ทำความรู้จักกับ Block Trade คืออะไร
Block Trade คือเครื่องมือสำหรับการลงทุนหุ้น กำลังเป็นที่จับตาของเหล่านักลงทุนทั้งหลาย และส่งผลต่อตลาดหุ้นเป็นอย่างมากอ่านกันได้ที่นี่เลย

Block Trade เป็นเครื่องมือการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในตลาดหุ้นไทย ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยสูงถึง 2,000.00 ล้านบาทต่อวัน ทำให้นักลงทุนหลายคนสนใจว่าเครื่องมือนี้คืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดของ Block Trade ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงข้อควรระวังสำหรับการลงทุน
สรุปสาระสำคัญ
- Block Trade คือการซื้อขายสัญญา Single Stock Futures (SSF) ในปริมาณมาก ผ่านตลาด TFEX
- ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง เพราะมีการใช้ Leverage
- เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจความเสี่ยงของอนุพันธ์
- สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย
Block Trade คืออะไร
Block Trade คือการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ Single Stock Futures (SSF) ในปริมาณมาก ผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Thailand Futures Exchange - TFEX) โดยมีลักษณะเป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ที่ตกลงกันนอกตลาด (Off-Exchange) แล้วจึงนำมารายงานต่อตลาด
สัญญา SSF ที่ใช้ใน Block Trade มีหุ้นแต่ละตัวเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งแตกต่างจาก SET50 Futures ที่อ้างอิงกับดัชนี นักลงทุนสามารถเข้าทำรายการผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตให้บริการ TFEX โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินเท่ากับมูลค่าหุ้นเต็มจำนวน
ความแตกต่างสำคัญ:
- การซื้อหุ้นตรง: ใช้เงิน 100% ของมูลค่าหุ้น
- Block Trade (SSF): ใช้เพียง Margin (ประมาณ 10-20% ของมูลค่าสัญญา) เหลือเป็น Leverage
เนื่องจากใช้ระบบ Leverage ทำให้นักลงทุนสามารถควบคุมมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงกว่าเงินทุนที่ลงไป แต่ก็หมายความว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเดียวกัน
Block Trade เป็นเครื่องมือสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์ ผู้เริ่มต้นควรศึกษาอนุพันธ์และ Leverage ให้เข้าใจก่อนเทรดจริง
จุดเด่นของ Block Trade
เพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด SSF
จุดประสงค์หลักของการพัฒนา Block Trade คือการแก้ปัญหาสภาพคล่อง (Liquidity) ของตลาด SSF ซึ่งเดิมมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำ การเปิดช่องให้ทำธุรกรรมขนาดใหญ่นอกตลาดช่วยให้:
- นักลงทุนสถาบันและรายใหญ่สามารถเข้ามาซื้อขายได้สะดวกขึ้น
- ราคา SSF มีความแม่นยำและสะท้อนมูลค่าหุ้นอ้างอิงได้ดีขึ้น
- ตลาดมี Bid-Ask Spread ที่แคบลง ลดต้นทุนการซื้อขาย
วางกลยุทธ์การลงทุนได้หลากหลาย
เมื่อ SSF มีสภาพคล่องเพียงพอ นักลงทุนสามารถนำไปใช้ในกลยุทธ์ต่างๆ เช่น:
- Hedging: ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตหุ้นที่ถืออยู่
- Speculation: เก็งกำไรจากความผันผวนของราคาหุ้น
- Arbitrage: หากำไรจากส่วนต่างราคาระหว่างหุ้นจริงกับ Futures
ทำไม Block Trade ถึงน่าสนใจ
ใช้ประโยชน์จาก Leverage
