U
UHAS
XAU/USD0.00%

5 เทคนิคสำหรับคนเริ่มต้นเทรด Forex 

เริ่ม เล่น forex เทคนิคพื้นฐานสำหรับคนเพิ่ง เริ่มต้นเทรด Forex ลองเทรด Forex ด้วยบัญชีจริง เพราะว่าการเล่นในบัญชีทดลอง

P
Patiphan Uhas
27 มกราคม 2564·3 นาทีอ่าน
แชร์
เริ่ม เล่น forex 5 เทคนิคสำหรับคน เริ่มต้นเทรด Forex  ตลา...

การเริ่มต้นเทรด Forex อาจดูซับซ้อนสำหรับมือใหม่ แต่หากคุณเข้าใจหลักการพื้นฐานและมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คุณจะสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้รวบรวม 5 เทคนิคสำคัญที่ทุกเทรดเดอร์มือใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุนจริงในตลาด Forex

สรุปสาระสำคัญ

  • ศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ Forex ให้ครอบคลุม ตั้งแต่คำศัพท์สำคัญจนถึงการใช้เครื่องมือวิเคราะห์
  • เลือกวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะกับตัวเอง ระหว่างการวิเคราะห์พื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิค
  • ทดลองเทรดด้วยบัญชี Demo ก่อนลงทุนจริง เพื่อฝึกทักษะและทดสอบกลยุทธ์
  • วางแผนบริหารเงินทุนอย่างเข้มงวด กำหนด risk-reward ratio และไม่เทรดเกินกำลังทุน
  • เริ่มเทรดด้วยบัญชีจริงในจำนวนเงินเล็กน้อย เพื่อสัมผัสจิตวิทยาการเทรดที่แตกต่างจากบัญชีทดลอง

ทำไมต้องเตรียมตัวก่อนเทรด Forex

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยกว่า 6.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แต่ความสะดวกในการเข้าถึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะทำกำไรได้ สถิติแสดงให้เห็นว่าประมาณ 70-80% ของเทรดเดอร์มือใหม่ขาดทุนในปีแรก สาเหตุหลักมาจากการขาดความรู้พื้นฐาน ไม่มีแผนบริหารความเสี่ยง และเทรดด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล

การเตรียมตัวอย่างเป็นระบบช่วยให้คุณเข้าใจกลไกการทำงานของตลาด เรียนรู้การใช้เครื่องมือต่างๆ และสร้างระเบียบวินัยในการเทรดที่จะช่วยปกป้องเงินทุนของคุณในระยะยาว

เทคนิคที่ 1: สร้างรากฐานด้วยความรู้พื้นฐาน

ความรู้เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ Forex ก่อนเริ่มเทรด คุณต้องเข้าใจศัพท์เทคนิคและแนวคิดพื้นฐานที่ใช้ในตลาด ซึ่งรวมถึง:

คำศัพท์พื้นฐานที่ต้องรู้:

  • Bid, Ask และ Spread — ราคาซื้อ ราคาขาย และส่วนต่างที่เป็นต้นทุนในการเทรด
  • Pip และ Point — หน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กที่สุด
  • Lots — หน่วยปริมาณการซื้อขาย (Standard lot = 100,000 หน่วยสกุลเงินหลัก)
  • Leverage — การใช้เงินกู้เพื่อเพิ่มขนาดสถานะเทรด
  • Spread — ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณจ่ายให้โบรกเกอร์

แนวคิดสำคัญที่ต้องเข้าใจ:

TIP

เริ่มต้นจากการอ่าน บทความพื้นฐานสำหรับมือใหม่ และจดบันทึกคำศัพท์สำคัญพร้อมนิยาม จะช่วยให้คุณจำได้ดีและสามารถนำไปใช้ได้จริง

การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์ Forex และวิธีการเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมก็เป็นส่วนหนึ่งของความรู้พื้นฐานที่ขาดไม่ได้ เพราะโบรกเกอร์ที่ดีจะช่วยให้คุณเทรดได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เทคนิคที่ 2: เลือกวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะกับตัวคุณ

เทรดเดอร์ Forex ส่วนใหญ่ใช้การวิเคราะห์ 2 แนวทางหลัก และเทรดเดอร์มืออาชีพมักใช้ทั้งสองแนวทางควบคู่กัน:

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)

วิธีนี้เน้นการศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง และข่าวสารที่ส่งผลต่อมูลค่าของสกุลเงิน ตัวอย่างปัจจัยสำคัญ:

  • ดอกเบี้ยนโยบาย (Interest Rate) ที่ธนาคารกลางประกาศ
  • ข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น GDP, อัตราเงินเฟ้อ, ตัวเลขการจ้างงาน
  • ข่าว Non-Farm Payrolls — ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกทุกเดือน
  • เหตุการณ์ทางการเมือง เช่น การเลือกตั้ง การเจรจาการค้า

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)

วิธีนี้ใช้ข้อมูลราคาในอดีตและตัวชี้วัดทางสถิติเพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต ประกอบด้วย:

  • การอ่านแบบแผนกราฟ (Chart Patterns) เช่น Head and Shoulders, Double Top/Bottom
  • ตัวบ่งชี้ทางเทคนิค (Technical Indicators) เช่น Moving Average, RSI, MACD, Bollinger Bands
  • การวิเคราะห์แนวรับแนวต้าน (Support and Resistance)
  • การใช้ Fibonacci Retracement หาจุดเข้าออก
INFO

เทรดเดอร์มือใหม่มักเริ่มจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพราะเรียนรู้ได้ง่ายกว่า แต่เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น การผสมผสานทั้งสองวิธีจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้ตัวชี้วัดไม่เกิน 2-3 ตัวที่เข้าใจได้ดี เช่น Moving Average กับ RSI จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนเมื่อมีความชำนาญมากขึ้น

เทคนิคที่ 3: ฝึกฝนด้วยบัญชี Demo ก่อนลงทุนจริง

บัญชี Demo คือบัญชีทดลองเทรดที่ใช้เงินเสมือนจริง ช่วยให้คุณ:

  • ทำความคู่เคยกับแพลตฟอร์มเทรด เช่น MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5
  • ทดสอบกลยุทธ์การเทรดต่างๆ โดยไม่เสี่ยงเงินจริง
  • ฝึกการวางคำสั่ง Stop Loss, Take Profit และการคำนวณขนาดสถานะ
  • เรียนรู้การอ่านกราฟและตัวชี้วัดในสภาพตลาดจริง

https://youtu.be/3hFgdky7kYI

วิธีใช้บัญชี Demo อย่างมีประสิทธิภาพ:

  1. ตั้งยอดเงินให้ใกล้เคียงกับที่จะใช้จริง — ถ้าคุณวางแผนเทรดด้วยเงิน 10,000 บาท อย่าเปิด Demo ด้วย 100,000 บาท เพราะจะทำให้คุณไม่คุ้นเคยกับการบริหารเงินที่เหมาะสม
  2. ทดลองเทรดอย่างน้อย 3 เดือน — สร้างประวัติการเทรดที่เพียงพอเพื่อประเมินผลลัพธ์
  3. บันทึกทุกการเทรด — เขียน trading journal ระบุเหตุผลการเข้า-ออกสถานะ ผลลัพธ์ และบทเรียนที่ได้
  4. ทดสอบในสภาวะตลาดที่หลากหลาย — ทั้งช่วงตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงและช่วงที่เงียบสงบ
NOTE

อย่าติดกับดักของบัญชี Demo ที่ทำให้คุณกล้าเสี่ยงมากเกินไป เพราะไม่มีความกดดันทางจิตใจเหมือนการเทรดด้วยเงินจริง จงเทรดในบัญชี Demo เสมือนว่าเป็นเงินจริงของคุณ

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้บริการบัญชี Demo ฟรีและไม่จำกัดเวลา คุณสามารถเปิดได้หลายบัญชีเพื่อทดสอบกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน

เทคนิคที่ 4: ปฏิบัติตามหลักการบริหารเงินทุนอย่างเข้มงวด

การบริหารเงินทุน (Money Management) เป็นทักษะที่แยกเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จออกจากผู้ที่ล้มเหลว แม้คุณจะมีกลยุทธ์การเทรดที่ดี แต่ถ้าบริหารเงินไม่เป็น คุณก็อาจขาดทุนหมดได้

แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน
แผนภาพเปรียบเทียบการเสี่ยงสองเปอร์เซ็นต์กับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อไม้ในลำดับชนะแพ้เดียวกัน พอร์ตเสี่ยงต่ำยังอยู่รอด พร้อมตารางขาดทุนลึกต้องบวกกลับกี่เปอร์เซ็นต์ถึงเท่าทุน

หลักการบริหารเงินทุนพื้นฐาน:

1. กฎ 1-2% ต่อการเทรด อย่าเสี่ยงมากกว่า 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดในการเทรดครั้งเดียว ตัวอย่าง:

  • เงินทุน 100,000 บาท → เสี่ยงสูงสุด 1,000-2,000 บาทต่อการเทรด
  • เงินทุน 50,000 บาท → เสี่ยงสูงสุด 500-1,000 บาทต่อการเทรด

2. กำหนด Risk-Reward Ratio ตั้งเป้าหมายกำไรให้สูงกว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้อย่างน้อย 1:2

  • เสี่ยง 100 pips → ตั้งเป้ากำไร 200 pips
  • เสี่ยง 500 บาท → ตั้งเป้ากำไร 1,000 บาท

3. ใช้ Stop Loss ทุกครั้ง ไม่มีข้อแม้ — ทุกการเทรดต้องมี Stop Loss เพื่อจำกัดความสูญเสียสูงสุด อย่าปรับ Stop Loss ให้ห่างออกเมื่อราคาเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

4. หลีกเลี่ยง Leverage สูงเกินไป มือใหม่ไม่ควรใช้ Leverage เกิน 1:20 เพราะยิ่ง Leverage สูง ความเสี่ยงก็สูงตาม แม้โบรกเกอร์จะเสนอ 1:500 ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรใช้เต็มที่

5. วางแผนการถอนกำไร กำหนดเป้าหมายว่าเมื่อทำกำไรถึงระดับหนึ่ง จะถอนส่วนหนึ่งออกมา เช่น ถอน 50% ของกำไรเมื่อทำได้ 20% ของทุน

TIP

สร้างตาราง Excel หรือใช้ Money Management Calculator เพื่อคำนวณขนาด Lot ที่เหมาะสมตาม Stop Loss และเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่ตั้งไว้ วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องคำนวณทุกครั้งและลดโอกาสผิดพลาด

การปฏิบัติตามหลักการบริหารเงินอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้คุณอยู่รอดในตลาดได้นานพอที่จะพัฒนาทักษะและทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ

เทคนิคที่ 5: เริ่มเทรดด้วยบัญชีจริงในจำนวนเล็กน้อย

หลังจากฝึกฝนกับบัญชี Demo จนมั่นใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเทรดด้วยบัญชีจริง แต่จงเริ่มต้นด้วยเงินทุนที่พร้อมจะเสียได้

ทำไมต้องย้ายจาก Demo มาเทรดจริง?

จิตวิทยาการเทรดต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

  • บัญชี Demo ไม่มีความกดดันทางอารมณ์ คุณจะตัดสินใจได้ง่ายกว่า
  • บัญชีจริงมีความกลัวการสูญเสีย (Fear) และความโลภ (Greed) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ
  • การเผชิญกับความผันผวนของบัญชีจริงจะสอนให้คุณควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น

https://youtu.be/bw_zX8urF8c

แนวทางการเริ่มต้นกับบัญชีจริง:

1. เริ่มด้วยเงินทุนขั้นต่ำ ฝากเงินเพียง 5,000-10,000 บาท หรือน้อยกว่านั้นถ้าโบรกเกอร์อนุญาต ให้ถือว่านี่เป็น "ค่าเรียน" ในการทำความเข้าใจตลาดจริง

2. ใช้กลยุทธ์เดียวกับที่ทดสอบใน Demo อย่าเปลี่ยนแผนการเทรดทันทีที่เริ่มใช้เงินจริง ให้เวลากับกลยุทธ์ที่คุณทดสอบมาแล้วในการพิสูจน์ตัวเอง

3. บันทึกและวิเคราะห์ทุกการเทรด เขียน Trading Journal โดยละเอียด:

