Day Trader และ Day Trade คืออะไร
การเทรดในตลาด Forex และหุ้นมีรูปแบบหลากหลาย แต่หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Day Trading — การซื้อขายที่เปิดและปิดออร์เดอร์ให้จบภายในวันเดียว

การเทรดในตลาด Forex และหุ้นมีรูปแบบหลากหลาย แต่หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Day Trading — การซื้อขายที่เปิดและปิดออร์เดอร์ให้จบภายในวันเดียว ไม่ค้างคืน บทความนี้จะอธิบายความหมาย ข้อดี และข้อควรระวังของ Day Trade และ Day Trader อย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณเข้าใจว่ารูปแบบนี้เหมาะกับคุณหรือไม่
สรุปสาระสำคัญ
- Day Trade คือการซื้อขายสินทรัพย์ที่เปิดและปิดออร์เดอร์ให้จบภายในวันเดียว ไม่เปิดออร์เดอร์ข้ามคืน
- Day Trader คือเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Day Trade เป็นหลัก มักใช้กราฟระยะสั้น (M5-H1) ในการวิเคราะห์
- ข้อดีหลักคือลดความเสี่ยงจากข่าวสำคัญข้ามคืน และสามารถสรุปผลกำไร-ขาดทุนได้ทุกวัน
- Day Trading ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์เทคนิคคอลที่แม่นยำ และจิตวิทยาที่เข้มแข็งต่อการตัดสินใจเร็ว
Day Trade คืออะไร
Day Trade (เดย์เทรด) คือรูปแบบการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน — ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น, หรือสินค้าโภคภัณฑ์ — ที่เทรดเดอร์เปิดออร์เดอร์และปิดออร์เดอร์ให้จบลงภายในวันเดียว โดยไม่เปิดออร์เดอร์ค้างคืน (Overnight Position)
ลักษณะสำคัญของ Day Trade ได้แก่:
- ระยะเวลาสั้น — การถือครอง Position ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงไม่กี่ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 1 วันเทรด
- จำนวนรอบสูง — เทรดเดอร์อาจเปิด-ปิดออร์เดอร์หลายรอบต่อวัน (3-10+ ออร์เดอร์)
- กำไรต่อรอบน้อย — เป้ากำไรต่อรอบมักอยู่ที่ 10-30 pips (Forex) หรือ 0.50-2.00% (หุ้น)
- ใช้เลเวอเรจปานกลาง — มักใช้ Leverage 1:10 ถึง 1:50 เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในระยะสั้น
ตัวอย่าง: เทรดเดอร์เปิด Buy EUR/USD ตอน 09:00 น. ที่ราคา 1.0850 ปิดที่ 1.0870 ตอน 11:30 น. กำไร 20 pips — นี่คือ Day Trade หนึ่งรอบ
Day Trade แตกต่างจาก Scalping (ถือครอง 1-5 นาที) และ Swing Trading (ถือครอง 2-10 วัน) — Day Trade อยู่ตรงกลางระหว่างสองรูปแบบนี้
ทำไม Day Trade ถึงได้รับความนิยมในตลาด Forex
ตลาด Forex เป็นตลาดที่เหมาะกับ Day Trade มากที่สุด เพราะ:
ความผันผวนสูงและสภาพคล่องดี
คู่เงินหลัก (EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY) มีความผันผวนเฉลี่ย 60-100 pips ต่อวัน — เพียงพอสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเก็บกำไร 15-30 pips หลายรอบ
เปิด 24 ชั่วโมง 5 วัน
เทรดเดอร์สามารถเลือกเซสชั่นที่เหมาะกับตนเอง — เซสชั่นเอเชีย (ผันผวนน้อย), ยุโรป (ผันผวนปานกลาง), หรืออเมริกา (ผันผวนสูง)
Spread ต่ำและค่าธรรมเนียมน้อย
โบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่คิด Spread 0.5-2.0 pips บน EUR/USD ไม่มีค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม — ทำให้เทรดหลายรอบต่อวันยังคุ้มค่า

ไม่มี Pattern Day Trader Rule (PDT)
ตลาดหุ้นสหรัฐมีกฎ PDT ที่กำหนดว่าบัญชีต่ำกว่า $25,000 ห้ามเทรดเกิน 3 รอบใน 5 วัน — Forex ไม่มีกฎนี้
ข้อดีของ Day Trade
1. ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ข้ามคืน (Overnight Risk)
เมื่อคุณปิดออร์เดอร์ทุกวันก่อนตลาดปิด คุณไม่ต้องกังวลเรื่อง:
- ข่าว Economic Data ที่ออกนอกเวลาเทรด (เช่น Non-Farm Payrolls ที่ออกตอน 20:30 น. ตามเวลาไทย)
- Gap ราคาตอนเปิดตลาดวันใหม่ (เช่น หุ้นเปิดต่ำกว่าราคาปิดวันก่อน 5%)
- ข่าวด่วนทางการเมือง/ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตอนกลางคืน
สถิติจาก FXCM พบว่า 60% ของ Loss ขนาดใหญ่ (>100 pips) ในบัญชี Retail เกิดจากการ Gap ข้ามคืน
2. กำไร-ขาดทุนชัดเจนทุกวัน
คุณสามารถสรุปผลการเทรดได้ทุกวันก่อนนอน — ช่วยให้:
- วางแผนการเงินได้แม่นยำ (รู้ว่าวันนี้กำไร/ขาดทุนเท่าไหร่)
- ปรับจิตวิทยาได้เร็ว (ไม่ต้องกังวลออร์เดอร์ค้างคืน)
- ทบทวนผิดพลาดได้ทันที (ไม่ต้องรอหลายวันถึงรู้ผล)
3. วิเคราะห์ง่ายกว่าการเทรดระยะยาว
Day Trader มุ่งเน้นปัจจัยระยะสั้น:
- เทคนิคคอล — Support/Resistance ใกล้ๆ, EMA 20/50, RSI, MACD
- ข่าวสั้น — ข่าว Economic Calendar วันนั้น (ไม่ต้องวิเคราะห์นโยบายธนาคารกลาง 6 เดือน)
- Price Action — รูปแบบแท่งเทียน 5M-1H
ไม่ต้องวิเคราะห์ Fundamental ลึกเหมือง Swing Trader ที่ต้องดู GDP, Inflation, Interest Rate Outlook
4. โอกาสสร้างรายได้ประจำ
หากคุณมีกลยุทธ์ที่ได้ผลสม่ำเสมอ (Win Rate >50% + Risk:Reward 1:1.5) คุณสามารถสร้างรายได้ประจำจาก Day Trade ได้
คำเตือน: ตามสถิติของ Broker ชั้นนำ เพียง 20-30% ของ Day Trader ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องเกิน 6 เดือน — ข้อดีนี้ใช้ได้เฉพาะเทรดเดอร์ที่มีวินัยและกลยุทธ์ชัดเจน
ข้อเสียและความเสี่ยงของ Day Trade
แม้จะมีข้อดีมาก แต่ Day Trade มีข้อเสียที่ต้องระวัง:
1. ต้องใช้เวลาติดตามตลาด
คุณต้องนั่งดูกราฟ 3-6 ชั่วโมงต่อวัน — ไม่เหมาะกับคนที่ทำงานเต็มเวลา
2. ค่าใช้จ่ายสะสม (Spread + Commission)
ถ้าคุณเทรด 5 รอบต่อวัน Spread 1.5 pips ต่อรอบ — คุณจ่ายค่า Spread 7.5 pips ต่อวัน (150 pips/เดือน) ซึ่งเทียบเท่า 1.50% ของเงินทุน $10,000
3. ความเครียดสูง
การตัดสินใจเร็วหลายครั้งต่อวันอาจทำให้เกิด:
- Overtrading (เทรดมากเกินไป)
- Revenge Trading (เทรดเพื่อเอาคืนหลังขาดทุน)
- Emotional Burnout (หมดไฟในระยะยาว)
4. ต้องการทักษะสูง
Day Trader ต้องชำนาญ:
- การอ่าน Price Action แบบ Real-Time
- การใช้ Indicator หลายตัวพร้อมกัน
- การจัดการความเสี่ยง (Stop Loss, Position Sizing)
Day Trader คืออะไร
Day Trader (เดย์เทรดเดอร์) คือเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Day Trade เป็นหลัก — เปิดและปิดออร์เดอร์ให้จบภายในวันเดียว ไม่ถือครอง Position ข้ามคืน
ลักษณะของ Day Trader มืออาชีพ:
- ใช้ Timeframe สั้น — M5, M15, H1 เป็นหลัก
- เทรดช่วงเวลาที่กำหนด — เช่น เฉพาะเซสชั่นลอนดอน (15:00-23:00 น. ตามเวลาไทย)
- มี Trading Plan ชัด — รู้ว่าจะเข้า/ออกเมื่อไหร่ กำไรเป้าเท่าไหร่
- ใช้ Risk Management เข้มงวด — Risk ไม่เกิน 1-2% ต่อรอบ
Day Trader ไม่ใช่ Gambler
Day Trader มืออาชีพไม่ใช่นักพนัน — พวกเขาใช้:
- Backtesting — ทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลัง 6-12 เดือน
- Trading Journal — บันทึกทุกออร์เดอร์เพื่อทบทวน
- Risk:Reward ชัด — ไม่เปิดออร์เดอร์ที่ Risk:Reward <1:1.5
วิธีเริ่มต้นเป็น Day Trader
ขั้นตอนที่ 1: เรียนรู้พื้นฐาน
- เรียน Forex พื้นฐาน: คู่เงิน, Pip, Leverage, Spread
- เรียนเทคนิคคอล: Support/Resistance, Candlestick Patterns, EMA, MACD, RSI
- เรียนการจัดการความเสี่ยง: Stop Loss, Take Profit, Position Sizing
ขั้นตอนที่ 2: เปิดบัญชี Demo
ทดลองเทรดบน Demo Account อย่างน้อย 3 เดือน โดย:
- ทดสอบกลยุทธ์อย่างน้อย 50 รอบ
- บันทึก Win Rate, Average Win/Loss
- ฝึกควบคุมอารมณ์ (ไม่ Revenge Trade)
ขั้นตอนที่ 3: เปิดบัญชีจริง (เงินทุนน้อย)
เริ่มด้วยเงินทุน $500-$1,000 Risk ไม่เกิน 1% ต่อรอบ ($5-$10)
เคล็ดลับ: เลือกโบรกเกอร์ที่มี Minimum Deposit ต่ำ (เช่น Exness $10) และ Spread ต่ำบน EUR/USD (<1.5 pips)
ขั้นตอนที่ 4: ทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
หลังจบแต่ละสัปดาห์:
- ทบทวน Trading Journal
- คำนวณ Sharpe Ratio (ผลตอบแทนเทียบความเสี่ยง)
- ปรับกลยุทธ์หาก Win Rate <50%
กลยุทธ์ Day Trade ยอดนิยม
1. Breakout Trading
เข้าออร์เดอร์เมื่อราคาทะลุ Support/Resistance สำคัญ
- เหมาะกับ: ช่วงข่าว Economic Data (เช่น CPI, NFP)
- Timeframe: M15-H1
- Risk:Reward: 1:2
2. Range Trading
ซื้อที่ Support ขายที่ Resistance ในตลาด Sideways
- เหมาะกับ: เซสชั่นเอเชีย (ผันผวนน้อย)
- Timeframe: M5-M15
- Risk:Reward: 1:1.5
3. News Trading
เทรดตาม Economic Calendar เช่น ข่าว Interest Rate Decision
- เหมาะกับ: เทรดเดอร์ที่ทนความเสี่ยงสูง
- Timeframe: M1-M5
- Risk:Reward: 1:3 (แต่ Win Rate ต่ำ ~40%)
เครื่องมือที่ Day Trader ต้องมี
1. แพลตฟอร์มเทรดที่เร็ว
- MetaTrader 4/5
- cTrader
- TradingView (สำหรับวิเคราะห์)
2. Economic Calendar
ติดตาม High-Impact News จาก:
- ForexFactory.com
- Investing.com
- Myfxbook.com
3. Trading Journal
ใช้:
- Edgewonk (ซอฟต์แวร์วิเคราะห์เชิงลึก)
- Google Sheets (ฟรี ปรับแต่งได้)
- Notion (สำหรับเขียน Notes)
ข้อผิดพลาดที่ Day Trader มือใหม่มักทำ
1. Overtrading
เทรดมากเกิน 10 รอบต่อวันโดยไม่มี Setup ชัด — ทำให้จ่ายค่า Spread สูง และเกิด Emotional Exhaustion
วิธีแก้: กำหนด Maximum Trades ต่อวัน (เช่น 5 รอบ)
2. ไม่ใช้ Stop Loss
หวังว่าราคาจะกลับมา — แต่สุดท้ายขาดทุนใหญ่เกิน 10%

วิธีแก้: ใส่ Stop Loss ทุกออร์เดอร์ ห้ามลบ
3. Revenge Trading
หลังขาดทุน 1 รอบ รีบเปิดออร์เดอร์ใหม่ทันทีเพื่อเอาคืน — มักจะขาดทุนเพิ่ม
วิธีแก้: พักเบรก 30 นาทีหลังขาดทุน ไม่เทรดต่อจนกว่าจะสงบ
4. ใช้ Leverage สูงเกินไป
ใช้ Leverage 1:500 เพื่อเปิดออร์เดอร์ใหญ่ — แต่ราคาผันผวน 20 pips ก็ขาดทุน 50%

วิธีแก้: ใช้ Leverage ไม่เกิน 1:50 และ Position Size ไม่เกิน 2% ของเงินทุน
Day Trade เหมาะกับใคร
Day Trade เหมาะกับ:
- คนที่มีเวลา 3-6 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเทรด
- คนที่ชอบการวิเคราะห์เทคนิคคอลระยะสั้น
- คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่ตื่นเต้นง่าย
Day Trade ไม่เหมาะกับ:
- คนที่ทำงานเต็มเวลา (ไม่มีเวลาดูกราฟ)
- คนที่เครียดง่าย หรือตัดสินใจช้า
- คนที่ต้องการผลตอบแทนระยะยาว (ควรลอง Swing Trade)
ทางเลือก: หากคุณทำงานเต็มเวลา แต่อยากลอง Day Trade — ลองเทรดในเซสชั่นอเมริกา (เวลา 20:00-24:00 น.) หลังเลิกงาน
สรุป
Day Trade คือการเปิดและปิดออร์เดอร์ให้จบภายในวันเดียว ไม่ค้างคืน — ช่วยลดความเสี่ยงจากข่าวข้ามคืนและ Gap ราคา Day Trader คือเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์นี้เป็นหลัก มุ่งเน้นการวิเคราะห์เทคนิคคอลระยะสั้นและการจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด
ข้อดีหลักของ Day Trade คือ:
- ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ข้ามคืน
- สรุปผลกำไร-ขาดทุนได้ทุกวัน
- วิเคราะห์ง่ายกว่าการเทรดระยะยาว
แต่ Day Trade ต้องใช้เวลา ทักษะ และวินัยสูง — ไม่เหมาะกับทุกคน หากคุณสนใจเริ่มต้น แนะนำให้:
- เรียนรู้พื้นฐาน Forex และเทคนิคคอล
- ทดลองบน Demo Account 3-6 เดือน
- เริ่มด้วยเงินทุนน้อย Risk 1% ต่อรอบ
- ทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าคุณจะเลือก Day Trade หรือรูปแบบอื่น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การศึกษาข้อมูลให้ดี จัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด และไม่ลงทุนมากกว่าที่คุณพร้อมเสีย การลงทุนทุกรูปแบบมีความเสี่ยง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Day Trade คือการเทรดแบบไหน
Day Trade คือการเปิดและปิดออร์เดอร์ให้จบภายในวันเดียว ไม่เปิดออร์เดอร์ค้างคืน — เทรดเดอร์จะปิดออร์เดอร์ทั้งหมดก่อนตลาดปิดหรือก่อนนอน
Day Trade ต่างจาก Swing Trade อย่างไร
Day Trade ถือครอง Position ไม่เกิน 1 วัน ส่วน Swing Trade ถือครอง 2-10 วัน — Day Trader มุ่งเน้นกำไรระยะสั้น 10-30 pips ต่อรอบ ส่วน Swing Trader มุ่งเน้นกำไร 100-300 pips ต่อรอบ
Day Trade ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่
คุณสามารถเริ่ม Day Trade ได้ตั้งแต่ $100-$500 บนโบรกเกอร์ที่มี Minimum Deposit ต่ำ — แต่แนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย $1,000 เพื่อจัดการความเสี่ยงได้สบาย (Risk 1% = $10 ต่อรอบ)
Day Trade ใช้ Timeframe ไหนดี
Day Trader ส่วนใหญ่ใช้ M5, M15, และ H1 — M5 สำหรับหา Entry Point, H1 สำหรับดูภาพรวม Trend
Day Trade กำไรได้จริงหรือไม่
ได้ — แต่ตามสถิติเพียง 20-30% ของ Day Trader ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จขึ้นอยู่กับ: กลยุทธ์ชัดเจน, การจัดการความเสี่ยงเข้มงวด, และวินัยในการเทรด
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