การใช้ Leverage ใน SSF ทำให้นักลงทุนสามารถควบคุมตำแหน่งที่มีมูลค่าสูงด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า ตัวอย่างเช่น:

- หุ้น ABC ราคา 50.00 บาท/หุ้น
- SSF สัญญาหนึ่งครอบคลุม 1,000 หุ้น = 50,000.00 บาท
- Initial Margin ที่ต้องวางประมาณ 10,000.00 บาท (20%)
หากราคาหุ้นขึ้นไป 52.00 บาท:
- กำไร = (52.00 - 50.00) × 1,000 = 2,000.00 บาท
- ROI = (2,000 / 10,000) × 100 = 20.00%
ในขณะที่ซื้อหุ้นตรงต้องใช้เงิน 50,000.00 บาท จึงได้ ROI เพียง 4.00%
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน หากราคาลง 2.00 บาท นักลงทุนจะขาดทุน 20% ของเงินต้น
ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
Block Trade ผ่าน SSF ช่วยให้นักลงทุนสามารถ:

- เปิด Long Position: เมื่อคาดว่าราคาหุ้นจะขึ้น
- เปิด Short Position: เมื่อคาดว่าราคาหุ้นจะลง
การ Short SSF สะดวกกว่าการยืมหุ้นมาขาย (Short Selling) ในตลาดหุ้นทั่วไป เพราะ:
- ไม่ต้องหาหุ้นมายืม (Borrow)
- ไม่มีค่า Borrow Fee
- สามารถเปิด-ปิดสถานะได้รวดเร็ว
สำหรับตลาดหมีหรือช่วงที่หุ้นปรับฐาน การ Short SSF จึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการทำกำไร
ต้นทุนธุรกรรมต่ำกว่า
เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้นจริง การทำ Block Trade มีข้อดีด้านต้นทุน:
- ค่าธรรมเนียมซื้อขาย TFEX ต่ำกว่าตลาดหุ้น
- ไม่มีค่า Stamp Duty
- Margin Requirement ช่วยเพิ่ม Capital Efficiency
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ความเสี่ยงจาก Leverage
Leverage เป็นดาบสองคม หากทิศทางราคาไม่เป็นไปตามคาด:
- Margin Call: หากขาดทุนทำให้ Margin เหลือต่ำกว่าระดับที่กำหนด โบรกเกอร์จะเรียก Margin เพิ่ม
- Force Close: หากไม่เติม Margin ทัน ตำแหน่งจะถูกปิดอัตโนมัติ อาจทำให้ขาดทุนเกินที่คาดไว้
ความเสี่ยงจาก Leverage อาจทำให้ขาดทุนเกินเงินต้นได้ หากไม่บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ความเสี่ยงจากสภาพคล่อง
แม้ Block Trade จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ SSF แต่บางหุ้นอาจยังมีปริมาณการซื้อขายต่ำ ทำให้:
- ราคา Bid-Ask กว้าง
- ปิดสถานะไม่ทันเมื่อตลาดผันผวน
- ราคา Fill อาจห่างจากราคาที่ต้องการ
ความเสี่ยงจากวันหมดอายุสัญญา
SSF มีวันหมดอายุ (Expiry Date) โดยทั่วไปคือวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน หากยังถือสถานะค้างจนหมดอายุ:
- ระบบจะทำ Cash Settlement โดยอัตโนมัติ
- ราคา Settlement อาจไม่เป็นไปตามที่คาด
- นักลงทุนควรปิดสถานะหรือ Roll Over ก่อนหมดอายุ
Block Trade เหมาะกับใคร
นักลงทุนสถาบันและรายใหญ่
Block Trade ออกแบบมาสำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่ เช่น:
- กองทุนที่ต้องการ Hedge พอร์ตหุ้น
- นักลงทุนสถาบันที่ต้องการปรับโครงสร้างพอร์ตอย่างรวดเร็ว
- Market Maker ที่ทำ Arbitrage
ปริมาณขั้นต่ำของ Block Trade โดยทั่วไปสูงกว่าการซื้อขาย SSF ปกติ ทำให้เหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนมาก
นักลงทุนที่มีประสบการณ์
เนื่องจากความซับซ้อนของอนุพันธ์และความเสี่ยงจาก Leverage นักลงทุนที่เหมาะกับ Block Trade ควร:
- เข้าใจกลไกการทำงานของ Futures
- มีประสบการณ์การบริหารความเสี่ยง
- ติดตามข่าวสารและปัจจัยพื้นฐานของหุ้นอ้างอิง