  • วันเวลาที่เข้า-ออกสถานะ
  • คู่เงินที่เทรด
  • เหตุผลในการเข้าสถานะ
  • ผลลัพธ์ (กำไร/ขาดทุนเท่าไร)
  • อารมณ์ขณะตัดสินใจ
  • บทเรียนที่ได้รับ

4. เริ่มจากคู่เงินหลัก (Major Pairs) เทรด EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY ซึ่งมี Spread ต่ำและสภาพคล่องสูง ก่อนที่จะไปลองคู่เงินรอง (Minor Pairs) หรือ Exotic Pairs

5. ทบทวนผลการเทรดทุกสัปดาห์ ตรวจสอบว่ากลยุทธ์ของคุณทำงานได้ดีหรือไม่ Win Rate เป็นอย่างไร และต้องปรับปรุงตรงไหนบ้าง

https://youtu.be/Qu65DRyvrz8

NOTE

ห้ามเติมเงินเพิ่มทันทีเมื่อขาดทุน (Revenge Trading) และห้ามเพิ่มขนาด Lot ทันทีเมื่อทำกำไร (Over-confidence) การเติบโตของทุนควรเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ

เครื่องมือและทรัพยากรเสริมสำหรับมือใหม่

นอกจาก 5 เทคนิคหลักแล้ว ยังมีทรัพยากรที่จะช่วยเร่งการเรียนรู้ของคุณ:

แหล่งความรู้ที่แนะนำ:

เครื่องมือที่ควรมี:

  • Economic Calendar — ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจสำคัญ
  • Position Size Calculator — เครื่องคำนวณขนาดสถานะ
  • Trading Journal App — แอปบันทึกการเทรด
  • VPS (Virtual Private Server) — สำหรับใช้ EA หรือเทรดตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำและวิธีหลีกเลี่ยง

1. Over-Trading (เทรดบ่อยเกินไป) มือใหม่มักคิดว่ายิ่งเทรดบ่อย ยิ่งได้กำไรมาก แต่ความจริงคือยิ่งเทรดบ่อย ยิ่งเสีย Spread และมีโอกาสทำผิดมากขึ้น

วิธีแก้: กำหนดจำนวนการเทรดสูงสุดต่อวัน (เช่น ไม่เกิน 3 รอบ) และเทรดเฉพาะเมื่อมีสัญญาณที่ชัดเจนตามกลยุทธ์

2. ไม่ใช้ Stop Loss หวังว่าราคาจะกลับมา แต่สุดท้ายขาดทุนหนักกว่าที่ควรจะเป็น

วิธีแก้: ตั้ง Stop Loss ก่อนเข้าสถานะทุกครั้ง และถือเป็นกฎเหล็กที่ไม่มีข้อยกเว้น

3. Revenge Trading (เทรดเพื่อเอาคืน) หลังขาดทุน รีบเปิดสถานะใหม่ทันทีเพื่อหวังทำกำไรชดเชย มักจบด้วยการขาดทุนซ้ำซ้อน

วิธีแก้: หยุดเทรดทันทีหลังขาดทุนติดกัน 2-3 รอบ พักสมอง วิเคราะห์ว่าผิดพลาดตรงไหน แล้วกลับมาเทรดใหม่ในวันถัดไป

4. ไล่ตามความคาดหวังที่สูงเกินจริง คาดหวังว่าจะทำกำไร 50-100% ต่อเดือน ซึ่งไม่สมจริงและนำไปสู่การเสี่ยงมากเกินไป

วิธีแก้: ตั้งเป้าหมายที่สมจริง เช่น 5-10% ต่อเดือน เน้นการรักษาทุนเป็นหลัก และให้กำไรค่อยๆ สะสม

5. เปลี่ยนกลยุทธ์บ่อยเกินไป ลองกลยุทธ์ใหม่ทุกสัปดาห์ เพราะไม่เห็นผลจากกลยุทธ์เก่า

วิธีแก้: ให้เวลากับกลยุทธ์อย่างน้อย 3 เดือนก่อนตัดสินใจเปลี่ยน ทดสอบอย่างจริงจังและมีข้อมูล

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง