U
UHAS
XAU/USD0.00%

Swing Trade คืออะไร ฉบับที่ใช้ได้จริง ที่เทรดเดอร์นิยมใช้

ลักษณะการเทรดที่เรียกว่า Swing Trade คืออะไร สไตล์การเทรดอีกรูปแบบนี้เป็นอย่างไร ทำไมถึงมีเทรดเดอร์หลายคนเลือกใช้การเทรดแบบนี้ สามารถเก็บกำไรได้จริงหรือไม่

P
Patiphan Uhas
29 มกราคม 2566·5 นาทีอ่าน
แชร์
Swing Trade คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์นิยมใช้

Swing Trading เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด Forex และทอง เพราะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถจับกำไรจากการแกว่งตัวของราคาในช่วงระยะสั้นถึงกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลาเหมือน Day Trading ในบทความนี้ เราจะอธิบายหลักการของ Swing Trade แบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างจริงที่นำไปใช้ได้ทันที

สรุปสาระสำคัญ

  • Swing Trading คือการเทรดตามจังหวะการแกว่งของราคา โดยมุ่งเน้นที่จุด Swing High (จุดสูงสุด) และ Swing Low (จุดต่ำสุด)
  • ควรใช้ Time Frame ตั้งแต่ 1H ขึ้นไป เพื่อลดโอกาสเจอสัญญาณหลอกและเพิ่มความน่าเชื่อถือของจุดเข้า
  • แนวรับและแนวต้านเป็นเครื่องมือหลักในการระบุ Swing Points ที่มีคุณภาพสูง
  • Win Rate ของ Swing Trading อยู่ที่ประมาณ 60-70% แต่ Risk-Reward ratio มักต่ำกว่ากลยุทธ์แบบอื่น
  • เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างเวลาในการวิเคราะห์กับโอกาสทำกำไร

Swing Trading คืออะไร

Swing Trading คือกลยุทธ์การเทรดที่เน้นการเก็บกำไรจากการแกว่งตัว (Swing) ของราคาในช่วงระยะสั้นถึงกลาง โดยทั่วไปแล้ว Position หนึ่งอาจถือได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหนึ่งสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับ Time Frame และสภาวะตลาด

หลักการสำคัญของ Swing Trading คือการระบุและเข้าซื้อขายที่จุดเปลี่ยนทิศทางของราคา เมื่อราคาแกว่งขึ้นจากจุดต่ำสุด (Swing Low) เราจะพิจารณาเปิด Buy Order และเมื่อราคาแกว่งลงจากจุดสูงสุด (Swing High) เราจะพิจารณาเปิด Sell Order

Swing trade

จากกราฟด้านบน เราจะเห็น Swing Points สองประเภทหลัก:

  • Swing High – จุดสูงสุดในรอบนั้นๆ ซึ่งราคามักจะกลับตัวลงหลังจากแตะจุดนี้
  • Swing Low – จุดต่ำสุดในรอบนั้นๆ ซึ่งราคามักจะกลับตัวขึ้นหลังจากแตะจุดนี้
TIP

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเทรดบน Time Frame ที่ตัวเองถนัด แต่สำหรับ Swing Trading เราแนะนำให้ใช้ Time Frame ไม่ต่ำกว่า 1H เพื่อหลีกเลี่ยง Noise และสัญญาณหลอกที่มักเกิดขึ้นใน Time Frame ที่เล็กกว่า

พื้นฐานสำคัญของ Swing Trading

แนวรับและแนวต้าน – เครื่องมือหลักในการระบุ Swing Points

ก่อนที่จะเทรดแบบ Swing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องเข้าใจเรื่องแนวรับและแนวต้านเสียก่อน เพราะสองสิ่งนี้จะช่วยให้คุณมองเห็น Swing Highs และ Swing Lows ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แผนภาพแนวรับแนวต้าน: โซนแนวต้านด้านบนมีแรงขายรอ โซนแนวรับด้านล่างมีแรงซื้อรอ ราคาแตะโซนแล้วกลับตัวหลายครั้ง
แผนภาพแนวรับแนวต้าน: โซนแนวต้านด้านบนมีแรงขายรอ โซนแนวรับด้านล่างมีแรงซื้อรอ ราคาแตะโซนแล้วกลับตัวหลายครั้ง

แนวต้าน (Resistance) คือระดับราคาที่ราคามักจะหยุดการขึ้นและกลับตัวลง ส่วนแนวรับ (Support) คือระดับราคาที่ราคามักจะหยุดการลงและกลับตัวขึ้น

เมื่อเราวาดแนวรับและแนวต้านลงบนกราฟ เราจะเห็นว่าจุด Swing Points มักจะเกิดขึ้นบริเวณเหล่านี้ ทำให้เราสามารถคาดการณ์จุดเข้าซื้อขายล่วงหน้าได้

การระบุ Swing Points ด้วยแนวต้าน

Swing trade

จากตัวอย่างข้างบน เราได้วาดเส้นแนวต้าน (สีชมพู) ขึ้นมา คุณจะเห็นได้ชัดเจนว่า ทุกครั้งที่ราคาขึ้นไปแตะแนวต้าน ราคามักจะสร้าง Swing High ขึ้นมาและกลับตัวลง

เทรดเดอร์ Swing Trading ส่วนใหญ่จะใช้กลยุทธ์นี้โดยการ:

  1. รอให้ราคาขึ้นไปใกล้หรือแตะแนวต้าน
  2. รอ Confirmation เช่น รูปแบบกราฟแท่งเทียนกลับตัว (Reversal Candlestick Pattern)
  3. เปิด Sell Order เมื่อได้รับสัญญาณยืนยัน
  4. ตั้ง Stop Loss เหนือแนวต้าน และ Take Profit ที่แนวรับถัดไป

การระบุ Swing Points ด้วยแนวรับ

Swing trade

เมื่อเราวาดเส้นแนวรับ (สีชมพู) บนกราฟ เราจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่ราคาลงมาแตะแนวรับ ราคามักจะสร้าง Swing Low ขึ้นมาและกลับตัวขึ้น

กลยุทธ์การเทรดกับแนวรับ:

  1. รอให้ราคาลงมาใกล้หรือแตะแนวรับ
  2. รอ Confirmation เช่น รูปแบบกราฟแท่งเทียนกลับตัวขึ้น
  3. เปิด Buy Order เมื่อได้รับสัญญาณยืนยัน
  4. ตั้ง Stop Loss ใต้แนวรับ และ Take Profit ที่แนวต้านถัดไป
NOTE

อย่าเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาแตะแนวรับหรือแนวต้าน ควรรอให้มี Confirmation เสียก่อน เพราะราคาอาจ Break Through (ทะลุแนว) ได้ ซึ่งจะทำให้เราขาดทุน

การใช้ทั้งแนวรับและแนวต้านร่วมกัน

Swing trade

เมื่อเราวาดทั้งแนวรับและแนวต้านพร้อมกัน เราจะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าราคากำลังเคลื่อนที่ในรูปแบบใด ตัวอย่างเช่น จากกราฟด้านบนเราจะเห็น Uptrend ที่มี Swing Highs และ Swing Lows สูงขึ้นเรื่อยๆ

การเห็นโครงสร้างแบบนี้จะช่วยให้เรา:

  • คาดการณ์จุด Swing Points ถัดไปได้ง่ายขึ้น
  • กำหนด Risk-Reward ratio ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • เลือกทิศทางการเทรดที่สอดคล้องกับเทรนด์หลัก

อินดิเคเตอร์และเครื่องมือยอดนิยมสำหรับ Swing Trading

การเทรดแบบ Swing จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อคุณนำเครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ มาใช้ร่วมกัน ต่อไปนี้คือเครื่องมือที่เทรดเดอร์ Swing นิยมใช้:

1. กราฟแท่งเทียน (Candlestick Patterns)

กราฟแท่งเทียนเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญที่สุด รูปแบบต่างๆ เช่น Hammer, Shooting Star, Engulfing Pattern จะช่วยยืนยันการกลับตัวของราคาที่ Swing Points

ตัวอย่าง: เมื่อราคาลงมาแตะแนวรับและเกิด Bullish Engulfing Pattern นั่นคือสัญญาณ Confirmation ที่ดีสำหรับการเปิด Buy Order

2. Fibonacci Retracement

Fibonacci Retracement ช่วยระบุระดับราคาที่อาจเกิด Swing Points โดยเฉพาะที่ระดับ 38.20%, 50.00%, และ 61.80%

วิธีใช้: ลาก Fib จากจุด Swing Low ล่าสุดไปยัง Swing High ล่าสุด (หรือในทางกลับกัน) จากนั้นรอให้ราคามาแตะระดับ Fib ที่สำคัญ

3. RSI (Relative Strength Index)

RSI เป็นอินดิเคเตอร์วัด Momentum ที่บอกว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) หรือ Oversold (ขายมากเกินไป)

แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
แผนภาพ RSI: กราฟราคาคู่กับหน้าต่าง RSI ระดับเกิน 70 คือโซนซื้อมากเกิน ต่ำกว่า 30 คือโซนขายมากเกิน ใช้ดูว่าราคาวิ่งมาตึงแค่ไหน
  • RSI > 70 = Overbought → พิจารณา Sell ที่ Swing High
  • RSI < 30 = Oversold → พิจารณา Buy ที่ Swing Low

4. Stochastic Oscillator

Stochastic ทำงานคล้ายกับ RSI แต่จะมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่า เหมาะสำหรับการหาจุดกลับตัวระยะสั้น

เทรดเดอร์มักใช้ Stochastic Crossover ร่วมกับ Swing Points เพื่อเพิ่มความแม่นยำ

5. Trend Line และ Channel

การลาก Trend Line เป็นเทคนิคพื้นฐานแต่ทรงพลังมาก การลากเส้นเชื่อม Swing Lows หรือ Swing Highs จะช่วยให้เราเห็นทิศทางของเทรนด์และคาดการณ์ Swing Points ถัดไป

INFO

ไม่มีอินดิเคเตอร์ตัวใดที่สมบูรณ์แบบ 100% เราแนะนำให้คุณใช้อินดิเคเตอร์ 2-3 ตัวร่วมกัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของสัญญาณ แต่อย่าใช้มากเกินไปจนทำให้สับสน

ข้อดีของการเทรดแบบ Swing Trading

1. Win Rate ค่อนข้างสูง

เนื่องจาก Swing Trading เน้นเข้าที่จุดเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจน ร่วมกับการใช้เครื่องมือทางเทคนิคหลายตัวยืนยัน ทำให้ Win Rate มักอยู่ที่ประมาณ 60-70% ซึ่งสูงกว่าการเทรดแบบสุ่มหรือไม่มีแผน

2. ใช้เวลาวิเคราะห์น้อยกว่า Day Trading

Swing Trader ไม่จำเป็นต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา การวิเคราะห์อาจใช้เวลาเพียง 30-60 นาทีต่อวัน เหมาะกับคนที่มีงานประจำหรือไม่สามารถเทรด Full-Time ได้

3. เก็บกำไรจากการแกว่งตัวระยะสั้นได้มีประสิทธิภาพ

ตลาด Forex และทองมีการแกว่งตัวค่อนข้างสูงในแต่ละวัน Swing Trading ช่วยให้เราจับกำไรจากการแกว่งตัวเหล่านี้ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรอให้เทรนด์ใหญ่เกิดขึ้น

4. ความยืดหยุ่นในการจัดการ Position

คุณสามารถปรับ Stop Loss, Take Profit หรือปิดบางส่วนของ Position ได้ตลอดเวลา ให้เหมาะกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง

ข้อเสียและความเสี่ยงของ Swing Trading

1. Risk-Reward Ratio ต่ำกว่ากลยุทธ์อื่น

เนื่องจาก Swing Trading เก็บกำไรเพียงส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว (ไม่ใช่ทั้ง Trend) Risk-Reward ratio มักอยู่ที่ประมาณ 1:1 ถึง 1:2 ซึ่งต่ำกว่า Trend Following ที่อาจได้ 1:3 หรือมากกว่า

แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน
แผนภาพการวาง Stop Loss และ Take Profit: โซนความเสี่ยงสีแดงใต้จุดเข้า โซนเป้าหมายกำไรสีเขียวเหนือจุดเข้า อัตราส่วนเสี่ยงหนึ่งส่วนหวังผลสองถึงสามส่วน

2. Overnight Risk

เนื่องจาก Position มักถือข้ามวัน เทรดเดอร์ Swing จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจาก Gap (ช่องว่างราคา) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อตลาดเปิดใหม่ โดยเฉพาะหลังวันหยุดสุดสัปดาห์หรือมีข่าวสำคัญ

NOTE

หลีกเลี่ยงการถือ Position ข้ามวันศุกร์หรือก่อนประกาศข่าวสำคัญเช่น Non-Farm Payroll, การประชุมธนาคารกลาง เพราะความผันผวนอาจสูงมากและทำให้ Stop Loss ไม่ทำงาน

3. ไม่สามารถเก็บกำไรใหญ่จาก Trend เดียวได้

Swing Trading เน้นเก็บกำไรจากการแกว่งตัวระยะสั้น ดังนั้นหาก Trend ใหญ่เกิดขึ้น คุณอาจเก็บกำไรได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่เหมือน Position Trading ที่อาจถือจนได้กำไรเป็นร้อยถึงพันจุด

4. ต้องการทักษะการอ่านกราฟที่ดี

การระบุ Swing Points ที่ถูกต้องต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะในการอ่านกราฟ เทรดเดอร์มือใหม่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะสามารถอ่าน Swing Points ได้แม่นยำ

กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงสำหรับ Swing Trading

1. ตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม

Stop Loss ควรอยู่เหนือ Swing High (สำหรับ Sell Order) หรือใต้ Swing Low (สำหรับ Buy Order) ห่างประมาณ 5-10 pips เพื่อหลีกเลี่ยง Spike

ตัวอย่าง: ถ้าคุณเปิด Buy ที่ Swing Low ราคา 1.1000 และ Swing Low อยู่ที่ 1.0980 ควรตั้ง Stop Loss ที่ประมาณ 1.0970 (ห่าง 30 pips)

2. ใช้ Position Sizing ที่เหมาะสม

ไม่ควรเสี่ยงมากกว่า 1-2% ของเงินทุนในแต่ละ Trade ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงินทุน $10,000 ไม่ควรเสี่ยงมากกว่า $100-200 ต่อออเดอร์

3. ใช้ Trailing Stop เมื่อกำไรวิ่ง

เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เราต้องการแล้ว ให้ขยับ Stop Loss มาป้องกันกำไร (Trailing Stop) เพื่อลด Risk ลงเป็น 0 หรือ Lock Profit

4. หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวสำคัญ

ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) เป็นเครื่องมือสำคัญ หลีกเลี่ยงการถือ Position ก่อนข่าวสำคัญอย่าง CPI, FOMC, GDP เพราะความผันผวนอาจทำให้ Stop Loss ไม่ทำงานตามที่ตั้งไว้

ตัวอย่าง Trading Plan สำหรับ Swing Trading

Setup: EUR/USD Uptrend + ราคามาแตะแนวรับที่ 1.1000

Entry: เปิด Buy เมื่อเกิด Bullish Engulfing Pattern ที่ 1.1005

Stop Loss: 1.0970 (ใต้ Swing Low + Buffer 5 pips) = เสี่ยง 35 pips

Take Profit: 1.1075 (แนวต้านถัดไป) = กำไร 70 pips

Risk-Reward Ratio: 1:2

Position Size: $10,000 ทุน, เสี่ยง 1% = $100 → Lot Size = 0.28 Lot (ประมาณ)

เปรียบเทียบ Swing Trading กับรูปแบบอื่น

ปัจจัยSwing TradingDay TradingPosition Trading
ระยะเวลาถือ Positionไม่กี่ชั่วโมง - 1 สัปดาห์ไม่เกิน 1 วันหลายสัปดาห์ - หลายเดือน
Time Frame ที่ใช้1H - 4H - Daily1M - 15M - 1HDaily - Weekly - Monthly
Win Rate โดยเฉลี่ย60-70%50-60%40-50%
Risk-Reward Ratio1:1 - 1:21:1 - 1:1.51:3 - 1:5+
เวลาในการวิเคราะห์30-60 นาที/วัน3-8 ชั่วโมง/วัน1-2 ชั่วโมง/สัปดาห์
Overnight Riskมีไม่มีมี (สูง)

เลือกรูปแบบให้เหมาะกับ Lifestyle และความถนัดของคุณ ไม่มีรูปแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน

เคล็ดลับสำหรับเทรดเดอร์ Swing มือใหม่

  1. เริ่มต้นด้วย Demo Account – ฝึกระบุ Swing Points และทดสอบกลยุทธ์อย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนใช้เงินจริง

  2. โฟกัสที่คู่เงินหลัก – EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY มี Liquidity สูงและการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับ Swing Trading

  3. ทำ Trading Journal – บันทึกทุกการเทรด ทั้งที่ได้กำไรและขาดทุน วิเคราะห์ว่าอะไรใช้ได้และไม่ได้ผล

  4. อย่าเสี่ยงมากเกินไป – Swing Trading ไม่ใช่การเสี่ยงทั้งหมดในครั้งเดียว เริ่มต้นด้วยการเสี่ยง 0.5-1% ต่อ Trade

  5. รักษาวินัย – ปฏิบัติตาม Trading Plan อย่างเคร่งครัด อย่าเปลี่ยนแปลง Stop Loss หรือ Take Profit ตามอารมณ์

TIP

จดบันทึกทุกครั้งที่คุณมองเห็น Swing Point แต่ไม่ได้เข้าซื้อขาย เทียบว่าถ้าเข้าจริงจะได้หรือเสีย การทำแบบนี้จะช่วยฝึกการมองกราฟและเพิ่มความมั่นใจโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง

สรุป

Swing Trading เป็นกลยุทธ์การเทรดที่สมดุลระหว่างความถี่ในการเทรดและเวลาในการวิเคราะห์ เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการรายได้เสริมโดยไม่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา Win Rate ที่ค่อนข้างสูง (60-70%) ทำให้กลยุทธ์นี้น่าสนใจสำหรับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Swing Trading ขึ้นอยู่กับความสามารถในการอ่านกราฟ การบริหารความเสี่ยง และวินัยในการปฏิบัติตามแผน ไม่มีกลยุทธ์ใดที่รับประกันกำไร 100% ดังนั้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การฝึกฝน และการปรับปรุงแผนการเทรดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เริ่มต้นด้วย Demo Account ฝึกระบุ Swing Points ให้ชำนาญก่อน และเมื่อพร้อมแล้วค่อยเข้าสู่ตลาดจ

เริ่มฝึกกับบัญชีจริงที่ต้นทุนต่ำ

คัดจากโบรกเกอร์ที่ทีมงานเปิดบัญชีจริงและวัดสเปรดทองจาก tick จริง

Exness

FSA เซเชลส์ SD025

ฝากขั้นต่ำ
$100
เลเวอเรจ
1:2 – 1:ไม่จำกัด (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Zero ต่ำสุด 0 ปิ๊ป + คอม (ตัวเลขที่ Exness ประกาศเอง)
XM Global

FSC เบลีซ 8557558

ฝากขั้นต่ำ
$5
เลเวอเรจ
สูงสุด 1:1000 (ลดตามทุน)
สเปรดทอง
Ultra Low เฉลี่ย 3.0 / ต่ำสุด 2.4 ปิ๊ป (ตัวเลขที่ XM ประกาศเอง)

ที่มาของตัวเลข: เว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ (xm.com/th · exness.com) ·สเปรดทองวัดจาก tick จริงในบัญชีของทีมงาน · ตรวจสอบเมื่อ 23 ส.ค. 2026

เว็บนี้มีรายได้จากโฆษณาผู้สนับสนุน คุณไม่จ่ายเพิ่ม · เทรดมีความเสี่ยง เสียเงินทั้งหมดได้

เริ่มเทรดวันนี้

เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ Uhas รีวิวแล้ว

เปรียบเทียบสเปรด ค่าคอมมิชชัน ความเร็วถอน จากโบรกเกอร์ที่ทีม Uhas ทดสอบจริง

ดูรีวิวโบรกเกอร์ทั้งหมด →

เกี่ยวกับผู้เขียน

P

Patiphan Uhas

14+ ปีประสบการณ์

ทีมบรรณาธิการ Uhas — เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เทรด Forex และทองคำมากกว่า 14 ปี

ดูประวัติทีมงาน →

บทความที่เกี่ยวข้อง