- มีแผนการลงทุนและจุดตัดขาดทุนชัดเจน
หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ ควรฝึกฝนด้วย Paper Trading หรือใช้เงินทุนเพียงส่วนเล็กในช่วงแรก จนกว่าจะเข้าใจกลไกและความเสี่ยงอย่างแท้จริง
วิธีเริ่มต้นทำ Block Trade
เปิดบัญชี TFEX
- เลือกโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขาย Derivatives
- เตรียมเอกสารตามที่บริษัทกำหนด (บัตรประชาชน, หนังสือรับรองบริษัท สำหรับนิติบุคคล)
- ทำแบบประเมินความเสี่ยง (Suitability Test)
- ลงนามในเอกสารเปิดบัญชี TFEX

ศึกษาข้อมูลหุ้นอ้างอิงและเงื่อนไขสัญญา
- Multiplier: จำนวนหุ้นต่อสัญญา (มักเป็น 1,000 หุ้น)
- Tick Size: การเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำ
- Expiry Date: วันหมดอายุของสัญญา
- Margin Requirement: เงินประกันที่ต้องวาง
ติดต่อโบรกเกอร์เพื่อจับคู่ Block Trade
Block Trade ไม่สามารถทำผ่าน Order Book ปกติได้ คุณต้อง:
- ติดต่อโบรกเกอร์เพื่อแจ้งความประสงค์
- โบรกเกอร์หาคู่ค้าที่สนใจตรงข้าม
- ตกลงราคาและปริมาณนอกตลาด
- รายงานธุรกรรมต่อ TFEX ภายในเวลาที่กำหนด
สรุป
Block Trade คือเครื่องมือการลงทุนที่ทรงพลังสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนด้วย Leverage และสามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตาม Leverage และความซับซ้อนของอนุพันธ์ทำให้ Block Trade ไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน
สำหรับมือใหม่ ควรศึกษาพื้นฐานของ Futures และฝึกฝนกับเงินทุนเล็กน้อยก่อน เมื่อเข้าใจกลไกและสามารถบริหารความเสี่ยงได้แล้ว Block Trade จึงจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Block Trade ต่างจาก SSF ทั่วไปอย่างไร?
Block Trade เป็นการซื้อขาย SSF ในปริมาณมากที่ตกลงนอกตลาด (Off-Exchange) แล้วจึงรายงานเข้าตลาด ในขณะที่ SSF ทั่วไปซื้อขายผ่าน Order Book ปกติ Block Trade มักใช้สำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาด
ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการทำ Block Trade?
ขึ้นอยู่กับ Margin Requirement ของแต่ละหุ้นอ้างอิง โดยทั่วไปต้องวาง Initial Margin ประมาณ 10-20% ของมูลค่าสัญญา แต่ปริมาณขั้นต่ำของ Block Trade มักสูงกว่าการซื้อขาย SSF ปกติ จึงต้องมีเงินทุนพอสมควร
Block Trade มีความเสี่ยงมากกว่าการซื้อหุ้นตรงหรือไม่?
ใช่ เพราะใช้ Leverage ทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนขยายตามสัดส่วน หากราคาไม่เป็นไปตามคาด อาจขาดทุนเกินเงินต้นได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก Margin Call และวันหมดอายุสัญญา
นักลงทุนมือใหม่ควรลงทุน Block Trade หรือไม่?
ไม่แนะนำ Block Trade เหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจอนุพันธ์ดี มือใหม่ควรเริ่มจากการซื้อขายหุ้นปกติ หรือศึกษา SSF พื้นฐานก่อน รวมถึงฝึกฝนด้วย Paper Trading จนมั่นใจ
Block Trade สามารถทำกำไรในตลาดหมีได้อย่างไร?
Block Trade ผ่าน SSF สามารถเปิด Short Position (ขาย) ได้ง่าย หากคาดว่าราคาหุ้นจะลง เมื่อราคาลงจริง นักลงทุนปิดสถานะที่ราคาต่ำกว่าจึงได้กำไร ซึ่งสะดวกกว่าการยืมหุ้นมาขายในตลาดหุ้นปกติ
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Patiphan Uhas
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →


