EURUSD คู่เงิน Forex ที่เทรดเดอร์ Forex ทั่วโลกนิยมเทรด
EURUSD คู่เงิน Forex ที่เทรดเดอร์ Forex ทั่วโลกนิยมเทรด สกุลเงินหลักของโลกนี้คุณคิดว่ามันคือสกุลเงินไหน? คงไม่พ้นสกุลเงินจากประเทศมหาอำนาจ

EUR/USD เป็นคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในตลาด Forex คิดเป็นมากกว่า 20% ของปริมาณการเทรดทั้งหมดทั่วโลก ความนิยมนี้มาจากสภาพคล่องสูง ค่าสเปรดต่ำ และข้อมูลข่าวสารที่หาได้ง่าย ทำให้เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

สรุปสาระสำคัญ
- EUR/USD คิดเป็น 20-25% ของปริมาณการเทรด Forex ทั้งหมด มีสภาพคล่องสูงสุดในตลาด
- ค่าสเปรดเฉลี่ยอยู่ที่ 0.1-0.5 pips ในโบรกเกอร์คุณภาพ บางเจ้าเสนอ Raw Spread 0.0 pips + commission
- ข่าวเศรษฐกิจจาก ECB และ Fed มีผลโดยตรงต่อคู่เงินนี้ สามารถติดตามได้ง่ายจากแหล่งข่าวหลัก
- อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในช่วง 1.0000-1.6000 ในประวัติศาสตร์ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 1.05-1.10
- เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ แต่ต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน
ทำไม EUR/USD ถึงเป็นคู่เงินที่ได้รับความนิยมสูงสุด
USD เป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก ถูกใช้ในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญเช่นน้ำมัน ทองคำ และ cryptocurrency ส่วน EUR เป็นสกุลเงินที่ใช้โดยประเทศสมาชิก Eurozone 20 ประเทศ ซึ่งรวมกันแล้วมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปแน่นแฟ้น ทั้งการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านการเงิน ทำให้คู่เงินนี้สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจโลกได้ชัดเจน
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
เงินยูโรเกิดขึ้นในปี 1999 เป็นสกุลเงินกลางของสหภาพยุโรป ในช่วงแรก USD มีมูลค่าสูงกว่า EUR โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 1.1700 แต่ในปี 2000-2002 EUR อย่อนค่าลงจนต่ำสุดที่ 0.8200 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นและแข็งค่าจนถึงจุดสูงสุดที่ 1.6000 ในปี 2008
หลังวิกฤตการเงินโลก 2008 และวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป EUR มีความผันผวนสูง ปัจจุบันคู่เงินนี้มักเคลื่อนไหวในช่วง 1.0500-1.1000 ขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของ Federal Reserve (Fed) และ European Central Bank (ECB)
ข้อดีหลักของการเทรด EUR/USD
สภาพคล่องสูงสุดในตลาด
EUR/USD มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 1-1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สภาพคล่องสูงนี้หมายความว่า:
- คำสั่งซื้อขายถูก execute ได้ทันที แม้ในขนาดคำสั่งใหญ่
- ราคา Bid-Ask แคบมาก ค่าใช้จ่ายในการเทรดต่ำ
- Slippage เกิดขึ้นน้อย แม้ในช่วงข่าวสำคัญ
- เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วัน มีสภาพคล่องดีในทุก session
ช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงสุดคือเวลา 14:00-17:00 น. (เวลาไทย) เมื่อตลาด London และ New York เปิดซ้อนทับกัน
ค่าสเปรดต่ำที่สุด
สเปรดเฉลี่ยของ EUR/USD:
- ECN/Raw Spread accounts: 0.0-0.2 pips + commission $3-7 per lot
- Standard accounts: 0.5-1.0 pips
- ช่วงข่าวสำคัญ: อาจกว้างขึ้นถึง 3-5 pips ชั่วคราว

เมื่อเทียบกับคู่เงิน exotic อย่าง USD/TRY ที่มีสเปรดสูงถึง 30-50 pips หรือแม้แต่ GBP/JPY ที่มีสเปรด 2-3 pips EUR/USD ถือว่าประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด
ข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์เข้าถึงง่าย
เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปมีความโปร่งใสสูง ข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อ EUR/USD ได้แก่:
ข่าวจาก Fed (สหรัฐ):
- FOMC Meeting และการประกาศอัตราดอกเบี้ย
- Non-Farm Payrolls (NFP) ทุกวันศุกร์แรกของเดือน
- CPI (Inflation) ข้อมูลเงินเฟ้อรายเดือน
- GDP Growth รายไตรมาส
ข่าวจาก ECB (ยุโรป):
- ECB Interest Rate Decision
- เศรษฐกิจเยอรมนี (เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดใน Eurozone)
- Eurozone CPI และ GDP
- ข้อมูลการว่างงาน
แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้:
- Bloomberg Terminal และ Bloomberg.com
- Reuters/Refinitiv
- Investing.com (Economic Calendar ฟรี)
- Trading Economics
- สำนักข่าวไทยอย่าง The Standard, Bloomberg Thailand
ใช้ Economic Calendar เพื่อติดตามข่าวสำคัญ ข่าวที่มี impact สูง (3 ดาว) มักทำให้ราคาเคลื่อนไหว 50-100 pips ภายในไม่กี่นาที
กลยุทธ์การเทรด EUR/USD ที่นิยม
Day Trading และ Scalping
เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่:
- ต้องการผลตอบแทนรวดเร็วภายในวัน
- สามารถติดตามหน้าจอได้อย่างใกล้ชิด
- ใช้ leverage สูง 1:30-1:100
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- London Session (15:00-23:00 น. เวลาไทย)
- New York Session (19:00-02:00 น. เวลาไทย)
- Overlap Period (20:00-23:00 น.) มีความผันผวนสูงสุด
Swing Trading
เหมาะสำหรับคนที่:
- ทำงานประจำ ไม่สามารถติดตามตลาดตลอดเวลา
- ใช้กรอบเวลา H4, Daily, Weekly
- ถือ position 2-7 วัน
มักใช้ร่วมกับ:
- Support/Resistance zones
- Fibonacci Retracement
- Moving Average (MA 50, MA 200)
News Trading
เหมาะสำหรับผู้ที่:
- เข้าใจเศรษฐกิจมหภาคเป็นอย่างดี
- กล้าเสี่ยง รับได้กับความผันผวนสูง
- มีแผนบริหารความเสี่ยงชัดเจน
News Trading มีความเสี่ยงสูง — ราคาอาจเคลื่อนไหว 100+ pips ภายใน 1-2 นาที Stop Loss อาจถูก slip ได้ง่าย ควรใช้ตำแหน่งที่เล็กและมี risk-reward ratio อย่างน้อย 1:2
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา EUR/USD
นโยบายการเงิน (Monetary Policy)
ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่าง Fed และ ECB เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก:
- ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า ECB → USD แข็งค่า → EUR/USD ลง
- ถ้า ECB ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า Fed → EUR แข็งค่า → EUR/USD ขึ้น
ตัวอย่าง: ในปี 2022 Fed ขึ้นดอกเบี้ยจาก 0.25% เป็น 4.50% ภายใน 12 เดือน ขณะที่ ECB ขึ้นช้ากว่า ส่งผลให้ EUR/USD ลดลงจาก 1.1500 มาที่ 0.9600 (ต่ำสุดในรอบ 20 ปี)
เงินเฟ้อ (Inflation)
CPI (Consumer Price Index) เป็นตัวบ่งชี้สำคัญ:
- เงินเฟ้อสูง → ธนาคารกลางอาจขึ้นดอกเบี้ย → เงินแข็งค่า
- เงินเฟ้อต่ำ → อาจลดดอกเบี้ย → เงินอ่อนค่า
ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
ตัวชี้วัดสำคัญ:
- Consumer Confidence Index
- Manufacturing PMI (ค่ามากกว่า 50 = เศรษฐกิจขยายตัว)
- Services PMI
- Unemployment Rate
เหตุการณ์ทางการเมือง
- การเลือกตั้งสหรัฐและยุโรป
- Brexit และผลกระทบต่อ EU
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (รัสเซีย-ยูเครน, ตะวันออกกลาง)
การบริหารความเสี่ยงในการเทรด EUR/USD
แม้ EUR/USD จะมีสภาพคล่องสูง แต่ความเสี่ยงยังมีอยู่:
ใช้ Stop Loss เสมอ
- Risk ไม่เกิน 1-2% ของ capital ต่อ position
- ตัวอย่าง: บัญชี $10,000 → risk สูงสุด $100-200 ต่อเทรด
- วาง Stop Loss ที่ระดับ Support/Resistance สำคัญ
หลีกเลี่ยง Leverage สูงเกินไป
- Leverage 1:30-1:50 เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป
- Leverage 1:100-1:500 เหมาะสำหรับมืออาชีพที่มีประสบการณ์
- ยิ่ง leverage สูง ยิ่ง liquidation เร็ว
ทดสอบกลยุทธ์ด้วยบัญชี Demo
ก่อนเทรดจริง:
- ใช้บัญชี demo อย่างน้อย 1-3 เดือน
- ทดสอบกลยุทธ์ในสภาวะตลาดต่างๆ (sideways, trending, volatile)
- บันทึก trading journal เพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์
กระจายความเสี่ยง
- อย่าเทรดแค่ EUR/USD คู่เดียว
- พิจารณาคู่เงินอื่น เช่น GBP/USD, USD/JPY, AUD/USD
- อย่าเปิด position หลายคู่ในทิศทางเดียวกันพร้อมกัน
เครื่องมือและตัวชี้วัดที่เหมาะสมสำหรับ EUR/USD
Technical Indicators ที่นิยม
Moving Averages:
- MA 20, MA 50, MA 200 บน timeframe Daily
- Golden Cross (MA 50 ตัดขึ้น MA 200) = สัญญาณขาขึ้น
- Death Cross (MA 50 ตัดลง MA 200) = สัญญาณขาลง
Oscillators:
- RSI (Relative Strength Index): >70 = overbought, <30 = oversold
- MACD (Moving Average Convergence Divergence)
- Stochastic Oscillator
Volatility Indicators:
- Bollinger Bands (วัดความผันผวน)
- ATR (Average True Range) เฉลี่ย 50-80 pips ต่อวัน
Chart Patterns
- Head and Shoulders (Reversal pattern)
- Double Top/Bottom
- Triangle Patterns (Symmetrical, Ascending, Descending)
- Flag และ Pennant Patterns
การเลือกโบรกเกอร์สำหรับเทรด EUR/USD
ปัจจัยที่ต้องพิจารณา:
ค่าสเปรดและค่าคอมมิชชั่น
- เปรียบเทียบสเปรดเฉลี่ยในช่วง London และ New York session
- บางโบรกเกอร์มี Raw Spread 0.0 pips แต่เก็บ commission $3-7 per lot
- คำนวณต้นทุนรวม = (Spread + Commission) × จำนวนการเทรดต่อเดือน
การควบคุมและความน่าเชื่อถือ
โบรกเกอร์ที่ดีควรได้รับใบอนุญาตจาก:
- FCA (UK) — มาตรฐานสูงสุด
- ASIC (Australia)
- CySEC (Cyprus)
- FSA หรือ FSCA (แอฟริกาใต้)
ตรวจสอบใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง อย่าเชื่อเพียงหน้าเว็บโบรกเกอร์เพียงอย่างเดียว
Execution Speed และ Slippage
- โบรกเกอร์ที่ดีมี average execution time ต่ำกว่า 50 milliseconds
- ตรวจสอบจาก review และทดสอบด้วยบัญชี demo
- อ่านเงื่อนไข re-quote และ slippage policy
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
EUR/USD เคลื่อนไหวกี่ pips โดยเฉลี่ยต่อวัน?
EUR/USD มี Average Daily Range (ADR) ประมาณ 50-80 pips ในสภาวะตลาดปกติ ในช่วงที่มีข่าวสำคัญเช่น FOMC หรือ ECB meeting อาจเคลื่อนไหวได้ 100-200 pips ภายในไม่กี่ชั่วโมง ความผันผวนสูงสุดมักเกิดในช่วง London-New York overlap (20:00-23:00 น. เวลาไทย)
ควรเทรด EUR/USD ในช่วงเวลาไหน?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 20:00-23:00 น. เวลาไทย เมื่อตลาด London และ New York เปิดซ้อนกัน มีสภาพคล่องสูงสุดและความผันผวนเหมาะสม หลีกเลี่ยงช่วง Asian session (เช้ามืด-เที่ยงวัน) เพราะสเปรดกว้างและราคาเคลื่อนไหวช้า ยกเว้นมีข่าวสำคัญจากยุโรป
เงินทุนเท่าไหร่ถึงจะเทรด EUR/USD ได้?
เริ่มต้นได้ตั้งแต่ $100-500 สำหรับบัญชี micro/cent แต่แนะนำให้มีเงินทุนอย่างน้อย $1,000-2,000 เพื่อบริหารความเสี่ยงได้สบาย หากมีเงินทุนน้อย ควรใช้ leverage ต่ำ (1:10-1:30) และ risk ไม่เกิน 1% ต่อ position ตัวอย่าง: บัญชี $1,000 เปิด 0.01-0.05 lot และ risk $10-20 ต่อเทรด
EUR/USD ต่างจากคู่เงินอื่นอย่างไร?
EUR/USD มีสภาพคล่องสูงที่สุด สเปรดต่ำที่สุด และข้อมูลหาได้ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับเริ่มต้น เปรียบเทียบกับ GBP/USD (มีความผันผวนสูงกว่า 1.5-2 เท่า) หรือ USD/JPY (ได้รับผลจากนโยบาย Bank of Japan ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง) EUR/USD ให้โอกาสการเทรดที่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
ข่าวไหนส่งผลต่อ EUR/USD มากที่สุด?
ข่าวที่มี impact สูงสุดคือ (1) FOMC Interest Rate Decision และ Fed Chair Speech (2) Non-Farm Payrolls (NFP) ทุกวันศุกร์แรกของเดือน (3) ECB Interest Rate Decision และ ECB Press Conference (4) US และ Eurozone CPI (เงินเฟ้อ) ข่าวเหล่านี้อาจทำให้ราคาเคลื่อนไหว 50-150 pips ภายใน 15-30 นาที ควรเตรียมตัวล่วงหน้าและใช้ Pending Order หรือปิดเทรดชั่วคราว
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
เริ่มเทรดวันนี้
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว
เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง
ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →เกี่ยวกับผู้เขียน
Uhas Admin
14+ ปีประสบการณ์ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี
ดูประวัติทีมงาน →



