U
UHAS
XAU/USD—0.00%

ประวัติ Vitalik Buterin หนุ่มอัจฉริยะศาสดาแห่ง “Ethereum”

วิทาลิก บูเทริน (Vitalik Buterin) คือหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการคริปโตเคอร์เรนซี ด้วยบทบาทในการสร้าง Ethereum แพลตฟอร์ม blockchain

P
Patiphan Uhas
9 ธันวาคม 2565·3 นาทีอ่าน
แชร์
ประวัติ Vitalik Buterin หนุ่มอัจฉริยะศาสดาแห่ง “Ethereum”

วิทาลิก บูเทริน (Vitalik Buterin) คือหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการคริปโตเคอร์เรนซี ด้วยบทบาทในการสร้าง Ethereum แพลตฟอร์ม blockchain ที่ขยายขีดจำกัดของเทคโนโลยีนี้ไปไกลกว่าแค่สกุลเงินดิจิทัล บทความนี้จะพาคุณสำรวจเส้นทางชีวิตของเขาตั้งแต่วัยเด็กในรัสเซีย การย้ายถิ่นฐานสู่แคนาดา ไปจนถึงการก่อตั้ง Ethereum ที่เปลี่ยนแปลงโลกการเงินแบบกระจายอำนาจไปตลอดกาล

สรุปสาระสำคัญ

  • วิทาลิก เกิดวันที่ 31 มกราคม 1994 ที่กรุงมอสโก และย้ายมาแคนาดาตอนอายุ 6 ขวบ มี IQ สูงถึง 257 และถูกจัดเข้าชั้นเรียนสำหรับเด็กพิเศษตั้งแต่ประถมศึกษา
  • ความผิดหวังจากเกม World of Warcraft ที่ตัวละครโปรดถูกเปลี่ยนแปลงโดยผู้พัฒนา กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสนใจระบบกระจายอำนาจ (decentralized)
  • เขาเริ่มเขียนบทความใน Bitcoin Weekly และร่วมก่อตั้ง Bitcoin Magazine ตอนอายุ 18 ปี ก่อนจะสร้าง Ethereum ตอนอายุเพียง 19 ปี
  • ในปี 2014 วิทาลิกได้รับทุน Thiel Fellowship มูลค่า 100,000 ดอลลาร์ และตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนา Ethereum เต็มเวลา

ต้นกำเนิดและวัยเด็กของอัจฉริยะชาวรัสเซีย

วิทาลิก ดิมิทรีเยวิช บูเทริน (Vitaly Dmitriyevich Buterin) เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 1994 ณ เมืองโคลอมนา กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ครอบครัวของเขามาจากพื้นฐานด้านเทคโนโลยี — พ่ออย่าง Dmitry Buterin เป็นโปรแกรมเมอร์อายุเพียง 21 ปีขณะที่วิทาลิกเกิด ขณะที่แม่แท้ๆอย่าง Natalia Ameline กำลังศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และบริหารธุรกิจอยู่

ไม่นานหลังจากวิทาลิกเกิด พ่อแม่ของเขาตัดสินใจหย่าร้าง ทำให้ Dmitry กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ต่อมาใน ปี 2004 Dmitry ได้แต่งงานกับ Maia ซึ่งกลายเป็นแม่เลี้ยงที่เลี้ยงดูวิทาลิกมาตั้งแต่วัยเยาว์ เธอมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพของเขา

ประวัติ Vitalik Buterin

ความอัจฉริยะของวิทาลิกปรากฏตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เขาเริ่มอ่านหนังสือได้ตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ แม้จะมีทักษะการอ่านที่เหนือกว่าวัย แต่การพูดของเขากลับช้ากว่าเด็กทั่วไป — ลักษณะที่พบได้บ่อยในเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษทางสติปัญญา นิตยสาร Wired เคยกล่าวถึงเขาในปี 2014 ว่าเป็น "Wunderkind" (เด็กอัจฉริยะ) ที่มีอาการออทิสติก และสามารถพูดภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่วภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

INFO

วิทาลิกมีระดับ IQ สูงถึง 257 ซึ่งเกินมาตรฐานการวัดทั่วไปอย่างมาก ขณะอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เขาสามารถบวกเลขสามหลักในใจได้เร็วเป็นสองเท่าของเด็กวัยเดียวกัน

การย้ายถิ่นฐานสู่แคนาดาและชีวิตในโลกใหม่

ในปี 2000 เมื่อวิทาลิกอายุได้ 6 ขวบ ครอบครัวตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมายังแคนาดาเพื่อหนีจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองในรัสเซีย ในช่วงทศวรรษ 1990 รัสเซียประสบปัญหาเงินเฟ้อรุนแรง การปฏิรูประบบการเงินทำให้ประชาชนหลายล้านคนสูญเสียเงินออมที่สะสมมาทั้งชีวิต สภาพแวดล้อมเช่นนี้ผลักดันให้ครอบครัวที่มีความสามารถต้องการอพยพออกจากประเทศ

ประวัติ Vitalik Buterin

ทั้ง Dmitry, Maia และ Natalia ต่างย้ายมาอาศัยอยู่ในเขตใกล้เคียงกันในโตรอนโต เพื่อร่วมมือกันดูแลวิทาลิก ในปีแรกที่ย้ายมา Dmitry ก่อตั้งสตาร์ทอัพชื่อ Powerinside ซึ่งให้บริการด้านสุขภาพจิตออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ทั้งสามคนต้องทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะในประเทศใหม่ จึงส่งวิทาลิกไปยังศูนย์เลี้ยงเด็ก

ประวัติ Vitalik Buterin

การปรับตัวในวัย 6 ขวบกับสภาพแวดล้อมใหม่ พี่เลี้ยงที่พูดภาษาต่างถิ่น และวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบากสำหรับวิทาลิกในวัยเด็ก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็หล่อหลอมให้เขาเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถเผชิญกับความท้าทายได้

ชีวิตนักเรียนและจุดเปลี่ยนจาก World of Warcraft

วิทาลิกเข้าเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาของแคนาดาและถูกจัดให้อยู่ในชั้นเรียนพิเศษสำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์ (gifted program) เขาแสดงความสนใจอย่างมากในวิชาคณิตศาสตร์ การเขียนโปรแกรม และเศรษฐศาสตร์ ต่อมาเขาย้ายเข้าเรียนที่ The Abelard School โรงเรียนมัธยมเอกชนในโตรอนโต ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขา

แม้วิทาลิกจะมีความสามารถทางวิชาการสูง แต่เขากลับมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน ความแตกต่างในแนวคิดและวิธีการรับรู้โลกทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว เพื่อนๆ มองว่าเขาเป็นคนแปลก ไม่ร่วมสังสรรค์ สิ่งนี้ผลักดันให้วิทาลิกหันไปจมอยู่กับคอมพิวเตอร์และเกมออนไลน์

ประวัติ Vitalik Buterin

ในช่วงมัธยมต้น (2007-2010) วิทาลิกเสพติดเกม World of Warcraft (WoW) อย่างหนัก เขามีตัวละครโปรดเป็น Warlock ที่เขาใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการพัฒนา แต่แล้ววันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทัศนคติของเขาไปตลอดกาล: ผู้พัฒนาเกมได้อัปเดตและเปลี่ยนแปลงสถานะของ Warlock โดยลดพลังบางอย่างลง (nerf) ทำให้ตัวละครที่เขาทุ่มเทมาอย่างยาวนานกลายเป็นอ่อนแอลงอย่างกะทันหัน

" width="584
NOTE

ประสบการณ์นี้สอนวิทาลิกถึงอันตรายของระบบรวมศูนย์ (centralized system) ที่ผู้ควบคุมสามารถเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ได้ตามอำเภอใจโดยไม่คำนึงถึงผู้ใช้งาน — บทเรียนที่กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนา Ethereum

หลังจากนั้นไม่นาน วิทาลิกตัดสินใจเลิกเล่น World of Warcraft ทันที เหตุการณ์นี้ปลูกฝังความเชื่อในจิตใจของเขาว่า ระบบที่ดีควรเป็นระบบที่ไม่มีใครควบคุมแต่เพียงผู้เดียว — แนวคิดหลักของการกระจายอำนาจ (decentralization) ที่จะกลายเป็นรากฐานของ Ethereum

การพบกับ Bitcoin และก้าวแรกในวงการคริปโต

ในปี 2011 เมื่ออายุ 17 ปี วิทาลิกได้ยินเกี่ยวกับ Bitcoin จากคุณพ่อ Dmitry ซึ่งขณะนั้นเริ่มสนใจเทคโนโลยี blockchain ในตอนแรก วิทาลิกไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะคิดว่ามันคงเป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่หลังจากได้ยินชื่อ Bitcoin ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากหลายแหล่ง เขาจึงเริ่มเข้าไปศึกษาอย่างจริงจัง

แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ
แผนภาพบล็อกเชน: แต่ละบล็อกเก็บรายการธุรกรรมและลายนิ้วมือของบล็อกก่อนหน้า การแก้ข้อมูลย้อนหลังทำให้โซ่ไม่เข้าคู่และถูกเครือข่ายตรวจจับ

เมื่อเข้าใจหลักการทำงานของ Bitcoin แล้ว วิทาลิกหลงใหลในแนวคิดของสกุลเงินที่ไม่มีผู้ควบคุมเพียงคนเดียว (decentralized currency) — ตรงข้ามกับประสบการณ์ที่เจ็บปวดจาก World of Warcraft ซึ่งผู้พัฒนาสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ตามใจชอบ

ประวัติ Vitalik Buterin

ในฐานะนักศึกษาที่ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอในการขุด Bitcoin หรือซื้อมาลงทุน วิทาลิกจึงหาทางเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ผ่านการเขียนบทความ เขาเริ่มเขียนให้กับเว็บไซต์ชื่อ Bitcoin Weekly โดยได้รับค่าตอบแทนเป็น Bitcoin ประมาณ 5 BTC ต่อบทความ (ขณะนั้นมีมูลค่าเพียง 0.80 ดอลลาร์ต่อ BTC) แม้เว็บไซต์นี้จะปิดตัวลงในเวลาไม่นานเนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอ แต่มันเป็นก้าวแรกที่สำคัญของวิทาลิกในวงการคริปโต

การก่อตั้ง Bitcoin Magazine และการเติบโตในวงการ

ต้นปี 2012 เมื่ออายุเพียง 18 ปี วิทาลิกได้รับเชิญจาก Mihai Alisie นักธุรกิจชาวโรมาเนียที่หลงใหลในบิตคอยน์ ให้มาร่วมก่อตั้งนิตยสาร Bitcoin Magazine ด้วยกัน ความสามารถในการเขียนบทความวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งของวิทาลิกทำให้เขาได้รับตำแหน่งนักเขียนอาวุโส (Head Writer) และกลายเป็นหนึ่งในเสียงที่มีอิทธิพลในชุมชนบิตคอยน์ยุคแรกๆ

Bitcoin Magazine กลายเป็นหนึ่งในสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในวงการคริปโตเคอร์เรนซี และเป็นแพลตฟอร์มที่วิทาลิกใช้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยี blockchain

ในปีเดียวกันนี้ วิทาลิกเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (University of Waterloo) ในแคนาดา เลือกเรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยี และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกที่ให้นักศึกษาเข้าถึงคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังในยุคนั้น

วิทาลิกศึกษาหลักสูตรขั้นสูงถึง 5 วิชาพร้อมกัน และทำงานพาร์ทไทม์เป็นผู้ช่วยวิจัยให้กับ Ian Goldberg ผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสลับ (cryptographer) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Off-the-Record Messaging และเคยเป็นกรรมการของ The Tor Project

ในปี 2012 เดียวกันนี้ วิทาลิกยังคว้ารางวัลเหรียญทองแดงจากการแข่งขัน International Olympiad in Informatics (IOI) ซึ่งเป็นการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคนิคที่โดดเด่นของเขา

จุดเริ่มต้นของ Ethereum และการออกจากมหาวิทยาลัย

ในปี 2013 วิทาลิกเริ่มเดินทางไปพบปะกับนักพัฒนาคริปโตเคอร์เรนซีในหลายประเทศ การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาได้เห็นโครงการต่างๆ ที่พยายามสร้างแอปพลิเคชันบน blockchain แต่ทุกโครงการต้องสร้าง blockchain ของตัวเองขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้ทรัพยากรมาก

จากข้อจำกัดนี้ วิทาลิกจึงมีความคิดสร้างแพลตฟอร์ม blockchain ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันได้หลากหลายรูปแบบโดยไม่ต้องสร้าง blockchain ใหม่ทุกครั้ง — นี่คือแนวคิดแรกเริ่มของ Ethereum

ประวัติ Vitalik Buterin

เมื่ออายุเพียง 19 ปี วิทาลิกเขียน Ethereum White Paper ขึ้นและแชร์ให้เพื่อนนักพัฒนาอ่าน ข้อเสนอของเขาได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม หลายคนเห็นศักยภาพของโครงการและต้องการร่วมพัฒนา

ในปี 2014 วิทาลิกตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู หลังจากได้รับทุน Thiel Fellowship มูลค่า 100,000 ดอลลาร์ ทุนนี้จัดตั้งโดย Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal และนักลงทุนพันล้าน มอบให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 23 ปีที่มีแนวคิดนวัตกรรมเพื่อให้พวกเขาออกจากมหาวิทยาลัยและทุ่มเทเวลาพัฒนาโครงการของตัวเองเต็มเวลา

TIP

Thiel Fellowship เป็นหนึ่งในทุนที่มีชื่อเสียงที่สุดสำหรับผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ ผู้ที่เคยได้รับรวมถึงผู้ก่อตั้ง Figma, Luminar Technologies และอีกหลายบริษัทที่ประสบความสำเร็จ

การตัดสินใจนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ วิทาลิกเลือกที่จะเดิมพันอนาคตของตัวเองกับความเชื่อในศักยภาพของ Ethereum แทนที่จะเดินตามเส้นทางการศึกษาแบบดั้งเดิม — การตัดสินใจที่กล้าหาญนี้ในที่สุดก็ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง เมื่อ Ethereum กลายเป็นหนึ่งใน blockchain ที่สำคัญที่สุดในโลก

มรดกและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโต

วันนี้ Ethereum ที่วิทาลิกสร้างขึ้นกลายเป็นแพลตฟอร์ม blockchain ที่มีมูลค่าตลาดอันดับสองของโลก (รองจาก Bitcoin) และเป็นพื้นฐานของแอปพลิเคชันกระจายอำนาจนับพันโครงการ ตั้งแต่ระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi), โทเคนที่ไม่สามารถทดแทนได้ (NFT), ไปจนถึงองค์กรอัตโนมัติแบบกระจายอำนาจ (DAO)

ประวัติ Vitalik Buterin

แม้จะกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีคริปโตที่อายุน้อยที่สุดในโลก แต่วิทาลิกยังคงรักษาไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและมีส่วนร่วมในชุมชน Ethereum อย่างต่อเนื่อง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักคิดที่ชอบท้าทายแนวคิดเดิมๆ และเปิดรับความคิดเห็นจากชุมชน

ปัจจุบันวิทาลิกมีอายุ 31 ปี (ณ ปี 2025) และยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของ Ethereum รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Ethereum 2.0 ที่ใช้กลไก Proof of Stake แทน Proof of Work เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่าย

บทเรียนจากเส้นทางชีวิตของวิทาลิก บูเทริน

เส้นทางของวิทาลิกสอนบทเรียนที่มีค่าหลายประการ:

ความแตกต่างไม่ใช่จุดอ่อน — แม้วิทาลิกจะมีปัญหาในการเข้าสังคมและถูกมองว่าแปลกแยกในวัยเด็ก แต่ความแตกต่างนั่นเองกลับกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้เขามองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้าม

**ประสบการณ์ที่เจ็บปวดสามารถก

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง