอย่างไร?
Base Currency คือสกุลเงินด้านหน้า (ซ้าย) ของคู่เงินที่ใช้เป็นหน่วยอ้างอิง มีค่าคงที่ที่ 1.00 หน่วยเสมอ ส่วน Quote Currency คือสกุลเงินด้านหลัง (ขวา) ที่บอกว่าต้องใช้เงินจำนวนเท่าไรเพื่อซื้อ Base Currency 1 หน่วย ตัวอย่างเช่น EUR/USD = 1.1452 หมายความว่า 1 EUR (Base) = 1.1452 USD (Quote)
ราคาคู่เงินเพิ่มขึ้นหมายความว่าอย่างไร?
เมื่อราคาคู่เงินเพิ่มขึ้น เช่น GBP/USD เพิ่มจาก 1.2500 เป็น 1.2600 นั่นหมายถึง Base Currency (GBP) แข็งค่าขึ้นเทียบกับ Quote Currency (USD) กล่าวคือ ตอนนี้ต้องใช้ดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น (1.2600 แทนที่จะเป็น 1.2500) เพื่อซื้อปอนด์อังกฤษ 1 หน่วย หากคุณถือ Long Position (ซื้อ GBP/USD) คุณจะได้กำไร
ค่า Pip ของทุกคู่เงินเท่ากันหรือไม่?
ไม่เท่ากัน ค่า Pip ขึ้นอยู่กับ Quote Currency และขนาด Lot ที่เทรด สำหรับคู่เงินที่มี USD เป็น Quote Currency (เช่น EUR/USD, GBP/USD) ค่า 1 Pip = 10 USD ต่อ 1 Standard Lot แต่สำหรับคู่เงินที่ Quote Currency เป็นสกุลอื่น (เช่น EUR/GBP) ต้องแปลงค่า Pip เป็น USD ผ่านอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน คู่เงินที่มี JPY เป็น Quote Currency (เช่น USD/JPY) Pip จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


