U
UHAS
XAU/USD0.00%

ราชาแห่งคริปโต “แบร์รี ซิลเบิร์ต” ประวัติ Barry Silbert

Barry Silbert คือหนึ่งในนักลงทุนคริปโตที่มาแต่เนิ่นๆ ของตลาด — เขาซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในปี 2012 เมื่อราคายังต่ำกว่า $10 ต่อเหรียญ และกลายเป็นผู้ก่อตั้ง

P
Patiphan Uhas
8 มกราคม 2566·4 นาทีอ่าน
แชร์
ราชาแห่งคริปโต “แบร์รี ซิลเบิร์ต” ประวัติ Barry Silbert

Barry Silbert คือหนึ่งในนักลงทุนคริปโตที่มาแต่เนิ่นๆ ของตลาด — เขาซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในปี 2012 เมื่อราคายังต่ำกว่า $10 ต่อเหรียญ และกลายเป็นผู้ก่อตั้ง Digital Currency Group (DCG) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมคริปโต ตั้งแต่การลงทุน สื่อข่าว ไปจนถึงการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บทความนี้จะพาคุณรู้จักเส้นทางการลงทุน แนวคิด และผลงานของ Barry Silbert ที่ทำให้เขาได้รับฉายา "ราชาแห่งคริปโต"

สรุปสาระสำคัญ

  • Barry Silbert ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในปี 2012 และกลายเป็นหนึ่งในนักลงทุนคริปโตรุ่นบุกเบิก
  • ก่อตั้ง Digital Currency Group (DCG) ในปี 2015 ซึ่งบริหารสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ กันยายน 2021)
  • DCG เป็นเจ้าของ Grayscale Investments (กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก), CoinDesk (แพลตฟอร์มข่าวคริปโตชั้นนำ), และ Genesis Trading
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Barry Silbert อยู่ที่ประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลจาก Forbes)
  • ถือ Bitcoin ประมาณ 42,000 เหรียญ ตามข้อมูลจาก ECOS แต่ไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดการลงทุนส่วนตัวมากนัก

ประวัติการศึกษาและอาชีพก่อนเข้าสู่วงการคริปโต

Barry Silbert สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยมจาก Emory University Business School ระหว่างปี 1994-1998 หลังจบการศึกษา เขาเริ่มต้นอาชีพในวงการการเงินแบบดั้งเดิม (traditional finance) ที่บริษัท Houlihan Lokey ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกที่เชี่ยวชาญด้านการควบรวมกิจการ (M&A) ตลาดทุน การปรับโครงสร้างทางการเงิน และการประเมินมูลค่าองค์กร เขาทำงานที่นั่นตั้งแต่สิงหาคม 1998 ถึงมกราคม 2004 รวมระยะเวลา 5 ปี 6 เดือน

หลังจากนั้น Barry ก้าวขึ้นเป็น CEO ของ Restricted Stock Partners ตั้งแต่มกราคม 2004 ถึงกันยายน 2008 เป็นระยะเวลา 4 ปี 9 เดือน ก่อนที่เขาจะก่อตั้ง SecondMarket ในเดือนกันยายน 2008 — บริษัทที่ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเอกชนและสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ (illiquid assets) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก เขาดำรงตำแหน่ง CEO ของ SecondMarket จนถึงเดือนตุลาคม 2015 รวม 7 ปี 2 เดือน

ประสบการณ์ที่ SecondMarket เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นช่วงที่ Barry เริ่มสนใจตลาดสินทรัพย์ที่ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง และนั่นทำให้เขาหันมาสนใจ Bitcoin ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่ไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก

การลงทุน Bitcoin ครั้งแรกและจุดเริ่มต้นในวงการคริปโต

Barry Silbert ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในต้นปี 2012 เมื่อราคายังอยู่ในระดับต่ำกว่า $10.00 ต่อเหรียญ ในยุคที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีกองทุนสถาบันเข้ามาลงทุน และคนส่วนใหญ่มองว่า Bitcoin เป็นแค่เทคโนโลยีทดลองหรือเครื่องมือสำหรับตลาดมืด

แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ
แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ

การตัดสินใจลงทุนในช่วงเริ่มต้นนี้ไม่ใช่การเก็งกำไรอย่างเดียว — Barry เห็นศักยภาพของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีปริมาณจำกัด (fixed supply) และมีกลไกการทำงานที่โปร่งใส ปลอดภัย และไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง เขาเชื่อว่า Bitcoin มีคุณสมบัติเหนือกว่าเงินตราแบบดั้งเดิม (fiat currency) และอาจกลายเป็น "ทองคำดิจิทัล" ที่นักลงทุนสถาบันจะหันมาถือครองในอนาคต

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ ECOS Barry Silbert ถือครอง Bitcoin ประมาณ 42,000 เหรียญ แต่ตัวเขาเองไม่ค่อยให้สัมภาษณ์เรื่องพอร์ตการลงทุนส่วนตัวมากนัก จึงเป็นเรื่องยากที่จะยืนยันตัวเลขที่แน่นอน

ประวัติ Barry Silbert

ภาพจาก nytimes.com

Digital Currency Group (DCG) — บริษัทแม่ของอาณาจักรคริปโต

ในเดือนมีนาคม 2015 Barry Silbert ก่อตั้ง Digital Currency Group (DCG) ด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สแตมฟอร์ด รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เป้าหมายหลักของ DCG คือการเร่งการพัฒนาระบบการเงินทั่วโลกผ่านการสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพที่ทำงานเกี่ยวกับ Bitcoin บล็อกเชน และสินทรัพย์ดิจิทัล

DCG ไม่ใช่แค่บริษัทลงทุน (venture capital) แต่เป็นกลุ่มบริษัทที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรม:

  • Grayscale Investments: ผู้จัดการกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดการผลิตภัณฑ์ลงทุนอย่าง Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) และกองทุนคริปโตอื่นๆ
  • CoinDesk: แพลตฟอร์มข่าวสารและข้อมูลคริปโตที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 และถูก DCG เข้าซื้อกิจการในภายหลัง
  • Genesis Trading: บริษัทซื้อขายและให้กู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับลูกค้าสถาบัน (institutional clients)
  • Luno: แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนในตลาดเอเชียและแอฟริกา

นอกจากบริษัทในเครือแล้ว DCG ยังลงทุนไปในบริษัทสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนและคริปโตมากกว่า 200 บริษัททั่วโลก รวมถึง:

  • BitPay: ผู้ให้บริการชำระเงินด้วย Bitcoin
  • Chainalysis: แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน
  • Circle: บริษัทที่อยู่เบื้องหลังสเตเบิลคอยน์ USDC
  • Coinbase: แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
  • Ripple (XRP): โครงการบล็อกเชนสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน
  • Zcash: คริปโตที่เน้นความเป็นส่วนตัว (privacy coin)

ตามข้อมูล ณ กันยายน 2021 DCG บริหารสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets Under Management: AUM) มากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Barry Silbert อยู่ที่ประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประมาณการของ Forbes

INFO

DCG ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวงการคริปโต เพราะควบคุมทั้งด้านสื่อ (CoinDesk) การลงทุน (Grayscale) และโครงสร้างพื้นฐานตลาด (Genesis) ภายใต้ร่มเดียวกัน

Grayscale Investments — กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก

Grayscale Investments (หรือเรียกสั้นๆ ว่า Grayscale) เป็นบริษัทในเครือที่สำคัญที่สุดของ DCG ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดย Barry Silbert เอง Grayscale เป็นผู้จัดการกองทุนที่มุ่งเน้นการออกผลิตภัณฑ์ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับนักลงทุนสถาบันและรายย่อย โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission (SEC)

ผลิตภัณฑ์หลักของ Grayscale คือ Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ซึ่งเป็นกองทุนที่ให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง Bitcoin ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ทั่วไป (brokerage account) โดยไม่ต้องถือครอง Bitcoin โดยตรง GBTC ซื้อขายในตลาดรองภายใต้สัญลักษณ์ GBTC และเป็นหนึ่งในเครื่องมือลงทุน Bitcoin ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

นอกจาก Bitcoin แล้ว Grayscale ยังมีกองทุนสำหรับคริปโตอื่นๆ เช่น Ethereum, Litecoin, Bitcoin Cash, Zcash และกองทุนรวมหลายสกุลเงิน (Digital Large Cap Fund) ซึ่งทำให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงได้ภายในตลาดคริปโต

6 เหตุผลที่ Grayscale เชื่อมั่นใน Bitcoin

  1. Bitcoin มีปริมาณจำกัด — มีเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้นที่จะถูกผลิตออกมาตลอดกาล ทำให้มีคุณสมบัติเหมือนสินทรัพย์หายาก (scarce asset) เช่นทองคำ
  2. เป็นสินทรัพย์สร้างมูลค่า — ราคา Bitcoin มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาวตามการยอมรับที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์จากนักลงทุนสถาบัน
  3. ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและองค์กรขนาดใหญ่ — บริษัทอย่าง MicroStrategy, Tesla และกองทุนต่างๆ เริ่มถือ Bitcoin ในงบดุล
  4. คุณสมบัติเหนือกว่าเงินตราดั้งเดิม — Bitcoin สามารถโอนได้ทั่วโลก ไม่ถูกควบคุมโดยรัฐบาล และมีค่าธรรมเนียมการโอนที่ต่ำกว่าระบบธนาคารแบบดั้งเดิมในหลายกรณี
  5. กลไกทำงานชาญฉลาดและปลอดภัย — ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่มีระบบความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ (decentralized) ทำให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือถูกโจมตี
  6. ถูกมองว่าเป็นทองคำดิจิทัล — นักลงทุนหลายคนใช้ Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (inflation hedge) เหมือนการถือทองคำ
" width="724

Barry Silbert กับทีมงาน Grayscale

NOTE

แม้ว่า Grayscale จะเป็นกองทุนที่มีชื่อเสียง แต่การลงทุนใน GBTC มีค่าธรรมเนียมการจัดการสูง (management fee) ประมาณ 2% ต่อปี และราคา GBTC อาจซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าหุ้นพื้นฐาน (trade at discount to NAV) ได้ในบางช่วงเวลา นักลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมก่อนตัดสินใจลงทุน

แนวคิดและปรัชญาการลงทุนของ Barry Silbert

Barry Silbert มักเน้นย้ำว่าเขาเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของ Bitcoin และเทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้น เขาเปรียบเทียบ Bitcoin กับอินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ — มีคนมากมายไม่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุคใหม่

ในช่วงที่ตลาดคริปโตผันผวนหรือมีข่าวลบ (เช่น กรณี FTX ล่มสลายในปี 2022) Barry มักออกจดหมายถึงนักลงทุนเพื่อสร้างความมั่นใจและอธิบายจุดยืนของ DCG ต่อสถานการณ์ต่างๆ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่เขาใช้ Twitter และจดหมายนักลงทุนเป็นช่องทางสื่อสารหลัก

ความท้าทายและการวิพากษ์วิจารณ์

แม้ว่า Barry Silbert จะเป็นบุคคลสำคัญในวงการคริปโต แต่เขาและ DCG ก็ไม่พ้นจากการวิพากษ์วิจารณ์ ตัวอย่างเช่น:

  • ค่าธรรมเนียมสูงของ Grayscale: GBTC คิดค่าธรรมเนียมการจัดการ 2% ต่อปี ซึ่งสูงกว่า Bitcoin ETF ที่เปิดตัวในตลาดอื่นๆ อย่างเช่นในแคนาดา
  • ปัญหาสภาพคล่องของ Genesis: ในปี 2022-2023 Genesis Trading ประสบปัญหาสภาพคล่องหลังจากหลายบริษัทคริปโตล่มสลาย ส่งผลให้ Genesis ต้องหยุดรับฝากและถอนเงินชั่วคราว
  • ความขัดแย้งภายในอุตสาหกรรม: Barry เคยมีส่วนร่วมในข้อพิพาท Bitcoin scaling debate และสนับสนุน SegWit2x ซึ่งถูกคัดค้านจากกลุ่ม Bitcoin maximalist บางกลุ่ม
NOTE

การลงทุนในบริษัทหรือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ DCG ควรพิจารณาความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของอำนาจ (concentration risk) เพราะ DCG มีอิทธิพลในหลายส่วนของตลาดคริปโต หากเกิดปัญหาที่บริษัทหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอื่นในเครือได้

" width="849

ชีวิตส่วนตัวและครอบครัว

Barry Silbert แต่งงานกับ Lori Silbert และทั้งคู่มักเข้าร่วมงานกิจกรรมการกุศลและงานเลี้ยงในวงการการเงินนิวยอร์ก อย่างไรก็ตาม Barry เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว และมักจะเน้นไปที่เรื่องธุรกิจและวิสัยทัศน์ด้านคริปโตมากกว่า

" width="713

ภาพจาก patrickmcmullan.com

บทสรุป — มรดกของ Barry Silbert ในวงการคริปโต

Barry Silbert เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตจากตลาดเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ มาเป็นตลาดมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้ความสนใจ การก่อตั้ง DCG และบริษัทในเครืออย่าง Grayscale และ CoinDesk ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางของตลาด

แม้ว่าจะมีความท้าทายและการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ Barry ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินโลก เขาเชื่อว่า Bitcoin และบล็อกเชนจะเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราโอนมูลค่า เก็บทรัพย์สิน และทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต

สำหรับนักลงทุนที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล การทำความเข้าใจแนวคิดและกลยุทธ์ของ Barry Silbert จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของตลาดและทิศทางในระยะยาวได้ดีขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Barry Silbert มีสินทรัพย์สุทธิเท่าไหร่?

ตามข้อมูลจาก Forbes (ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2021) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Barry Silbert อยู่ที่ประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากการถือหุ้นใน Digital Currency Group และมูลค่าของ Bitcoin ที่เขาถือครอง

Digital Currency Group (DCG) ลงทุนในบริษัทอะไรบ้าง?

DCG ลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนและคริปโตมากกว่า 200 บริษัททั่วโลก รวมถึง BitPay, Chainalysis, Circle, Coinbase, Ripple, Zcash และอีกมากมาย นอกจากนี้ DCG ยังเป็นเจ้าของ Grayscale Investments, CoinDesk และ Genesis Trading

ทำไม Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ถึงมีค่าธรรมเนียมสูง?

GBTC คิดค่าธรรมเนียมการจัดการ 2% ต่อปี ซึ่งสูงกว่า Bitcoin ETF ทั่วไป เหตุผลหลักคือ GBTC เป็นผลิตภัณฑ์แรกๆ ที่ให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง Bitcoin ได้ง่าย และมีโครงสร้างต้นทุนเกี่

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง