U
UHAS
XAU/USD—0.00%

ทำความรู้จักกับ Pivot Point

การเทรด Forex จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จัก Pivot Point คืออะไร เพื่อยกระดับการเทรดให้ดี แม่นยำ และสามารถวิเคราะห์ออกมาเป็นข้อมูลได้ชัดเจน

P
Patiphan Uhas
30 ตุลาคม 2566·6 นาทีอ่าน
แชร์
Pivot Point คืออะไร ก่อนหาแนวรับ แนวต้านต้องรู้จัก

Pivot Point คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยคำนวณระดับราคาแนวรับและแนวต้านอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลราคาจากเซสชันก่อนหน้า เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับที่ต้องการหาจุดเข้า-ออกตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและมีระบบ ในบทความนี้ เราจะพาคุณทำความรู้จักกับหลักการทำงาน วิธีใช้งาน และเทคนิคการประยุกต์ใช้ Pivot Point ในการเทรด Forex อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปสาระสำคัญ

  • Pivot Point คำนวณแนวรับ-แนวต้านจากราคา High, Low และ Close ของวันก่อนหน้า
  • ใช้ได้ทั้งตลาดแนวโน้มขาขึ้น ขาลง และแนวราบ (Sideways)
  • มีสูตรคำนวณที่ชัดเจน สามารถปรับแต่งการแสดงผลบน MT4 ได้ตามต้องการ
  • เหมาะใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ
Pivot Point คืออะไร

Pivot Point คืออะไร

Pivot Point เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นักเทรดมืออาชีพใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในตลาด Forex และตลาดฟิวเจอร์ส หลักการทำงานคือการคำนวณระดับราคา "จุดหมุน" (Pivot) จากข้อมูลราคาของช่วงเวลาก่อนหน้า แล้วใช้จุดนี้เป็นฐานในการคำนวณระดับแนวรับ (Support) และแนวต้าน (Resistance) ทั้งหมด 7 ระดับ

สิ่งที่ทำให้ Pivot Point มีประสิทธิภาพคือความเป็นกลาง — ทุกคนที่ใช้สูตรเดียวกันจะได้ระดับราคาเดียวกัน ทำให้เกิดเป็น "จุดสังเกตการณ์" ที่เทรดเดอร์จำนวนมากมองเห็นพร้อมกัน และมักเกิด Reaction ของราคาเมื่อแตะระดับเหล่านี้

องค์ประกอบของ Pivot Point

ระบบ Pivot Point มาตรฐาน (Standard Pivot Point) ประกอบด้วย 7 ระดับหลัก:

  • Pivot Point (PP) — จุดหมุนกลาง คำนวณจาก (High + Low + Close) ÷ 3
  • Resistance 1 (R1), R2, R3 — แนวต้าน 3 ระดับเหนือจุดหมุน
  • Support 1 (S1), S2, S3 — แนวรับ 3 ระดับใต้จุดหมุน

เมื่อราคาปัจจุบันอยู่เหนือ PP มักถือว่าตลาดมีแนวโน้มขาขึ้น (Bullish) และในทางกลับกัน ถ้าราคาต่ำกว่า PP แสดงถึงแนวโน้มขาลง (Bearish)

INFO

Pivot Point มีหลายรูปแบบ เช่น Fibonacci Pivot, Camarilla Pivot, Woodie's Pivot และ DeMark's Pivot แต่ละแบบใช้สูตรคำนวณต่างกัน แต่หลักการพื้นฐานเหมือนกัน — ทั้งหมดพยายามหาจุด "คาดหวัง" ที่ราคาอาจเปลี่ยนทิศทาง

Pivot Point สามารถใช้ดูอะไรได้บ้าง

ความยืดหยุ่นของ Pivot Point อยู่ตรงที่สามารถใช้ได้ในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มชัดเจนหรือตลาดแนวราบ โดยเทรดเดอร์สามารถประยุกต์ใช้ได้ 3 รูปแบบหลัก:

1. ใช้ในตลาดแนวโน้มขาลง (Downtrend)

เมื่อราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง เทรดเดอร์จะโฟกัสที่ระดับ R1, R2, R3 เพื่อหาโอกาสขาย (Sell) โดย:

แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
แผนภาพโครงสร้างแนวโน้ม: ขาขึ้นราคาทำยอดใหม่สูงกว่าเดิมและฐานยกสูงขึ้น พร้อมเส้นแนวโน้มลากใต้ฐานแตะสามจุด ส่วนขาลงคือภาพกลับด้าน
  • รอให้ราคา Pullback ขึ้นมาแตะ R1 หรือ R2 แล้วเกิดสัญญาณ Rejection (เช่น Pinbar, Engulfing)
  • ตั้ง Stop Loss เหนือระดับ Resistance ที่เข้า
  • ตั้ง Take Profit ที่ S1, S2 หรือ S3 ตามความเข้มข้นของเทรนด์
TIP

ถ้าราคาทะลุ R1 ได้แบบปิดเหนือ อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายอ่อนแรงลง ควรระวังการกลับตัวของเทรนด์

2. ใช้ในตลาดแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)

เมื่อตลาดขาขึ้น เทรดเดอร์จะใช้ระดับ S1, S2, S3 เป็นจุดสังเกตสำหรับการซื้อ (Buy):

  • รอให้ราคา Pullback ลงมาแตะ S1 หรือ S2 แล้วเกิด Bounce
  • ใช้ Candlestick Pattern หรือ Oscillator (เช่น RSI, Stochastic) ยืนยันสัญญาณ Oversold
  • ตั้ง Stop Loss ใต้ระดับ Support ที่เข้า
  • เป้าหมายที่ R1, R2 หรือ R3

3. ใช้ในตลาด Sideways (Range-bound)

เมื่อราคาเคลื่อนที่ในกรอบแคบ Pivot Point จะทำงานได้ดีเป็นพิเศษ เพราะ:

  • S1/S2 = แนวรับสำหรับซื้อ
  • R1/R2 = แนวต้านสำหรับขาย
  • PP = เส้นกลางที่ราคามักกลับมาทดสอบ

เทรดเดอร์สามารถเทรดแบบ "Buy at Support, Sell at Resistance" ได้ซ้ำๆ จนกว่าราคาจะ Breakout ออกจากกรอบ

NOTE

ระวัง False Breakout — เมื่อราคาทะลุแนวรับ/แนวต้าน แต่ไม่สามารถปิดเหนือ/ใต้ได้ มักกลับมายัง PP อย่างรุนแรง

วิธีคำนวณ Pivot Point แบบมาตรฐาน

สูตรการคำนวณ Pivot Point แบบ Standard (Classic) ใช้ข้อมูล 3 ตัวเลขจากช่วงเวลาก่อนหน้า:

  • High (H) = ราคาสูงสุด
  • Low (L) = ราคาต่ำสุด
  • Close (C) = ราคาปิด

สูตรหลัก

Pivot Point (PP)
PP = (High + Low + Close) ÷ 3

แนวต้าน (Resistance)

  • R1 = (PP × 2) − Low
  • R2 = PP + (High − Low)
  • R3 = High + 2 × (PP − Low)

แนวรับ (Support)

  • S1 = (PP × 2) − High
  • S2 = PP − (High − Low)
  • S3 = Low − 2 × (High − PP)

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติข้อมูล EUR/USD วันก่อนหน้า:

  • High = 1.1050
  • Low = 1.0950
  • Close = 1.1000

คำนวณ PP:
PP = (1.1050 + 1.0950 + 1.1000) ÷ 3 = 1.1000

คำนวณแนวต้าน:

  • R1 = (1.1000 × 2) − 1.0950 = 1.1050
  • R2 = 1.1000 + (1.1050 − 1.0950) = 1.1100
  • R3 = 1.1050 + 2 × (1.1000 − 1.0950) = 1.1150

คำนวณแนวรับ:

  • S1 = (1.1000 × 2) − 1.1050 = 1.0950
  • S2 = 1.1000 − (1.1050 − 1.0950) = 1.0900
  • S3 = 1.0950 − 2 × (1.1050 − 1.1000) = 1.0850
INFO

ในตลาด Forex ส่วนใหญ่จะใช้ข้อมูล Daily (00:00 GMT) แต่บางเทรดเดอร์ใช้ Pivot Point รายสัปดาห์หรือรายเดือนสำหรับ Swing Trading

วิธีติดตั้งและใช้งาน Pivot Point บน MT4

แพลตฟอร์ม MetaTrader 4 (MT4) รองรับการติดตั้ง Pivot Point โดยผ่านอินดิเคเตอร์หรือสคริปต์ โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือการดาวน์โหลดอินดิเคเตอร์สำเร็จรูป

ขั้นตอนการติดตั้ง

  1. ดาวน์โหลดไฟล์อินดิเคเตอร์ — หาไฟล์ .mq4 หรือ .ex4 จากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เช่น MQL5 Community
  2. วางไฟล์ในโฟลเดอร์ Indicators — เปิด MT4 → File → Open Data Folder → MQL4 → Indicators → วางไฟล์ที่ดาวน์โหลด
  3. Restart MT4 — ปิดและเปิดโปรแกรมใหม่
  4. เพิ่มอินดิเคเตอร์ลงกราฟ — Navigator → Indicators → Custom → ลาก Pivot Point ไปยังกราฟ

การตั้งค่าอินดิเคเตอร์

เมื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์แล้ว หน้าต่างการตั้งค่าจะแสดงตัวเลือก:

  • Time Frame — เลือกว่าจะใช้ Pivot Point รายวัน, รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
  • Show Levels — เลือกว่าจะแสดง S1-S3 และ R1-R3 ทั้งหมด หรือเฉพาะบางระดับ
  • Colors — กำหนดสีของแต่ละเส้น เพื่อให้มองเห็นชัดเจน (แนะนำ: PP = สีเหลือง, R = สีแดง, S = สีเขียว)
  • Line Style — เลือกรูปแบบเส้น (Solid, Dashed, Dotted)
TIP

ใช้สีที่ตัดกันชัดเพื่อให้แยกแนวรับ-แนวต้านได้ง่าย และตั้งค่าให้ S3/R3 เป็นเส้นประ เพื่อบอกว่าเป็นระดับรอง

การอ่านกราฟ Pivot Point

เมื่อติดตั้งเสร็จ กราฟจะแสดงเส้นแนวนอน 7 เส้น:

  • ถ้าราคาปิดเหนือ PP = แนวโน้มขาขึ้น → มองหาโอกาสซื้อที่ S1/S2
  • ถ้าราคาปิดใต้ PP = แนวโน้มขาลง → มองหาโอกาสขายที่ R1/R2
  • ถ้าราคาเคลื่อนที่ระหว่าง S1 และ R1 = ตลาด Sideways → เทรดแบบ Range

เทคนิคการใช้ Pivot Point ให้มีประสิทธิภาพ

1. รวมกับ Price Action

Pivot Point ทำงานได้ดีเมื่อใช้ร่วมกับ Candlestick Pattern:

  • Pinbar ที่ S1/R1 = สัญญาณกลับตัวแรง
  • Engulfing ที่ S2/R2 = ยืนยันการกลับทิศทาง
  • Inside Bar ที่ PP = รอ Breakout ก่อนตัดสินใจ

2. ใช้ร่วมกับ Moving Average

เพิ่ม EMA 50 และ EMA 200 ลงในกราฟ:

  • เมื่อ EMA 50 อยู่เหนือ EMA 200 และราคาแตะ S1 = โอกาสซื้อแรง
  • เมื่อ EMA 50 อยู่ใต้ EMA 200 และราคาแตะ R1 = โอกาสขายแรง
  • ถ้า PP อยู่ระหว่าง 2 EMA = ตลาด Consolidation

3. ใช้ร่วมกับ RSI หรือ Stochastic

Oscillator ช่วยกรองสัญญาณ False:

แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
  • ราคาแตะ S1 + RSI < 30 = Oversold Confirmation → พิจารณาซื้อ
  • ราคาแตะ R1 + RSI > 70 = Overbought Confirmation → พิจารณาขาย
  • ถ้า RSI อยู่ระหว่าง 40-60 ขณะแตะ Pivot = อาจ Consolidate ต่อ
NOTE

อย่าใช้ Pivot Point เป็นเครื่องมือเดียว — ควรมีอินดิเคเตอร์ยืนยันอย่างน้อย 1 ตัว และดู Volume, Market Sentiment ประกอบ

4. เทคนิค Breakout Trading

เมื่อราคาทะลุ R1/S1 อย่างชัดเจน:

แผนภาพเบรกเอาต์: ราคาทะลุโซนแนวต้าน ย่อกลับมาทดสอบ แล้วเดินหน้าต่อ เทียบกับเบรกหลอกที่ราคาแหย่พ้นโซนแล้วกลับเข้ากรอบทันที
แผนภาพเบรกเอาต์: ราคาทะลุโซนแนวต้าน ย่อกลับมาทดสอบ แล้วเดินหน้าต่อ เทียบกับเบรกหลอกที่ราคาแหย่พ้นโซนแล้วกลับเข้ากรอบทันที
  • Breakout เหนือ R1 → รอ Retest R1 (กลายเป็น Support ใหม่) แล้วซื้อตาม Target ที่ R2
  • Breakdown ใต้ S1 → รอ Retest S1 (กลายเป็น Resistance ใหม่) แล้วขายตาม Target ที่ S2

ใช้เทคนิค "Wait for Retest" เพื่อลดความเสี่ยงจาก False Breakout

ข้อดีและข้อจำกัดของ Pivot Point

ข้อดี

  • คำนวณอัตโนมัติ — ไม่ต้องดึงเส้นแนวรับ-แนวต้านเอง ประหยัดเวลา
  • เป็นมาตรฐานสากล — ทุกคนใช้สูตรเดียวกัน ทำให้เกิด "Self-Fulfilling Prophecy"
  • ใช้ได้ทุกสภาวะตลาด — ไม่ว่า Trending หรือ Ranging
  • เหมาะกับทุก Time Frame — ใช้ได้ตั้งแต่ M5 ถึง Monthly

ข้อจำกัด

  • Lagging Indicator — ใช้ข้อมูลย้อนหลัง อาจไม่ทัน Event News ฉับพลัน
  • ไม่บอกความแรงของเทรนด์ — Pivot Point บอกแค่ระดับราคา ไม่บอกว่า Momentum แรงแค่ไหน
  • False Signal ในตลาดผันผวน — ระหว่างข่าวสำคัญ (เช่น NFP, FOMC) ราคาอาจทะลุทุกระดับภายในไม่กี่นาที
  • ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น — การใช้ Pivot Point เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง
INFO

Pivot Point มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดที่มี Liquidity สูง เช่น EUR/USD, GBP/USD ในช่วง London-New York Session

การปรับแต่งและขยายความสามารถ

Pivot Point แบบอื่นๆ ที่นิยม

นอกจาก Standard Pivot Point แล้ว ยังมีรูปแบบอื่นที่น่าสนใจ:

1. Fibonacci Pivot Point
ใช้อัตราส่วน Fibonacci (38.2%, 61.8%, 100%) ในการคำนวณแนวรับ-แนวต้าน เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ใช้ Fibonacci Retracement อยู่แล้ว

2. Camarilla Pivot Point
สร้างระดับราคา 8 เส้น (H1-H4, L1-L4) ที่ใกล้กับราคาปัจจุบันมากกว่า Standard เหมาะสำหรับ Day Trader และ Scalper

3. Woodie's Pivot Point
ให้น้ำหนักกับราคา Close มากกว่า High/Low โดยใช้สูตร PP = (H + L + C×2) ÷ 4 เหมาะกับตลาดที่ราคาปิดมีความสำคัญ เช่น Stock Market

4. DeMark's Pivot Point
มีเงื่อนไขพิเศษตามความสัมพันธ์ของ Open, High, Low, Close เหมาะสำหรับตลาดฟิวเจอร์ส

การตั้งค่า Alert บน MT4

เทรดเดอร์สามารถตั้ง Alert เมื่อราคาแตะระดับ Pivot Point:

  1. คลิกขวาที่กราฟ → Trading → New Order
  2. ตั้งค่า Pending Order (Buy Stop / Sell Stop) ที่ระดับ R1/S1
  3. หรือใช้ Script สำเร็จรูปที่ส่งการแจ้งเตือนผ่าน Email/Mobile
TIP

ใช้ Alert สำหรับระดับสำคัญ (S1, R1, S2, R2) แทนการจ้องกราฟตลอดเวลา — ช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพการเทรด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Pivot Point ใช้ได้กับทุกคู่เงินหรือไม่?
ใช้ได้กับทุกคู่เงิน แต่จะมีประสิทธิภาพสูงสุดกับคู่เงินที่มี Liquidity สูงและ Spread ต่ำ เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เพราะระดับ Pivot Point ของคู่เงินเหล่านี้มีเทรดเดอร์จำนวนมากมองเห็นและทำ Reaction พร้อมกัน

ควรใช้ Pivot Point Time Frame ไหนดี?
ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรด — Day Trader ใช้ Daily Pivot, Swing Trader ใช้ Weekly หรือ Monthly Pivot สำหรับมือใหม่แนะนำเริ่มจาก Daily Pivot ก่อน เพราะมีข้อมูลสอดคล้องกับ Time Frame H1-H4 ที่นิยมใช้ฝึกหัด

ทำไม Pivot Point บางครั้งไม่ทำงาน?
Pivot Point อาจไม่ทำงานเมื่อเกิด Event News ฉับพลัน (เช่น ธนาคารกลางประกาศดอกเบี้ย) หรือตลาดมี Volatility สูงผิดปกติ ในช่วงเหล่านี้ราคาอาจ "รันทะลุ" ทุกระดับโดยไม่หยุด — การใช้ Stop Loss แบบเข้มงวดจึงเป็นเรื่องสำคัญ

สามารถใช้ Pivot Point เทรด Crypto ได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่อง Gap — เนื่องจากตลาด Crypto เปิด 24/7 ไม่มี Session Close ชัดเจนเหมือน Forex ดังนั้นการกำหนด "วันใหม่" อาจแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม บาง Exchange ใช้ 00:00 UTC, บางตัวใช้เวลาท้องถิ่น ต้องเช็คให้ชัดเจน

Pivot Point แตกต่างจาก Fibonacci Retracement อย่างไร?
Pivot Point คำนวณจากราคา High, Low, Close ของช่วงเวลาก่อนหน้า เป็นระดับราคา "คงที่" ตลอดทั้งวัน ส่วน Fibonacci Retracement ต้องดึงเส้นระหว่าง Swing High ถึง Swing Low ด้วยตนเอง — Pivot Point ใช้ง่ายและเป็นมาตรฐานมากกว่า แต่ Fibonacci ให้รายละเอียดและยืดหยุ่นกว่า

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน และเงื่อนไขบัญชี จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง