U
UHAS
XAU/USD0.00%

Block Trade คืออะไร รู้ไว้ก่อนเริ่มเล่นหุ้น

ใครที่กำลังเข้าสู่สายเล่นหุ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่า Block Trade คืออะไร ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยในการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

P
Patiphan Uhas
11 ตุลาคม 2566·4 นาทีอ่าน
แชร์
ไขข้อสงสัย Block Trade คืออะไร ก่อนเริ่มเล่นหุ้น

การซื้อขายหุ้นผ่าน Block Trade กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงหุ้นขนาดใหญ่ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่า โดยเฉลี่ยมูลค่าการซื้อขายผ่าน Block Trade อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อวัน แม้จะมีความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อหุ้นทั่วไป แต่ก็ให้โอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้นเช่นกัน บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ Block Trade ก่อนเริ่มลงทุน

สรุปสาระสำคัญ

  • Block Trade คือการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ Single Stock Futures (SSF) ผ่าน TFEX โดย 1 สัญญาเท่ากับหุ้น 1,000 หุ้น
  • ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง เนื่องจากมีอัตราทด (Leverage) อยู่ที่ 5-25 เท่า
  • เหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์ เข้าใจความเสี่ยง และสามารถติดตามตลาดได้อย่างใกล้ชิด
  • สามารถเปิดสถานะทั้งฝั่งซื้อ (Long) และขาย (Short) ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง
Block Trade คืออะไร

Block Trade คืออะไร

Block Trade คือการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภท Single Stock Futures (SSF) ผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) โดยใช้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นสินทรัพย์อ้างอิง แทนที่จะซื้อหุ้นโดยตรง นักลงทุนจะทำสัญญาซื้อขายหุ้นนั้นในอนาคตด้วยราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า

หน่วยการซื้อขายของ Block Trade มีขนาดขั้นต่ำที่ TFEX กำหนดไว้ คือ 20, 100, 500 หรือ 1,000 สัญญาต่อ 1 รายการ ขึ้นอยู่กับช่วงราคาของหุ้นอ้างอิง โดย 1 สัญญาจะเทียบเท่ากับหุ้น 1,000 หุ้น ตัวอย่างเช่น หากคุณทำ Block Trade 20 สัญญา จะเท่ากับการซื้อขายหุ้น 20,000 หุ้น

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง Block Trade กับการซื้อหุ้นทั่วไป คือ การใช้เงินลงทุนที่น้อยกว่า เพราะคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนเพื่อถือครองหุ้น แต่จ่ายเพียงเงินมาร์จิ้น (Margin) ซึ่งมักอยู่ที่ 4-20% ของมูลค่าสัญญา นี่คืออัตราทดหรือ Leverage ที่ทำให้ Block Trade มีทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อหุ้นธรรมดา

จุดกำเนิดของ Block Trade

ก่อนที่จะมี Block Trade ตลาด Single Stock Futures บน TFEX เผชิญกับปัญหาสภาพคล่องต่ำ นักลงทุนที่ต้องการเปิดหรือปิดสถานะมักพบว่าไม่มี Bid (ราคาเสนอซื้อ) หรือ Offer (ราคาเสนอขาย) เพียงพอ หรือถ้ามีก็มีช่วงห่างระหว่างราคาซื้อกับขายกว้างมาก ทำให้ยากต่อการทำธุรกรรม

เพื่อแก้ปัญหานี้ TFEX จึงเปิดให้มีบริการ Block Trade โดยโบรกเกอร์เข้ามาทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาฝั่งตรงข้ามกับนักลงทุน ช่วยให้สามารถตกลงราคาซื้อขายได้ตามต้องการ แม้ว่าตลาดจะไม่มีสภาพคล่องเพียงพอก็ตาม

การเปิดให้บริการ Block Trade ทำให้ตลาด SSF กลับมามีชีวิตชีวา เพราะนักลงทุนสามารถเข้าออกสถานะได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะกับหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความต้องการซื้อขายในปริมาณมาก ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขาย Block Trade เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80,000 สัญญาต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อวัน

ความสัมพันธ์ระหว่าง Block Trade กับตลาดหุ้น

Block Trade และตลาดหุ้นมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เพราะ Block Trade ใช้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นสินทรัพย์อ้างอิง ราคาของสัญญา Block Trade จะเคลื่อนไหวตามราคาหุ้นในตลาด โดยมีส่วนต่างเล็กน้อยที่เรียกว่า Basis ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาคงเหลือของสัญญา และเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับ

นักลงทุนสามารถใช้ Block Trade เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ เช่น หุ้นใน SET50 หรือ SET100 ด้วยเงินลงทุนที่น้อยกว่า แต่ได้รับผลตอบแทน (หรือขาดทุน) ที่เคลื่อนไหวตามหุ้นจริง ทวีคูณด้วยอัตราทด

นอกจากนี้ Block Trade ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อมีการซื้อขายหุ้นในปริมาณมาก การทำผ่าน Block Trade ช่วยให้ไม่กระทบราคาหุ้นในตลาดโดยตรงมากนัก เพราะธุรกรรมเกิดขึ้นในตลาด Derivatives แทนที่จะเป็นตลาดหุ้นหลัก

INFO

ราคา Block Trade จะใกล้เคียงกับราคาหุ้นในตลาด แต่มีส่วนต่าง (Basis) เล็กน้อย ซึ่งนักลงทุนควรคำนึงถึงเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการลงทุน

เหตุผลที่ Block Trade น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

อัตราทดที่เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน

Block Trade ใช้หลักการเดียวกับสัญญา Futures จึงมีอัตราทด (Leverage) อยู่ที่ประมาณ 5-25 เท่า ขึ้นอยู่กับหุ้นอ้างอิงและอัตรามาร์จิ้นที่โบรกเกอร์กำหนด หมายความว่า หากคุณมีเงิน 100,000 บาท คุณสามารถควบคุมมูลค่าหุ้นได้มากถึง 500,000-2,500,000 บาท

แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน
แผนภาพเลเวอเรจแบบคานผ่อนแรง: หลักประกันหนึ่งพันดอลลาร์คุมสัญญาหนึ่งแสนดอลลาร์ที่ 1:100 ราคาขยับหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่ากับหลักประกันทั้งก้อน ทั้งฝั่งกำไรและขาดทุน

ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติหุ้น ABC ราคา 100 บาท คุณต้องการซื้อ 10,000 หุ้น (มูลค่า 1,000,000 บาท)

  • การซื้อหุ้นโดยตรง: ต้องใช้เงิน 1,000,000 บาท ถ้าหุ้นขึ้น 10% กำไร 100,000 บาท (10% ของเงินลงทุน)
  • การทำ Block Trade (อัตราทด 10 เท่า): ต้องใช้เงินมาร์จิ้น 100,000 บาท ถ้าหุ้นขึ้น 10% กำไรเท่ากัน 100,000 บาท แต่คิดเป็น 100% ของเงินลงทุน

อย่างไรก็ตาม Leverage เป็นมีดสองคม หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับที่คาดการณ์ คุณก็จะขาดทุนเร็วเช่นกัน และอาจถูกเรียกเงินเพิ่ม (Margin Call) หรือถูกปิดสถานะบังคับได้

NOTE

Leverage ช่วยเพิ่มผลตอบแทน แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเท่าเทียมกัน นักลงทุนควรใช้เพียง 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อหนึ่งสถานะ และมีแผนบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนเสมอ

ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง

ข้อได้เปรียบสำคัญของ Block Trade คือความสามารถในการเปิดสถานะฝั่งขาย (Short Position) ได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องยืมหุ้นหรือดำเนินการยุ่งยากเหมือนการขายชอร์ตหุ้นทั่วไป

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน

ในตลาดหุ้นปกติ หากคุณคาดการณ์ว่าราคาจะลง คุณต้อง:

  1. ยืมหุ้นจากโบรกเกอร์หรือนักลงทุนรายอื่น
  2. ขายหุ้นที่ยืมมาในราคาสูง
  3. รอให้ราคาลง แล้วซื้อกลับมาคืนในราคาต่ำกว่า
  4. กำไรคือผลต่างระหว่างราคาที่ขายกับราคาที่ซื้อกลับ

กระบวนการนี้มีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่สามารถยืมได้ ค่าธรรมเนียมการยืมสูง และมีระยะเวลาจำกัด

แต่กับ Block Trade คุณเพียงแค่เปิดสถานะฝั่ง Short ได้ทันที หากราคาหุ้นลงตามที่คาดการณ์ คุณก็จะทำกำไร หากราคาขึ้น คุณก็จะขาดทุน ง่ายและตรงไปตรงมา สิ่งนี้ทำให้ Block Trade เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทำกำไรในทุกสภาวะตลาด

ทำความรู้จัก Block Trade คืออะไร

จุดเด่นที่ทำให้ Block Trade โดดเด่น

เพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด SSF

จุดเด่นหลักที่ Block Trade ถูกออกแบบมา คือการแก้ปัญหาสภาพคล่องของตลาด Single Stock Futures ก่อนหน้านี้นักลงทุนที่ต้องการซื้อขาย SSF มักเจอปัญหาว่าไม่มีคู่สัญญาหรือราคา Bid-Offer ห่างกันมาก

Block Trade แก้ปัญหานี้โดยให้โบรกเกอร์เข้ามารับเป็นคู่สัญญา ทำให้นักลงทุนสามารถตกลงราคาซื้อขายได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องรอให้มีคนอื่นเสนอซื้อหรือขาย ช่วยให้การเข้าออกสถานะเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้น

วางแผนกลยุทธ์การลงทุนได้หลากหลาย

ด้วยความยืดหยุ่นในการซื้อขายและอัตราทด นักลงทุนสามารถใช้ Block Trade ในกลยุทธ์การลงทุนหลากหลายรูปแบบ เช่น:

  • Directional Trading: เก็งกำไรจากทิศทางราคาหุ้น ทั้งขาขึ้นและขาลง
  • Pairs Trading: ซื้อหุ้นหนึ่งและขายอีกหุ้นหนึ่งในกลุ่มเดียวกัน เพื่อหากำไรจากความแตกต่างของราคา
  • Hedging: ป้องกันความเสี่ยงจากพอร์ตหุ้นที่ถืออยู่ โดยเปิด Short Position ใน Block Trade
  • Arbitrage: หากำไรจากความแตกต่างของราคาระหว่างหุ้นจริงกับราคาสัญญา

กลยุทธ์เหล่านี้ต้องการความรู้และประสบการณ์ในระดับสูง นักลงทุนมือใหม่ควรศึกษาและฝึกฝนให้เชี่ยวชาญก่อนใช้เงินจริง

ข้อดีของการลงทุนผ่าน Block Trade

ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า

ด้วยระบบมาร์จิ้น คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนเพื่อควบคุมมูลค่าหุ้นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการควบคุมหุ้นมูลค่า 1,000,000 บาท คุณอาจต้องใช้เงินมาร์จิ้นเพียง 100,000-200,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราทดที่โบรกเกอร์กำหนด)

สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนที่มีเงินทุนจำกัดสามารถเข้าถึงหุ้นขนาดใหญ่ได้ หรือกระจายการลงทุนไปในหุ้นหลายตัวโดยใช้เงินทุนเท่าเดิม

ลงทุนได้ทุกสภาวะตลาด

เนื่องจากสามารถเปิดทั้งฝั่ง Long และ Short ได้ นักลงทุนจึงมีโอกาสทำกำไรได้ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในภาวะใด ขาขึ้นก็เปิด Long ขาลงก็เปิด Short หรือถ้าตลาดไปข้างก็สามารถรอนอกสนามได้

ความยืดหยุ่นนี้เป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับการถือหุ้นทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะทำกำไรได้ดีเฉพาะช่วงตลาดขาขึ้นเท่านั้น

รับสิทธิเงินปันผล

นักลงทุนที่ถือ Long Position ใน Block Trade จะได้รับเงินปันผล (Dividend) เมื่อหุ้นอ้างอิงจ่ายปันผล โดยจำนวนเงินปันผลจะถูกปรับเข้าสู่ราคาสัญญา Block Trade โดยอัตโนมัติ

แผนภาพพื้นฐานหุ้น: การถือหุ้นคือการถือส่วนแบ่งความเป็นเจ้าของบริษัท ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและการเติบโตของราคา พร้อมวิธีอ่านค่า P/E
แผนภาพพื้นฐานหุ้น: การถือหุ้นคือการถือส่วนแบ่งความเป็นเจ้าของบริษัท ผลตอบแทนมาจากเงินปันผลและการเติบโตของราคา พร้อมวิธีอ่านค่า P/E

ในทางกลับกัน นักลงทุนที่ถือ Short Position จะต้องจ่ายเงินปันผลให้กับคู่สัญญา เนื่องจากเป็นฝั่งที่ยืมหุ้นมาขาย

INFO

เงินปันผลจาก Block Trade จะถูกปรับเข้าราคาสัญญาโดยอัตโนมัติในวันที่หุ้นทำ XD (วันปันผลตก) ไม่ใช่การโอนเงินสดเข้าบัญชีโดยตรง

สาเหตุที่ Block Trade เป็นที่นิยม

หุ้นอ้างอิงเป็นหุ้นขนาดใหญ่

หุ้นที่สามารถทำ Block Trade ได้ส่วนใหญ่เป็นหุ้นใน SET50 และ SET100 ซึ่งเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง มีกองทุนต่างชาติและ Proprietary Trading (Prop Trade) เป็นผู้เล่นหลัก

หุ้นกลุ่มนี้มักเคลื่อนไหวตาม Technical Analysis มากกว่าหุ้น Small Cap ทำให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และคาดการณ์ทิศทางได้ง่ายกว่า นอกจากนี้หุ้นขนาดใหญ่ยังมี Fundamentals ที่แข็งแกร่ง ข้อมูลเปิดเผยโปร่งใส ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ครบถ้วนน้อยกว่า

ผลตอบแทนที่คูณตัวด้วยอัตราทด

หากนักลงทุนลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่ากัน และคาดการณ์ทิศทางถูกต้อง ผลตอบแทนจาก Block Trade จะสูงกว่าการซื้อหุ้นโดยตรงเป็นหลายเท่า เนื่องจากอัตราทด

ตัวอย่าง:

  • เงินลงทุน 100,000 บาท
  • หุ้น XYZ ราคา 50 บาท คาดว่าจะขึ้นเป็น 55 บาท (10%)

กรณีซื้อหุ้นโดยตรง:

  • ซื้อได้ 2,000 หุ้น
  • เมื่อราคาขึ้นเป็น 55 บาท มูลค่า 110,000 บาท
  • กำไร 10,000 บาท (10%)

กรณีทำ Block Trade (อัตราทด 10 เท่า):

  • ควบคุมหุ้นได้มูลค่า 1,000,000 บาท (20,000 หุ้น)
  • เมื่อราคาขึ้นเป็น 55 บาท กำไร 100,000 บาท
  • คิดเป็น 100% ของเงินลงทุน

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง หากคาดการณ์ถูก ได้กำไรมาก แต่ถ้าคาดการณ์ผิด ขาดทุนก็มากเช่นกัน

เทรดได้ตลอดเวลาซื้อขาย

ระบบ Block Trade ของ TFEX เปิดให้บริการในช่วงเวลาซื้อขายหุ้น ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าออกสถานะได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสถานะใหม่ ปิดสถานะเก่า หรือปรับสถานะตามสภาวะตลาด

ความเสี่ยงที่ต้องระวังเมื่อเทรด Block Trade

ความเสี่ยงจาก Leverage

Leverage เป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของ Block Trade หากราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้าม เงินมาร์จิ้นของคุณจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเงินมาร์จิ้นต่ำกว่าระดับที่กำหนด (Maintenance Margin) โบรกเกอร์จะแจ้ง Margin Call ให้เติมเงินเพิ่ม หรืออาจปิดสถานะบังคับได้

ตัวอย่าง: คุณเปิด Long 10 สัญญาของหุ้น ABC ที่ราคา 100 บาท (มูลค่า 1,000,000 บาท) โดยใช้มาร์จิ้น 100,000 บาท (อัตราทด 10 เท่า)

  • หากราคาลงเหลือ 95 บาท (-5%) คุณขาดทุน 50,000 บาท เงินมาร์จิ้นเหลือ 50,000 บาท
  • หากราคาลงเหลือ 90 บาท (-10%) คุณขาดทุน 100,000 บาท เงินมาร์จิ้นหมด สถานะถูกปิดบังคับ
NOTE

อย่าใช้ Leverage สูงเกินควบคุม แม้ว่าโบรกเกอร์จะให้ได้ถึง 25 เท่า แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์มักใช้ไม่เกิน 5-10 เท่า และมีแผน Stop Loss ที่ชัดเจนเสมอ

ต้นทุนในการถือสถานะ

การถือสถานะ Block Trade มีต้นทุนที่ซ่อนอยู่ เช่น:

  • ดอกเบี้ยจากการกู้ยืม: หากคุณถือสถานะข้ามคืน โบรกเกอร์จะคิดดอกเบี้ยจากเงินมาร์จิ้นที่ให้กู้ยืม
  • Basis (ส่วนต่างราคา): ราคา Block Trade มักสูงหรือต่ำกว่าราคาหุ้นในตลาดเล็กน้อย ซึ่ง

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง