U
UHAS
XAU/USD0.00%

คู่เงิน Forex วิ่งแรง เหมาะสำหรับสายซิ่ง

เทรดเดอร์ที่ชอบความท้าทายและชอบความตื่นเต้นอยู่เสมอ กับการเทรด คู่เงิน Forex วิ่งแรง ๆ และข้อดีของคู่เงินที่วิ่งแรง ๆ นี้ จะสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว

P
Patiphan Uhas
24 มกราคม 2564·3 นาทีอ่าน
แชร์
คู่เงิน Forex วิ่งแรง เหมาะสำหรับสายซิ่ง

ตลาด Forex มีชื่อเสียงในเรื่องความผันผวนสูง แต่ยังมีคู่เงินบางตัวที่วิ่งแรงกว่าคู่อื่นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบความท้าทาย ต้องการผลกำไรรวดเร็ว และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงสูง คู่เงินที่มีความผันผวนมากเหล่านี้อาจเป็นโอกาสทองในการสร้างผลตอบแทน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่าคู่เงินไหนวิ่งแรงที่สุด ข้อดีและข้อควรระวังในการเทรด รวมถึงปัจจัยที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง

สรุปสาระสำคัญ

  • คู่เงินที่จับกับ GBP (ปอนด์อังกฤษ) มักมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะ GBP/USD และ GBP/JPY
  • ความผันผวนสูงช่วยให้เห็นแพทเทิร์นชัดเจน ได้สัญญาณเข้าออกรวดเร็ว เหมาะกับสไตล์ Swing Trading
  • ต้องมีการจัดการความเสี่ยงเข้มงวด ตั้ง Stop Loss เสมอ เพราะขาดทุนเร็วพอ ๆ กับทำกำไร
  • ข่าวเศรษฐกิจและการเมืองส่งผลต่อความผันผวนอย่างมาก ต้องติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ

คู่เงินที่วิ่งแรงที่สุดในตลาด Forex

ในตลาด Forex มีคู่เงินหลักกว่า 28 คู่ และคู่เงินรอง (Exotic Pairs) อีกหลายสิบคู่ แต่ไม่ใช่ทุกคู่จะมีความผันผวนเท่ากัน

คู่เงินที่ติดอันดับว่ามีความผันผวนสูงสุดคือคู่ที่จับกับ GBP (ปอนด์อังกฤษ) โดยเฉพาะ:

  • GBP/USD — เรียกกันว่า "Cable" วิ่งเฉลี่ย 100-150 pips ต่อวัน ในวันที่มีข่าวใหญ่อาจวิ่ง 200+ pips
  • GBP/JPY — วิ่งแรงที่สุดในกลุ่มคู่หลัก เฉลี่ย 150-200 pips ต่อวัน บางครั้งวิ่งเกิน 300 pips
  • EUR/GBP — ผันผวนน้อยกว่า แต่ก็ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับคู่อื่น

นอกจากนี้ยังมี XAU/USD (ทองคำ) และ คริปโตเคอร์เรนซี เช่น BTC/USD, ETH/USD ที่มีความผันผวนสูงมาก แต่ไม่นับเป็น Forex คู่เงินแท้ ๆ

สิ่งที่ทำให้คู่เงิน GBP วิ่งแรงคือเศรษฐกิจอังกฤษที่มีความอ่อนไหวต่อข่าวการเมือง (โดยเฉพาะหลัง Brexit) และการประกาศนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England)

ข้อดีของการเทรดคู่เงินที่มีความผันผวนสูง

แผนภาพความผันผวนกับระยะ Stop Loss: ตลาดนิ่งแท่งเทียนสั้นใช้ระยะหยุดขาดทุนแคบได้ ตลาดเหวี่ยงแท่งยาวต้องเผื่อระยะกว้างขึ้น
แผนภาพความผันผวนกับระยะ Stop Loss: ตลาดนิ่งแท่งเทียนสั้นใช้ระยะหยุดขาดทุนแคบได้ ตลาดเหวี่ยงแท่งยาวต้องเผื่อระยะกว้างขึ้น

1. ได้สัญญาณเร็ว ไม่ต้องรอนาน

เมื่อราคาเคลื่อนไหวรวดเร็ว เทรดเดอร์จะเห็นแพทเทิร์นกราฟชัดเจนกว่าคู่เงินที่เคลื่อนไหวช้า เช่น EUR/CHF ที่บางวันวิ่งแค่ 30-40 pips การเทรดคู่เงินที่ผันผวนทำให้ได้โอกาสเข้าออเดอร์บ่อย มีจุด Entry และ Exit หลายจุดในวันเดียว

2. เหมาะกับสไตล์ Swing Trading และ Scalping

หากคุณชอบเทรดตาม Momentum หรือจับจุด Reversal ที่ปลายไส้เทียน (Wick) คู่เงินที่ผันผวนจะให้โอกาสมากกว่า ราคาจะ Swing แรง ๆ ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ตั้ง Take Profit ได้ที่ระดับกำไรสูง (เช่น 50-100 pips) โดยไม่ต้องถือออเดอร์ข้ามคืน

3. รู้ผลเร็ว แพ้ชนะไม่ต้องลุ้นนาน

ถ้าวิเคราะห์ถูก กำไรจะเข้าเร็ว ถ้าวิเคราะห์ผิด ก็ชนหลักเร็วเช่นกัน สิ่งนี้ช่วยให้ตัดสินใจปรับกลยุทธ์ได้ทันที ไม่ต้องนั่งดูกราฟทั้งวันแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น

4. เมื่อเป็นเทรนด์ กำไรมหาศาล

คู่เงินที่ผันผวนมักมี Strong Trend เมื่อเกิด เช่น GBP/JPY เคยวิ่งจาก 138.00 ไป 145.00 ภายใน 2 สัปดาห์ (700 pips) การเทรดตาม Trend ในคู่แบบนี้ สามารถเก็บกำไรได้เยอะมากหากใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง

5. ฝึกจิตใจและวินัยในการเทรด

การเทรดในตลาดที่ผันผวนสูงบังคับให้เทรดเดอร์ต้องมีวินัยเข้มงวด ต้องตั้ง Stop Loss ทุกคำสั่ง ต้องรู้จักตัดขาดทุนเร็ว ต้องควบคุมอารมณ์เมื่อราคาวิ่งผิดทาง หากผ่านด่านนี้ได้ คุณจะกลายเป็นเทรดเดอร์ที่มีความสามารถสูงขึ้น

NOTE

คำเตือน: ห้ามใช้ Leverage เกิน 1:50 กับคู่เงินที่ผันผวนสูง ถ้าใช้ 1:100 ต้องมีประสบการณ์ระดับกลางขึ้นไป และลดขนาด Lot ให้เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์

ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องระวัง

1. ชนหลักเร็วพอ ๆ กับทำกำไร

ถ้าไม่ตั้ง Stop Loss หรือตั้งไว้ห่างเกินไป ออเดอร์ของคุณอาจขาดทุน 100-200 pips ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวกระทบใหญ่ (Non-Farm Payrolls, การประชุม Fed, Brexit News)

2. Slippage สูง

ในช่วงที่มีข่าวสำคัญ ราคาอาจ Gap ข้าม Stop Loss ของคุณได้ ทำให้ปิดออเดอร์ที่ราคาแย่กว่าที่ตั้งไว้ (เรียกว่า Slippage) โดยเฉพาะโบรกเกอร์ที่ใช้ Dealing Desk

3. ไม่เหมาะกับมือใหม่ที่ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้

มือใหม่มักตื่นเต้นเมื่อเห็นกราฟวิ่งแรง แล้วเข้าออเดอร์ตาม Emotion ไม่ใช่ตามแผน ผลคือเสียเงินเร็ว อาจเครียดจนนอนไม่หลับ หรือ Revenge Trading (เทรดเพื่อเอาคืน) ซึ่งเป็นต้นเหตุของการพังบัญชี

4. Spread กว้างกว่าคู่เงินปกติ

คู่เงินที่ผันผวนสูงมักมี Spread (ค่า Bid-Ask) กว้างกว่า เช่น GBP/JPY อาจมี Spread 2-3 pips ในเวลาปกติ แต่พุ่งเป็น 10+ pips ในช่วงข่าว ทำให้ต้นทุนการเทรดสูงขึ้น

แผนภาพสเปรด: ราคา Ask ที่เราซื้ออยู่เหนือราคา Bid ที่เราขาย ช่องว่างระหว่างสองราคาคือต้นทุนที่จ่ายทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ พร้อมเปรียบเทียบสเปรดแคบกับสเปรดกว้างช่วงข่าว
แผนภาพสเปรด: ราคา Ask ที่เราซื้ออยู่เหนือราคา Bid ที่เราขาย ช่องว่างระหว่างสองราคาคือต้นทุนที่จ่ายทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ พร้อมเปรียบเทียบสเปรดแคบกับสเปรดกว้างช่วงข่าว
TIP

เคล็ดลับ: เริ่มจากไทม์เฟรมใหญ่ก่อน (H4 หรือ Daily) มือใหม่ควรเทรดแบบ Position Trading หรือ Swing Trading ในไทม์เฟรมสูง จะช่วยลดความเครียดและมีเวลาคิด

ปัจจัยที่ทำให้คู่เงิน Forex วิ่งแรงขึ้น

นอกจากลักษณะของคู่เงินเองแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ราคาผันผวนมากขึ้น:

1. อุปสงค์และอุปทาน (Supply and Demand)

เมื่อมีคำสั่งซื้อหรือขายมหาศาล ราคาจะวิ่งแรง เช่น เมื่อสถาบันการเงินใหญ่ซื้อ USD จำนวนมาก

2. การเติบโตทางเศรษฐกิจ

ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็ว สกุลเงินมักแข็งค่า ส่งผลให้ราคาคู่เงินเคลื่อนไหวแรง

3. ภัยพิบัติและโรคระบาด

COVID-19, แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำให้เกิด Risk-Off Sentiment ส่งผลให้ JPY และ USD แข็งค่ารวดเร็ว

4. สงครามและการก่อการร้าย

เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ตลาดผันผวนมาก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ EUR อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว

5. นโยบายการเมืองและภาครัฐ

Brexit เป็นตัวอย่างชัดเจนที่ทำให้ GBP ผันผวนหนักเป็นประวัติการณ์

6. อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate)

เมื่อธนาคารกลางปรับดอกเบี้ย สกุลเงินจะวิ่งแรงทันที เช่น เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในปี 2022 USD แข็งค่าทันที

7. การประกาศของธนาคารกลาง

Federal Reserve (Fed), European Central Bank (ECB), Bank of Japan (BoJ) — คำพูดของประธานธนาคารกลางสามารถทำให้ราคาวิ่ง 100+ pips ใน 5 นาที

8. ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ

Non-Farm Payrolls (NFP), CPI (Inflation), GDP Growth — ข่าวเหล่านี้ออกทุกเดือน และทำให้ตลาดผันผวนมากที่สุด

INFO

ตัวอย่างจริง: วันที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี (มีนาคม 2024) คู่เงินทั้งหมดที่มี JPY — USD/JPY, GBP/JPY, AUD/JPY, EUR/JPY — วิ่งแรงมากกว่า 200 pips ในวันเดียว

วิธีเริ่มต้นเทรดคู่เงินที่ผันผวนสูง

1. เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้

เลือกโบรกเกอร์ที่มี Regulation (FCA, ASIC, CySEC) และมี Execution เร็ว เพื่อลด Slippage

2. เริ่มจาก Demo Account

ฝึกฝนอย่างน้อย 3 เดือน ทดสอบกลยุทธ์กับคู่เงินที่ผันผวนสูงจนมั่นใจ

3. ใช้เงินเล็กก่อน

เริ่มด้วยเงินจริง $100-500 ใช้ Lot Size เล็ก (0.01-0.05 lots) เพื่อทดสอบจิตใจกับเงินจริง

4. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง

ห้ามเทรดโดยไม่มี Stop Loss กับคู่เงินที่วิ่งแรง เสี่ยงต่อการเสียหมด

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

5. จำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ 1-2%

ถ้าบัญชีมี $1,000 เสียได้ต่อออเดอร์ไม่เกิน $10-20

6. ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar)

ใช้เว็บ Forex Factory หรือ Investing.com เช็คข่าวก่อนเปิดออเดอร์

https://youtu.be/wjvMUqCWGzA

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คู่เงินไหนวิ่งแรงที่สุดในตลาด Forex?
GBP/JPY ถือว่าวิ่งแรงที่สุดในกลุ่มคู่เงินหลัก เฉลี่ย 150-200 pips ต่อวัน ตามด้วย GBP/USD ที่เฉลี่ย 100-150 pips ส่วนคู่เงินรองอย่าง USD/TRY (ดอลลาร์/ลีราตุรกี) อาจผันผวนถึง 500+ pips แต่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่

เทรดคู่เงินที่ผันผวนสูงต้องใช้ Leverage เท่าไหร่?
ไม่แนะนำให้ใช้เกิน 1:50 สำหรับมือใหม่ มือที่มีประสบการณ์อาจใช้ 1:100 แต่ต้องลด Lot Size ให้เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อออเดอร์ การใช้ 1:500 กับคู่เงินที่ผันผวนสูงเสี่ยงมากต่อการพังบัญชี

ไทม์เฟรมไหนเหมาะกับการเทรดคู่เงินที่วิ่งแรง?
มือใหม่ควรเริ่มจาก H4 หรือ Daily เพื่อลดความเครียดและกรอง Noise มือที่มีประสบการณ์อาจใช้ H1 หรือ M15 สำหรับ Scalping แต่ต้องมีจิตใจเข้มแข็งและตัดสินใจเร็ว

ควรเทรดคู่เงินที่ผันผวนสูงในช่วงเวลาไหน?
ช่วง London Session (15:00-23:00 เวลาไทย) และ New York Session (19:00-02:00 เวลาไทย) มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด โดยเฉพาะตอน Overlap (19:00-23:00) ที่ทั้งสองตลาดเปิดพร้อมกัน ห้ามเทรดช่วงก่อน-หลังข่าวใหญ่ 15-30 นาที เพราะ Spread กว้างมาก

ต้องมีเงินทุนเท่าไหร่ถึงจะเทรดคู่เงินที่ผันผวนสูงได้?
แนะนำอย่างน้อย $500-1,000 เพื่อให้มี Margin เพียงพอต่อการตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม (30-50 pips สำหรับ GBP/JPY) ถ้ามีเงินน้อยกว่า $500 ควรเทรดในคู่เงินที่ผันผวนต่ำกว่า เช่น EUR/USD หรือใช้บัญชี Cent (1 lot = $0.10) ก่อน

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง